Accom Thailand

September 22, 2008

“สนธิ” แฉ ความอัปยศ ของ รัฐบาลขายชาติ ปล่อยเขมรให้สัมปทานฝรั่ง ขุดน้ำมัน ในเขตทับซ้อนไทย

Filed under: กัมพูชา,การเมืองภาคประชาชน,การแก้ไข รธน.,ก่อความไม่สงบ,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข่าวเศรษฐกิจ,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,คอร์รัปชั่น,คำพิพากษา,คำสั่งศาล,คุณธรรม,คุณภาพชีวิต,จริยธรรม,จีน,ชายแดนภาคใต้,ชุมนุมประท้วง,ซาอุดิอาระเบีย,ญี่ปุ่น,ตรวจสอบ,ตะวันออกกลาง,ธรรมาภิบาล,พม่า,พลังงาน,สหรัฐอเมริกา,อังกฤษ,อัฟกานิสถาน,อินโดนีเซีย,อิหร่าน,เวียตนาม — accomthailand @ 01:36
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

สนธิ ลิ้มทงกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่ประชาธิปไตย จวก รัฐบาลขายชาติ ปล่ยเขมรให้สัมปทานฝรั่ง ขุดน้ำมันเขตทับซ้น

สนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย จวก รัฐบาลขายชาติ ปล่อยเขมรให้สัมปทานฝรั่ง ขุดน้ำมันเขตทับซ้อน


“สนธิ” จวก รัฐบาลขายชาติ ปล่อยเขมรให้สัมปทานฝรั่ง ขุดน้ำมันเขตทับซ้อน


“สนธิ” ย้ำ “การเมืองใหม่” ต้องให้ประชาชน มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง และเปิดให้ถอดถอน นักการเมืองง่ายกว่าเดิม 100 เท่า พร้อมให้ ปชช. มีส่วนร่วม จัดการทรัพยากรของชาติ ให้ตกเป็นของคน 64 ล้านคน จวก รัฐบาลขายชาติ ปล่อยเขมร ให้สัมปทาน “เชฟรอน” เจาะน้ำมัน เขตทับซ้อน ระบุเบื้องหลัง ความวุ่นวายของโลก มี “น้ำมัน” อยู่เบื้องหลัง แฉต่างชาติจ้องฮุบ แหล่งก๊าซ-น้ำมันมหาศาล ในอ่าวไทย


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (56 K) นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (256 K) นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย


เมื่อเวลา 21.38 น. วันที่ 21 ก.ย. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นเวทีปราศรัยที่ ทำเนียบรัฐบาล ว่า ใน การประชุม เรื่องการเมืองใหม่วันนี้ ไม่ได้มาประชุมด้วย เพราะพิษไข้ แต่ได้บอกกับ แกนนำคนอื่นๆ แล้วว่า ความเห็นส่วนตัว เรื่องการเมืองใหม่ คือ


1. การที่ภาคประชาชน ได้มีส่วนร่วม ทางการเมืองจริงๆ โดยมีกฎหมายรองรับ และ
2. เราต้องมีกระบวนการ ถอดถอนนักการเมืองชั่ว ที่ง่ายกว่าเดิมสักร้อยเท่า คือสามารถถอดถอนได้ โดยตรง ไม่ต้องผ่าน อัยการสูงสุด ไม่ผ่าน ศาลรัฐธรรมนูญ นั่นคือ ประชาชน สามารถอดถอน ส.ส. ได้ การเมืองใหม่ จึงไม่ใช่ การเมืองของพวกที่ซื้อเสียง เข้าไป แต่ต้องเป็น การเมือง ของ ประชาชน ที่มีส่วนร่วม อย่างแท้จริง


หลังจากนั้น นายสนธิได้กล่าวถึง ประเด็นสำคัญนั่นคือ เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมดที่เกิด จากน้ำมัน โดยอธิบายว่า สาเหตุที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เคยทำธุรกิจโทรศัพท์มือถือ ขายหุ้นให้ เทมาเส็ก และไปร่วมเจรจากับ ประเทศต่างๆ เป็น เรื่องพลังงาน ทั้งสิ้น


