Accom Thailand

October 19, 2008

“พิภพ” จี้ “เขยแม้ว” รับผิดชอบเหตุ “7 ตุลาเลือด” ผู้บาดเจ็บ แผลเรื้อรัง จากอาวุธร้ายแรง

Filed under: กัมพูชา,การเมืองภาคประชาชน,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข่าวเศรษฐกิจ,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,คดีที่ดินรัชดาฯ,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,คุณภาพชีวิต,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ตำรวจฆ่าประชาชน,ประวัติศาสตร์ไทย,ปราสาท ตาควาย,ปราสาท ตาเมือนธม,ปราสาทพระวิหาร,รัฐสั่งฆ่าประชาชน,วัฒนธรรมขอมโบราณ,วิกฤติ,ศาลสถิตยุติธรรม,อาชญากรรม — accomthailand @ 03:51
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


“พิภพ” จี้ “เขยแม้ว” หยุดหาแพะ-
รีบลาออก ชดเชยหนี้เลือด

นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่�ประชาธิปไตย

นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย


“เขยแม้ว” ต้องรับผิดชอบเหตุ “7 ตุลาเลือด” ด้วยการลาออก สถานเดียว หยุดปัดความรับผิดชอบให้ รองนายกฯ ระบุผ่านกลิ่น แก๊ส-ควันปืน เข้าสภา เป็นไปไม่ได้ ที่จะไม่ได้รับรายงาน ยันฟ้องแน่ ทั้งแพ่ง-อาญา ไม่ว่าผลการสอบสวนของ คณะกรรมการ ที่นายกฯ ตั้งเอง จะออกมาอย่างไร เผยยังต้องดูแล ผู้บาดเจ็บ อีกหลายเดือน เหตุแผลเรื้อรัง จากอาวุธร้ายแรง


เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 18 ต.ค. นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นเวทีปราศรัยที่ ทำเนียบรัฐบาล โดยได้กล่าว ถึง การช่วยเหลือ ผู้บาดเจ็บ จากเหตุการณ์ ตำรวจใช้ความรุนแรงสลาย การชุมนุมของ พันธมิตรฯ เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ว่า จากที่คุยกับ หมอที่รักษา ผู้บาดเจ็บ ทราบว่า คงต้องดูแลผู้บาดเจ็บ ต่ออีกหลายเดือน


เนื่องจาก ลักษณะบาดแผล ที่เรื้อรัง ซึ่งตอนนี้ยังไม่อยากสรุปว่า บาดแผลทั้งหมด เกิดจากแก๊สน้ำน้ำตา หรือไม่ เพราะคนที่โดนแก๊สน้ำตา จริงๆ แผลจะเป็นจุดๆ ส่วนคนที่ ขาขาด มือขาด นั้น น่าจะเป็นอาวุธอย่างอื่น หรือไม่ นี่แสดงให้เห็นถึง การใช้อาวุธที่ร้ายแรง ในการสลายการชุมนุม


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายพิภพ ธงไชย ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายพิภพ ธงไชย ปราศรัย (56 K)
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายพิภพ ธงไชย ปราศรัย (256 K)


นายพิภพ เปิดเผยอีกว่า มีผู้บาดเจ็บจาก การถูก นปก.ทำร้าย ตั้งแต่ พันธมิตรฯ เริ่มชุมนุม ในวันที่ 25 พ.ค. 51 มาจนถึงการเข้าสลาย การชุมนุม โดยตำรวจ หลายครั้ง มาขอให้ช่วยดูแลด้วย ซึ่งแกนนำได้หารือกันแล้ว มีมติว่า จะดูแลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.51 เป็นต้นมา โดยใช้ กองทุนผู้บาดเจ็บ จากเหตุการณ์วันที่ 7 ต.ค. ดังนั้น ผู้บาดเจ็บแม้จะ รักษาหายไปแล้ว ให้มาลงบัญชีว่า เสียค่าใช้จ่ายในการรักษา ไปเท่าไหร่ เราจะ ดูแลให้


นายพิภพกล่าวต่อว่า เหตุการณ์ใช้ความรุนแรง สลายการชุมนุม ในวันที่ 7 ต.ค. นั้น ถึง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี จะบอกว่า ตัวเอง ไม่ได้สั่งการ แต่เป็นการสั่งไป ตามหน่วยงานนั้น ขอบอกว่า เมื่อมีการยิง ตั้งแต่เวลา 6.15 น. และ นายกฯ เข้าสภาเวลา 9.00 น. เป็นไปไม่ได้ ที่ นายกฯ จะไม่ได้รับรายงาน เพราะเมื่อผ่าน จะต้องเห็นเหตุการณ์ หรือได้กลิ่นแก๊สน้ำตา กลิ่นควันปืน จุดเกิดเหตุ ก็อยู่ใกล้ๆ เป็นไปไม่ได้ที่ เจ้าหน้าที่ จะ รายงานช้า ปัญหาก็คือ เมื่อนายกฯ ได้รับรายงานแล้ว ได้สั่งการ ให้หยุดหรือไม่ เมื่อไม่มีการสั่งการให้หยุด นายสมชาย จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะ รับผิดชอบ


“อย่าปฏิเสธ อย่าหาแพะ ว่าเป็นรองนายกฯ คนนั้น รองนายกฯ คนนี้ เป็นคนสั่ง ท่านต้องรับผิดชอบ ทางการเมือง คือต้องลาออก สถานเดียว นายกฯ จะหลีกเลี่ยง ความรับผิดชอบ ต่อการตายของประชาชน ไม่ได้ ส่วนทาง กฎหมายนั้น เราจะฟ้องท่าน ไม่ว่า ผลสอบสวนของ กรรมการ ที่ท่านตั้งขึ้นมา จะบอกว่าท่านผิดหรือถูก แต่เราจะฟ้อง ท่านแน่ ทั้ง ทางแพ่ง และ อาญา ตั้งแต่ นายกฯ ลงมา”


“กรุณาอ่านเหมือนกรณี ยุบพรรคไทยรักไทย เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2550 เพราะการอ่านคำพิพากษา ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจทุกช่อง ถือเป็นการให้การศึกษา แก่ประชาชนอย่างดียิ่ง” แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวพร้อมขอเสียง สนับสนุนจากผู้ชุมนุม ซึ่งก็ได้รับ เสียงตอบรับอย่าง หนาแน่น


นายพิภพ กล่าวถึงการช่วยเหลือ ผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิต เพิ่มเติมว่า ล่าสุด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ได้แจ้งมาว่า พร้อมที่จะให้ ทุนการศึกษา โดยไม่จำกัดจำนวน


ส่วนการรับบริจาค เพื่อช่วย ผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิตนั้น ขอหยุดไว้ก่อน เนื่องจาก มียอดรับบริจาค ถึง 26 ล้านกว่าบาท แล้ว และจ่ายให้ ผู้บาดเจ็บ แล้ว 2 ล้าน 7 หมื่นกว่าบาท และ มีเงินเข้าบัญชี วันนี้ อีก 1 ล้าน 8 หมื่นบาท


อย่างไรก็ตาม สำหรับ การรับบริจาค เพื่อสนับสนุน เอเอสทีวี และเป้นค่าใช้จ่าย ในการชุมนุมของ พันธมิตรฯ ยังเปิดรับไม่หยุด เพราะต้องมี ค่าใช้จ่าย ทุกวัน


นายพิภพ กล่าวต่อว่า ผลจากการสลาย การชุมนุม เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ทำให้พันธมิตรฯ ยังมีเรื่อง ที่ต้องทำต่อ ทั้งการดูแลผู้บาดเจ็บ และเรื่องคดี ที่ฝ่ายเราฟ้องรัฐบาล และ รัฐบาลที่ฟ้องแกนนำ ซึ่งจากประสบการณ์ของ นายบรรจง นะแส ที่เคยฟ้องคดี ตำรวจสลายการชุมนุม ที่สงขลา ต้องใช้เวลา ถึง 4 ปี จึงมีคำพิพากษา ออกมาว่า รัฐบาลผิด ต้องจ่ายเงินชดเชย ให้ผู้ชุมนุม คนละ 1 หมื่นบาท ดังนั้นถ้าจำเป็น ต้องมีการระดมทุน สู้คดี ก็อาจจะขอบริจาคอีก อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กองทุนสู้คดี มีอยู่แล้วประมาณ 2 ล้าน จึงยังไม่ขอบริจาคเพิ่ม ในขณะนี้


นายพิภพ ได้กล่าวถึง การประชุม เรื่องการเมืองใหม่ ในช่วงบ่ายวันที่ 18 ต.ค.ว่า ในส่วน ของการศึกษา นั้น ตนได้เสนอให้มี การจัด การศึกษา ทางโทรทัศน์ ด้วย ซึ่งในที่นี้ ไม่ได้หมายถึง การสอนให้ทำ โจทย์คณิตศาสตร์ ทางโทรทัศน์ แต่เป็นการ ทำให้โทรทัศน์ เป็น ทีวีสาธารณะ ของ ประชาชน ที่ไม่เสนอ ข้อมูลด้านเดียว และสร้าง องค์ความรู้ ที่รอบทุกด้าน ไม่ใช่มีแต่ ข่าวอย่างเดียว เนื่องจากคนไทย อยู่กับทีวี มากกว่าอย่างอื่น แม้แต่ ละครก็ปรับปรุง ให้สะท้อนชีวิตจริง ให้เป็นบทเรียน ในการดำรงชีวิต ที่ดี ไม่ใช่มีแต่ ละครน้ำเน่า


ส่วนการศึกษาในระบบ ต้องส่งเสริมศักยภาพ ของเด็กอย่างเต็มที่ ตามความถนัด และพรสวรรค์ ของแต่ละคน นอกจากนั้น การเลี้ยงดู ก็ต้อง สอดคล้อง กับการจัดการศึกษาด้วย เพราะถ้าเลี้ยงดูผิด ก็มีผล ต่อการจัดการศึกษา ที่ผิดด้วย ดังนั้น การจัดการศึกษา ต้องเชื่อมโยง กับการเลี้ยงดู ด้วย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 19 ตุลาคม 2551 03:51 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000123985


พิมพ์ ข่าวนี้ “พิภพ” จี้ “เขยแม้ว” หยุดหาแพะ – รีบลาออก ชดเชยหนี้เลือด


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Advertisements

“สมศักดิ์” ดีเดย์ จันทร์นี้ 10 โมง ดาวกระจาย แจกซีดี หน้าเซ็นทรัลเวิลด์

Filed under: กัมพูชา,การเมืองภาคประชาชน,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวลือ,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข่าวเศรษฐกิจ,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,คดีที่ดินรัชดาฯ,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,คุณภาพชีวิต,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ตำรวจฆ่าประชาชน,ประวัติศาสตร์ไทย,ปราสาท ตาควาย,ปราสาท ตาเมือนธม,ปราสาทพระวิหาร,รัฐสั่งฆ่าประชาชน,วิกฤติ,ศาลสถิตยุติธรรม,อาชญากรรม — accomthailand @ 00:50
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


“สมศักดิ์” นัด 10 โมง วันจันทร์ หน้าเซ็นทรัลเวิลด์
แพร่ซีดี ประจาน ตร.โหด

นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่�ประชาธิปไตย

นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย


“สมศักดิ์” ดีเดย์ จันทร์นี้ 10 โมง ดาวกระจาย แจกซีดี หน้าเซ็นทรัลเวิลด์ หวังปลุกกระแสประชาชน เผด็จศึกรัฐบาล ด้วยการตีแผ่ความจริง พร้อมแฉ “สมชาย” ทาส “แม้ว” เดินเกม ปลุกกระแสช่วย พี่เขย และ รักษาอำนาจ ของตนเอง


ระบุการเมืองใหม่ จะเกิดขึ้นได้ ต้องกำจัดการเมืองเก่า ให้สิ้นซากก่อน โดยเมื่อมี การเมืองใหม่ เกิดขึ้นแล้ว เกษตรกร จะต้องมีรายได้อย่างเท่าเทียม และ การศึกษา จะต้องฟรี ในทุกระดับชั้น


เผย ดาวกระจาย การบินไทย สัปดาห์หน้า ปกป้อง “กัปตันจักรี” ที่อาจถูกถอด ใบอนุญาตบิน แย้มรายละเอียด การศึกษา-รัฐวิสาหกิจ ในการเมืองใหม่ ร้องศาล อนุญาติ ถ่ายทอดโทรทัศน์ การพิพากษา คดีที่ดินรัชดา


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ปราศรัย (56 K)
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ปราศรัย (256 K)


