Accom Thailand

May 20, 2009

อิหร่านทดสอบ ขีปนาวุธเซจิล-2 จาก พื้นผิวสู่พื้นผิว แบบ 2 ขั้นตอน สำเร็จ – Iran tests new Sajil-2 missile


Iran says the missiles have a range of nearly 1,243 miles, which would put Moscow, Athens and southern Italy within striking distance from Iran,   said Jane's Information Group, which provides information on defense issues. (UPI Photo/Vahid Reza Alaie/Mehr News Agency)

Iran says the missiles have a range of nearly 1,243 miles, which would put Moscow, Athens and southern Italy within striking distance from Iran, said Jane's Information Group, which provides information on defense issues. (UPI Photo/Vahid Reza Alaie/Mehr News Agency)


อิหร่านประกาศศักดา ทดสอบขีปนาวุธรุ่นใหม่สำเร็จแล้ว

เอเอฟพี – ประธานาธิบดี มะห์มุด อาห์มาดิเนจัด Mahmoud Ahmadinejad ผู้นำอิหร่าน ประกาศวันนี้ ว่า(20) อิหร่าน ได้ทดสอบ ขีปนาวุธพิสัยกลาง รุ่นใหม่ พร้อมกับย้ำว่า จะไม่ยุติ ความทะเยอทะยาน ด้านนิวเคลียร์ ของตน

อาห์มาดิเนจัด เผย ระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ ในเมืองเซมนาน ทางเหนือของ ประเทศว่า อิหร่านได้ทดสอบ ขีปนาวุธเซจิล-2 อันเป็น ขีปนาวุธจาก พื้นผิวสู่พื้นผิว แบบ 2 ขั้นตอน และ ประสบความสำเร็จ ตามเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้เปิดเผย พิสัยของอาวุธ ดังกล่าว

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา มอสตาฟา นาจาร์ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ของ อิหร่าน ได้ทดสอบ ขีปนาวุธแบบ พื้นผิวสู่พื้นผิว รุ่นใหม่ โดยให้ รายละเอียด ว่าเป็น ขีปนาวุธแบบ 2 ขั้นตอน ที่มี เครื่องยนต์ 2 เครื่อง และ ระบุชื่อว่า เซจิล จากนั้น สถานีโทรทัศน์ ก็ได้เผยภาพ การยิงขีปนาวุธ ลูกดังกล่าว ซึ่งมีขนาดพอๆ กับ ขีปนาวุธชาฮับ-3 ของ อิหร่าน

ภาพจาก สถานีโทรทัศน์ อัลอลาม เผยภาพ การยิงทดสอบขีปนาวุธ พิสัยกลางรุ่นใหม่ของ อิหร่าน จาก สถานที่ ที่ไม่เปิดเผย

ภาพจาก สถานีโทรทัศน์ อัลอลาม เผยภาพ การยิงทดสอบขีปนาวุธ พิสัยกลางรุ่นใหม่ของ อิหร่าน จาก สถานที่ ที่ไม่เปิดเผย

ในอดีต อิหร่าน มักจะโอ้อวดว่า ได้พัฒนาอาวุธใหม่ๆ ซึ่งสอดคล้อง กับความสงสัย ของนักวิเคราะห์ ด้านกลาโหม จากฟากตะวันตก

นาจาร์ บอกกับ สถานีโทรทัศน์ในเดือน พฤศจิกายนว่า ขีปนาวุธรุ่นใหม่ มีพิสัยเกือบ 2,000 กิโลเมตร คล้ายๆ กับขีปนาวุธ ชาฮับ-3 และ สามารถยิงไปถึง ดินแดน ของ อิสราเอล ได้

Iran-Missile-Test4 (790 x 526)

ด้านอิสราเอล ออกมาระบุว่า การทดสอบขีปนาวุธ ครั้งใหม่ ของ อิหร่าน น่าจะเป็นความกังวล สำหรับชาติยุโรป ที่อาจจะตกอยู่ ภายใต้พิสัยของอาวุธ โดย แดนนี่ อยาลอน รัฐมนตรีช่วย กระทรวงการต่างประเทศ ของ รัฐยิว ชี้ว่า นอกจากนี้ อิหร่าน ยังพยายามพัฒนาขีปนาวุธ ที่มีพิสัย ถึง 10,000 กิโลเมตรด้วย ซึ่งอาจจะยิงไปถึง ชายฝั่งของ สหรัฐฯได้

ด้านนายกรัฐมนตรี สายเหยี่ยวคนใหม่ ของ อิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮุ Binyamin Netanyahu กล่าวว่า เทคโนโลยี ขีปนาวุธ และ โครงการนิวเคลียร์ ที่สร้างความขัดแย้ง ของ อิหร่าน เป็นภัยคุกคาม ที่มีอยู่ต่อ อิสราเอล ที่ใหญ่ที่สุดกว่าที่ อิสราเอลเคยเชิญมา นับตั้งแต่ ก่อตั้งรัฐยิวขึ้นในปี 1948

ด้านอิหร่าน ยืนกรานว่า โครงการนิวเคลียร์ ของตัว มีจุดประสงค์ เพื่อใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า เพื่อตอนสนองกับ ประชากรที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ เชื้อเพลิงฟอสซิล กำลังจะหมดไป เท่านั้น

คณะมนตรี ความมั่นคง แห่ง สหประชาชาติ ออกมาตรการ คว่ำบาตรอิหร่าน 3 ชุด หลังจากที่ อิหร่านไม่ยอมหยุด การแปรรูป ยูเรเนียม ซึ่งเป็น กระบวนการ ผลิตเชื้อเพลิง จ่ายไปยัง สถานีไฟฟ้า แต่กระบวนการนี้ ถ้าแปรรูปให้ ยูเรเนียม มีความเข้มสูงพอ ก็สามารถนำไปผลิต ระเบิดอาวุธนิวเคลียร์ ได้เช่นกัน กระนั้น ผู้นำอิหร่าน ก็ยืนกราน อีกครั้งวันนี้ว่า อิหร่าน จะไม่มีวัน ล้มเลิก โครงการนิวเคลียร์ ของตน

astv_mgr-200จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 20 พฤษภาคม 2552 19:36 น.

พิมพ์ ข่าวนี้ อิหร่าน ประกาศศักดา ทดสอบขีปนาวุธรุ่นใหม่ สำเร็จแล้ว



Related links : เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง


Iran’s missile Sejil 2 is launched by Iranian armed forces in Semnan province, Iran on May 20, 2009.

Iran-Missile-Test2 (790 x 526)
Iran says the missiles have a range of nearly 1,243 miles, which would put Moscow, Athens and southern Italy within striking distance from Iran,
said Jane’s Information Group, which provides information on defense issues. (UPI Photo/Vahid Reza Alaie/Mehr News Agency)


Iran-Missile-Test5 (790 x 526)

Iran’s missile Sejil 2 is seen before its launch by Iranian armed forces in front of a picture of Iran’s supreme leader Ayatollah Ali Khamenei in Semnan province, Iran on May 20, 2009.