นายสนธิ กล่าวต่อว่า ในโลกนี้ ไม่มีอะไรมีความหมาย ทางเศรษฐกิจ เท่ากับ น้ำมัน โดยเฉพาะ ในประเทศตะวันตก ที่ใช้น้ำมัน ในการพัฒนา อุตสาหกรรม ความกินดีอยู่ดี ของคนตะวันตก จึงขึ้นกับการพึ่งพา แหล่งน้ำมัน ซึ่งอยู่ใน ตะวันออกกลาง ทำให้ ประเทศตะวันตก เข้าไปเกี่ยวข้อง กับ ปัญหาทางการเมือง ในตะวันออกกลาง โดยในปี พ.ศ. 2499


นายก โมซาเด็ก ของอิหร่าน ที่รักชาติได้ยึดบ่อน้ำมัน ของบริษัทต่างชาติ มาเป็น ของ อิหร่าน แล้วจ่ายค่าชดเชยให้ ทาง สหรัฐอเมริกา และ อังกฤษ จึงหาทาง ล้มรัฐบาลนายโมซาเด็ก แล้วให้ ซีไอเอ และ สายลับ เอ็มไอ 6 โค่นล้ม นายโมซาเด็ก ลงแล้วให้ พระเจ้าชาห์ ขึ้นมาปกครอง ประเทศ และ คืนบ่อน้ำมัน ให้บริษัทต่างชาติ ตามเดิม


ส่วนที่ ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็น แหล่งน้ำมัน ร้อยละ 50 ของ ตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำมัน ร้อยละ 70 ของทั้งโลก สหรัฐอเมริกา ได้จับมือ เซ็นสัญญา ซื้อน้ำมันระยะยาว และรับประกัน ราคานำมัน ให้ โดยสัญญาสิ้นสุด ในปี พ.ศ. 2539 โดยก่อนที่จะสิ้นสุดสัญญานั้น บริษัทน้ำมัน อาทิ เชฟรอน เอสโซ่ เชลล์ ได้สำรวจแหล่งน้ำมันทั่วโลก ซึ่งทำให้รู้ว่า มีที่ไหนบ้าง แต่ยังไม่ขุด เพราะยังสามารถซื้อ น้ำมันราคาถูก จากซาอุฯ ได้ จึงเก็บ เป็นความลับ เอาไว้


นายสนธิ กล่าวต่อว่า บริษัทน้ำมันของ ต่างชาติ ได้ใช้ดาวเทียมสำรวจน้ำมัน ซึ่งเคยถ่ายภาพ บริเวณ อ่าวไทย และ พบว่า เป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ ด้วยน้ำมัน ที่ไม่น้อยกว่า ซาอุดีอาระเบีย แต่เก็บเป็นความลับเอาไว้ เพราะเขาลงทุน เป็นพันเป็นหมื่นล้าน ในการสำรวจ ประกอบกับ ราคาน้ำมัน ขณะนั้น ยังไม่ขึ้น จนกระทั่งช่วง 18 เดือน ที่ผ่านมา ที่น้ำมันขึ้นราคาจาก บาร์เรลละ 40 เหรียญ เป็น 100 กว่าเหรียญ แล้วตกไป 90 กว่า และ จะ ไม่มีวันต่ำกว่า 80 เหรียญ หลังจากนี้ เพราะ อาหรับ หันไปใช้ ราคาทองคำเป็นตัวกำหนดราคา เป็นราคาที่ ชาวอาหรับ พอใจ ขณะที่ บริษัทน้ำมัน ก็ไม่สนใจว่า ผู้ใช้จะเดือดร้อน หรือไม่ รวมถึง ปตท. ของไทย ที่ขายให้เอกชน ไปแล้ว


นายสนธิ กล่าวต่อว่า บริษัทน้ำมัน มีอิทธิพลสูงมาก จนสามารถ ล้มรัฐบาลชาติไหนก็ได้ ที่ไม่ตอบสนอง เรื่องพลังงานให้เขา เรื่องนี้ มีบทพิสูจน์ นายจอร์จ ดับเลิลยู. บุช ขึ้นมาเป็น ประธานาธิบดีได้เพราะ อิทธิพลบริษัทน้ำมัน เมื่อขึ้นมา ก็ส่งเสริม บริษัทน้ำมัน บินมาเอเชีย ก็เพื่อเจรจา เรื่องน้ำมัน