วานนี้ (18 ต.ค.51) เวลา 22.30 น. นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นปราศรัย บนเวที ในทำเนียบรัฐบาล ว่า การแจกซีดี และ หนังสือที่เกี่ยวข้อง กับเหตุการณ์ วันที่ 7 ตุลาคม นั้นได้รับการตอบรับ จากประชาชน เป็นอย่างมาก โดยได้มีการประชุมกันว่า จะ ให้มี กิจกรรมนี้อีกใน วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม นี้


“มีการตอบรับ ดีมาก และ เราจะนัดรวมตัวกัน ที่หน้า เซ็นทรัลเวิลด์ อีกในวันจันทร์นี้ เวลา 10 โมง เพื่อไปแจกซีดี ที่ถนนวิทยุ เพื่อให้ประชาชน รู้ความจริง ที่เกิดขึ้น เพื่อเขาจะได้มา ร่วมต่อสู้เผด็จศึก รัฐบาล ให้เร็วที่สุด” นายสมศักดิ์ กล่าว


ทั้งนี้ ต้องอย่าลืมว่า เราต้องอยู่ป้องกัน การโจมตีของรัฐบาล ที่ทำเนียบ และ สะพานมัฆวานด้วย โดยเวลาของรัฐบาล มีไม่มากแล้ว แต่เขาต้อง สร้างเรื่อง ให้เขาอยู่ต่อ ซึ่งเรามีหน้าที่ ชี้แจงให้ประชาชนทราบ และ ลุกขึ้นมาต่อสู้กับเรา ให้มากขึ้น


นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ตนนี้ ต้องบอกกับ พี่น้องชาวใต้ ให้อย่าสับสน และให้ขึ้นรถไฟ มากรุงเทพ ในวันที่ 20 โดยไม่ต้องไปฟังใคร และ ให้มา โดยด่วน ที่สุด เพราะว่าตอนนี้ งานเข้าเยอะมาก


โดยการต่อต้านทุนสามานย์ ได้มี การกระจายไปทั่วโลกแล้ว ซึ่งวันนี้ที่ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร ไปขึ้นสนามบินหาดใหญ่ ก็ถูกไล่ นอกจากนี้ นายประดิษฐ์ เองยังต้องหนีเข้าไป ในบ้านของ ส.ส. ประชาธิปัตย์ เลย ซึ่งที่ว่า นั้นกระจายไป ทั่วโลก เพราะขนาด ทักษิณ ที่ลอนดอน ยังโดน


ซึ่งรถราคาแพง ของทักษิณ ยังถูกเกลียด และโดนทำลาย ซึ่งขณะนี้ คนอังกฤษ ก็เกลียดทักษิณ อยู่ไม่น้อย เหมือนกัน เพราะคนโกง เห็นแก่ตัว ประเทศไหน ก็ไม่ให้การตอนรับ


นายสมศํกดิ์ กล่าวอีกว่า ที่วันนี้ไม่ค่อยได้พูดถึง การเมืองใหม่ เพราะย้ำตลอดว่า การเมืองใหม่ จะเกิดขึ้นได้ ต้องขับไล่ รัฐบาลเน่า ในการเมืองเก่า ออกไปก่อน ไม่เช่นนั้น จะเกิดไม่ได้ ตอนนี้โอกาสของรัฐบาล แม้จะดื้อด้านอย่างไร โดยการปฏิบัติหน้าที่ ของ สมชาย ในการยืนหยัดต่อสู้ เพื่อ ทักษิณ อย่างเหนียวแน่น และไม่สนใจอะไร ทั้งสิ้น ขนาด 4 เหล่าทัพ มาพูดว่า ก็ยังไม่สนใจ


ทั้งนี้ เมื่อช่วงกลางวัน ที่ผ่านมา มีการประชุม เกี่ยวกับการเมืองใหม่ จึงอยากเอามาบอกกับพี่น้อง เพราะการเมืองเก่า เหลือเวลา อีกไม่กี่ชั่วโมง แล้ว และ การยืดเวลา ของนายสมชาย ในการตั้ง คณะกรรมการสอบนั้น ใครก็รู้ดีว่า คนผิดเป็นใคร แล้วจะมาสอบกันอีก ทำไม


แต่ในกรณีที่ เล่นงาน กัปตันจักรี ทำไมไม่ให้มี การตั้ง กรรมการตรวจสอบ ซึ่งเป็นเรื่องเดียวกัน เมื่อความผิด นายสมชาย นั้น ทำไมไม่ตัดสินบ้าง


“ตอนนี้ นายสมชาย พยายามสร้าง สถานการณ์ปั่นป่วน เพื่อกลบข่าว การตัดสินคดีความของ ทักษิณ แต่เขาก็ยังทำไม่สำเร็จ ตอนนี้มันคิดชั่ว ปลุกระดมคน เพื่อมาให้ตีกัน เขาบอกว่า ประเทศไทยจะเป็นเหมือน เกาหลีเหนือ กับใต้ นั้น ซึ่งไม่สอดคล้องกับ นโยบายสมานฉันท์ ที่จะทำ นี่เป็นการแสดง ให้เห็นว่าเขาต้องทำทุกอย่าง เพื่อให้อยู่ในอำนาจ ต่อไป” นายสมศักดิ์กล่าว


นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า อีกด้านเหนึ่ง ขณะนี้รัฐบาล ต้องการจะรุกคืบ เพื่อเอาทำเนียบคืน ในวันที่ 21 นี้ ซึ่ง พี่น้อง จะต้องสับเปลี่ยน กันมา ทำหน้าที่ อย่างเข้มแข็ง เพื่อไม่ให้เขาทำได้ เราได้เรียนรู้ประสบการณ์ จาการเมืองเก่าว่า ชั่วร้ายอย่างไร มันทำลายทุกอย่าง ทั้งสถาบัน และ ประชาชน โดยเราจะให้ เป็นอีกต่อไปไม่ได้


นอกจากนี้ การเมืองเก่า ยังทำลายเศรษฐกิจ เพราะรัฐบาลทรราช เป็นผู้สร้างมาทั้งนั้น จากการประกาศภาวะฉุกเฉิน และ การทำร้ายประชาชน ในวันที่ 7 ก็เช่นกัน ซึ่งต่างชาติ เขาให้ค่า ความเผด็จการของ รัฐบาลชุดนี้ เท่ากับ พม่า ไปแล้ว


นายสมศักดิ์ กล่าวถึงการเมืองใหม่ อีกว่า ปัญหาใน การกระจายรายได้ อย่างไม่เป็นธรรม นั้น และ ความแตกต่าง ระหว่างเมือง กับชนบทนั้น เป็นสิ่งสำคัญ โดยประชาธิปไตย จะต้องมีปัจจัยสี่ ในเบื้องต้นด้วย โดยการประชุมกันนั้น หนี้สินของเกษตรกร ที่เกิดจากคำแนะนำของรัฐ นั้น จะต้องมีการยกเลิก แบบไม่มีเงื่อนไข หลังจากการเมืองใหม่เกิดขึ้น


นอกจากนั้นการเมืองใหม่ จะต้องส่งเสริมให้มีการร่วมตัวกัน เป็นสหกรณ์ หรือสหภาพ เพื่อให้มี การตรวจสอบ การเมือง ได้ และจะได้รวมตัวกัน ได้ง่ายขึ้น เมื่อพบว่า มีคนทุจริต และต้องเปลี่ยน ความคิดใหม่ว่า ประชาชนคือเจ้าของประเทศ ไม่ไช่ นักการเมือง และข้าราชการ โดยจะต้อง ไม่คิดเหมือน ทักษิณ ว่า ผู้บริหาร เป็นซีอีโอ เป็นเจ้านาย แล้วประชาชน เป็นลูกจ้าง


นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า การเมืองใหม่ จะต้องมีการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งประเทศที่พัฒนาแล้ว เน้นผลิต สายวิชาชีพ มากที่สุด เพื่อให้จบมาแล้ว มีงานทำ ซึ่งไม่ใช่เหมือน ในปัจจุบัน อันนี้ไม่ถูกต้อง อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการศึกษา ที่แพงเกินไป ถึงแม้จะทำงาน เป็น 20 ปี ก็ไม่หลุดพ้น ต้นทุน การศึกษา ที่มี โดยการศึกษาต่อไป ทุกคนต้องเรียนฟรี ตลอด


“การศึกษา ต้องเน้น การปฏิบัติ และ เรียนภาคทฤษฎี แค่ 30% ก็น่าจะเพียงพอ และ การศึกษาแนวใหม่ ต้องให้ชุมชน มีส่วนร่วม และต้องควบคู่ กับคุณธรรม”


ส่วนเกษตรกร จะต้องมีการร่วมกลุ่ม และแปรรูป นอกจากนี้ เกษตรกรจะต้อง ไม่เข้ามาทำงาน ในกรุงเทพฯ ซึ่งเราต้องแก้ปัญหา เหล่านี้ให้ได้ ส่วน รัฐวิสาหกิจ นั้น ต้องกำจัด การแปรรูป เพื่อไม่ให้เงิน ของรัฐ และ ประโยชน์ของ ประชาชน หายไป ซึ่งการเมืองใหม่ จะต้องยึด ปตท. กลับมาเป็น ของประชาชน


เพื่อไม่ให้มี การเอาเปรียบกัน เกิดขึ้น ซึ่งจะต้องมี กระทรวงรัฐวิสาหกิจ เกิดขึ้น เพื่อให้ประชาชน และประเทศชาติ ได้ประโยชน์ เพื่อเริ่มต้น เศรษฐกิจพอเพียง โดยแน่นอนว่า การเมืองใหม่ ถ้ามีการโกง คดีความที่เกิดขึ้น กับนักการเมือง จะไม่มีอายุความ และ ห้ามยุ่งเกี่ยวกับ การเมือง ทั้งชีวิต ถ้ามีความผิด ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเรื่องแรก ที่จะต้องมีการเมืองใหม่ ซึ่งเราจะต้องทำ ให้เกิดขึ้น ในอนาคต


“ในสังคมใด หนึ่งจะต้องมีสิ่งยึดเหนี่ยว อย่าบ้าบอไปกับชาติอื่น เราต้องสำนึกถึงบุญคุณ ของบรรพชน ในแบบของเรา และการเมืองใหม่ ต้องเดินหน้าทันที และเราต้องกล้าสู้ เพื่อให้ศัตรูหน้าไหน มาทำร้ายเราไม่ได้ และเราต้องอย่าท้อ” นายสมศักดิ์ กล่าว

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 19 ตุลาคม 2551 00:50 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000123975


พิมพ์ ข่าวนี้ “สมศักดิ์” นัด 10 โมง วันจันทร์ หน้าเซ็นทรัลเวิลด์ แพร่ซีดี ประจาน ตร.โหด


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

October 18, 2008

“สมเกียรติ” ฟันธง เหลือ ศาล และ พันธมิตรฯ เท่านั้น ที่ต้าน “ระบอบทักษิณ” อยู่

Filed under: กัมพูชา,การเมืองภาคประชาชน,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวลือ,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข่าวเศรษฐกิจ,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,คดีที่ดินรัชดาฯ,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ประวัติศาสตร์ไทย,ปราสาท ตาควาย,ปราสาท ตาเมือนธม,ปราสาทพระวิหาร,พลังงาน,วิกฤติ,ศาลสถิตยุติธรรม,สหประชาชาติ,อารยะขัดขืน — accomthailand @ 19:39
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


“สมเกียรติ” ฟันธง เมื่อทหารไม่ขยับ
ชาติเหลือแค่ “ตุลาการภิวัฒน์-ประชาภิวัฒน์” ค้ำจุน

นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตรฯ

นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตรฯ


ผู้จัดการออนไลน์ – “สมเกียรติ” วิเคราะห์ “ระบอบทักษิณ” ป่วน และ ยึดครองแนวรบ ด้านชนบท- สภา – อำนาจรัฐ แล้วเบ็ดเสร็จ ชี้กองทัพก็ที่มัว มะงุมมะงาหรา ก็กำลังจะถูกครอบ ชาติ จึงเหลือ แนวรบด้าน ศาล และ พันธมิตรฯ เท่านั้น ที่ต้านอยู่


เผย ดาวกระจาย การบินไทย สัปดาห์หน้า ปกป้อง “กัปตันจักรี” ที่อาจถูกถอด ใบอนุญาตบิน แย้มรายละเอียด การศึกษา-รัฐวิสาหกิจ ในการเมืองใหม่ ร้องศาล อนุญาติ ถ่ายทอดโทรทัศน์ การพิพากษา คดีที่ดินรัชดา


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ปราศรัย (56 K)
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ปราศรัย (256 K)


วันนี้ (18 ต.ค.) เมื่อเวลา ประมาณ 18.30 น. ที่เวทีพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ทำเนียบรัฐบาล นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำ พันธมิตร ประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นปราศรัย โดยเป็นการปราศรัย ก่อนเวลาปกติ เนื่องจาก นายสมเกียรติ มีธุระต้องเดินทาง ไปต่างจังหวัด


