Accom Thailand

February 7, 2009

Heavy Flooding in Northeastern Australia


Heavy Flooding in Northeastern Australia


YouTube

ZHANG: In Australia, residents in northeastern Queensland continue cleaning up today after devastating floods. Heavy rain since Monday has seen many towns virtually submerged and thousands of homes have been declared flood affected.


STORY:
Although rain subsided on Wednesday the fourth after tropical cyclone Ellie passed through, the water level remained high in low-lying towns in northeast Australia, with many towns virtually underwater.

62 percent of the more than one million square kilometers of Queensland is still a declared disaster zone.

Thousands of homes have been declared flood-affected and the damage bill is around $70 million U.S. dollars.

In Ingham, one of the worst hit towns, residents are pitching in to help each other clean up after the deluge.

One local resident who was glad a group of men had given up their beer to help her clean up the damage in her home.

[Local Resident]:
“Everybody pitches in and helps and they were on the way to the pub.”

[Local Resident]:
“You always chuck your hand in there, it doesn’t hurt.”

Queensland premier Anna Bligh toured Ingham today and says many transport routes were still cut off from the rain, leaving residents relying on boats to get around.

[Anna Bligh, Queensland Premier]:
“Currently the road is still cut, the rail is cut, and it’s likely to be several days before we can get full transport links reopened but we do have a monsoonal trough sitting off the coast and no-one is out of the woods yet we might see a lot more rain before this is over.”

The flooding started last December, and has continued, being fed by a series of rain depressions and a cyclone. A low depression off the coast is currently threatening to form into a cyclone, bringing even more rain.

News Source :: http://www.youtube.com/ntdtv February 07, 2009
http://www.youtube.com/watch?v=POtwftxrX1k


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

February 5, 2009

UN โวย ฮามาส ยึดสิ่งของบรรเทาทุกข์ ช่วยเหลือ กาซา


UN โวย ฮามาส ยึดสิ่งของบรรเทาทุกข์ ที่นำไปช่วยเหลือ พลเมืองกาซา

เอเอฟพี – หน่วยงานช่วยเหลือผู้อพยพชาวปาเลสไตน์สหประชาชาติ(ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ – UNRWA) เมื่อวันพุธ(4) ระบุว่า ฮามาส ได้ยึด อาหารหลายร้อยหีบห่อ และผ้าห่มหลายพันผืน ที่จะเอาไปแจกจ่าย ให้กับพลเมืองกาซา ที่ได้รับความเดือดร้อน จากสงครามกับ อิสราเอล


“เมื่อเวลา 14.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ของวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ผ่าห่ม กว่า 3,500 ผืน และ อาหาร 406 หีบห่อ ถูกริบไปจาก คลังแจกจ่าย ณ บีชแคมป์ ในกาซา โดยพนักงานตำรวจ” ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ ระบุในแถลงการณ์
552000001417501

“เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นหลังจาก ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ ปฏิเสธ ส่งมอบเครื่องบรรเทาทุกข์ ให้กับ กระทรวงกิจการสังคม ของกลุ่ม ฮามาส ต่อมาตำรวจจู่โจมเข้าไปยังโกดังเก็บของ และใช้กำลังเข้ายึดสิ่งของช่วยเหลือเหล่านั้น ที่ต้องนำไปแจกจ่าย ให้แก่ประชาชน 500 ครอบครัว ในกาซา” ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ ระบุ

“ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ ขอประณามด้วย ถ้อยคำรุนแรงต่อ การเข้าริบเสบียงครั้งนี้ และเรียกร้องให้ ฮามาสส่งคืนโดยทันที” ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ ระบุใน แถลงการณ์

ด้าน อาห์เม็ด อัล-คูร์ด รัฐมนตรีกิจการสังคม ของ รัฐบาลฮามาส ยืนยัน การเข้ายึดดังกล่าว แต่อ้างว่า เครื่องบรรเทาทุกข์เหล่านี้ ควรนำไป แจกจ่ายให้กับ พลเรือนกาซาอย่างทั่วถึง ไม่ใช่แค่เฉพาะกลุ่ม ที่ถือสถานะ ผู้ลี้ภัย และ ได้รับสิทธิพิเศษ จากความช่วยเหลือ ของ ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ เท่านั้น