Iran says the missiles have a range of nearly 1,243 miles, which would put Moscow, Athens and southern Italy within striking distance from Iran,
said Jane’s Information Group, which provides information on defense issues. (UPI Photo/Vahid Reza Alaie/Mehr News Agency) Full Story from © 2009 United Press International, Inc.upi_logo (120 x 41)


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below
Advertisements

February 5, 2009

UN โวย ฮามาส ยึดสิ่งของบรรเทาทุกข์ ช่วยเหลือ กาซา


UN โวย ฮามาส ยึดสิ่งของบรรเทาทุกข์ ที่นำไปช่วยเหลือ พลเมืองกาซา

เอเอฟพี – หน่วยงานช่วยเหลือผู้อพยพชาวปาเลสไตน์สหประชาชาติ(ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ – UNRWA) เมื่อวันพุธ(4) ระบุว่า ฮามาส ได้ยึด อาหารหลายร้อยหีบห่อ และผ้าห่มหลายพันผืน ที่จะเอาไปแจกจ่าย ให้กับพลเมืองกาซา ที่ได้รับความเดือดร้อน จากสงครามกับ อิสราเอล


“เมื่อเวลา 14.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ของวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ผ่าห่ม กว่า 3,500 ผืน และ อาหาร 406 หีบห่อ ถูกริบไปจาก คลังแจกจ่าย ณ บีชแคมป์ ในกาซา โดยพนักงานตำรวจ” ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ ระบุในแถลงการณ์
552000001417501

“เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นหลังจาก ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ ปฏิเสธ ส่งมอบเครื่องบรรเทาทุกข์ ให้กับ กระทรวงกิจการสังคม ของกลุ่ม ฮามาส ต่อมาตำรวจจู่โจมเข้าไปยังโกดังเก็บของ และใช้กำลังเข้ายึดสิ่งของช่วยเหลือเหล่านั้น ที่ต้องนำไปแจกจ่าย ให้แก่ประชาชน 500 ครอบครัว ในกาซา” ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ ระบุ

“ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ ขอประณามด้วย ถ้อยคำรุนแรงต่อ การเข้าริบเสบียงครั้งนี้ และเรียกร้องให้ ฮามาสส่งคืนโดยทันที” ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ ระบุใน แถลงการณ์

ด้าน อาห์เม็ด อัล-คูร์ด รัฐมนตรีกิจการสังคม ของ รัฐบาลฮามาส ยืนยัน การเข้ายึดดังกล่าว แต่อ้างว่า เครื่องบรรเทาทุกข์เหล่านี้ ควรนำไป แจกจ่ายให้กับ พลเรือนกาซาอย่างทั่วถึง ไม่ใช่แค่เฉพาะกลุ่ม ที่ถือสถานะ ผู้ลี้ภัย และ ได้รับสิทธิพิเศษ จากความช่วยเหลือ ของ ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ เท่านั้น

รัฐบาลฮามาส “มีหน้าที่รับผิดชอบหลัก สำหรับแจกจ่าย และ อำนวยความช่วยเหลือนี้ ด้วยความยุติธรรม เรารับผิดชอบต่อ พลเมือง 1.5 ล้านคน ในฉนวนกาซา” เขากล่าว “เราปฏิเสธ การแจกจ่าย อันแบ่งแยกใดๆ”

อย่างไรก็ตามทาง รัฐมนตรีสวัสดิการสังคม ของ อิสราเอล อิแซค เฮิร์ตซอก ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น “คือสิ่งที่พิสูจน์เพิ่มเติมว่า ฮามาส ยังคง ทำให้ ชีวิตของ พลเมืองกาซา อยู่ในความทุกข์ยาก และจะใช้ทุกวิถีทาง ทำให้ผู้คน ได้รับความทุกข์ทรมาน”

“อิสราเอล ขอยืนกราน เรียกร้องให้ส่งความช่วยเหลือ ด้านมนุษยธรรม ลำเลียงไปฉนวนกาซา เพื่อความเป็นอยู่ของ พลเรือนโดยตรง เพียงอย่างเดียว และ ไม่ควรยอมให้ ฮามาส ใช้ประโยชน์ จากมัน” เขากล่าว

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 5 กุมภาพันธ์ 2552 03:01 น. http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9520000013301


พิมพ์ ข่าวนี้ UN โวย ฮามาส ยึดสิ่งของบรรเทาทุกข์ ที่นำไปช่วยเหลือ พลเมืองกาซา



อ่านเรื่อง ที่เกี่ยวข้องได้จาก

  • อิสราเอล-ฮามาส เมิน เสียงอ้อนวอนของ ยูเอ็น ให้หยุดยิง
  • หวั่นเกิดแนวรบที่สอง ต่อจากกาซา หลังเหตุยิงจรวด จากเลบานอน

  • ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    January 10, 2009

    อิสราเอล – ฮามาส ต่างประกาศ ไม่หยุดยิง ตามมติ ยูเอ็น

    ฉนวนกาซา

    ฉนวนกาซา


    อิสราเอล-ฮามาส เมิน
    เสียงอ้อนวอนของ ยูเอ็น ให้หยุดยิง


    ปฏิบัติการโจมตีฉนวนกาซา ล่วงเข้าสู่ สัปดาห์ที่ 3 แล้ว ทั้ง อิสราเอล และ ฮามาส ต่างเมินเฉย กับเสียงอ้อนวอนของ สหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น ที่ให้มีการหยุดยิง


    เวลานี้ นายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ ไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่า การโทรศัพท์ไปหา นายกรัฐมนตรี เอฮุด โอลเมิร์ต ของอิสราเอล แสดงความผิดหวัง ที่ อิสราเอล ไม่สนใจมตี ของคณะมนตรีความมั่นคง ที่เรียกร้องทุกฝ่ายหยุดยิง

    ขณะที่ ผู้นำอิสราเอล ออกแถลงการณ์ ประกาศกร้าวว่า จะไม่ยอมตามอิทธิพล จากภายนอก เช่นเดียว กับ กลุ่มฮามาส ของปาเลสไตน์ ซึ่งประกาศ เช่นกัน ว่าจะไม่ยอมหยุดยิง

    ทำให้เมื่อคืน ที่ผ่านมานั้น ยังคงมีการโจมตี ฉนวนกาซา อย่างดุเดือด เหมือนทุกวัน โดยเครื่องบินรบ ของ อิสราเอล ทิ้งระเบิด ถล่มเป้าหมาย กลุ่มฮามาส ทั้งในเมือง คานยูนิส และ เมืองกาซา

    ขณะที่เมื่อวาน อิสราเอล ทิ้งระเบิดโจมตีฉนวนกาซา ราว 100 ครั้ง สังหารชีวิตประชาชนไปแล้ว กว่า 30 คน ครึ่งหนึ่ง เป็นพลเรือน นอกจากนี้ ยังได้ จับกุมชาวปาเลสไตน์ อีก 300 กว่าคน บริเวณตอนเหนือของ ฉนวนกาซา ด้วย

    สำหรับ ยอดรวมผู้เสียชีวิต ล่าสุด กว่า 800 คน บาดเจ็บ 3,330 คน ในจำนวนนี้ ผู้เสียชีวิต เป็น เด็ก อย่างน้อย 230 คน ผู้หญิง 92 คน


    ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า การช่วยเหลือ ด้านมนุษยธรรม ในฉนวนกาซา ที่ถูกระงับไป เมื่อวันพฤหัสบดีนั้น จะกลับมาเริ่มต้น อีกครั้ง หลังจาก อิสราเอล ให้คำรับรองว่า จะคุ้มครอง เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ ให้ดีกว่านี้ หลังจาก รถถังอิสราเอล ยิงรถบรรทุกสิ่งของช่วยเหลือ ของ ยูเอ็น ทำให้มี ผู้เสียชีวิต 1 คน และ บาดเจ็บ 2 คน


    อ่านเรื่องราวความเป็นมา ที่เกี่ยวข้อง จาก janghuman


    อิสราเอล – ปาเลสไตน์ คู่แค้นถาวรแห่งตะวันออกกลาง (ตอนแรก)

    อิสราเอล-ปาเลสไตน์ คู่แค้นถาวรแห่งตะวันออกกลาง (ตอนสอง)

    อิสราเอล-ปาเลสไตน์ คู่แค้นถาวรแห่งตะวันออกกลาง (ตอนสาม)

    อิสราเอล-ปาเลสไตน์ คู่แค้นถาวรแห่งตะวันออกกลาง (ตอนสี่)

    อิสราเอล-ปาเลสไตน์ (ตอนที่ห้า)