ในช่วงต้น นายสมเกียรติ เปิดเผยว่า เสนาธิการทหารของ ฝ่ายระบอบทักษิณ เตรียมแผนการ ที่จะป่วนเมืองใน วันจันทร์ที่ 20 ต.ค.นี้ เพื่อไม่ให้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีโอกาส อ่านคำพิพากษาคดีที่ดินรัชดา ของ พ.ต.ท.ทักษิณ และ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ในวันรุ่งขึ้น ดังนั้น ประชาชนจึงต้องลุกฮือ ขึ้นมามากขึ้น เพื่อไม่ให้ฝ่ายของ ทักษิณสามารถกระทำการ ดังกล่าวได้


ต่อมา นายสมเกียรติ จึงขอร้องให้ ในการตัดสินคดี การจัดซื้อที่ดินรัชดาฯ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ และ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ที่กำลังจะอ่าน คำพิพากษา ในวันอังคารที่ 21 ตุลาคม ที่จะถึงนี้ ให้ ศาลฎีกาได้อนุญาตให้มีการ ถ่ายทอดการอ่านคำพิพากษา ผ่านทางโทรทัศน์ ทุกช่อง


“กรุณาอ่านเหมือนกรณี ยุบพรรคไทยรักไทย เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2550 เพราะการอ่านคำพิพากษา ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจทุกช่อง ถือเป็นการให้การศึกษา แก่ประชาชนอย่างดียิ่ง” แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวพร้อมขอเสียง สนับสนุนจากผู้ชุมนุม ซึ่งก็ได้รับ เสียงตอบรับอย่าง หนาแน่น


สองประเด็น เรื่องการเมืองใหม่


นายสมเกียรติ กล่าวต่อว่า วันนี้ กลุ่มพันธมิตรฯ ได้จัดประชุม ระดมความคิด เรื่องการเมืองใหม่ ขึ้นเป็น ครั้งที่ห้า แล้ว โดยการประชุม ในวันนี้ ได้ข้อสรุป หลายเรื่อง แต่ตนขอเปิดเผย เนื้อหาคร่าวๆ ใน 2 ประเด็น ดังนี้ คือ เรื่องการศึกษา และ เรื่องรัฐวิสาหกิจ


การศึกษา


1. การศึกษาต้องไม่เก็บค่าใช้จ่ายใดๆ ของประชาชน โดยเป็น รัฐสวัสดิการ
2. บุคคลที่เกิดมาได้รับ สัญชาติไทย ให้เรียนตามความสามารถตนเอง สามารถเรียนสูงได้แค่ไหน รัฐก็จะอุดหนุน ให้เต็มที่
3. ลดการบรรจุ ครูลง แต่บรรจุ ชาวบ้านที่มีความรู้ ร่วมเป็นครูสอนในโรงเรียน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้าง ความรู้เกี่ยวกับ ภูมิปัญญาท้องถิ่น


รัฐวิสาหกิจ


ในประเด็นนี้ นายสมเกียรติ ระบุว่า จะมีผู้เชี่ยวชาญ และ แกนนำของสหภาพรัฐวิสาหกิจ ขึ้นมากล่าว อย่างละเอียดอีกครั้ง แต่ในขั้นแรก ที่เปิดเผยได้ ต่างเห็นพ้องว่า ถ้าประชาชนได้รับชัยชนะ จะต้องเอา บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กลับคืนมา เป็นของชาติให้ได้


“เรื่อง ปตท. อยู่ในหัวใจเราเสมอ ยังจำวันที่เราไปล้อม ปตท. ได้ไหมครับ มีรายงานข่าว จาก ปตท. ระบุว่า ขณะนี้ รัฐไทยมี สัมปทานเรื่อง บ่อก๊าซธรรมชาติ และ บ่อน้ำมัน 35 สัมปทาน โดยขณะนี้ ขุดพบบ่อก๊าซและ บ่อน้ำมันแล้ว กว่า 800 บ่อ ซึ่งถ้ากลับมาอยู่ ในมือของรัฐ เพียงพอที่ จะสร้างความมั่งคั่ง ให้ชาติไทย”

เรื��ากาศโท�ภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้�ำนวยการใหญ่บริษัท การบินไทย สัปดาห์หน้าเตรียมรับกระแสกดดันหนักเพราะพันธมิตรฯ เตรียมประกาศดาวกระจายเพื่�ไปกดดันกรณีลงโทษกัปตันจักรี เกินกว่าเหตุ

เรืออากาศโท อภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย สัปดาห์หน้า เตรียมรับกระแสกดดันหนักเพราะ พันธมิตรฯ เตรียมประกาศดาวกระจาย เพื่อไปกดดัน กรณีลงโทษ กัปตันจักรี เกินกว่าเหตุ


ดาวกระจาย “การบินไทย” ปกป้อง “กัปตันจักรี”


พร้อมกันนั้น ได้เปิดเผยด้วยว่า ในสัปดาห์ที่จะถึงนี้นั้น ทาง บริษัทการบินไทย กำลังจะพิจารณา เรื่องถอนใบอนุญาตนักบิน ของ น.ต.จักรี จงศิริ กัปตันการบินไทย ผู้อารยะขัดขืน ไม่ยอมให้ ส.ส. พรรคพลังประชาชน 3 คน ขึ้นเครื่องบิน ในวันที่ 8 ต.ค.2551 หลังจากเกิด เหตุการณ์ รัฐบาลสั่งให้ ตำรวจฆ่าประชาชน ดังนั้น พันธมิตรฯ จึงต้องตัดสินใจ เคลื่อนไหวปกป้อง ผู้ที่ออกมาต่อสู้เพื่อ ชาติและราชบัลลังก์ ภายในสัปดาห์ ที่จะถึงนี้


“ถ้าพันธมิตรฯ ไม่ปกป้องคนดีเช่น กัปตันจักรี แล้วจะมีใครเล่า มาปกป้องคนดี ที่ต่อสู้ เพื่อชาติ และราชบัลลังก์ ดังนั้น พี่สมศักดิ์ (โกศัยสุข) จึงนำเรื่องเข้า ที่ประชุมแกนนำ ซึ่งจะส่งคนไปช่วย กัปตันจักรี 1 หมื่นคน ขอความร่วมมือ สหภาพฯ การบินไทย ให้ช่วยกัน พร้อมทั้งกล่าวเตือน ไปยัง บอร์ดการบินไทย ที่รับใช้นักการเมืองทรราช ว่า สัปดาห์หน้าเจอกัน” แกนนำพันธมิตรฯ กล่าว


วิเคราะห์แนวรบพันธมิตรฯ


จากนั้น นายสมเกียรติ กล่าวว่า ตนจะปราศรัยเรื่อง “ภัยต่อชาติ” ต่อเนื่อง เป็นจำนวน 3 ตอน เริ่มต้นตั้งแต่ วันนี้เป็นต้นไป โดยกล่าววิเคราะห์ว่า ระบอบทักษิณ กำลังสร้างกระแสความปั่นป่วน ให้ประเทศชาติ ในหลายด้านด้วยกัน


ประการแรก คือ การป่วนในชนบท โดยปัจจุบัน ส.ส.พปช. กับ นปก. คุมสถานการณ์ เอาไว้หมด ขณะที่ พันธมิตรฯ ถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้ทำให้ ราคาสินค้าเกษตร เช่น ราคามัน ราคาข้าวโพด และ ราคายางตกต่ำลง


“เรียนพี่น้องตรงๆ ว่าการทำงานใน ภาคชนบท ยากมาก แนวรบชนบท เราสูญเสียความนิยมไปมาก แต่แนวรบที่ อำเภอ และตำบล ที่เจริญแล้ว ประมาณ 900 อำเภอ และ ประมาณ 1,000 ตำบล จากจำนวนตำบล ทั้งหมด 7,000 ตำบล ชาวบ้านเป็น พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย เกือบหมด” แกนนำพันธมิตรฯ กล่าว


อย่างไรก็ตาม ในแนวรบที่ 2 คือ แนวรบในเมืองนั้น พันธมิตรฯ ได้เปรียบมากที่สุด ส่วน แนวรบ ที่ 3 และ 4 คือแนวรบใน รัฐสภา และ ทางการบริหาร รัฐบาลระบอบทักษิณ ได้ยึดครองไว้หมดแล้ว
ใน แนวรบทางศาลนั้น นายสมเกียรติระบุว่า เป็นแนวรบที่ทรงไว้ซึ่ง ความยุติธรรมเสมอ
ส่วนแนวรบทางเศรษฐกิจ นายสมเกียรติเชื่อว่า พันธมิตรฯ ได้เปรียบเต็มร้อย เพราะ พันธมิตรฯ มีฐานผู้ชุมนุม เป็นชนชั้นกลาง ผิดกับกลุ่ม นปช. เสื้อแดง ที่ต้องการ น้ำเลี้ยงและค่าจ้าง


อย่างไรก็ตาม นายสมเกียรติ ได้ตั้งข้อสงสัยว่า มี นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญ ด้านพลังงาน ได้ให้ข้อมูลตนมาว่า มีผู้บงการ ปตท. ให้สำรองน้ำมัน ที่ใช้ในประเทศ ให้น้อยกว่าปกติ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน ทางเศรษฐกิจ กับประเทศ ซึ่งตนยังไม่ปักใจเชื่อ กับข้อมูลดังกล่าว ดังนั้น จึงอยากให้ ปตท. เปิดตัวเลขสำรองน้ำมัน ของประเทศ ให้สาธารณชนได้รับรู้


แนวรบต่อมา คือ แนวรบด้าน ชายแดนนั้น ตนเชื่อมั่นว่า มีผู้อยู่เบื้องหลัง ที่พยายามปั่นป่วน ให้เกิดปัญหา ตามแนวชายแดนระหว่าง ไทย-กัมพูชา


“เรารู้แล้วใช่ไหมว่า ใครไปปั่นเรื่องราวที่ชายแดน แล้วรู้ไหมว่า ทำไมเราไม่ยัน ทหารกัมพูชา 900 คน ออกไปจากดินแดน ก็เพราะว่า เขมรจะได้นำ เรื่องนี้ไป สหประชาชาติ รอบ 2 ยังไงครับ ระบอบชั่วร้ายจาก การวางแผน ของทุนนิยมสามานย์ กำลังวางแผน ให้เอาเรื่องราว ของประเทศไทย ไปสู่เวทีสากล และถ้าก่อเหตุนี้ได้ แนวรบชายแดน เราจะสูญเสียกำลังไป เพราะเราเคยแพ้ กรณีเขาพระวิหาร มาแล้วในปี 2505”


ชี้ “ทักษิณ” กำลังยึดกุมกองทัพ


ส่วนแนวรบสุดท้ายนั้น นายสมเกียรติ กล่าวว่า คือ “แนวรบกองทัพ” ซึ่งตนเชื่อว่า ผบ.เหล่าทัพ โดยเฉพาะ ผบ.ทบ. นั้นกำลังถ่วงเวลา ทำเป็น ทองไม่รู้ร้อน ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เปรียบ โดยเฉพาะ จากท่าทีของกองทัพ ที่ออกโทรทัศน์ เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 16 ต.ค. นั้น ตนวิเคราะห์ ว่า เป็นท่าที ที่เอื้อต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ


“ท่าน พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา ท่านผู้บัญชาการทหารบก และ ผู้อำนวยการ กองอำนวยการ รักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ท่านคง ทราบ ความคิดเห็น ของพันธมิตรฯ แล้ว เมื่อขาด ความเชื่อมั่น ในกองทัพ และ ปัจจุบัน แนวรบ ด้านชนบท รัฐสภา รัฐบาล ก็สูญเสียไปแล้ว”


ดังนั้น ชาติจึงเหลืออยู่แค่ “พันธมิตรฯ กับ ศาลเท่านั้น” นายสมเกียรติกล่าว พร้อมระบุว่า การวิเคราะห์เช่นนี้ ผ่านการคิดมา อย่างละเอียด ด้วยเหตุนี้ ณ ปัจจุบัน สิ่งที่ค้ำจุน ประเทศอยู่ จึงเหลือแค่ “ตุลาการภิวัฒน์ และ ประชาภิวัฒน์ เท่านั้น”

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 18 ตุลาคม 2551 19:39 น.
http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000122897


พิมพ์ ข่าวนี้ “สมเกียรติ” ฟันธง เมื่อทหารไม่ขยับ ชาติเหลือแค่ “ตุลาการภิวัฒน์-ประชาภิวัฒน์” ค้ำจุน