รัฐบาลฮามาส “มีหน้าที่รับผิดชอบหลัก สำหรับแจกจ่าย และ อำนวยความช่วยเหลือนี้ ด้วยความยุติธรรม เรารับผิดชอบต่อ พลเมือง 1.5 ล้านคน ในฉนวนกาซา” เขากล่าว “เราปฏิเสธ การแจกจ่าย อันแบ่งแยกใดๆ”

อย่างไรก็ตามทาง รัฐมนตรีสวัสดิการสังคม ของ อิสราเอล อิแซค เฮิร์ตซอก ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น “คือสิ่งที่พิสูจน์เพิ่มเติมว่า ฮามาส ยังคง ทำให้ ชีวิตของ พลเมืองกาซา อยู่ในความทุกข์ยาก และจะใช้ทุกวิถีทาง ทำให้ผู้คน ได้รับความทุกข์ทรมาน”

“อิสราเอล ขอยืนกราน เรียกร้องให้ส่งความช่วยเหลือ ด้านมนุษยธรรม ลำเลียงไปฉนวนกาซา เพื่อความเป็นอยู่ของ พลเรือนโดยตรง เพียงอย่างเดียว และ ไม่ควรยอมให้ ฮามาส ใช้ประโยชน์ จากมัน” เขากล่าว

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 5 กุมภาพันธ์ 2552 03:01 น. http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9520000013301


พิมพ์ ข่าวนี้ UN โวย ฮามาส ยึดสิ่งของบรรเทาทุกข์ ที่นำไปช่วยเหลือ พลเมืองกาซา



อ่านเรื่อง ที่เกี่ยวข้องได้จาก

  • อิสราเอล-ฮามาส เมิน เสียงอ้อนวอนของ ยูเอ็น ให้หยุดยิง
  • หวั่นเกิดแนวรบที่สอง ต่อจากกาซา หลังเหตุยิงจรวด จากเลบานอน

  • ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    January 8, 2009

    สภาทนาย แนะใช้ กม.ผู้บริโภค ฟ้อง “ซานติก้าผับ”

    สันติสุข มะโรงศรี

    สันติสุข มะโรงศรี


    “สันติสุข” แจง ไม่ใช่ พนง. ASTV –
    สภาทนาย แนะใช้ กม.ผู้บริโภค ฟ้อง”ซานติก้า”


    “สันติสุข” แจง ในฐานะ ผู้ดำเนินรายการ “รู้ทันประเทศไทย” รับเงินเดือนจาก “ว็อชด็อก” เพราะฉะนั้น พฤติกรรมไปเที่ยว “ซานติก้าผับ” จึงไม่แปดเปื้อน เงินบริจาค ของประชาชน แต่อย่างใด

    ด้านนายกสมาคมวิศวกรรมฯ เผยตรวจพบ ความผิดปกติ “นรกซานติก้า” ถึง 23 จุด ไม่มีแม้กระทั่ง ผู้ออกแบบอาคาร ขณะ กรรมการสิทธิฯ สภาทนาย แนะลูกค้าใช้สิทธิฟ้อง ตาม กม.คุ้มครองผู้บริโภค โอกาสชนะคดีมีสูง


    คลิกที่นี่ เพื่อชม รายการ “รู้ทันประเทศไทย” (56 K)
    คลิกที่นี่ เพื่อชม รายการ”รู้ทันประเทศไทย” (256 K)
    จาก manager multimedia

    สันติสุข แจง ในฐานะ ผู้ดำเนินรายการ รู้ทันประเทศไทย

    สันติสุข แจง ในฐานะ ผู้ดำเนินรายการ รู้ทันประเทศไทย



    รายการ “รู้ทันประเทศไทย” ทางเอเอสทีวี ช่วงเวลา 18.30-20.00 น. วันที่ 7 มกราคม 2552 ในช่วงต้นรายการ นายสันติสุข มะโรงศรี ซึ่งรอดชีวิต จากเหตุการณ์ไฟไหม้ ซานติก้าผับ มาได้อย่างหวุดหวิด ได้ชี้แจง กรณีที่มีความเห็นเข้ามา ทางเว็บไซต์ว่า การเป็นพนักงาน ASTV ซึ่งได้รับเงินเดือน จากการบริจาค ของประชาชนนั้น ไม่ควรจะไปเที่ยวสถานที่ อย่างซานติก้าผับ