    อิสราเอล-ปาเลสไตน์ ปฐมบทแห่งความขัดแย้ง


    แผนที่ประกอบ

    West Bank & Gaza

    West Bank & Gaza

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 10 มกราคม 2552 12:47 น.
    http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9520000002544


    พิมพ์ ข่าวนี้ อิสราเอล-ฮามาส เมินเสียงอ้อนวอน ของ ยูเอ็น ให้หยุดยิง

    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    January 9, 2009

    สถานการณ์ ฉนวนกาซา วันที่ 13 หวั่นเกิดแนวรบ ที่สอง


    หวั่นเกิดแนวรบที่สอง ต่อจากกาซา หลังเหตุยิงจรวด จากเลบานอน

    lebanon_map

    lebanon_map


    สถานการณ์สู้รบระหว่าง อิสราเอล กับ ปาเลสไตน์ ทำท่าจะเกิด “แนวรบที่สอง” ขึ้นมา จากเมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 8 เมื่อมีการยิงจรวด 3 ลูก จาก เลบานอน เข้าใส่พื้นที่ ทางตอนเหนือของ อิสราเอล ขณะที่ใน ดินแดนฉนวนกาซา ซึ่งการสู้รบ ยืดเยื้อมา 13 วันแล้ว เครื่องบินรบ ของ อิสราเอล ได้ถล่มปูพรม มุ่งทำลายเครือข่ายอุโมงค์ ที่อ้างกันว่า เป็นช่องทางขนข้าวของ และ อาวุธจาก อียิปต์ เข้าสู่ กาซา


    จรวดทั้งสามลูก ถูกยิงเข้าไปในเมือง นาฮาริยา ทางตอนเหนือของ อิสราเอล ทำให้มี ผู้หญิงบาดเจ็บ 2 คน ในระหว่างที่ อิสราเอล ได้ส่ง คณะผู้แทน เดินทางไปยัง กรุงไคโร เพื่อเจรจาเกี่ยวกับ แผนการของ อียิปต์ ในการยุติสงคราม กับ กลุ่มฮามาส ซึ่งล่าสุด มีผู้เสียชีวิต ในฉนวนกาซา ไปแล้ว อย่างน้อย 704 คน

    ทว่ากลุ่มฮามาสปฏิเสธว่า ไม่ได้ยิงจรวด ดังกล่าว และ รัฐบาลเลบานอน ก็แถลงว่า กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งเป็นกองกำลังต่อต้านใน เลบานอน และ เป็นเป้าหมายของ อิสราเอล ในการทำสงคราม เมื่อปี 2006 ได้แสดงออกมา อย่างชัดเจนแล้วว่า ฮิซบอลเลาะห์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้

    ฉนวนกาซา

    ฉนวนกาซา

    กองทัพอิสราเอล ได้ยิงปืนใหญ่ตอบโต้ เข้าไปยังเขต ที่มีการยิงจรวด ออกมาจาก เลบานอน ด้วย ทำให้พลเรือน ในบริเวณดังกล่าว วิ่งหนีกัน อย่างแตกตื่น ด้วยความหวาดกลัวว่า จะเกิดแนวรบใหม่ ในพื้นที่นั้น

    แม้ว่ารัฐบาลอิสราเอล จะยังไม่ได้แสดงความเห็นใดๆ เกี่ยวกับ การโจมตีลุ่ด แต่พวกสื่อ ต่างอ้างแหล่งข่าวจาก กองทัพ ว่าการโจมตีด้วยจรวด น่าจะมาจาก กลุ่มกองกำลังปาเลสไตน์ ซึ่งโกรธแค้น การที่อิสราเอล ใช้ปฏิบัติการ รุกใส่ ฉนวนกาซา

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 9 มกราคม 2552 00:36 น.
    http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9520000001943


    พิมพ์ ข่าวนี้ หวั่นเกิดแนวรบที่สอง ต่อจาก กาซา หลังเหตุยิงจรวด จากเลบานอน


    อ่านเรื่องราวความเป็นมา ที่เกี่ยวข้อง จาก janghuman


    อิสราเอล – ปาเลสไตน์ คู่แค้นถาวรแห่งตะวันออกกลาง (ตอนแรก)

    อิสราเอล-ปาเลสไตน์ คู่แค้นถาวรแห่งตะวันออกกลาง (ตอนสอง)

    อิสราเอล-ปาเลสไตน์ คู่แค้นถาวรแห่งตะวันออกกลาง (ตอนสาม)

    อิสราเอล-ปาเลสไตน์ คู่แค้นถาวรแห่งตะวันออกกลาง (ตอนสี่)

    อิสราเอล-ปาเลสไตน์ (ตอนที่ห้า)

    อิสราเอล-ปาเลสไตน์ ปฐมบทแห่งความขัดแย้ง


    แผนที่ประกอบ

    West Bank & Gaza

    West Bank & Gaza

    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    December 1, 2008

    “ทักษิณ” ตอแหล ฉบับเต็ม ถล่ม อังกฤษ จาบจ้วงไม่เลิก – “Catch me if you can” said Thaksin Shinawatra


    Catch me if you can


    Last week Thailand descended into chaos as tens of thousands of protesters surrounded parliament in a bid to drive out the government it accuses of being puppets of former Prime Minister Thaksin Shinawatra.

    Since he was ousted in a bloodless coup in 2006, his UK visa has been revoked, his wife has divorced him and a controversial two-year jail sentence for corruption awaits him in his home country. In his first interview in 18 months, he speaks to Arabian Business.

    If Thaksin Shinawatra is feeling the heat, then he’s not showing it. Thailand has an arrest warrant out for its former prime minister. The UK has just revoked his visa, and some Western countries are distancing themselves from the man they once championed as their greatest ally in Asia. And yet all Shinawatra can do is shrug.

    “Do you know how many countries there are in the world? There are 197. And only 17 have an extradition treaty with Thailand,” he notes with a thin smile. “Better still, only 10 of those treaties are active. So, don’t you worry about me, I still have many places to stay.”

    One such place is Dubai, where Shinawatra is resting comfortably in one of the emirate’s top five-star hotels. He might feel entitled to a break, too, as it has been a busy 2008 for the man first nominated to Thailand’s top office in a landslide election victory in 2001.

    Two years ago he was overthrown in a bloodless coup while visiting the UN in New York. Exiled after months of massive anti-government protests, he ended up in the UK, where he bought Premier League football club Manchester City.

    After the 2007 election, in which his new People Power Party won a healthy majority, and the forming of a new democratic government by his allies, Shinawatra returned in early 2008 to face his corruption charges in legal courts. However, he and his wife skipped bail – they were convicted in absentia, and a lengthy stay in a Bangkok jail awaits them if they return.

    The UK froze his reputed $4bn of assets, forcing him to sell Manchester City to Abu Dhabi’s Sheikh Mansour. To add to his troubles, his UK visa was revoked – oh, and his wife divorced him last week.

    “It’s been a busy few months,” he says, laughing at his own predicament. And it’s about to get even busier, as Shinawatra reveals he intends to make a comeback in politics, tackle global poverty, reorganise the Middle East’s healthcare system – and while he’s at it, establish a sizeable foundation to look after Asians hit by the financial crisis.

    The really tricky one on the above ‘Shinawatra to-do list’ is return to politics. On October 21, 2008, five members of a nine-member special bench of the Supreme Court found him guilty of a conflict of interest and sentenced him to two years in jail.

    The judges found that Shinawatra had ultimate oversight over the Financial Institutions Development Fund, a government-run agency that bought up bank collateral and mortgages. Shinawatra’s wife won a competitive auction for a piece of land owned by the FIDF in 2003, and the judges found that his wife’s purchase of the land was done on his behalf, thus constituting a conflict of interest.