หลังปี พ.ศ. 2539 เป็นต้นมา สหรัฐฯ เริ่มเปิดลิ้นชัก ผลสำรวจแหล่งน้ำมัน ที่เก็บเป็นความลับ ซึ่งในแผนที่ลับ จะชี้ว่า ที่ใดมีน้ำมันบ้าง เป็นที่ทราบ มานาน สำหรับคนที่เรียน วิศวปิโตรเลียม ว่า พื้นที่ใดที่มีแม่นำไหลลง ทะเล ปากแม่น้ำ จะมี น้ำมันมหาศาล ซึ่ง ไทย กัมพูชา และ เวียดนาม มี แม่น้ำโขง ไหลลงมา พื้นที่ อ่าวไทย ทั้งหมด จึงคือ ขุมทรัพย์มหาศาล ของ น้ำมัน และ ก๊าซธรรมชาติ ซึ่งฝรั่งรู้มานานแล้ว แต่เก็บเป็น ความลับ เอาไว้ จนราคาน้ำมัน ขึ้นมา


ขณะที่ พ.ต.ท. ทักษิณ เริ่มสนใจน้ำมัน ปี 2547-2548 เพราะเป็นช่วงที่ ราคาน้ำมันกระโดด จาก 20 เป็น 30 เหรียญ นาย โมฮัมเหม็ด อัลฟาเยด เจ้าของห้างแฮร์รอดส์ ได้บินมาไทย เพราะมีข้อมูลน้ำมัน ในอ่าวไทย แต่เป็นที่ทับซ้อน ไทย-กัมพูชา เมื่อมาเจรจา ขอสัมปทาน แต่จะต้องคุยทั้ง ไทย และ กัมพูชา ก่อน จึงถอยฉากออกไป พร้อมกับทิ้งข้อมูล ไว้ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วยเหตุนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ จึงคิดที่จะขาย ชินคอร์ป เพื่อเอาเงิน เทมาเส็ก มา โดยส่วนหนึ่ง จะเอามาลงหุ้น กฟผ. ที่จะแปรรูป ส่วนหนึ่ง จะตั้ง บริษัท ขุดเจาะน้ำมัน ในอ่าวไทย


ทั้งนี้ แหล่งน้ำมัน ในอ่าวไทย นั้น พื้นที่ที่อยู่ใกล้ฝั่งนั้น เป็นของแต่ละประเทศ อย่างชัดเจน แต่พื้นที่ตรงกลาง ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิ์ จึงถือเป็น พื้นที่ทับซ้อน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ เขมร นั้น เชฟรอน ได้เข้ามาขุดสำรวจ 4 หลุม พบว้ามี น้ำมัน และ ก๊าซธรรมชาติ 3 หลุม แสดงว่า ในอ่าวไทย เต็มไปด้วย น้ำมัน และ ก๊าซธรรมชาติ โดย เชฟรอน อ้างในรายงานว่า ในหลุม ที่ขุดพบ มีน้ำมัน ประมาณ 1 ล้าน-ล้าน บาร์เรล


แต่เว็บไซต์ของ ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมัน บอกว่า ตามธรรมดาแล้ว บริษัทน้ำมัน ที่ไปรับสัมปทาน ในประเทศโลกที่ 3 จะโกหก โดยข้อเท็จริง จะมีมากกว่าที่บอก ประมาณ 50-100 เท่า เพราะเขาไม่ต้องการให้รู้ว่า มีประมาณมากขนาดนั้น


วิธีการของมันที่ทำ คือ ส่วนที่ขุดออกมา มันก็ส่งออก และ จ่ายค่าสัมปทาน แต่ อีกส่วนหนึ่ง มันก็ทำ แบบที่ ปตท. ก็ทำอยู่ คือ เอา เรือบรรทุกน้ำมัน ลักลอบ มารับ จากท่อขุดเจาะ โดยตรง แล้วเอาไปขาย


อีกจุดที่มีน้ำมันเยอะ ถ้าลากเส้นจาก จังหวัดยะลา นราธิวาส ปัตตานี ตรงดิ่งเข้าไปในทะเล ประมาณ 120 กิโลเมตร เป็นแหล่งนำมัน มหาศาล ที่ยังไม่มีใครรู้ นี่ไง 3 จังหวัดภาคใต้จึงยังไม่สงบ