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

October 17, 2008

แปลก ทหารเขมร!? สวมหมวกกะโล่ เวียตนาม

Filed under: กัมพูชา,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวรอบโลก,ข่าวลือ,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,ตรวจสอบ,ประวัติศาสตร์ไทย,ปราสาท ตาควาย,ปราสาท ตาเมือนธม,ปราสาทพระวิหาร,วัฒนธรรมขอมโบราณ,วิกฤติ — accomthailand @ 16:37
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


แปลกเขมร!? แต่งเลียน ทหารไทย – ใส่หมวกเวียดนาม

ภาพข�ง Reuters ทหารเขมรคนนี้มีทั้งวิทยุสื่�สารและโทรศัพท์มื�ถื� สะพาย�าวุธปืนเช่นทหารคน�ื่นๆ ปรากฏตัว ระหว่างการปะทะที่ ภูมะเขื�วันที่ 15 ต.ค. ที่ผ่านมา

ภาพของ Reuters ทหารเขมรคนนี้มีทั้งวิทยุสื่อสารและโทรศัพท์มือถือ สะพายอาวุธปืนเช่นทหารคนอื่นๆ ปรากฏตัว ระหว่างการปะทะที่ ภูมะเขือวันที่ 15 ต.ค. ที่ผ่านมา


ผู้จัดการออนไลน์ – ในบรรดารูปภาพ เกี่ยวกับ สถานการณ์ ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านภูมะเขือ ที่สำนักข่าวตะวันตก นำออกเผยแพร่ ช่วง 2-3 วัน มานี้ มีอยู่ภาพหนึ่ง ที่แปลกออกไป และไม่มีคำอธิบาย


มีทหารคนหนึ่ง ปะปนอยู่กับ ทหารในเครื่องแบบ ของกองทัพ ราชอาณาจักรกัมพูชา คนอื่นๆ แต่สวมเสื้อ-กางเกงสีดำ แบบ “ทหารชุดดำ” ของไทย สวมรองเท้ากีฬา และบนศีรษะ สวมหมวกกะโล่ สีเขียว แบบทหารเวียดนาม แม้จะไม่ติด เครื่องหมายอะไร ก็ตาม


คำบรรยาย ใต้ภาพของ สำนักข่าวรอยเตอร์ ยืนยันว่า ชายในเครื่องแบบประหลาด ที่ไม่แสดง ชั้นยศ คนนั้นเป็นทหารกัมพูชา ขณะที่ทหารคนอื่นๆ ที่อยู่บนพื้นที่เดียวกับ สวมชุดลายพรางสีเขียว หรือ ชุดเขียวแบบทหาร ท้องถิ่น ซึ่งเป็นนักรบเก่า ของฝ่ายเขมรแดง ในอดีต


เพียงไม่นาน หลังการปะทะกัน เป็นเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ในวันพุธ (15 ต.ค.) ทางการกัมพูชา แถลงว่า มีทหารของฝ่ายตน เสียชีวิตจำนวน 2 คน กับอีก 2 คน ได้รับบาดเจ็บ


ขณะที่ฝ่ายไทย กล่าวว่า ทหารกัมพูชา ที่ได้รับบาดเจ็บ มีจำนวนมากกว่านั้น ส่วนฝ่ายไทย บาดเจ็บ 5 นาย ในนั้น 1 นาย ถูกสะเก็ดระเบิด อาการสาหัส


ฝ่ายกัมพูชาอ้างว่า สามารถจับทหารไทย ไว้เป็นเชลยได้ ราว 13 คน และได้ส่งมอบคืน ให้แก่ฝ่ายไทยแล้ว ในวัน พฤหัสบดี ที่ 16 ตุลา ที่ผ่านมา

ทหารเขมร ที่แต่งหล่� ผิดแผกไป จากคน�ื่นๆ รายนี้ปรากฎตัวในรูปข�ง AFP ที่บริเวณ ลาน�ินทรี วันที่ 15 ต.ค.2551 เช่นเดียวกัน

ทหารเขมร ที่แต่งหล่อ ผิดแผกไป จากคนอื่นๆ รายนี้ปรากฎตัวในรูปของ AFP ที่บริเวณ ลานอินทรี วันที่ 15 ต.ค.2551 เช่นเดียวกัน


อย่างไรก็ตาม ร.อ.อภิชาต ภูพวก หัวหน้าชุดประสานงาน บนปราสาทพระวิหาร ที่ “ถูกจับเป็นเชลย” ด้วย กล่าวว่า ไม่มีการจับกุมใดๆ ตามที่ฝ่าย กัมพูชากล่าวอ้าง และเมื่อวันพุธ มีทหารไทย เหลืออยู่บนเขา เพียง 11 นายเท่านั้น


ในเดือน ม.ค. 2522 เวียดนาม ส่งทหารนับแสนๆ คน เข้าโค่นล้ม รัฐบาลกัมพูชาประชาธิปไตย (เขมรแดง) ในกรุงพนมเปญ และคงกำลัง ในประเทศ นี้ มาจนถึงปี 2532 จึงได้ถอนออกไป ทั้งหมด


นับแต่นั้นเป็นต้นมา ก็ไม่เคยปรากฏว่า มีทหารเวียดนาม เข้าไปทำกิจกรรมใดๆ ในกัมพูชาอีก มีเพียงนักลงทุนเวียดนาม ที่เข้าไปแสวงหาโอกาส ทางธุรกิจ ในประเทศนี้

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 17 ตุลาคม 2551 16:37 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000123703


พิมพ์ ข่าวนี้ แปลกเขมร!? แต่งเลียนทหารไทย-ใส่หมวกเวียดนาม


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ไม่ไช่ “เชลยศึก” แต่เป็น ทหารไทย ที่ประจำการ อยู่เขตวัดแห่งหนึ่ง บนทางขึ้น ปราสาทพระวิหาร


“ทหารเชลย” โผล่ ฉีกหน้าเขมรปั้นน้ำ!


AFP)

ร.อ.อภิชาต ภูพวก (สองจากขวา) หัวหน้าชุดประสานงาน บนเขาพระวิหาร กับทหารทหารชุดดำ ของไทยอีกคนหนึ่ง อยู่ดีๆ นายฮอร์นัมฮอง รมว.ต่างประเทศกัมพูชา ก็ประกาศ ให้เป็น เชลยศึก ที่ยอมจำนน ในวันพุธ (15 ต.ค.) ที่ผ่านมา (ภาพ: AFP)


ผู้จัดการออนไลน์ – กัมพูชาอ้างว่า สามารถจับกุม ทหารไทยเป็นเชลยไว้ จำนวน 10 คน ในวันพุธ (15 ต.ค.) วันที่เกิด การสู้รบที่ขายแดน ด้าน ภูมะเขือ แต่ปรากฏว่า ทั้งหมดเป็นทหารไทย ที่ประจำการอยู่เขตวัดแห่งหนึ่ง บนทางขึ้น ปราสาทพระวิหาร ซึ่งเป็นบริเวณ ที่ไม่มีการปะทะกัน ด้วยอาวุธ


ทหารไทยเหล่านั้น ประจำการอยู่ที่ อาณาบริเวณวัด ศิขาคีรีสวรักษ์ มาตั้งแต่ เดือน ก.ค. –ส.ค. และ ใช้ชีวิตประจำวัน ร่วมกับ ฝ่ายกัมพูชา อยู่ที่นั่น มาตลอด 3 เดือน ที่ผ่านมา รวมทั้ง ร.อ.อภิชาต ภูพวก หัวหน้าฝ่ายประสานงาน ของฝ่ายไทยด้วย


ต้นเดือน ส.ค. ไทยและกัมพูชาได้ตกลงถอนทหาร ส่วนใหญ่ ออกไป จากบริเวณ ปราสาทพระวิหาร เพื่อลดการเผชิญหน้า ทั้งสองฝ่ายได้ตกลง คง ทหารเอาไว้ ที่นั่น ฝ่ายละประมาณ 50 นาย เท่าๆ กัน รวมทั้ง หน่วยประสานงานด้วย


ร.อ.อภิชาต ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวรอยเตอร์ เมื่อวันพฤหัสบดี ว่าปัจจุบัน ยังมีทหารไทย เหลืออยู่ที่วัด เพียง 11 นายเท่านั้น หลังจาก 2 คน ได้ล้มป่วย และถูกนำตัว ลงจากเขาเมื่อวันก่อน


นายฮอร์นัมฮอง (Hor Nam Hong) รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา แถลงใน กรุงพนมเปญ ใน วันพุธว่า ฝ่ายกัมพูชาเสียชีวิต 2 คนในเหตุการณ์ปะทะ อีก 2 คน ได้รับบาดเจ็บ และยังจับทหารไทย เป็นเชลย ได้อีก 10 คนด้วย ซึ่งทั้งหมดได้ “ยอมจำนน”


Reuters)

ภาพถ่ายวันที่ 17 ก.ค.2551 พ.อ.สม บุปผารัฐ (Som Bopharath) นายทหารกัมพูชา กำลังสนทนา กับ เวิน หรือ ร.อ.อภิชาต ภูพวก (ชุดดำ-ซ้าย) นายทหาร หัวหน้าฝ่ายประสานงาน ของไทย ในเขตวัดศิขาคีรีฯ ขณะที่ทหารกัมพูชา กว่า 1,000 คน เผชิญหน้า กับทหารไทยราว 500 คน ในอาณาบริเวณ ดังกล่าว ยืนตรงกลาง คือนายฟายสิฟาน (Phay Si Phan) โฆษกคณะรัฐมนตรีกัมพูชา (ภาพ: Reuters)


Reuters)

ภาพถ่ายวันที่ 17 ก.ค.2551 หรือ 3 เดือนก่อนหน้านี้ อีกมุมหนึ่ง ในเหตุการณ์เดียวกัน ขณะที่ ร.อ.อภิชาต กำลังสนทนา กับนายทหารเขมร ที่วัดสิขาคีรีฯ (ภาพ: Reuters)


AFP)

ภาพของ สำนักข่าว เอเอฟพีวันที่ 15 ต.ค. กลับเป็นว่า ร.อ.อภิชาต และทหารไทย เป็น เชลย ที่ยอมจำนวนต่อฝ่ายกัมพูชา (ภาพ: AFP)


Reuters)

ภาพถ่ายวันที่ 25 ก.ค.2551 หรือกว่า 3 เดือนก่อน ทหารไทยกับทหารเขมรดื่มกาแฟ-พูดคุยกันออกรสที่บริเวณวัดสิขาคีรีฯ ที่นั่นไม่เคยมีการสู้รบ บรรยากาศเช่นนี้ยังดำเนินต่อมาจนกระทั่งถึงวันพุธ (15 ต.ค.) เมื่อฝ่ายกัมพูชาประกาศให้ทหารไทยที่เหลืออยู่ 11 นายตกเป็นเชลย (ภาพ: Reuters)


Reuters)

ภาพถ่ายวันที่ 15 ต.ค.2551 อาวุธปืน ของทหารไทย ที่เก็บรวบรวมเอาไว้ ในบริเวณ วัดสิขาคีรีฯ ตามคำร้องขอของ ฝ่ายกัมพูชา ไม่มีการยึดแต่อย่างใด แต่รัฐมนตรีเขมร แถลงใน กรุงพนมเปญว่า ได้จับยึดอาวุธ ของ เชลย เอาไว้ (ภาพ: Reuters)



กองทัพภาค 2 ของไทย ได้ปฏิเสธ การกล่าวอ้างของ ฝ่ายกัมพูชา ในวันเดียวกัน เกี่ยวกับสิ่งที่ เรียกว่าการ “จับเชลย”


ร.อ.อภิชาต กล่าวว่า รู้สึกแปลกใจ หลังจากได้ทราบข่าวจาก กรุงพนมเปญ ทั้งๆ ที่ตนเองกับ ทหารไทย ไม่ได้ถูกจับ ไม่ได้ถูกควบคุมตัว เพียงแต่ใน วันเกิดเหตุ มีการยิงปืนขึ้นมา ยังเขตวัด และฝ่ายกัมพูชาได้ขอร้อง มิให้พกอาวุธในเขตวัด ทหารไทย ให้ความร่วมมือโดยดี


นอกจากนั้น ในวันที่เกิดการปะทะ ก็ยังติดต่อกับ ผู้บังคับบัญชาฝ่ายไทย ทางวิทยุสื่อสาร ตลอดเวลา


ร.อ.อภิชาต สังกัดกรมทหารพราน อยู่ในเหตุการณ์ต่างๆ ในอาณาบริเวณ วัดสิขาคีรี มาตั้งแต่ต้น เป็นคุ้นหน้าคุ้นตา เป็นอย่างดี กับ นายทหารระดับ ผู้บังคับบัญชา ของฝ่ายกัมพูชา หลายนาย รวมทั้ง พล.ต.เสรย์แด๊ก ผู้บัญชาการทหาร ในพื้นที่


พล.ต.เสรย์แด๊ก (Srey Dek) กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ฝ่ายกัมพูชา ได้ปล่อยตัวทหารไทย ทั้ง 13 คน และส่งมอบ ให้แก่ฝ่ายไทยแล้ว


พล.ท. วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล ผู้บัญชาการ กองทัพภาคที่ 2 ปฏิเสธมาตลอดว่า ทหารไทยเหล่านั้น ไม่ได้ถูกจับกุม หรือถูกคุมขัง แบบเชลย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 17 ตุลาคม 2551 03:09 น.
http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000123383


พิมพ์ ข่าวนี้ “ทหารเชลย” โผล่ ฉีกหน้าเขมรปั้นน้ำ!