    Given the two-year jail term that awaits him upon his his return – not to mention a long list of political enemies who would like to see the back of him for good – a return to his homeland doesn’t sound like the wisest move.

    “I have no choice,” he insists. “In the beginning after I was ousted, my wife asked me not to go back to politics. She didn’t like politics, and the whole family went through a lot of hardship so I didn’t go back.

    “But now I have been cornered because the country is going down deeply,” he continues. “The confidence is not there; the trust among the foreign community is not there; the poor people in rural areas are in difficulty.

    With me at the helm I can bring confidence quickly back to Thailand, and that is why we have to find a mechanism under which I can go back into politics.”

    What does his wife think about this? “She has divorced me,” he responds, bluntly – end of subject.

    He admits that going back now would be too risky, but insists that “time is on my side”. Last week tens of thousands of anti-government protesters marched on Thailand’s parliament.

    The protesters, from the People’s Alliance for Democracy (PAD) blocked all streets leading to parliament and besieged other state buildings, forcing MPs to cancel their business, in response to a grenade attack on the protester’s camp that killed one of their supporters earlier this month.

    Violence flared and as Arabian Business went to press, the head of Thailand’s army had asked the government to dissolve parliament and call new elections – circumstances hardly conducive to a return for the former prime minister.

    “I can stay here and do some business, enjoy life a bit. But I have to go back for my people and my supporters, most of whom are poor or middle class,” he says.

    “In the past the poor didn’t see the future – they only saw the bitter past and short present,” he continues. “After I became PM I gave them hope, I brought them freshness. They saw a future for their children to go to school and for their crops. They were happy – even taxi drivers were happy – and I brought the economy back to normal.”

    But could he really be PM again? Shinawatra is adamant that it could happen.

    “The coup is still there – it has been transformed from a military coup to a judicial coup,” he explains. “I think a lot depends on the power of the people – if they feel they are in hardship and they need me to help them, I will go back.

    The poor have no choice but to live in a capitalist economy, but they have no capital. They have no access to it. If you give them that access, it changes everything.


    “If the King feels I can be beneficial I will go back and he may grant me a royal pardon,” he continues. “If they don’t need me and the King feels I can make no difference then I will stay here and do business. I will live my life with friends.”


    Today Shinawatra is in the Gulf rekindling close friendships with business and political leaders in the region. He said he has been made to feel very welcome, unlike in the UK, where many were surprised by the British government’s decision to revoke his visa. Now, he chooses his words carefully, but remains singularly unimpressed at the circumstances of his departure.

    “I think the UK is a mature democratic country, and they should understand that I am the victim of the coup d’etat,” he maintains. “I am the victim of dictatorship, even though there was a court verdict.

    “But that is like the fruit on the poisoned tree – the whole tree has been poisoned and I am the fruit. The tree was planted by the military coup,” he says, adding: “England must understand better but unfortunately they are now busy with their own problems so they forgot about democratic values.

    “I don’t care, though – I thank them because I went there, I bought a football club then sold it and made some money in the process,” he says. “They gave me a place to stay, even though it was short-term. My children went to school there.

    One day, they will understand better, and they will feel sorrow for what they have done because they have not respected their own democratic values.”

    So what next for Shinawatra? Putting his political problems aside, Shinawatra is focused on tackling poverty in Asia. He speaks passionately about the plight of the poor, and details the measures he took during his reign in Thailand – and how they worked. Top of his agenda is healthcare. During his premiership, Shinawatra wasted no time in introducing a new system of blanket healthcare insurance for the equivalent of just 3 dirhams a month.

    “At least 18 million poor people can now enjoy full healthcare,” he says proudly. “If they are having a baby they pay just 3 dirhams. For heart surgery, 3 dirhams. I re-managed the whole public health budget and allocated set amounts to every hospital.

    “We added more equipment and built centres of excellence. Now they can get the same service as anyone else, regardless of how poor they are,” he adds.

    Does he plan to do the same here? “I think if I can re-manage for the UAE government, I will do exactly the same. I will bring in the same experts who used to work with me. I will not just give treatment but also preventive measures – for example, there is a lot that can be done with nutrition and other advice on healthy living.”

    Shinawatra insists that he would increase the number of family doctors available, and also establish clinics nearer to housing districts, in order to free up hospital resources and make life easier for the 80 percent of patients who do not actually require hospital treatment.

    As well as improving healthcare services in the emirates, Shinawatra is also putting together his own detailed proposals for tackling poverty on a wider scale.

    In particular, he wants governments to use their surpluses to create micro-loans for the poor, in the same way that they were pioneered by Nobel Prize winner Muhammad Yunus, in Bangladesh.

    Thailand’s People Bank, giving the poor small loans at just 2.5 percent, has been a huge success and Shinawatra wants to extend the principle across Asia.

    In order to achieve this dream, he has launched a new foundation, named ‘Building a Better Future’.

    “What does the capitalist economy mean? It means you need capital to create wealth,” he explains. “The poor have no choice but to live in a capitalist economy, but they have no capital. They have no access to it. If you give them that access, it changes everything.”

    Shinawatra insists that the poverty issue is one that has been “misunderstood” in the past. “Most countries are run by veteran politicians who only have experience of politics,” he points out. “What is missing is management. Politics is about power and law – politicians don’t understand how to run an organisation.

    “As an experienced businessman I think I bring some modern management to the government,” he continues. “It proved to work well in Thailand but they didn’t let me stay that long. If I had stayed the full eight years I think I could have made a big difference.”

    With so much on his agenda, it is hard to say what the future holds for Thaksin Shinawatra. He expresses deep gratitude to Abu Dhabi’s HH Sheikh Mansour for engineering the takeover of Manchester City, saying he sold a club but gained “a great friend”. Above all, though, he is looking to go home. He makes no apologies, and has no regrets, about the past.

    “I cannot live in my own country. There were many assassination attempts, and my family has been broken up because we all have to live in different countries. I regret the result, but not what I have done. You see, I love the Thai people.”


    Story by Anil Bhoyrul on Sunday, 30 November 2008


    logo_arabianbusiness URL of this Article http://www.arabianbusiness.com/539714-catch-me-if-you-can



    Related Story : Click ที่นี่ – “แม้ว” อัดยับ ผู้ดีไม่เคารพ ปชต.ต้นแบบตัวเอง ฝันกลับไทยสู้การเมือง! – Ex-Thai PM hits out at UK from 24 Nov 08


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    September 22, 2008

    “สนธิ” แฉ ความอัปยศ ของ รัฐบาลขายชาติ ปล่อยเขมรให้สัมปทานฝรั่ง ขุดน้ำมัน ในเขตทับซ้อนไทย

    Filed under: กัมพูชา,การเมืองภาคประชาชน,การแก้ไข รธน.,ก่อความไม่สงบ,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข่าวเศรษฐกิจ,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,คอร์รัปชั่น,คำพิพากษา,คำสั่งศาล,คุณธรรม,คุณภาพชีวิต,จริยธรรม,จีน,ชายแดนภาคใต้,ชุมนุมประท้วง,ซาอุดิอาระเบีย,ญี่ปุ่น,ตรวจสอบ,ตะวันออกกลาง,ธรรมาภิบาล,พม่า,พลังงาน,สหรัฐอเมริกา,อังกฤษ,อัฟกานิสถาน,อินโดนีเซีย,อิหร่าน,เวียตนาม — accomthailand @ 01:36
    Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

    สนธิ ลิ้มทงกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่ประชาธิปไตย จวก รัฐบาลขายชาติ ปล่ยเขมรให้สัมปทานฝรั่ง ขุดน้ำมันเขตทับซ้น

    สนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย จวก รัฐบาลขายชาติ ปล่อยเขมรให้สัมปทานฝรั่ง ขุดน้ำมันเขตทับซ้อน