    โดย นายสันติสุข ได้ชี้แจงว่า รายการ “รู้ทันประเทศไทย” นั้นเป็นของ บริษัทว็อชด็อก ที่มาร่วมผลิต กับ ASTV ซึ่งตนในฐานะ ลูกจ้าง บริษัทว็อชด็อก ก็รับเงินเดือนจาก บริษัทว็อชด็อก ไม่ได้รับจาก เงินบริจาค เพราะฉะนั้น พฤติกรรมที่ตนไปเที่ยว จึงไม่ได้ไปแปดเปื้อน เงินบริจาคแต่อย่างใด

    ส่วนเงินบริจาค จากประชาชนนั้น ก็ได้รับการบริหารจัดการ โดย ASTV ตามวัตถุประสงค์ อย่างครบถ้วนแล้ว และ ขอแสดงความคิดเห็น ในฐานะ มุมมองส่วนตัว ว่า เท่าที่ได้รู้จัก กับ ทีมงาน ASTV ทุกคนได้ทุ่มเททำงานเต็มที่ อย่างหามรุ่งหามค่ำ มาตลอด

    ดังนั้น ตนจะไม่ไปวิพากษ์วิจารณ์ หากว่าในช่วงเทศกาล พวกเขาเหล่านั้น จะไปพักผ่อนสังสรรค์ กับครอบครัว หรือ เพื่อนฝูง ไม่ว่าจะไปที่ไหน ก็แล้วแต่
    552000000155403

    สำหรับในช่วงสนทนา ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง และ นายสันติสุข ได้สนทนา กับ นายประสงค์ ธาราไชย นายกสมาคม วิศวกรรมสถาน แห่งประเทศไทย (ในพระบรมราชูปถัมภ์) หลังจากเข้าไปตรวจสอบ ในซานติกาผับ ซึ่งพบความผิดปกติ ประมาณ 23 ประเด็น เช่น

    ไม่พบผู้ออกแบบ ทั้งแบบก่อสร้าง และ แบบดัดแปลง ไม่มีท่อร้อยสายไฟ ในอาคาร ใช้โฟมชนิดที่ติดไฟง่าย ซึ่งมีการห้ามใช้ โครงสร้างอาคารพังเร็ว เพราะ ไม่พ่นวัสดุกันไฟ ซึ่งตามกฎหมายไ ด้ระบุไว้ ต้องมี วัสดุกันไฟให้ได้อย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง ไม่พบ ระบบเตือนไฟไหม้ ไม่มี สปริงเกอร์ฉีดน้ำ ไม่มีไฟฉุกเฉิน(ยกเว้นใน ห้องครัวจุดเดียว) ทางหนีไฟ ไม่ถูกตามมาตรฐาน เพราะมีขนาดเล็ก ไม่สามารถออกได้ บันไดลงชั้นใต้ดิน มีบันไดเดียว เป็นต้น
    552000000155405

    นอกจากนี้ ยังได้สนทนา กับ นายชัยรัตน์ แสงอรุณ กรรมการสิทธิมนุษยชน สภาทนายความ ในประเด็นทางกฎหมาย กรณีเหตุเพลิงไหม้ ซานติก้าผับ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะต้องดำเนินคดี กับผู้ที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ และ เจ้าของผับ ส่วนลูกค้า ก็สามารถฟ้องเรียกค่าชดเชย จากเจ้าของผับ ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งเป็นการใช้สิทธิ ในฐานะผู้ใช้บริการ

    ซึ่งเชื่อว่ากรณีนี้ ผู้บริโภค มีโอกาสชนะ มากกว่าแน่นอน โดยสภาทนาย พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ ในการฟ้อง

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 8 มกราคม 2552 05:53 น.
    http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000001470


    พิมพ์ ข่าวนี้ “สันติสุข”แจงไม่ใช่ พนง. ASTV – สภาทนายแนะใช้ กม.ผู้บริโภคฟ้อง”ซานติก้า”

    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    October 13, 2008

    วันนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชทานเพลิงศพ “น้องโบว์-อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ”


    สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี จะเสด็จ พระราชดำเนิน พระราชทานเพลิงศพ น.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ หรือ น้องโบว์ ในเวลา 16.00 น. วันนี้ ณ วัดศรีประวัติ



    วันนี้ (13 ต.ค.) สำนักราชเลขาธิการ เปิดเผยว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินพระราชทานเพลิงศพ น.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ หรือน้องโบว์ ในเวลา 16.00 น. วันนี้ ณ วัดศรีประวัติ ยังความปลื้มปีติ ให้แก่ครอบครัว ระดับปัญญาวุฒิ เป็นล้นพ้น