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

October 16, 2008

นายฮอร์นัมฮอง (Hor Nam Hong) สั่งให้ ทูตฟ้องต่อ องค์การสหประชาชาติ

Filed under: กัมพูชา,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวรอบโลก,ข่าวลือ,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,ตรวจสอบ,ประวัติศาสตร์ไทย,ปราสาท ตาควาย,ปราสาท ตาเมือนธม,ปราสาทพระวิหาร,วัฒนธรรมขอมโบราณ,วิกฤติ,สหประชาชาติ — accomthailand @ 02:15
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


ตามฟอร์ม..เขมรเพ้อรักสันติโวยวายฟ้องยูเอ็น

Reuters)

ทหารเขมรเคลื่อนกำลังกันคึกคักที่บริเวณวัดสิขาคีรีสวรักษ์ ใกล้กับปราสาทพระวิหารเมื่อวันพุธนี้ หลังจากทหารเขมรยิงปะทะกับทหารไทยในชายแดนด้านภูมะเขือ ห่างออกไปทางทิศตะวันออกราว 2 กม. (ภาพ: Reuters)


ผู้จัดการออนไลน์ — รัฐบาลกัมพูชา เริ่มรณรงค์ทางการทูต อีกครั้งหนึ่ง หลังจากเกิด การปะทะด้วยอาวุธ กับไทย ที่ชายแดน ขณะที่ ปากพร่ำเพ้อ ยังใฝ่สันติวิธี ในการแก้ไขปัญหา ส่วนอีกทางหนึ่ง ก็สั่งให้ ทูตฟ้องต่อ องค์การสหประชาชาติ


นายฮอร์นัมฮอง (Hor Nam Hong) รัฐมนตรีต่างประเทศ กัมพูชาได้เชิญทูตานุทูต ที่ประจำใน กรุงพนมเปญ ยกเว้นเพียง ทูตไทย เข้ารับฟัง การชี้แจงใน ตอนค่ำ วันพุธ (15 ต.ค.) หรือเพียง ไม่กี่ชั่วโมง หลังการปะทะ กับไทย ซึ่งมีทหารกัมพูชา เสียชีวิต 2 นาย กับอีก 2 นาย ได้รับบาดเจ็บ


นายฮอร์ แถลงกับ ผู้สื่อข่าว ในเวลาต่อมา ระบุว่า ได้สั่งให้ เอกอัครราชทูตกัมพูชา ประจำสหประชาชาติ รายงานเรื่องที่เกิดขึ้น และ ขอให้เรียก ประชุม คณะมนตรีความมั่นคง เพื่อพิจารณาเรื่องนี้


กัมพูชา กำลังมองหา ทุกวิธีการทางการทูต เพื่อหาทางแก้ไข ปัญหาชายแดน กับไทย นายฮอร์กล่าว


“ผมเพิ่งจะบอกกับ บรรดาทูตานุทูต ไป เกี่ยวกับการปะทะกัน ด้วยอาวุธกับ ฝ่ายไทย ผมได้บอกไป อย่างชัดถ้อยชัดคำ ว่า เราได้อดทน อย่างถึงที่สุด จนกระทั่งบัดนี้ แต่ เรามีสิทธิ์ ที่จะป้องกันตนเอง และโต้ตอบ อย่างเหมาะสม สำหรับกรณีนี้” รมว.ต่างประเทศกัมพูชา กล่าว


อย่างไรก็ตาม “เราปรารถนา ที่จะแก้ไขปัญหานี้ ด้วยสันติวิธี” และยืนยันว่า จะเข้าร่วม การเจรจาทางทหารระดับท้องถิ่น กับฝ่ายไทย ต่อไป ในวันพฤหัสบดีนี้


“รัฐบาล ราชอาณาจักรกัมพูชา ขอหยิบยก อีกครั้งหนึ่ง เกี่ยวกับ ความมุ่งมั่น ที่จะใช้ความอดกลั้น อย่างถึงที่สุด ตลอดจน จะใช้วิธี เจรจา และ ทำงานอย่างใกล้ชิด กับ ประเทศไทย เพื่อหาทาง หลีกเลี่ยง การปะทะด้วยอาวุธ ในขอบเขต ที่ใหญ่โต ระหว่างสองประเทศ”

AFP)

ฮอร์นัมฮอง รัฐมนตรีเจ้าบทบาท วันจันทร์ (13 ต.ค.) ออกต้อนรับ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รมว.ต่างประเทศไทยที่ไปเยือนเป็นอย่างดี อีกสองวันถัดมาฟ้องยูเอ็นกล่าวหาว่าทหารไทยรุกล้ำแดนและเปิดฉากยิงใส่ทหารเขมรก่อน (ภาพ: AFP)


อย่างไรก็ตาม รมว.ต่างประเทศกัมพูชา กล่าวหาว่า ทหารไทย เป็นฝ่ายยิงก่อน และ ฝ่ายกัมพูชา มีสิทธิ์ ที่จะป้องกันตัวเอง


ระหว่างการปะทะกันนั้น ฝ่ายกัมพูชา สามารถจับกุม ทหารไทยได้จำนวน 10 คน ซึ่ง สมเด็จฯ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการ ให้ดูแลคนทั้งหมด เป็นอย่างดี และพร้อมที่จะ ส่งมอบ ให้แก่ฝ่ายไทย หากมีการร้องขอ


สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า ก่อนหน้านั้น ในวันเดียวกัน รัฐบาลกัมพูชา ได้ออกคำแถลงฉบับหนึ่ง กล่าวหาว่า ทหารไทย ได้โจมตี ทหารกัมพูชาใน 3 จุด ด้วยกัน และทั้งหมด อยู่ลึกเข้าไป ในดินแดนกัมพูชา


พล.ท. วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 ของไทย ได้ปฏิเสธ การกล่าวหา ของฝ่ายกัมพูชา โดยระบุว่า ทหารฝ่ายนั้น เริ่มยิงก่อน ทำให้ทหารไทย ต้องต่อสู้ป้องกัน มีทหารไทย 5 นาย ได้รับบาดเจ็บ ในการประทะกันครั้งนี้
Reuters)

ภาพถ่ายวันที่ 15 ต.ค.2551 ทหารไทยที่ฝ่ายกัมพูชาอ้างว่าได้ยอมจำนน กำลังนั่งในบริเวณวัดสิขาคีรีสวรักษ์ บนทางขึ้นปราสาทพระวิหาร แม่ทัพภาค 2 ของไทยได้ออกปฏิเสธเรื่องนี้ทันควัน ทหารไทยเหล่านี้เป็นหนึ่งในไม่กี่สิบคนที่ยังคงประจำอยู่ในบริเวณวัดแห่ง นั้นมาตั้งแต่เดือน ส.ค.ตามข้อตกลงของทั้งสองฝ่าย (ภาพ: Reuters)

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 16 ตุลาคม 2551 16 ตุลาคม 2551 02:15 น.
http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000122897


พิมพ์ ข่าวนี้ ตามฟอร์ม.. เขมรเพ้อ รักสันติ โวยวายฟ้องยูเอ็น


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

เหตุใดปะทะแตกหัก กันจนได้ระหว่าง “ไทย-กัมพูชา” – บันทึกหน้า 4…ท.ศักดิ์

Filed under: กัมพูชา,ข่าวการเมือง,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวรอบโลก,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,ตรวจสอบ,ท่องเที่ยว,ประวัติศาสตร์ไทย,ปราสาท ตาควาย,ปราสาท ตาเมือนธม,มรดกโลก,วัฒนธรรมขอมโบราณ,วิกฤติ,องค์การยูเนสโก — accomthailand @ 00:04
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


16 ตุลาคม 2551
กองบรรณาธิการ การเมือง
หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

บันทึกหน้า 4…ท.ศักดิ์


“อิสรภาพแห่งความคิด” …แล้วก็เกิด การปะทะแตกหัก กันจนได้ระหว่าง “ไทย-กัมพูชา” ซึ่งก็ไม่ได้เกิน คาดเดา เท่าใดนัก เพียงแต่วันเวลา ที่ทอดมาถึง ปัจจุบันเท่านั้น ที่ทำให้น่าสนใจว่า เหตุใด


รัฐบาลฮุนเซน จึงเลือกจังหวะเวลา ช่วงนี้…๐


คนคิดด้านร้าย หลายๆ ฝ่าย ต่างตั้งแง่สงสัยกันถ้วนทั่ว ว่า “สมเด็จฮุน เซน” ได้รับสัญญาณอะไร บางอย่างจาก เพื่อนร่วมก๊วนกอล์ฟ อย่าง “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรีไทย ของไทยหรือไม่…๐


ก่อนหน้านี้ไม่ถึงสัปดาห์ ฮุน เซน ได้มีการติดต่อ สำนักข่าวต่างประเทศ ผ่านองค์กรสื่อในอาเซียน??? อาทิ เอบีซีนิวส์ สเตรทไทม์ ฯลฯ เพื่อให้สัมภาษณ์ เป็นการเฉพาะ แล้วไม่กี่วันที่ผ่านมา ก็มีข่าวเผยแพร่ ออกมาว่า “ขีดเส้นตาย” ให้กองทัพไทย ถอนทหารออกจาก “ปราสาทพระวิหาร” ทั้งๆ ที่ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ กำลัง “เจรจา” ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนระหว่างกัน? ในช่วงนั้น…๐


หรือ นี่เป็นวิธีการทูต “แบบสองหน้า” ที่กัมพูชา นิยมเล่น และไทยเอง ก็ตกเป็น เครื่องมือถูกปั่นหัว หรือพร้อมใจ เล่นเป็นตัวประกอบ ในฉากนี้ด้วย


คำถามเหล่านี้ ยังคงลอย อยู่ในสายลม เพื่อให้ ใครบางคนตอบอยู่ …๐


ที่แน่ๆ คนลอยตัว อย่างทุเรศทุรัง คงไม่พ้น “นพดล ปัทมะ” อดีต รมว.การต่างประเทศ ที่ออกมาปัดสวะ ความรับผิดชอบให้พ้นตัว ว่า ได้ยกเลิก “แถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา” ไปแล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงไม่ใช่เกิดจาก เรื่องเหล่านี้


แหม! ช่างเป็น “ลูกผู้ชาย” เสียจริง มิน่า ผู้หญิงอย่าง “ณหทัย ทิวไผ่งาม” ต้องใส่รองเท้า คอนเวิร์ส แยกทางกันเดิน …๐


โธ่! มูลเหตุของเรื่องนี้ ถ้าไม่มี แถลงการณ์ร่วม ที่เรียก “จอยต์ คอมมูนิเก้” มีหรือที่ เขมรจะกล้าหือ และถือไพ่เหนือกว่า ทั้งในเวทีโลก และ เวทีคณะกรรมการ มรดกโลก จนทำให้สามารถ จดทะเบียน ปราสาทพระวิหารเป็น มรดกโลกสำเร็จ เขาถึงบอกว่า “สนิมเกิดจากเนื้อใน” ประเทศไทย ที่ต้องเสีย กรุงศรีอยุธยา ทั้ง 2 ครั้ง ก็เพราะคนใน ที่หัวใจเป็นอื่น เป็นตัวอย่างมาแล้ว ไม่ใช่หรือ …๐


เหตุการณ์ปะทะ ครั้งนี้จะสมอุราของ “ชายแม้ว” หรือไม่ ไม่ทราบได้ แต่ข้อครหาของ “กลุ่มพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย” ที่ระบุว่า อยู่ในช่วง วันอันตราย ก่อนถึงวันที่ 21 ตุลาคม ซึ่งจะเป็นวัน นัดอ่าน คำพิพากษา ในคดีที่ดินรัชดาภิเษก เริ่มมี “เค้าลาง” น่าเชื่อถือมากขึ้น


เพราะหาก ไล่เรียงให้ดีๆ จะเห็นว่า เริ่มมีความต่อเนื่องมาก ตลอดตั้งแต่ เริ่มเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา…๐