    “สนธิ” จวก รัฐบาลขายชาติ ปล่อยเขมรให้สัมปทานฝรั่ง ขุดน้ำมันเขตทับซ้อน


    “สนธิ” ย้ำ “การเมืองใหม่” ต้องให้ประชาชน มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง และเปิดให้ถอดถอน นักการเมืองง่ายกว่าเดิม 100 เท่า พร้อมให้ ปชช. มีส่วนร่วม จัดการทรัพยากรของชาติ ให้ตกเป็นของคน 64 ล้านคน จวก รัฐบาลขายชาติ ปล่อยเขมร ให้สัมปทาน “เชฟรอน” เจาะน้ำมัน เขตทับซ้อน ระบุเบื้องหลัง ความวุ่นวายของโลก มี “น้ำมัน” อยู่เบื้องหลัง แฉต่างชาติจ้องฮุบ แหล่งก๊าซ-น้ำมันมหาศาล ในอ่าวไทย


    คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย
    คลิกที่นี่ เพื่อชม (56 K) นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย
    คลิกที่นี่ เพื่อชม (256 K) นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย


    เมื่อเวลา 21.38 น. วันที่ 21 ก.ย. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นเวทีปราศรัยที่ ทำเนียบรัฐบาล ว่า ใน การประชุม เรื่องการเมืองใหม่วันนี้ ไม่ได้มาประชุมด้วย เพราะพิษไข้ แต่ได้บอกกับ แกนนำคนอื่นๆ แล้วว่า ความเห็นส่วนตัว เรื่องการเมืองใหม่ คือ


    1. การที่ภาคประชาชน ได้มีส่วนร่วม ทางการเมืองจริงๆ โดยมีกฎหมายรองรับ และ
    2. เราต้องมีกระบวนการ ถอดถอนนักการเมืองชั่ว ที่ง่ายกว่าเดิมสักร้อยเท่า คือสามารถถอดถอนได้ โดยตรง ไม่ต้องผ่าน อัยการสูงสุด ไม่ผ่าน ศาลรัฐธรรมนูญ นั่นคือ ประชาชน สามารถอดถอน ส.ส. ได้ การเมืองใหม่ จึงไม่ใช่ การเมืองของพวกที่ซื้อเสียง เข้าไป แต่ต้องเป็น การเมือง ของ ประชาชน ที่มีส่วนร่วม อย่างแท้จริง


    หลังจากนั้น นายสนธิได้กล่าวถึง ประเด็นสำคัญนั่นคือ เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมดที่เกิด จากน้ำมัน โดยอธิบายว่า สาเหตุที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เคยทำธุรกิจโทรศัพท์มือถือ ขายหุ้นให้ เทมาเส็ก และไปร่วมเจรจากับ ประเทศต่างๆ เป็น เรื่องพลังงาน ทั้งสิ้น


    นายสนธิ กล่าวต่อว่า ในโลกนี้ ไม่มีอะไรมีความหมาย ทางเศรษฐกิจ เท่ากับ น้ำมัน โดยเฉพาะ ในประเทศตะวันตก ที่ใช้น้ำมัน ในการพัฒนา อุตสาหกรรม ความกินดีอยู่ดี ของคนตะวันตก จึงขึ้นกับการพึ่งพา แหล่งน้ำมัน ซึ่งอยู่ใน ตะวันออกกลาง ทำให้ ประเทศตะวันตก เข้าไปเกี่ยวข้อง กับ ปัญหาทางการเมือง ในตะวันออกกลาง โดยในปี พ.ศ. 2499


    นายก โมซาเด็ก ของอิหร่าน ที่รักชาติได้ยึดบ่อน้ำมัน ของบริษัทต่างชาติ มาเป็น ของ อิหร่าน แล้วจ่ายค่าชดเชยให้ ทาง สหรัฐอเมริกา และ อังกฤษ จึงหาทาง ล้มรัฐบาลนายโมซาเด็ก แล้วให้ ซีไอเอ และ สายลับ เอ็มไอ 6 โค่นล้ม นายโมซาเด็ก ลงแล้วให้ พระเจ้าชาห์ ขึ้นมาปกครอง ประเทศ และ คืนบ่อน้ำมัน ให้บริษัทต่างชาติ ตามเดิม


    ส่วนที่ ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็น แหล่งน้ำมัน ร้อยละ 50 ของ ตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำมัน ร้อยละ 70 ของทั้งโลก สหรัฐอเมริกา ได้จับมือ เซ็นสัญญา ซื้อน้ำมันระยะยาว และรับประกัน ราคานำมัน ให้ โดยสัญญาสิ้นสุด ในปี พ.ศ. 2539 โดยก่อนที่จะสิ้นสุดสัญญานั้น บริษัทน้ำมัน อาทิ เชฟรอน เอสโซ่ เชลล์ ได้สำรวจแหล่งน้ำมันทั่วโลก ซึ่งทำให้รู้ว่า มีที่ไหนบ้าง แต่ยังไม่ขุด เพราะยังสามารถซื้อ น้ำมันราคาถูก จากซาอุฯ ได้ จึงเก็บ เป็นความลับ เอาไว้


    นายสนธิ กล่าวต่อว่า บริษัทน้ำมันของ ต่างชาติ ได้ใช้ดาวเทียมสำรวจน้ำมัน ซึ่งเคยถ่ายภาพ บริเวณ อ่าวไทย และ พบว่า เป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ ด้วยน้ำมัน ที่ไม่น้อยกว่า ซาอุดีอาระเบีย แต่เก็บเป็นความลับเอาไว้ เพราะเขาลงทุน เป็นพันเป็นหมื่นล้าน ในการสำรวจ ประกอบกับ ราคาน้ำมัน ขณะนั้น ยังไม่ขึ้น จนกระทั่งช่วง 18 เดือน ที่ผ่านมา ที่น้ำมันขึ้นราคาจาก บาร์เรลละ 40 เหรียญ เป็น 100 กว่าเหรียญ แล้วตกไป 90 กว่า และ จะ ไม่มีวันต่ำกว่า 80 เหรียญ หลังจากนี้ เพราะ อาหรับ หันไปใช้ ราคาทองคำเป็นตัวกำหนดราคา เป็นราคาที่ ชาวอาหรับ พอใจ ขณะที่ บริษัทน้ำมัน ก็ไม่สนใจว่า ผู้ใช้จะเดือดร้อน หรือไม่ รวมถึง ปตท. ของไทย ที่ขายให้เอกชน ไปแล้ว


    นายสนธิ กล่าวต่อว่า บริษัทน้ำมัน มีอิทธิพลสูงมาก จนสามารถ ล้มรัฐบาลชาติไหนก็ได้ ที่ไม่ตอบสนอง เรื่องพลังงานให้เขา เรื่องนี้ มีบทพิสูจน์ นายจอร์จ ดับเลิลยู. บุช ขึ้นมาเป็น ประธานาธิบดีได้เพราะ อิทธิพลบริษัทน้ำมัน เมื่อขึ้นมา ก็ส่งเสริม บริษัทน้ำมัน บินมาเอเชีย ก็เพื่อเจรจา เรื่องน้ำมัน


    หลังปี พ.ศ. 2539 เป็นต้นมา สหรัฐฯ เริ่มเปิดลิ้นชัก ผลสำรวจแหล่งน้ำมัน ที่เก็บเป็นความลับ ซึ่งในแผนที่ลับ จะชี้ว่า ที่ใดมีน้ำมันบ้าง เป็นที่ทราบ มานาน สำหรับคนที่เรียน วิศวปิโตรเลียม ว่า พื้นที่ใดที่มีแม่นำไหลลง ทะเล ปากแม่น้ำ จะมี น้ำมันมหาศาล ซึ่ง ไทย กัมพูชา และ เวียดนาม มี แม่น้ำโขง ไหลลงมา พื้นที่ อ่าวไทย ทั้งหมด จึงคือ ขุมทรัพย์มหาศาล ของ น้ำมัน และ ก๊าซธรรมชาติ ซึ่งฝรั่งรู้มานานแล้ว แต่เก็บเป็น ความลับ เอาไว้ จนราคาน้ำมัน ขึ้นมา