    ส่วนบรรยากาศ งานพระราชทานเพลิงศพ ของ น้องโบว์ ขณะนี้ ญาติสนิทและเพื่อน ได้เตรียมการรับเสด็จฯ ทั้งนี้ กองงานออกแบบ และ ก่อสร้างพลับพลาพิธี ได้เตรียมการจัดสถานที่ เพื่อการรับเสด็จฯ ในครั้งนี้


    บุคคลสำคัญทยอยเดินทางถึง วัดศรีประวัติ รอรับเสด็จฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และ พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณฯ ใน พิธีพระราชทานเพลิงศพ “น้องโบว์-อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ” ผู้เสียชีวิต จาก เหตุการณ์สลายการชุมนุม


    16.10 น. สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมชีนีนาถ เสด็จถึง วัดศรีประวัติ พร้อมด้วย พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณฯ เพื่อ พระราชทานเพลิงศพ “น้องโบว์-อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ”


    สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี ถวายผ้าไตร ในพิธี พระราชทานเพลิงศพ “น้องโบว์-อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ” ผู้เสียชีวิตจาก เหตุการณ์สลายการชุมนุม ที่วัดศรีประวัติ พร้อมทรงโปรดฯ ให้ครอบครัว น้องโบว์ เข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิด


    ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ในงานพิธีพระราชทานเพลิงศพ น.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ หรือน้องโบว์ ที่เสียชีวิตจาก เหตุการณ์สลายการชุมนุม เมื่อวันที่ 7 ต.ค.2551 ที่วัดศรีประวัติ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ว่า


    เมื่อเวลา 15.30 น.ที่ผ่านมา เริ่มมีบุคคลสำคัญเดินทาง มาถึงแล้ว อาทิ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด ทั้งนี้ เพื่อรอ รับเสด็จฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ที่จะเสด็จฯ มาในพิธี ในเวลา 16.00 น.


    นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯ กทม. และ ทีม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายกรณ์ จาติกวณิช นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.กทม.และ นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา และกลุ่ม ส.ว. อาทิ นางสาว รสนา โตสิตระกูล , คุณหญิง จารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการฯ สตง. ได้เดินทาง มาถึงแล้ว เช่นกัน


    สำหรับบรรยากาศโดยทั่วไป แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้เดินทางมาถึง ยกเว้น พล.ต.จำลอง ศรีเมือง รวมทั้งประชาชน ในเครือข่ายพันธมิตร นำโดย นายศรัณยู วงศ์กระจ่าง ได้เดินทางมาร่วมงาน อย่างเนืองแน่น จนล้นไปถึงปากซอยเข้า วัดศรีประวัติ ขณะที่ วงดุริยางค์ทหารบก ได้เดินทางมาถึงแล้ว


    ต่อมาเมื่อเวลา 15.50 น. พลเรือเอก กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก และ พล.อ.อ. อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้เดินทางมาถึง


    เวลา 16.10 น. สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ได้เสด็จฯ ถึงยังบริเวณงาน


    หลังจากนั้น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงขึ้นถวายผ้าไตร พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ และ องคมนตรี พล.อ.อ. สิทธิ เศวตศิลา นาย พระนาย สุวรรณรัตน์ นายเกษม วัฒนชัย พล.อ. พิจิตร กุลละวณิชย์ หลังจากทรงเป็น องค์ประธาน ถวายผ้าไตร แล้ว เสด็จกลับมายังปะรำพิธี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ครอบครัว “ระดับปัญญาวุฒิ” เข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิด


    หลังจากนั้น ข้าราชการ ส.ว. นักการเมือง ได้ขึ้นวาง ดอกไม้จัน ตามด้วยประชาชน ขึ้นวางดอกไม้จัน ก่อนที่จะมี พิธีพระราชทานเพลิงศพ


    หลังจากนั้น เวลาประมาณ 16.40 น. สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ ได้เสด็จกลับ


    โดยมี แกนนำพันธมิตรฯ เข้าแถวเฝ้ารอ ส่งเสด็จ ระหว่างที่ เสด็จพระราชดำเนิน ผ่าน สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงมี พระราชปฏิสันถารกับ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ อยู่ชั่วครู่ ด้วยสีพระพักตร์ ที่ยิ้มแย้มและ ทรงพระสรวล จากนั้นได้เสด็จกลับ