ต้นเดือน เขมร ยิงปะทะทหารไทย ที่ “ภูมะเดือ” ซึ่งก็เป็นที่ปะทะ ในปัจจุบันด้วย


เกิด 7 ตุลาวิปโยค


ตามมาด้วย ข่าวการขอลี้ภัยของ “พ.ต.ท.ทักษิณ”


ตามติดด้วยการระดมพลของ “นปช.” จัดงาน และ ล่าสุด


อัยการสูงสุด ก็สั่งไม่ฟ้องในคดี “ซุกหุ้นเอสซี แอสเสท”…๐


ด้วยเรื่องราว ที่จับต้องได้ ทำให้นวนิยาย ว่าด้วยเรื่อง “ชายผู้ดิ้นรนเสพติดอำนาจ” ถูกหลายต่อหลายฝ่าย เห็นพ้องตรงกันว่า คนผูก ย่อมเป็น คนแก้ คือ “พ.ต.ท.ทักษิณ” เท่านั้น ไม่เว้นแม้แต่ อดีตนายกรัฐมนตรี อย่าง “อานันท์ ปันยารชุน” ก็เล็งเห็น เช่นเดียวกัน …๐


แต่ดูเหมือน น้องเขย ผู้หน้าซื่อ อ่อนน้อม แต่ใจโหด อย่าง “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” จะปัดทิ้งว่า เป็นแค่ความเห็น ของคนนอก แล้วไอ้ที่ ส.ส.พลังประชาชน ยัง เรียกขาน อดีตนายกฯ ว่า “พ่อบ้าง นายบ้าง” ในการประชุมพรรค แต่ละที หรือประชุมก๊วน แต่ละครั้ง อย่างนี้ ยังจะปฏิเสธว่า ไม่เกี่ยวข้องหรือ …๐


เขาก็บอกกันแล้วว่า อย่าตีงูแค่หลังหัก แต่ถ้าจะตีงูก็ต้องตีให้ “ตาย” ก็เหมือนกับกรณีนี้เช่นกัน


การปล่อยให้คน ที่มีอำนาจเงิน และอำนาจสั่งการ ลอยตัวอยู่ เมืองนอกเมืองนา ในโลก “โลภาภิวัตน์” เช่นนี้ เราก็มีแต่ เสีย และ มีแต่ ตั้งรับเท่านั้น …๐


ไม่รู้ว่า “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” จะรู้หรือไม่ว่า “หัวโขน” ที่ตัวเองสวมอยู่ ตอนนี้ คือ “โฆษกประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี” ไม่ใช่ “พิธีกร” รายการ ความจริงวันนี้ หรือ โฆษกส่วนตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่จะต้องออกมา ชี้แจงแถลงไข เรื่องรายละเอียด การจัดงาน ซึ่งจะเชิญ “สมัคร สุนทรเวช” อดีตนายกรัฐมนตรี มาหรือไม่มาร่วม เพราะหากยังทำตัวเป็น พิธีกร ควบคู่กับ โฆษกสำนักนายกฯ ระวังอาจถูก เข้าข่ายละเว้น การปฏิบัติหน้าที่ได้


เพราะปล่อยให้ “พิธีกร” ที่ถูกหมายจับ ในคดีหมิ่นเบื้องสูง ลอยหน้าลอยตา จัดรายการ ในสื่อของรัฐ โดยไม่รู้สึกรู้สาอะไร…๐


ทิ้งท้าย ด้วยความหวังดีไปยัง อัยการสูงสุด ในยุค “ชัยเกษม นิติสิริ” ที่ต้อง ตอบคำถามสังคม ให้ชัดเจนว่า ทำหน้าที่ “ทนายแผ่นดิน” อย่างเข้มข้น สมกับเป็น ข้าราชการ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือไม่ เพราะคดีที่อยู่ในมือ อสส. ยุคนี้เขาพูดว่า มันถึงขั้นชี้ “อนาคต” ประเทศไทย เลยทีเดียว …๐

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ 16 ตุลาคม 2551
http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&iDate=16/Oct/2551&news_id=165355&cat_id=500


พิมพ์ ข่าวนี้ บทความนี้ บันทึกหน้า 4… ท.ศักดิ์


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

กัมพูชา… กับบทเรียนในอดีต – ท่านขุนน้อย

Filed under: กัมพูชา,ข่าวการเมือง,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวรอบโลก,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,ตรวจสอบ,ท่องเที่ยว,ประวัติศาสตร์ไทย,ปราสาท ตาควาย,ปราสาท ตาเมือนธม,ปราสาทพระวิหาร,มรดกโลก,วัฒนธรรมขอมโบราณ,วิกฤติ,องค์การยูเนสโก — accomthailand @ 00:03
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


16 ตุลาคม 2551
กองบรรณาธิการ การเมือง
หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

กัมพูชา… กับบทเรียนในอดีต ท่านขุนน้อย


และแล้ว… การเมืองภายนอก ก็ถึงจุดปะทะกัน จนได้!!! ใครจะเป็น ฝ่ายเปิดฉากยิงใครก่อน ก็แล้วแต่ แต่เสียงปืนที่ระเบิดขึ้น อย่างต่อเนื่อง ประมาณ 10 นาที ณ บริเวณพื้นที่หมู่ 11 ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ หรือ ที่เรียกกันว่า ภูมะเขือ เชิงปราสาทพระวิหาร วานนี้… ทำให้ทั้ง ทหารไทยและกัมพูชา ต้องบาดเจ็บ หลั่งเลือดไปด้วยกัน ทั้งสองฝ่าย…


อย่างไรก็ตาม… การปะทะครั้งนี้ ยังถือว่า เป็นเพียง การปะทะประปราย ไม่ได้มีแนวโน้มใดๆ ว่าจะขยายตัวไปสู่ สงครามเต็มรูปแบบ อย่างที่ นายกรัฐมนตรี ฮุน เซน ผู้นำกัมพูชา เพรียกหาไป เมื่อวันสองวันนี้ ท่าทีของ ผู้นำกองทัพไทย ยังคงตั้งมั่นอยู่ในสติ พร้อมที่จะ ปกป้องอธิปไตย ของชาติ ควบคู่ไปกับการเจรจา การงัดเอาอาวุธหนัก ออกมาถล่มใส่กัน จึงยังไม่ปรากฏให้เห็น พูดง่ายๆ ว่า… ฉากสถานการณ์ เมื่อมาถึง ณ ขณะนี้… ก็ยังคงเปิดกว้างให้กับ การหาทาง คลี่คลายข้อขัดแย้ง และความไม่เข้าใจ ระหว่างกันและกัน โดยหนทางสันติ ได้เสมอ…


แม้นว่าการมีประเทศ อย่างกัมพูชาเป็น เพื่อนบ้าน… จะก่อให้เกิด ความปวดเศียรเวียนเกล้า ต่อประเทศไทย มาโดยตลอดประวัติศาสตร์ นับตั้งแต่ อดีต จนตราบเท่าทุกวันนี้… แต่ก็นั่นแหละ อย่างที่ใครต่อใครพูดๆ เอาไว้ว่า โอกาสที่จะ ยกประเทศทั้งประเทศ แยกห่างออกจากกันนั้น … มันคง เป็นไปไม่ได้ ไม่ว่าจะโกรธเกรี้ยว เฉียวฉุน กันเพียงใดก็ตาม สุดท้าย… ก็คงหนีไม่พ้น ที่จะต้องหาทาง จบกันที่ โต๊ะเจรจา ให้เร็วที่สุด เท่าที่จะเร็วได้ เพื่อให้ผู้คน ตลอดสองฟากฝั่ง แนวเขตแดน ซึ่งต่างก็เป็น พี่ๆ น้องๆ ด้วยกัน ทั้งนั้น พอได้อยู่เย็นเป็นสุข ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว …


การที่ การเมืองภายนอก เกิดมาปะทุกัน ในช่วงเวลานี้ ไม่ว่าใครจะตั้งข้อ สมมุติฐานไปในลักษณะใด ก็แล้วแต่ แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่า มันน่าจะมีส่วน ทำให้ การเมืองภายใน พอมีโอกาส หายใจ-หายคอ ได้เฮือกใหญ่ทีเดียว ภายใต้ สถานการณ์ หน้าสิ่ว-หน้าขวาน หน้าข้าว-หน้าเหล้า เช่นนี้… จะไปเคี่ยวเข็ญ เสือกไส ให้รัฐบาลออกๆ ไปโดยไว… ก็ออกจะเป็นอะไร ที่ค่อนข้าง อิหลักอิเหลื่อ อยู่ไม่น้อย ความจำเป็น ที่จะต้องมี ผู้รับผิดชอบ หรือ ผู้ตัดสินใจ ในสถานการณ์เช่นนี้… ทำให้ประเทศไทย คงต้องตกอยู่ในสภาวะ กลืนไม่เข้า-คายไม่ออก ต่อไปอีกซักพัก…


แต่ฉากสถานการณ์ เช่นนี้… ใช่ว่า จะไม่เคยปรากฏมาก่อนเลย ในประวัติศาสตร์ชาติไทย หลายต่อหลายครั้ง ในอดีตเราก็เคย เผชิญกับภาวะเช่นนี้ ครั้งแล้ว-ครั้งเล่า โดยมีตัวละครเก่าๆ อย่างประเทศกัมพูชา นี่แหละ เป็นผู้สร้าง ความอิหลักอิเหลื่อ ให้กับประเทศไทย อยู่ภายนอก ในขณะที่ เรากำลัง ชุลมุนวุ่นวาย อยู่กับปัญหาการเมืองภายใน ด้วยเหตุนี้… บทเรียนดั้งเดิม เท่าที่เคยมีมาในอดีต จึงน่าจะยังมีคุณค่า มีประโยชน์มากพอ ที่จะนำมาปรับใช้ กับสถานการณ์ปัจจุบัน ได้ไม่น้อย แม้นว่าสิ่งที่เคยเป็นมาในอดีต อาจไม่สามารถ นำมาใช้เป็น คำตอบ ต่อสถานการณ์ ปัจจุบัน ได้แบบสมบูรณ์ เบ็ดเสร็จ ในทุกเรื่อง ทุกกรณี แต่การหวนกลับไป คิดคำนึงว่า ผู้คนในอดีต สามารถก้าวผ่าน วิกฤตการณ์ ในลักษณะเช่นนี้มา ได้อย่างไร? อย่างน้อย… ก็อาจพอนำเอามาใช้ เป็น แนวทาง หรือกระทั่ง เป็น กำลังใจ ในการฝ่าฟันอุปสรรค ต่างๆ ได้บ้าง…


จริงอยู่… ถึงแม้นว่า ระบบการเมือง การปกครอง ในอดีตกับปัจจุบัน จะแตกต่างกัน แบบคนละเรื่อง คนละม้วน ก็ตามแต่ สิ่งที่ประวัติศาสตร์ ได้สะท้อนให้เห็นถึง องค์ประกอบ สำคัญเอามากๆ ในการฝ่าฟัน วิกฤตการณ์ ในลักษณะเช่นนี้ก็คือ… ความเข้มแข็ง ของการนำ ที่ไม่อาจปฏิเสธได้ โดยเด็ดขาด บุคลิกภาพของ อดีตวีรกษัตริย์ แต่ละพระองค์ ผู้ซึ่งเคยเผชิญกับ ฉากสถานการณ์ทำนองนี้ เท่าที่มีบันทึกอยู่ใน บทเรียน ตำรา แต่ละเล่ม ล้วนแล้วแต่ บ่งบอกถึง ความจำเป็น ในอันที่จะต้องอาศัย กรรมวิธีที่เฉียบขาด เด็ดเดี่ยว ในการนำพา ประเทศชาติ ฝ่าฟัน วิกฤติการเมืองภายนอก ไปพร้อมๆ กับการจัดการ วิกฤติการเมืองภายใน แบบถึงราก-ถึงโคน…


แน่นอนว่า… สำหรับทุกวันนี้ แม้ว่าการนำพาประเทศชาติ คงไม่ใช่เรื่องของ คนหนึ่ง-คนใด ต่อไปอีกแล้ว แต่ไม่ว่า เราจะมี ระบบการเมือง การปกครอง ที่เหมาะสม สอดคล้อง กับสภาพสังคมไทย ในปัจจุบัน หรือสังคมโลก ขณะนี้ก็ตาม ถ้าหากระบบนั้นๆ ยังปราศจาก เสียซึ่ง ความเข้มแข็ง ของการนำ ยังเต็มไปด้วย ผู้รับผิดชอบ ซึ่งพร้อมเสมอ ที่จะปฏิเสธ


ความรับผิดชอบ หรือ ผู้ตัดสินใจ ซึ่งปราศจากอำนาจ ในการตัดสินใจ ที่แท้จริง ดูเหมือนว่า… นอกจากโอกาส ในการฝ่าฟันวิกฤติ แทบจะเป็นไป ไม่ได้แล้ว ดีไม่ดี…สถานการณ์ การเมืองภายนอก ที่ถูกนำมาเชื่อมโยง กับสถานการณ์ การเมืองภายใน คราวนี้… อาจทำให้ เราต้องเขียน ประวัติศาสตร์ หน้าใหม่ ที่ไม่หลงเหลือเค้าลางของ ประวัติศาสตร์ในอดีต อีกต่อไป ก็ไม่แน่…???