    ขณะที่ พ.ต.ท. ทักษิณ เริ่มสนใจน้ำมัน ปี 2547-2548 เพราะเป็นช่วงที่ ราคาน้ำมันกระโดด จาก 20 เป็น 30 เหรียญ นาย โมฮัมเหม็ด อัลฟาเยด เจ้าของห้างแฮร์รอดส์ ได้บินมาไทย เพราะมีข้อมูลน้ำมัน ในอ่าวไทย แต่เป็นที่ทับซ้อน ไทย-กัมพูชา เมื่อมาเจรจา ขอสัมปทาน แต่จะต้องคุยทั้ง ไทย และ กัมพูชา ก่อน จึงถอยฉากออกไป พร้อมกับทิ้งข้อมูล ไว้ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วยเหตุนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ จึงคิดที่จะขาย ชินคอร์ป เพื่อเอาเงิน เทมาเส็ก มา โดยส่วนหนึ่ง จะเอามาลงหุ้น กฟผ. ที่จะแปรรูป ส่วนหนึ่ง จะตั้ง บริษัท ขุดเจาะน้ำมัน ในอ่าวไทย


    ทั้งนี้ แหล่งน้ำมัน ในอ่าวไทย นั้น พื้นที่ที่อยู่ใกล้ฝั่งนั้น เป็นของแต่ละประเทศ อย่างชัดเจน แต่พื้นที่ตรงกลาง ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิ์ จึงถือเป็น พื้นที่ทับซ้อน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ เขมร นั้น เชฟรอน ได้เข้ามาขุดสำรวจ 4 หลุม พบว้ามี น้ำมัน และ ก๊าซธรรมชาติ 3 หลุม แสดงว่า ในอ่าวไทย เต็มไปด้วย น้ำมัน และ ก๊าซธรรมชาติ โดย เชฟรอน อ้างในรายงานว่า ในหลุม ที่ขุดพบ มีน้ำมัน ประมาณ 1 ล้าน-ล้าน บาร์เรล


    แต่เว็บไซต์ของ ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมัน บอกว่า ตามธรรมดาแล้ว บริษัทน้ำมัน ที่ไปรับสัมปทาน ในประเทศโลกที่ 3 จะโกหก โดยข้อเท็จริง จะมีมากกว่าที่บอก ประมาณ 50-100 เท่า เพราะเขาไม่ต้องการให้รู้ว่า มีประมาณมากขนาดนั้น


    วิธีการของมันที่ทำ คือ ส่วนที่ขุดออกมา มันก็ส่งออก และ จ่ายค่าสัมปทาน แต่ อีกส่วนหนึ่ง มันก็ทำ แบบที่ ปตท. ก็ทำอยู่ คือ เอา เรือบรรทุกน้ำมัน ลักลอบ มารับ จากท่อขุดเจาะ โดยตรง แล้วเอาไปขาย


    อีกจุดที่มีน้ำมันเยอะ ถ้าลากเส้นจาก จังหวัดยะลา นราธิวาส ปัตตานี ตรงดิ่งเข้าไปในทะเล ประมาณ 120 กิโลเมตร เป็นแหล่งนำมัน มหาศาล ที่ยังไม่มีใครรู้ นี่ไง 3 จังหวัดภาคใต้จึงยังไม่สงบ


    เหมือน ติมอร์ ที่แยกไปจาก อินโดนีเซีย เพราะมันมี น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ แร่ดีบุก ทองคำ และ แพลททินัม ประเทศที่สนับสุนให้ ติมอร์ แยกตัวออกไปคือ ออสเตรเลีย แล้วบริษัทที่ ขุดเจาะน้ำมันใน ติมอร์ และผูกขาดทำเหมือง ก็จาก ออสเตรเลีย ทั้งหมด เหมือนกับ ที่ อาเจะห์ แหล่งน้ำมันใหญ่ อีกแห่ง


    การทำให้ 3 จังหวัดภาคใต้ วุ่นวายตลอด เป็นความพยายามให้ 3 จังหวัด ประกาศตนเป็นอิสระ โดยมี บริษัทน้ำมัน สนับสนุน เพื่อพวกมันจะได้ เข้าไป ฮุบผลประโยชน์ ที่ 3 จังหวัด มีสิทธิ ตามระยะเข็มไมล์ ตามกฎหมายทางทะเล นายสนธิ กล่าว


    นายสนธิ กล่าวต่อว่า ที่เราทะเลาะกับ เขมร ตอนนี้มีตัวเล่นเพิ่ม คือ จีน ที่พัฒนาตัวเอง ในรอบ 15 ปีมานี้ จนร่ำรวย และ เติบโตมหาศาล แต่เริ่มเดิน ไม่ออก เพราะเริ่มขาดแคลน น้ำมัน จากเดิม ที่มีบ่ำน้ำมันที่ ต้าชิง และ ส่งออก ตอนนี้ต้องนำเข้า ต้องค้าขายกับ อิหร่าน เพิ่ม และ ออกไป ลงทุน ทำบ่อน้ำมันใน อาฟกานิสถาน ไปสนับสนุน รัฐบาลพม่า เพราะมี แหล่งก๊าซฯ


    ส่วนที่ต้องมาเกี่ยวกับ เขาพระวิหาร เพราะถ้าลากเส้นไป ก็จะกินพื้นที่เข้าไป ในเขตทับซ้อน มีการสร้างถนน จาก สีหนุวิลล์ วิ่งไปทางเขาวิหาร และ ทะลุไป คุนหมิง ซึ่งไม่ใช่แค่เส้นทางรถวิ่ง แต่เป็นแนวท่อส่งน้ำมันไปให้ จีน


    สหรัฐฯ จึงเข้ามาขวางเพราะกลัว จีน จะแผ่อิทธิพล ถึงขนาดลงไว้ใน ยุทธศาสตร์ความมั่น ของ สหรัฐฯ ว่า ศัตรูหมายเลขหนึ่งของเขาคือ จีน


    ในที่สุด เขมร ก็จะเป็นประเทศ ที่มี ก๊าซธรรมชาติ มีแหล่งพลังงาน เยอะ และกำลังให้ บริษัทฝรั่งมาตรวจสอบ แหล่งก๊าซฯ และ น้ำมัน ที่มีอยู่ใน ทะเลสาบ (Tonle Sap) ที่ เขมรจับปลามาทำ ปลากรอบ ที่นั่นคือ แหล่งก๊าซ และ น้ำมัน แต่ไม่ต้องห่วง เขมร จะมี น้ำมัน มากแค่ไหน ก็จะเหมือน ไนจีเรีย ซึ่งในรอบ 30 ปี ที่ผ่านมา เจอน้ำมันแต่ให้ ต่างชาติรับประโยชน์ไป 600,000 ล้านเหรียญ ในขณะที่ ประชาชน กว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ของ ไนจีเรีย ยังยากจน ถึงขั้นไม่มีข้าวกิน


    “เขมร ก็จะเป็นแบบนั้น เพราะมันมี รัฐบาล และ นายกฯ ที่ชาติชั่ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัว เขมร มันเป็น ประเทศที่ถูกสาป ไม่ถูกสาปได้ไง ขนาด พระสังฆราช ยังเล่นของ แล้วจะเจริญได้อย่างไร เราไม่ต้องไปกลัว แต่กำลังชี้ให้เห็นว่า การเมืองระหว่างประเทศ กำลังมีบทบาท ใน ไทย เรื่องน้ำมัน เมื่อ สหรัฐฯ จีน เข้ามา ฝรั่งเศส ก็เข้ามา ญี่ปุ่น ก็เข้ามา กรรมการ ที่จะมาดูแลพื้นที่ เขาพระวิหาร ที่เป็นมรดกโลก ก็คือ 6 ประเทศ ที่อยากได้ นำมัน” นายสนธิ กล่าว