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 13 ตุลาคม 2551


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    September 28, 2008

    สธ. สรุปผล การให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัย น้ำท่วม รอบ 17 วัน


    สธ. พบพิษ ผู้ป่วย อุทกภัย กว่า 1.8 แสนราย ยันไม่พบโรคระบาด


    สธ. สรุปผล การให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยน้ำท่วม รอบ 17 วัน มีผู้เจ็บป่วย เข้ารับบริการ ที่หน่วยแพทย์พระราชทานเคลื่อนที่ ในสมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทั้งหมด 189,513 ราย เสียชีวิต 18 ราย มีผู้เจ็บป่วย เพิ่มขึ้น วันละกว่า 2,000 ราย ยังไม่มีโรคระบาด วันนี้จัดส่ง ยารักษา โรคน้ำกัดเท้า ยาตำราหลวง ช่วย จังหวัด อ่างทอง นนทบุรี นครสวรรค์ พิจิตร อีก 18,500 ชุด


    นายแพทย์ สุพรรณ ศรีธรรรมมา โฆษก กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึง การให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ว่า แม้ว่า สถานการณ์น้ำท่วม จะ เริ่ม คลี่คลาย จากที่มีพื้นที่ ประสบภัย ทั้งหมด 24 จังหวัด เหลือ 5 จังหวัด ในขณะนี้ ได้แก่ พิษณุโลก ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา ขอนแก่น และ ปราจีนบุรี


    กระทรวงสาธารณสุข ได้ให้การดูแล ประชาชน อย่างต่อเนื่อง ทั้ง การตรวจรักษา ผู้เจ็บป่วย การควบคุมป้องกัน โรคที่มากับ น้ำท่วม และ โรคหลัง น้ำลด ที่สำคัญเช่น โรคอุจจาระร่วง โรคฉี่หนู โรคไข้เลือดออก โรคไวรัสตับอักเสบ


    ได้จัดหน่วย แพทย์พระราชทานเคลื่อนที่ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งประกอบด้วย แพทย์ จิตแพทย์ นักจิตวิทยา พยาบาล เจ้าหน้าที่ อื่นๆ ออกให้บริการ ทุกวัน วันละ กว่า 70 ทีม มีผู้รับบริการ วันละ กว่า 2,200 ราย ซึ่งเป็นการเจ็บป่วย เล็กๆ น้อยๆ ทั่วไป ไม่มี อาการรุนแรง ถึงขั้น ต้องรักษา ในโรงพยาบาล และยังไม่มี รายงาน โรคระบาด จากน้ำท่วม


    ผลสรุป การช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยน้ำท่วมของ กระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่ วันที่ 11-27 กันยายน 2551 หน่วยแพทย์ พระราชทานเคลื่อนที่ ใน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ออกให้บริการ ทั้งหมด 963 หน่วย มีผู้รับบริการ รวม 189,513 ราย โรคที่พบ มากที่สุด ในขณะนี้


    อันดับ 1 ได้แก่ โรคน้ำกัดเท้า และ ผื่นคัน จำนวน 41,181 ราย


    รองลงมา คือ ไข้หวัด 24,561 ราย


    ปวดเมื่อย จากการ ขนของหนีน้ำ 10,019 ราย


    และ จะให้บริการ จนกว่า สถานการณ์ จะกลับคืนสู่ปกติ โดยมีรายงาน ผู้เสียชีวิต 18 ราย ใน 10 จังหวัด ดังนี้


    หนองบัวลำภู 4 ราย


    พิจิตร 3 ราย


    ปราจีนบุรี ลพบุรี สระบุรี จังหวัดละ 2 ราย


    เพชรบูรณ์ นครราชสีมา บุรีรัมย์ แม่ฮ่องสอน และ พิษณุโลก จังหวัดละ 1 ราย


    ทั้งนี้ ศูนย์ปฎิบัติการช่วยเหลือ น้ำท่วมของ กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดส่งยาไปช่วย พื้นที่ประสบภัย ไปแล้วได้แก่ ยาตำราหลวง ยาชุดผู้ประสบภัย ยารักษาโรคน้ำกัดเท้า ยากันยุง ทั้งชนิด สเปรย์ และ โลชั่น รวมทั้งหมด 133,500 ชุด