การปะทะบริเวณ ชายแดนไทย-กัมพูชา คราวนี้… แม้นว่าจะกลายเป็น ข่าวใหญ่ ชนิดแทบกลบกระแส การเมืองภายใน ไปโดยทันที แต่ท้ายที่สุด… คำตอบ ต่างๆ ที่จะถูกนำไปใช้ เป็นข้อสรุป บนโต๊ะเจรจา ก็คงต้องขึ้นอยู่กับ การเมืองภายใน ของแต่ละประเทศ นั่นเอง


ตราบใดที่สภาพ การเมืองในประเทศไทย… ยังเต็มไปด้วย ความสับสน ระส่ำระสาย ไร้ทิศไร้ทาง หาเอกภาพการนำ ยังไม่เจอ ยังไม่สามารถสร้าง ความเข้มแข็ง ของการนำ ให้เกิดขึ้นได้ อย่างเป็นจริงเป็นจัง หรืออย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด…


แม้นว่าโดย ศักยภาพทางทหาร ของไทย เมื่อเปรียบเทียบกับ เพื่อนบ้าน จะแข็งแกร่งกว่ากัน หลายต่อหลายเท่า… แต่โดย ศักยภาพของชาติ แล้ว… เราอาจต้องตกเป็น ฝ่ายเสียเปรียบ ในโต๊ะเจรจา ตั้งแต่เริ่มแรก…


ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก แฮนด์สัน ดับเบิลยู บัลด์วิน… “ศักยภาพสูงสุด ในการรบ ของแต่ละชาติ ไม่มีอะไรเหนือไปกว่า กำลังใจ และความมุ่งมั่น ของพลเมืองแห่ง ชาตินั้นๆ…”

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ 16 ตุลาคม 2551
http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&iDate=16/Oct/2551&news_id=165356&cat_id=500


พิมพ์ ข่าวนี้ บทความนี้ กัมพูชา…กับบทเรียนในอดีต


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

มีทางออกชัดเจน ให้เลือกแล้ว หากไม่อยากเห็น การปฏิวัติรัฐประหาร

Filed under: กัมพูชา,การเมืองภาคประชาชน,ข่าวการเมือง,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวรอบโลก,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข่าวเศรษฐกิจ,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ท่องเที่ยว,ประวัติศาสตร์ไทย,ปราสาท ตาควาย,ปราสาท ตาเมือนธม,ปราสาทพระวิหาร,มรดกโลก,วัฒนธรรมขอมโบราณ,วิกฤติ,องค์การยูเนสโก — accomthailand @ 00:02
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


16 ตุลาคม 2551
กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ทางออกที่ชัดเจน “สมชาย” ต้องเสียสละ


การที่ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ แสดงท่าที ชัดเจน “ปฏิเสธ” ที่จะฟังคำแนะนำ หรือเสียง วิเคราะห์วิจารณ์ ของ นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี


ซึ่งเสนอ ทางออกในการปลดล็อก ปัญหาความขัดแย้ง ในบ้านเมือง นับเป็น ปฏิกิริยาที่มิได้เหนือความคาดหมาย เพราะตั้งแต่ “น้องเขย” ของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร คนนี้ ขึ้นมาดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี ก็สะท้อนภาพ ปากอย่าง การกระทำอีกอย่าง มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็น เรื่อง ความตั้งใจ ในการสร้างความสามัคคี ความปรองดอง ให้เกิดแก่ ประเทศชาติ ประชาชน ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และไม่ติดยึดกับ ตำแหน่ง


ทั้งๆ ที่เพิ่งแถลงผ่าน โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2551 ด้วยใจความว่า…


“สังคมไทย ทุกวันนี้ มีความขัดแย้ง ทางความคิดมากมาย มีเหตุการณ์ ประท้วงชุมนุมมาก และ ยังมีภัยเศรษฐกิจ ที่ท้าทาย ความอยู่รอด ของ ประเทศชาติ เราต้องหาทางออก และ พาไปสู่ความสงบ ที่เราจะอยู่ร่วมกันได้ ต้องหันหน้าเข้าหากัน แก้ไขปัญหาร่วมกัน ปรองดองกัน เพื่อให้เกิด ความสงบสุข…”


แต่สรุปลงท้าย นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็แสดงธาตุแท้ ไม่ยอมรับความคิดเห็น ของฝ่ายอื่น ไม่ว่าจะเป็น การเสนอให้ รัฐบาลลาออก หรือ นายกรัฐนตรี ยุบสภา แม้แต่การแสดง ความรับผิดชอบ ต่อเหตุการณ์ สลายการชุมนุมหน้ารัฐสภา อย่างตรงไปตรงมา


คำกล่าวของ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่บอกว่า… “มีหลายฝ่าย พยายามเรียกร้องว่า รัฐบาลควรยุบสภา หรือ นายกฯ ควรลาออก จากตำแหน่ง กราบเรียนว่า ไม่คิดยึดติดใน ตำแหน่งหน้าที่ แต่อย่างใด หากการทำเช่นนี้ แก้ปัญหา ได้จริง แต่การทำเช่นนั้น ยังไม่แน่ใจว่า จะแก้ปัญหา ได้จริง หรือไม่ อาจกระทบ ต่อภารกิจ ที่ต้องร่วมกันทำ หลายอย่าง ควรให้เห็น ทางออกที่ชัดเจน เสียก่อน ผมสามารถ ตัดสินใจได้ โดยไม่ ตะขิด ตะขวงใจ เลย…”


จึงเป็นแค่พิธีกรรม ทางการเมือง อีกฉาก ของ คนปากหวาน แต่น้ำใจเชือดคอ เพราะ นายสมชาย ไม่มีวันเจอทางออก ที่ชัดเจนแน่นอน ตราบเท่าที่ ไม่สำนึก ทบทวนว่า ต้องเสียสละ เพื่อประโยชน์สุขข องส่วนรวม เสียที


ทั้งๆ ที่มีข้อเท็จจริง ที่เกิดขึ้นว่า เกิดวิกฤติศรัทธา ในหมู่ประชาชน นายสมชาย หมดความชอบธรรม ในตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี นายสมชาย ถูกตั้ง ข้อกล่าวหาเป็น “ฆาตกรเลือดเย็น” นายสมชาย ก็ยังพยายามซื้อเวลา เพื่อรักษาประโยชน์ พวกพ้อง ด้วยข้ออ้างเดิมๆ เป็นรัฐบาล มาจาก การเลือกตั้ง ตามระบอบประชาธิปไตย ต้องเคารพในกติกา


นอกจากนั้น ยังมีข้อสังเกตว่า ความรุนแรง ในช่วงนี้ ทั้งในประเทศ และ การ ท้าตี ท้ารบ ของ ผู้นำประเทศกัมพูชา มีเจตนาซ่อนเร้น อย่างมี นัยสำคัญ กับวันที่ 21 ตุลาคม 2551 ที่ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กำลังจะอ่านคำพิพากษา คดีที่ดินรัชดาภิเษก ที่มี พ.ต.อ.ทักษิณ ชินวัตร เป็นจำเลย ใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ส่วนตัว อันจะเป็น ใบเสร็จชี้ชะตา ระหว่าง การเป็น อาชญากรหนีคดี กับ ผู้มีสิทธิ์ลี้ภัย ทางการเมือง


เหตุผล และ สถานการณ์ ทั้งหมดดังกล่าว เป็นสิ่งตอกย้ำว่า ทางออกที่ชัดเจน จะไม่มีทางเป็นไปได้เลย หาก นายสมชาย ยังไม่ตกผลึก ทางความคิดว่า ฝ่ายบริหาร จะนำพาบ้านเมือง ให้รอดได้อย่างไร ท่ามกลางวิกฤติศรัทธา และ ความไม่สง่างาม ของนายกรัฐมนตรี


ดังนั้น การเสียสละ เพื่อส่วนรวม จึงเป็น ทางออกทางเดียว ที่จะไม่ทำให้ คนไทยต้องเสียเลือดเนื้อ หรือ ตกเป็นเหยื่ออันโอชะ ของ ผู้ไม่ปรารถนาดี ทั้งที่เป็น คนไทย และ คนต่างชาติ หรือเพียงเพื่อ สนองความต้องการของ คนไทยหน้าเหลี่ยม ที่ลอนดอน


ด้วยทางเลือก ที่มีน้อย ทางเดินที่ตีบตัน ของรัฐบาล ทางออก ที่ละมุนละม่อม และ เหมาะกับสถานการณ์ ที่สุดจึงไม่พ้น นายสมชาย ต้องเสียสละ เลือกเดินทาง ที่ฝืนใจตัวเอง นั่นคือลาออก ให้คนอื่นมาเป็น นายกรัฐมนตรี โดยมีเงื่อนไขว่า นอกจาก นายกรัฐมนตรี ต้องมาจาก การเลือกตั้ง ตามที่ รัฐธรรมนูญบัญญัติ ไว้แล้ว


คณะรัฐมนตรี ควรมาจาก คนนอก ที่มีความสามารถ และเป็นที่ยอมรับ ในสังคมอย่างแท้จริง ทั้งหมด จะได้หมดปัญหาว่า มีแต่พวกเขา จากนั้น ก็ทำ การบ้าน ที่คนไทยทั้งชาติ อยากเห็น นั่นคือ ปฏิรูปการเมือง เพื่ออนาคต ที่ดีกว่า และ คืนความปรองดอง สมานฉันท์ ให้กับ ประเทศชาติ ประชาชน ขอยืนยันว่า มีทางออกชัดเจน ให้เลือกแล้ว หากไม่อยากเห็น การปฏิวัติรัฐประหาร และ เสียเลือดเสียเนื้อ อีกต่อไป

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ 16 ตุลาคม 2551
http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&iDate=16/Oct/2551&news_id=165345&cat_id=100


พิมพ์ ข่าวนี้ บทความนี้ ทางออกที่ชัดเจน “สมชาย” ต้องเสียสละ


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

เปลวสีเงิน – พันธมิตรฯ กับ สถานการณ์ ศึกประชิดแดน


16 ตุลาคม 2551
กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

เปลวสีเงิน – พันธมิตรฯ กับ สถานการณ์ ศึกประชิดแดน


ทหารไทย ปะทะ ทหารเขมร วานนี้ (๑๕ ต.ค.๕๑) ที่เชิงเขาพระวิหาร บริเวณภูมะเขือ ถือเสียว่า เป็นการ สะเดาะเคราะห์ คนไทย กับ คนไทย จะได้ ไม่ต้องฆ่ากันเอง ไงล่ะ ถึงอย่างไร


“สงครามไทย-เขมร” ไม่มีแน่ จะมีก็แต่ ซ่า..เข้ามา ก็จะถูกเตะ สั่งสอน กลับไปบ้าง เท่านั้น


สาเหตุที่ เขมร เหิมเกริมกับ ไทยเรา ก็อย่างที่รู้กันอยู่ ประเด็นแรก ก็คือ “สันดาน” เป็นอย่างนี้ มาตลอด


ประเด็นที่สอง เห็นรัฐบาลไทย อ่อนแอ และ คนไทยแตกแยก กันเอง สันดาน จึง สำแดง


ประเด็นที่สาม เพราะต้องการ พื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร อันเป็นของไทย ๔.๖ ตารางกิโลเมตร ผนวกเข้าไป เป็นส่วนเดียว กับตัว ปราสาท ที่ได้ขึ้นทะเบียน เป็นมรดกโลก ไปแล้ว


แต่คณะกรรมการมรดกโลก เขามีเงื่อนไขไว้ว่า การขึ้นทะเบียนนั้น จะสมบูรณ์ได้ ก็ต่อเมื่อ “ตัวปราสาทพระวิหาร” ต้องมี อาณาบริเวณ รอบๆ เป็น ภูมิทัศน์ด้วย เมื่อยังไม่ได้ จึงต้องดิ้นรน!