    นายสนธิ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ เขมร ได้อนุญาตให้ เชฟรอน ตั้งแท่นขุดเจาะ บนพื้นที่ทับซ้อน กับ ไทย แล้ว โดยที่ เราไม่ได้คัดค้านเลย ต่างจาก จีน ที่มีพื้นที่ทับซ้อนกับ เวียดนาม แล้วจู่ๆ เวียดนาม ก็ให้ เชฟรอนรับสัมปทาน จีน จึงแจ้งไปว่า พื้นที่นี้เป็นของ จีน ถ้า เชฟรอน ตั้งแท่นเมื่อไหร่ จะส่งเรือไปถล่มทันที เชฟรอน รีบถอยเลย


    “ถ้าเรามีรัฐบาล ที่รักชาติ มีทหาร ที่ไม่ห่วง แค่ยศ แค่ตำแหน่ง กับ งบประมาณซื้ออาวุธ ถ้า มันห่วงทรัพยากรธรรมชาติ ในอ่าวไทย มันต้องขยับแล้ว ต้องแจ้ง เชฟรอน ว่า ตรงที่แท่นคุณไปตั้ง มันของผม ถึง เขมร บอกเป็นของเขา ก็ตาม เมื่อไหร่ที่คุณลงเสา ผมเอาปืนยิงเลย แต่มันทำไมมันไม่ทำ เพราะมันเป็น รัฐบาลขายชาติ นี่ไง เรามาสู้เพื่ออะไร เข้าใจหรือยัง ทรัพยากร นี่คือ สินทรัพย์ของแผ่นดิน ที่เราต้องมา บริหารจัดการเพื่อ คนไทย 64 ล้านคน ไม่ใช่เพื่อ โคตรใครบางคน ที่อยู่ ลอนดอน และไม่ใช่เพื่อ โคตรของ คนตาเหล่”


    นายสนธิ กล่าวต่อว่า การเมืองใหม่ มีความหมาย หลายๆ อย่าง มากมายมหาศาล ถ้าเรา เอาเรือปืนเราไปไล่ เชฟรอน ทั้ง อเมริกา จีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น ก็ต้องถอย เพราะคิดว่า ไทย เอาจริง และมาคุยกับ ไทย ดีกว่า เมื่อมาคุยกับ ไทย เราก็ต้องมีเงื่อนไขว่า ฮุนเซน จะไปซี้ซั้ว ให้ใครไมได้ ให้เมื่อไหร่ ยิงเมื่อนั้น ฮุนเซน ก็ต้องถามเราว่า จะเอายังไงบอกมา เราก็บอกให้เขียน แผนที่ กันใหม่ ถ้าไม่ยอม เราก็ไม่ยอม เพราะ คนไทย ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว อยู่แล้ว เราทำมาหากิน เรารวยกว่า เขมร มาก


    แต่ก่อนที่ จะทำเช่นนั้นได้ เราต้องเอา บริษัทขายชาติ กลับมาเป็นของเรา นั่นคือ ปตท. ที่มันขายชาติ มันมี แผนที่ข้อมูลหมด ว่าที่ไหน มีน้ำมัน แต่เก็บไว้เอง แล้วทำมาหารับประทาน กับ บริษัทน้ำมัน และ ก๊าซฯ ของ ฝรั่งต่างชาติ จนผู้บริหารร่ำรวย ซึ่งถ้าตนมีอำนาจ จะยึคทรัพย์ ผู้บริหาร ปตท. ทั้งหมด


    “นายประเสริฐ บุญสมพันธ์ พูดอย่างภาคภูมิใจว่า ปตท. ร่ำรวย ยอดขาย เท่านั้นเท่านี้ เป็นบริษัทอันดับหนึ่ง ของ ไทย แต่ทุกอย่าง ที่เอาไป แปรรูป นั้น ล้วนแต่เป็นของ ชาติบ้านเมือง ไม่ใช่ ของคุณ ทุกอย่างเป็น ของชาติ แม้แต่ ท่อส่งก๊าซ ศาลปกครอง ก็สั่งให้เป็น ของรัฐ แล้วคุณ ก็ไปบีบ เพื่อให้ ได้เช่าท่อก๊าซ ในราคาถูก ซึ่งถ้ามี การเมืองใหม่ เราไม่ยอมเด็ดขาด”


    นายสนธิ ย้ำว่า ทุกอย่างเกี่ยวข้องกับ น้ำมัน เราต้องมี การเมืองใหม่ ที่เจรจาเป็น ไม่ใช่ การเมือง ของ นายกฯ เลขานายก ประธาน ปตท. หรือ คนที่อยู่ ลอนดอน แต่เป็นของ คนไทย 64 ล้านคน เมื่อเป็นเช่นนั้น การเจรจาก็จะไม่ยาก ก็เพราะทุกอย่าง เมื่อเจรจาเสร็จ ผลประโยชน์ เข้ากระเป๋า 64 ล้านใบ แต่ถ้าเป็น การเมือง ของพวกเขาเอง ก็จะแบ่งผลประโยชน์ ระหว่างพวกเขา ไม่กี่คน กับ บริษัทฝรั่ง เหลือเศษเนื้อติดกระดูก ให้ คนไทย


    “สำหรับผม การเมืองใหม่ ที่ต้องมีคือ จะต้องรักษา สินทรัพย์ ที่ผมเล่ามา ให้ตกเป็นของคนไทย ทั้งประเทศ” นายสนธิย้ำ


    นายสนธิ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากที่ ตนได้พูด เรื่องวิกฤติการเงินในสหรัฐฯ กรณี เลห์แมน บราเธอร์ส และ เอไอจี แล้ว มีโทรศัพท์มามาก จาก ตัวแทนเอไอเอ ที่เป็นพันธมิตร เข้ามามาก ให้ช่วยชี้แจงว่า เอไอเอ ที่เมืองไทย มีเอไอจี ถือหุ้นเพียงแค่ 1 เปอร์เซ็นต์ครึ่ง เอไอเอ เมืองไทย จึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่อย่างไร ก็ตาม บริษัทประกัน ที่มีน้ำใจ ที่หนักแน่นให้แก พันธมิตร คือ “วิริยะประกันภัย” ที่ยอมขาย กรมธรรม์ ในการประกันตัว นักรบศรีวิชัย

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
    22 กันยายน 2551 01:36 น.
    http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000112028


    พิมพ์ ข่าวนี้ “สนธิ” จวกรัฐบาลขายชาติ ปล่อยเขมรให้สัมปทานฝรั่ง ขุดน้ำมันเขตทับซ้อน


    ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    May 23, 2008

    คณะมนตรีความมั่นคงแห่ง สหประชาชาติ ยินดีกับข้อตกลง ของทุกฝ่ายใน เลบานอน

    เมื่อวานนี้ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ แสดงความยินดีกับข้อตกลงสันติภาพ ของฝ่ายต่างๆ ในเลบานอน ที่กาตาร์เป็นผู้ไกล่เกลี่ย

    ข้อตกลงนี้ อาจจะป้องกันไม่ให้เ กิดสงครามในตะวันออกกลาง ขึ้นอีกครั้งหนึ่งได้ ในแถลงการณ์ ที่ได้รับการเห็นชอบจากสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ 15 ประเทศ