    ในวันนี้จัดส่ง ยารักษาโรคน้ำกัดเท้า ยาตำราหลวง ให้อีก 4 จังหวัดได้แก่ พิจิตร อ่างทอง นนทบุรี และ นครสวรรค์ รวมจำนวน 18,500 ชุด


    ในการ ป้องกันโรคต่างๆ โดยเฉพาะ โรคติดต่อทาง อาหาร และ น้ำ ขอให้ ประชาชน ที่ประสบภัย ยึดหลักปฏิบัติ 3 ประการ สำคัญ คือ กินร้อน ใช้ช้อนกลาง และ ล้างมือ โดย รับประทานอาหาร ที่ปรุงสุก ด้วยความร้อน


    หากเป็นอาหาร ที่ค้างคืน ก่อนนำมา รับประทาน ต้องอุ่นให้ร้อน หรือ เดือดก่อน ใช้ช้อนกลาง ตักอาหาร เมื่อกินอาหาร ร่วมวง และ ล้างมือ ฟอกสบู่ ให้สะอาด หลังจากใช้ ห้องน้ำ ห้องส้วม และ ก่อน รับประทาน อาหาร ทุกครั้ง โดยให้ดื่มน้ำ บรรจุขวด ที่มีเครื่องหมาย อย. หรือ น้ำต้มสุก แล้ว

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
    28 กันยายน 2551 12:37 น.
    http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9510000114817


    พิมพ์ ข่าวนี้ สธ.พบพิษผู้ป่วยอุทกภัยกว่า 1.8 แสนราย ยันไม่พบโรคระบาด


    ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    September 26, 2008

    พระราชทาน สิ่งของให้ ตำรวจตระเวน ชายแดน ที่ 31 นำไป ช่วยเหลือราษฎร ผู้ประสบ อุทกภัย จังหวัดพิจิตร

    พระบาทสมเด็จพระเจ้า�ยู่หัว ทรงห่วงใยพสกนิกร พระราชทานสิ่งข�งให้ตำรวจตระเวน ชายแดน ที่ 31 นำไปช่วยเหลื�ราษฎร ผู้ประสบ�ุทกภัยที่บ้านเนินยุ้ง ตำบลรังนก �ำเภ�สามง่าม จังหวัดพิจิตร

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยพสกนิกร พระราชทานสิ่งของให้ตำรวจตระเวน ชายแดน ที่ 31 นำไปช่วยเหลือราษฎร ผู้ประสบอุทกภัยที่บ้านเนินยุ้ง ตำบลรังนก อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร


    “ในหลวง” ทรงห่วง พสกนิกร พระราชทานสิ่งของช่วย เหยื่อน้ำท่วม พิจิตร


    พิจิตร – พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใย พสกนิกร พระราชทานสิ่งของให้ ตำรวจตระเวน ชายแดน ที่ 31 นำไป ช่วยเหลือราษฎร ผู้ประสบ อุทกภัย ที่บ้านเนินยุ้ง ตำบลรังนก อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร


    วันที่ (26 ก.ย.) พันตำรวจโท สมหวัง คำทอง รองผู้กำกับการ ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 31 ค่ายพระยาจักรี และ เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน ในสังกัด ช่วยกันลำเลียง สิ่งของ เครื่องอุปโภค บริโภค พระราชทาน ที่


    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา โปรดเกล้า โปรดกระหม่อม พระราชทาน ไว้ให้กับ ตำรวจตระเวนชายแดน เพื่อช่วยเหลือราษฎร ที่ประสบภัย ทุกข์ยาก ลงรถไถนาการเกษตร นำไปมอบให้กับ ราษฎรบ้านเนินยุ้ง หมู่ที่ 7 ตำบลรังนก อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร ที่ได้รับ ผลกระทบจาก น้ำท่วมขัง ณ บริเวณ ศาลาการเปรียญ วัดเนินยุ้ง จำนวน 96 ครัวเรือน


    ชาวบ้านเนินยุ้งต่างรู้สึกซาบซึ้ง และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ข�งพระบาทสมเด็จพระเจ้า�ยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

    ชาวบ้านเนินยุ้งต่างรู้สึกซาบซึ้ง และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

    ชาวบ้านเนินยุ้ง ต่างรู้สึกซาบซึ้ง และ สำนึกใน พระมหากรุณาธิคุณ ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ ทั้งสองพระองค์ ทรงห่วงใยทุกข์สุข ของ พสกนิกร แม้จะอยู่ ในแห่งหนตำบลใด ก็ตาม