พูดง่ายๆ คือ มีแต่ตัวปราสาทโด่ๆ เป็นมรดกโลกไม่ได้ ต้องมีที่ดินรอบๆ ให้เขาทำมาค้าขายด้วย ทำเป็นที่ ปลูกสร้างอาคารทำการ ด้วย ปราสาทพระวิหาร จึงจะได้เป็น “มรดกโลก” สมบูรณ์ตามเงื่อนไข


นี่ก็ใกล้ กำหนดเวลาที่ คณะกรรมการ เขาให้ไว้แล้ว แต่เขมรยังมีแค่ ตัวปราสาทโด่ๆ ลอยอยู่ในอากาศ อย่างว่า ไม่มีที่ดินรอบๆ พัฒนา เพื่อการพาณิชย์ อย่างที่พวก “ประเทศกลุ่มทุน” หนุนหลัง เขามีแผนไว้แล้ว


กระทั่งที่จะขึ้นไปตัว ปราสาท และที่จะทำส้วม ให้นักท่องเที่ย วขี้-เยี่ยว ก็ยังไม่มีด้วยซ้ำ!


ถึงจะมีการตั้ง ๖-๗ ประเทศ ขึ้นเป็นกรรมการ หวังจะเข้ามา ไกล่เกลี่ย “หักคอ” เอาที่ดินของ ไทยรอบๆ ปราสาทพระวิหาร ๔.๖ ตารางกิโลเมตร ไปผนวก เข้ากับ ปราสาทพระวิหาร


แต่ “พระสยามเทวาธิราช” ท่านไม่ยอมให้ครับ!?


คือแผนงุบงิบ “ยกดินแดนไทยให้เขมร” ของไอ้รัฐบาล นอมินีทักษิณ แตกเสียก่อน เพราะ พันธมิตรฯ โวยวาย ขึ้น ศาลปกครอง บอกว่า แถลงการณ์ ไทย-กัมพูชา ที่ นายนพดล ปัทมะ ไปเซ็นไว้นั้น “ผิดกฎหมาย” มติ ครม. ที่อนุมัติ ก็ผิดด้วย


ประกอบกับ ทหารไทย เรา และ ข้าราชการ กระทรวงการต่างประเทศ ไทยของเรา ในยามที่ ฝ่ายอำนาจบริหาร ล้มเหลว และ มีส่วน คิดไม่ซื่อ ต่อแผ่นดิน ท่านก็ทำหน้าที่ คัดท้าย “รักษาประเทศ” ทั้งในพื้นที่ และทั้งในเวทีโลก ได้ดี ที่ต้อง “ชมเชย” กันไว้ และ คนไทย เราควรต้อง “ขอบใจ” ท่านทั้งหลาย ในส่วนนี้ไว้ด้วย!


ฮุน เซน ถึงร้อนใจไงล่ะ เพราะผิดแผน ที่คงเคยตกลงกันไว้กับ ทักษิณ และ นอมินีทักษิณ


เมื่อผนวกรวมเอา ที่ดินรอบๆ ของไทย ไม่ได้ เส้นตายตามเงื่อนไข ก็ใกล้เข้ามา กลัวที่จดทะเบียนเป็น มรดกโลก ไว้จะเป็นโมฆะ เลยหน้ามืด กล้า “สร้างเหตุ” จะทำสงคราม กับเรา?


“กองทัพไทย” เรา หนักแน่นในประเด็น ในหน้าที่ และในเป้าหมายที่ เขมรสร้างเหตุ เพื่อลากไปสู่จุดนั้นดี ฉะนั้น การรับมือกับ “สันดานเขมร” ครั้งนี้ จึงไม่มีอะไรที่ “แนวหลัง” อย่างพวกเรา ต้องวิตก


ประเด็นคือ จะยอมให้เขมร หรือประเทศ ที่คณะกรรมการมรดกโลก ตั้งมา มาฮุบเอาที่ดิน รอบปราสาท ๔.๖ ตารางกิโลเมตร ไปไม่ได้ ถึงจะอ้างว่า “รวยด้วยกัน” ก็ไม่ได้


ไทยจะปฏิบัติตาม เงื่อนไขสัญญา ที่ “ไทย-เขมร” ตกลงกันไว้ เมื่อปี ๒๕๔๓ ทุกอย่าง จนกว่า จะมีการปักปันเขตแดน พื้นที่บริเวณนี้ ให้แจ่มชัด ต่อจากนั้น ไทย-เขมร จะเป็น “หุ้นส่วนแห่งความรวย” ในการเป็นมรดกโลก ร่วมกันอย่างไร?


ก็ค่อยมาคุยกัน!


เขมรมีตัวปราสาท ไทยมีพื้นที่รอบปราสาท มีโบราณสถาน อันเป็นส่วนประกอบ ปราสาท มีทางขึ้น-ลงปราสาท เอามากองรวมกัน แล้วคุยกัน เป็น มรดกโลก ร่วมกัน ตกลง ผลประโยชน์ ทางท่องเที่ยวร่วมกัน จบแล้ว ค่อยพูดคำว่า “รวยด้วยกัน”


ส่วนตอนนี้ ถ้าผิดจาก ข้อที่ตกลงกันไว้ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ และ แหยมล้ำดินแดน เข้ามา


ถล่มกะแม่งมันเลย!


ข้อสำคัญในเรื่องนี้ “งานการทูต” ต้องแข็ง ต้องไว และไว แค่ทันไม่พอ จะต้องไว ชนิดให้ข้อมูล แต่ละประเทศ ได้รู้ ได้เข้าใจ ต่อปัญหา เป็นวัคซีน ไว้ ก่อนที่ “โรคบ้า-พูดจาพกลม” ของ ฮุน เซน จะระบาดไปถึง


เขมร เขาคงลำพองว่า “นายฮอร์ นัมฮง” รัฐมนตรีต่างประเทศ ของเขา “เก๋า” ยิ่งเมื่อเทียบกับ “นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์” รัฐมนตรีต่างประเทศ ของ ไทย เหมือนเด็กฝึกงาน


เลยซ่าใหญ่ คงคิดว่า จะเดินแต้มการเมือง ในเวทีโลกได้ “เหนือชั้นกว่า” ว่างั้นเถอะ!


แต่ “ดอน ปรมัตถวินัย” เอกอัครราชทูตไทยถาวร ประจำสหประชาชาติ ที่นิวยอร์ก จะไม่ปล่อยให้ เขมรทำอย่างนั้น ได้ง่ายๆ แน่ ป่านนี้ คงประสาน ข้อมูลกับ ทางปลัดฯ “วีระศักดิ์ ฟูตระกูล” ทำหน้าที่ใน UN ได้ดี อย่างที่เคยทำ ในครั้งก่อนแล้ว!


และทาง กระทรวงต่างประเทศเอง คิดว่า “นายธฤต จรุงวัฒน์” อธิบดีกรมสารนิเทศ และ โฆษก กระทรวงการต่างประเทศ คงจะ แถลงข่าวสารสู่ สังคมโลก รักษาบุคลิกภาพ และท่าทีไทย ได้ชนิด “ไม่เสียรังวัด” เพราะทันงาน ทันสันดานเขมร ดีมิใช่หรือ?


ถึงอย่างไร ผมก็ยังแปลกใจอยู่ดี ที่นายฮุน เซน กล้าเอา สถานภาพเขมร ทั้งประเทศ มาเป็นศัตรูกับไทย เพียงเพื่อ พื้นที่ ๔.๖ ตารางกิโลมตร


หรือ รับจ้างวาน “ใครบางคน” รบไทย ก่อนวันที่ ๒๑ ตุลา เป็นการเฉลิมฉลอง วันครบรอบ ปีที่ ๑๒ ของ ไทยโพสต์?


ข่าวเขมรซ่า มันมาพร้อมกับ ข่าวตัดสินคดี ทักษิณวันที่ ๒๑ มาพร้อมกับข่าว ทักษิณจะไปเป็น พลเมืองบาฮามาส มาพร้อมกับ ข่าว “ทุ่มทุนสร้าง” เช่าสนามกีฬา ระดมพล คนเสื้อแดง นับแสน สำแดงพลัง และมาพร้อมกับ ข่าว “ปราการด่านสุดท้าย” รัฐบาลน้องเขย กำลังแพ้พ่าย อาจเป็นอีกราย ที่ต้อง หอบครอบครัว ไปสมทบเป็น พลเมืองบาฮามาส ด้วย!


“เหตุ” เหล่านี้ ไม่ต้องตกใจครับ มันเกิดขึ้นเพราะ “ต้องเกิด” ตามเส้นทาง ประเทศที่กำลัง จะก้าวไป การลอกคราบ ครั้งยิ่งใหญ่ มันก็ต้องมีอะไร ให้ตื่นเต้น แปลก-ใหม่ ไปอย่างนี้แหละ


ผมอยากจะบอก พี่น้องไทย ไทยเสื้อเหลือง – ไทยเสื้อแดง ล้วนหินผา ปูลาด รองพระบาท พระเจ้าแผ่นดิน พระองค์เดียวกัน การณ์อันใด ควรกระทำ – การณ์อันใด ควรระงับยับยั้ง ไว้ ชั่งใจ ชั่งสถานการณ์ และเห็นแก่บ้าน – แก่เมือง ในภาวะ “ศึกรุมเร้า” เข้ามาทุกด้าน กันไว้บ้าง


พันธมิตรฯ นั้น ผมอยากบอกด้วย เกรงใจว่า อย่าเพิ่งดาวกระจาย ไปทางไหนเลย และในการ พูดจาบนเวที ไม่ควรจะ หยาม ย่ำยีกองทัพ พร่ำเพรื่อ อย่าลืมว่า การด่าคน เป็นเรื่องหนึ่ง


แต่การ “หยามกองทัพ” ทำกัน ตั้งแต่เช้ายันค่ำ ยันดึก ไปชนเช้า ไม่เกิดประโยชน์อะไร การหยามสถาบัน อันเป็นส่วนรวม นั้น เอาใจเขา – ใส่ใจเรา นิดหน่อย ครั้ง – สองครั้ง ก็พอเข้าใจกันได้


แต่ถ้า “มากไป” และทั้ง มันไม่มีอะไรเป็นจริง เข้าข่ายตามนั้น มันจะเกิด เรื่องน่าเสียใจ ฉะนั้น ควรใคร่ครวญ และยับยั้งชั่งใจ ด้วยวุฒิภาวะ กันไว้ด้วย


ผมว่า บ้านเมืองว่าด้วย เรื่อง “การเปลี่ยนแปลง” มันเดินมาถึงจุด เข้าสู่กระบวนการ ของมันแล้ว คนที่จะทำ เรื่องใหญ่-เรื่องใหม่ ให้กับสังคมชาติได้ จะต้องไม่เป็น คนฉาบฉวย ไม่คิดอะไร-ทำอะไร เพียงเพื่อ สนอง ความสะใจ ชั่วมื้อ ชั่วคราว ของตัวเอง


พันธมิตรฯ ก็เช่นกัน ผมคิดว่า บรรดาแกนนำ ก็ต้องคิดคือ “มันใช่หรือ ที่ต้องจิ้มไช กองทัพตลอดไป ด้วยน้อยใจ แค่ไม่ออกมา ห้ามตำรวจ ฆ่าประชาชน ในวันนั้น” ?


ทำงานใหญ่ ต้องเป็นผู้ใหญ่ ที่สำคัญ “ต้องยกใจเหนือ” รัก-เกลียด-พยาบาท-ชิงชัง ซึ่งล้วนเป็น อารมณ์คลั่ง ที่จะทำให้ ทุกอย่าง พังด้วยโมหาคติ!


ชีวิตอยู่ด้วย ลมหายใจ กองทัพคือ “ลมหายใจ” ของชาติ งานกู้ชาติที่ เหล่าท่านหวัง ต่อจากนี้ ต้องใช้วุฒิภาวะ และ วิสัยทัศน์ ที่เหนือ เข้าตั้งรับปัญหา ให้สมกับที่ บอกกับผู้มาร่วมชุมนุมว่า “พวกเราพัฒนามาอีกขั้นหนึ่งแล้ว”!


ผมขอย้ำ กองทัพ กับ กระทรวงต่างประเทศ ในภาวะที่ รัฐบาลไร้ภาวะ ผู้นำบริหารอย่างนี้ เราต้องให้กำลังใจ และเป็น กองหนุน ให้เขาทำงาน อย่าง “พลโท วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล” แม่ทัพภาค ๒ เราได้เห็นแล้วว่า “สถานการณ์พิสูจน์คน” ท่านเป็น แม่ทัพครบเครื่อง ทั้งเรื่องบู๊ เรื่องบุ๋น และ เรื่องนักเลง ในขณะ มีศึกนอก พักศึกในเอาไว้ ชั่วขณะ ก็น่าจะสวยนะ.. พวกเราพันธมิตรฯ?

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ 16 ตุลาคม 2551
http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&iDate=16/Oct/2551&news_id=165344&cat_id=200


พิมพ์ ข่าวนี้ บทความนี้ พันธมิตรฯ กับ สถานการณ์ ศึกประชิดแดน


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Next Page »

Blog at WordPress.com.