    คณะมนตรีความมั่นคง ยังเห็นชอบกับ ข้อตกลงห้ามการใช้อาวุธและความรุนแรง เพื่อ แก้ไขข้อขัดแย้งอีกด้วย นอกจากนี้ ยังได้กล่าวสรรเสริญข้อตกลง ของฝ่ายที่เป็นเสียงส่วนใหญ่ ที่ได้รับการสนับสนุนจาก กลุ่มประเทศตะวันตกในเลบานอน และกลุ่มฝ่ายค้านภายใต้การนำของ กลุ่มเฮซบอลลาห์ ที่ได้รับการสนับสนุนจาก ซีเรียและ อิหร่าน เพื่อเลือก ประธานาธิบดีคนใหม่

    จัดตั้งคณะรัฐมนตรีเพื่อเอกชาติแห่งชาติ และหารือถึง กฎหมายเลือกตั้งของ ประเทศ ขณะเดียวกัน คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ได้ยืนยันอีกครั้งหนึ่งถึงการสนับสนุน อย่างเต็มที่ต่อ

    บูรณภาพแห่งดินแดน อธิปไตย ความเป็นเอกภาพ และ อิสรภาพในทางการเมืองของเลบานอน ภายใต้พรมแดนที่ได้รับการสนับสนุนจากนานาชาติ และอำนาจบริหารของรัฐบาลในเลบานอนเหนือดินแดนทั้งหมด

    May 11, 2008

    ผู้นำสหรัฐจะเดินทางเยือนภูมิภาคตะวันออกกลาง

    ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุช ผู้นำสหรัฐจะเดินทางเยือนตะวันออกกลางในสัปดาห์นี้ เพื่อหาทางผลักดันกระบวนการสร้างสันติภาพระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ ก่อนที่จะพ้นจากตำแหน่งในอีก 9 เดือนข้างหน้า และครั้งนี้ยังเป็นการเยือนครั้งที่ 2 ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา
    ประธานาธิบดีบุชมีกำหนดที่จะพบสนทนากับนายเอฮุด โอลเมิร์ต นายกรัฐมนตรีอิสราเอลในวันพุธที่จะถึงนี้ ซึ่งการสนทนาดังกล่าวจะมีขึ้นในขณะที่นายโอลเมิร์ตถูกกดดันให้ลาออก หลังถูกกล่าวหาว่ารับสินบนจากนักธุรกิจชาวอเมริกัน และในการเยือนตะวันออกกลางครั้งนี้ประธานาธิบดีบุชไม่มีแผนที่จะเดินทางไป เขตปกครองปาเลสไตน์ หรือจัดการประชุมสุดยอดร่วมกับนายโอลเมิร์ตและประธานาธิบดีมาห์มุด อับบาส ของปาเลสไตน์ และหลังเสร็จสิ้นการเยือนอิสราเอลแล้ว ประธานาธิบดีบุชจะเดินทางเยือนซาอุดิอาระเบีย ซึ่งประธานาธิบดีบุชคาดหวังว่า ซาอุดิอาระเบียจะช่วยผลักดันกระบวนการสันติภาพตะวันออกกลาง และเข้าไปมีบทบาทมากขึ้นในการสร้างเสถียรภาพในอิรัก นอกจากนี้ผู้นำสหรัฐยังจะหารือเรื่องราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้นกับผู้นำซา อุดิอาระเบียด้วย

    คัดเลือกเยาวชนชายแดนใต้ ไปประกอบท่อ 200 อัตรา ในตะวันออกกลาง

    ศอ.บต. จับมือกระทรวงแรงงาน คัดเลือก และฝึกอบรม
    เยาวชนชายแดนใต้ เตรียมไปทำงานในตะวันออกกลาง
    ตำแหน่งช่างประกอบท่อ รวม 200 อัตรา


    นายพระนาย สุวรรณรัฐ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. กล่าวว่า ศอ.บต. ร่วมกับสมาคมการจัดหางานแห่งประเทศไทย กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และ กรมจัดหางาน จะรับสมัครเยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าอบรมเพื่อเตรียมไปทำงานในต่างประเทศ ตำแหน่งช่างประกอบท่อ (Pipe Fitter) จำนวน 200 อัตรา ในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตต์ โอมาน การ์ต้า และคูเวต อัตราค่าจ้างเดือนละประมาณ 2 หมื่นบาท


    กำหนดรับสมัคร ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 25 พฤษภาคม นี้ ณ ที่ทำการจัดหางานจังหวัดทั้ง 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยไม่ต้องเสียค่าสมัครและธรรมเนียมใดๆ


    คุณสมบัติ เบื้องต้นของผู้สมัคร ต้องเป็นผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่ใน จ.ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา (จะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย) เป็นเพศชายอายุระหว่าง 21-35 ปี สำเร็จการศึกษาขั้นต่ำชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ และ สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนที่กำหนดได้


    รับจังหวัดละ 45 คน ยกเว้น 4 อำเภอของ จ.สงขลา รับจำนวน 20 คน โดยผู้ผ่านการคัดเลือกจะได้เข้ารับการฝึกพัฒนาฝีมือแรงงาน ณ ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดตามภูมิลำเนา เป็นเวลา 360 ช.ม. (3 เดือน)


    ระหว่างการฝึก กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการฝึก ศอ.บต. เป็นผู้สนับสนุนเบี้ยเลี้ยงให้แก่เยาวชน และกรมจัดหางาน จะเป็นผู้ประสานและอำนวยความสะดวกในการจัดส่งไปทำงานในต่างประเทศ โดยสามารถกู้ยืมเงินจากธนาคารออมสินเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน


    รวมทั้ง ศอ.บต. จะสนับสนุนค่าทำหนังสือเดินทางและค่าตรวจสุขภาพให้ด้วยผู้อำนวยการ ศอ.บต. กล่าวด้วยว่า การจัดส่งแรงงานไทยในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไปทำงานในต่างประเทศครั้งนี้ ถือเป็นรุ่นที่ 2 แล้ว ซึ่งในรุ่นแรกได้งานทำทั้งใน และต่างประเทศเกือบทุกคน และ พบว่าทุกคนพอใจกับค่าตอบแทนที่ได้รับ ทั้งนี้ ศอ.บต.และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีการติดตาม ดูแล อยู่อย่างต่อเนื่อง

    อ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

    ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    April 30, 2008

    กลุ่มหัวรุนแรงปาเลสไตน์ ยอมรับข้อเสนอของอียิปต์ในข้อตกลงหยุดยิงกับอิสราเอล

    กลุ่มหัวรุนแรงชาวปาเลสไตน์ทุกกลุ่มที่ จัดการประชุมในกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ยอมรับข้อเสนอที่อียิปต์เป็นผู้ไกล่เกลี่ยเพื่อทำข้อตกลงหยุด ยิงกับอิสราเอล
    สำนักข่าวมีนาร์ของทางการอียิปต์รายงานว่า กลุ่มหัวรุนแรงชาวปาเลสไตน์ทุกกลุ่มซึ่งหมายถึง กระบวนการฮามาส กองกำลังฟาตาห์ และกลุ่มอื่นๆ อีก 12 กลุ่มที่ขณะนี้ อยู่ในอียิปต์ยอมรับข้อเสนอดังกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา และจะออกแถลงการณ์ อย่างเป็นทางการในค่ำวันนี้ทันทีที่นายโอมาร์ สุไลมาน หัวหน้าหน่วยข่าวกรองอียิปต์ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะผู้ไกล่เกลี่ยเสร็จสิ้นการ เจรจาเป็นเวลา 2 วันกับกลุ่มหัวรุนแรงเหล่านี้ ในวันนี้ โดยคาดว่า นายสุไลมานจะเดินทางไปยังนครเยรูซาเล็มในอีก 2 ถึง 3 วันข้างหน้า เพื่อยื่นข้อเสนอดังกล่าวต่ออิสราเอล

    Next Page »

    Create a free website or blog at WordPress.com.