    วันเดียวกัน นายสุพจน์ ทศศิริ ผู้ช่วยหัวหน้าแผนก สังคมสงเคราะห์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมด้วย ผู้บริหารมูลนิธิ พิจิตร สามัคคีกุศลสถานสงเคราะห์ และ ผู้แทนสมาคมจีน ต่างๆ ได้นำข้าวสาร อาหารแห้ง นำดื่ม และ ยาสามัญประจำบ้าน นำมาแจกจ่าย ช่วยเหลือประชาชน ที่ประสบ อุทกภัยน้ำท่วม บริเวณ องค์การบริหาร ส่วนตำบลวังตะกู จำนวน 500 ครอบครัว และที่ องค์การบริหารส่วน ตำบลห้วยเขน จำนวน 500 ครัวเรือน เพื่อบรรเทา ความเดือดร้อน ในเบื้องต้น


    สำหรับสถานการณ์ น้ำท่วม จากน้ำป่าไหลหลาก ที่อำเภอ บางมูลนาก ขณะนี้ ได้ลดระดับลง บางพื้นที่ บางส่วน แล้ว เหลืออีก 4 ตำบล ที่ยังมี ระดับน้ำท่วม แช่ขังสูงอยู่ เฉลี่ยประมาณ 1 เมตร ประกอบไปด้วย ตำบลวังตะกู ตำบลห้วยเขน ตำบลลำประดา และ ตำบลภูมิ จำนวนกว่า 2 พัน ครัวเรือน ที่ได้รับความเดือดร้อน อยู่ในขณะนี้


    แต่พื้นที่ ส่วนใหญ่ของ พิจิตร น้ำเริ่มลดลงแล้ว พื้นที่ ที่ทำการเกษตร ชาวนา ก็เริ่มไถ หว่าน ปรักดำ กันตามปกติแล้ว ด้วยเช่นกัน

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
    26 กันยายน 2551 16:45 น.
    http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000114389


    พิมพ์ ข่าวนี้ “ในหลวง” ทรงห่วง พสกนิกร พระราชทานสิ่งของช่วย เหยื่อน้ำท่วม พิจิตร


    ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    July 1, 2008

    ประชาชน 3,000 คนในพื้นที่ประสบภัยแผ่นดินไหวถูกตัดขาดจากโลกภายนอก

    ประชาชน 3,000 คนในพื้นที่ประสบภัยแผ่นดินไหว ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ ของจีนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก หลังเกิดโคลนถล่มปิดกั้นถนน

    ฝน ที่ตกลงมาอย่างหนักเมื่อวานนี้ ส่งผลให้หินและดินโคลนจำนวนมากถล่มลงมาปิดกั้นทางหลวง 3 จุด ใกล้เมือง หยิ่งซือ ในมณฑลเสฉวน ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ซึ่งพื้นที่ดังกล่าว เคยประสบกับแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ ผ่านมา

    โคลนถล่มที่เกิดขึ้นทำให้ประชาชน 3,000 คนต้องถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยหลายร้อยคนกำลังเร่งมือขนย้าย ซากหินและดิน โคลนออกจากบนถนน

    นอกจากนี้รัฐบาลจีนกำลังพิจารณาที่จะส่งอุปกรณ์เข้าไปช่วยเหลือในการบรรเทา ทุกข์ด้วย ด้านเจ้าหน้าที่องค์การบริหารทางหลวงในมณฑลเสฉวนกล่าวว่า ยังไม่แน่ใจว่าทางหลวงเส้นนี้จะเปิดใช้ได้อีกเมื่อใด เนื่องจากยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและอาจทำให้เกิดโคลนถล่มครั้งใหม่ได้.

    ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์
    วันที่ข่าว 01 กรกฎาคม 2551 เลขที่ข่าว 255107010110


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    June 27, 2008

    ฟิลิปปินส์ระงับปฏิบัติการกู้ภัย เรือข้ามฟาก ยอดผู้เสียชีวิตจากพายุไต้ฝุ่น ฟงเฉิน เพิ่มสูงขึ้นเป็นกว่า 500 คน

    ฟิลิปปินส์ระงับปฏิบัติการกู้ภัย เรือข้ามฟาก ล่มชั่วคราว หลังพบว่าเรือลำดังกล่าวได้บรรทุกสินค้าที่เป็นยาฆ่าแมลงมาด้วย

    ฟิลิปปินส์ ระงับปฏิบัติการกู้ภัยเรือข้ามฟากล่มนอกชายฝั่งไว้ชั่วคราวในวันนี้ โดยหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เรียกนักประดาน้ำกลับขึ้นฝั่ง เพื่อรอฟังคำสั่งจากรัฐบาลอีกครั้งว่าจะให้ดำเนินการต่อไปอย่างไร หลังได้รับสำเนาแผนผังของห้องเก็บสินค้าของเรือลำดังกล่าวแล้วพบว่า

    เรือลำนี้บรรทุกตู้สินค้าขนาด 40 ฟุตที่ภายในบรรจุกล่องสินค้า 400 กล่อง แต่ละกล่องมีน้ำหนัก 45 กิโลกรัม ซึ่งสินค้าที่บรรทุกมานั้นเป็นสารเอ็นโดซัลแฟนที่ เป็นยากำจัดศัตรูพืช ทั้งนี้คาดว่า จะมีร่างผู้โดยสารหลายร้อยคนติดอยู่ภายในเรือ หลังประสบอุบัติเหตุล่มท่ามกลางพายุเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา.

    ยอดผู้เสียชีวิตจาก พายุไต้ฝุ่นฟงเฉิน พัดถล่มฟิลิปปินส์เพิ่มสูงขึ้นเป็นกว่า 500 คน

    สภาความร่วมมือบรรเทาภัยพิบัติแห่งชาติฟิลิปปินส์ ยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ จากพายุไต้ฝุ่นฟงเฉินพัดถล่มเมื่อ สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เพิ่มสูงขึ้นเป็นกว่า 500 คนแล้ว

    แต่คาดว่ายอดผู้เสียชีวิตที่แท้จริงอาจพุ่งทะลุ 1,000 คน เนื่องจากยังมีผู้สูญหายอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งรวมทั้งผู้โดยสาร 669 คน ที่ประสบอุบัติเหตุเรือข้ามฟากล่มระหว่างเกิดพายุด้วย

    ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์
    วันที่ข่าว 27 มิถุนายน 2551 เลขที่ข่าว 255106270109 – 255106270176


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    June 17, 2008

    ฝนตกหนัก และน้ำท่วมในจีนช่วงที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 112 คน

    ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงหลายสัปดาห์ที่ ผ่านมา ทำให้น้ำในแม่น้ำหลายสายเอ่อล้นฝั่งไหลทะลัก เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนทางภาคใต้ของจีน ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 112 คน

    โดยเว็บไซต์ของกระทรวงกิจการพลเรือนระบุว่า ผู้เสียชีวิตมีรายงานอยู่ใน 12 มณฑล นอกจากนี้ ยังส่งผลให้บ้านเรือนหลายหมื่นหลัง พังเสียหายและ ประชาชนกว่า 1 ล้าน 2 แสน 7 หมื่นคน ต้องไร้ที่อยู่อาศัย รวมทั้งสร้างความเสียหาย ให้แก่พื้นที่ทางการเกษตรกว่า 2 ล้าน 1 แสน 2 หมื่นเอเคอร์ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ

    ทั้งนี้น้ำท่วมนับเป็นภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ ครั้งที่ 3 ที่จีน เผชิญในปีนี้ ขณะที่ประเทศ กำลังเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน กีฬาโอลิมปิก ในเดือนสิงหาคม

    ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    June 6, 2008

    เกาหลีใต้จะส่งคณะแพทย์ไปยังพม่า

    เกาหลีใต้ประกาศวานนี้ว่าเกาหลีใต้ จะส่ง คณะแพทย์ ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยพายุโซโคลนาร์กีส ในพม่า หลังจากที่ รัฐบาลทหารพม่า ได้เห็นชอบ ที่จะให้การช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ดังกล่าว เข้าไปช่วยเหลือประชาชน ได้

    คณะเเพทย์ดังกล่าว ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ และมีนายแพทย์จากกระทรวงสาธารณสุข รวมอยู่ด้วย 7 คน จะออกเดินทางไปยังพม่าในวันพรุ่งนี้ และจะปฏิบัติหน้าที่ นาน 10 วัน ที่เมือง คอนยานกอน ที่ตั้งอยู่ในบริเวณย่านชานนครย่างกุ้ง

    ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    Next Page »

    Blog at WordPress.com.