เหมือน ติมอร์ ที่แยกไปจาก อินโดนีเซีย เพราะมันมี น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ แร่ดีบุก ทองคำ และ แพลททินัม ประเทศที่สนับสุนให้ ติมอร์ แยกตัวออกไปคือ ออสเตรเลีย แล้วบริษัทที่ ขุดเจาะน้ำมันใน ติมอร์ และผูกขาดทำเหมือง ก็จาก ออสเตรเลีย ทั้งหมด เหมือนกับ ที่ อาเจะห์ แหล่งน้ำมันใหญ่ อีกแห่ง


การทำให้ 3 จังหวัดภาคใต้ วุ่นวายตลอด เป็นความพยายามให้ 3 จังหวัด ประกาศตนเป็นอิสระ โดยมี บริษัทน้ำมัน สนับสนุน เพื่อพวกมันจะได้ เข้าไป ฮุบผลประโยชน์ ที่ 3 จังหวัด มีสิทธิ ตามระยะเข็มไมล์ ตามกฎหมายทางทะเล นายสนธิ กล่าว


นายสนธิ กล่าวต่อว่า ที่เราทะเลาะกับ เขมร ตอนนี้มีตัวเล่นเพิ่ม คือ จีน ที่พัฒนาตัวเอง ในรอบ 15 ปีมานี้ จนร่ำรวย และ เติบโตมหาศาล แต่เริ่มเดิน ไม่ออก เพราะเริ่มขาดแคลน น้ำมัน จากเดิม ที่มีบ่ำน้ำมันที่ ต้าชิง และ ส่งออก ตอนนี้ต้องนำเข้า ต้องค้าขายกับ อิหร่าน เพิ่ม และ ออกไป ลงทุน ทำบ่อน้ำมันใน อาฟกานิสถาน ไปสนับสนุน รัฐบาลพม่า เพราะมี แหล่งก๊าซฯ


ส่วนที่ต้องมาเกี่ยวกับ เขาพระวิหาร เพราะถ้าลากเส้นไป ก็จะกินพื้นที่เข้าไป ในเขตทับซ้อน มีการสร้างถนน จาก สีหนุวิลล์ วิ่งไปทางเขาวิหาร และ ทะลุไป คุนหมิง ซึ่งไม่ใช่แค่เส้นทางรถวิ่ง แต่เป็นแนวท่อส่งน้ำมันไปให้ จีน


สหรัฐฯ จึงเข้ามาขวางเพราะกลัว จีน จะแผ่อิทธิพล ถึงขนาดลงไว้ใน ยุทธศาสตร์ความมั่น ของ สหรัฐฯ ว่า ศัตรูหมายเลขหนึ่งของเขาคือ จีน


ในที่สุด เขมร ก็จะเป็นประเทศ ที่มี ก๊าซธรรมชาติ มีแหล่งพลังงาน เยอะ และกำลังให้ บริษัทฝรั่งมาตรวจสอบ แหล่งก๊าซฯ และ น้ำมัน ที่มีอยู่ใน ทะเลสาบ (Tonle Sap) ที่ เขมรจับปลามาทำ ปลากรอบ ที่นั่นคือ แหล่งก๊าซ และ น้ำมัน แต่ไม่ต้องห่วง เขมร จะมี น้ำมัน มากแค่ไหน ก็จะเหมือน ไนจีเรีย ซึ่งในรอบ 30 ปี ที่ผ่านมา เจอน้ำมันแต่ให้ ต่างชาติรับประโยชน์ไป 600,000 ล้านเหรียญ ในขณะที่ ประชาชน กว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ของ ไนจีเรีย ยังยากจน ถึงขั้นไม่มีข้าวกิน


“เขมร ก็จะเป็นแบบนั้น เพราะมันมี รัฐบาล และ นายกฯ ที่ชาติชั่ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัว เขมร มันเป็น ประเทศที่ถูกสาป ไม่ถูกสาปได้ไง ขนาด พระสังฆราช ยังเล่นของ แล้วจะเจริญได้อย่างไร เราไม่ต้องไปกลัว แต่กำลังชี้ให้เห็นว่า การเมืองระหว่างประเทศ กำลังมีบทบาท ใน ไทย เรื่องน้ำมัน เมื่อ สหรัฐฯ จีน เข้ามา ฝรั่งเศส ก็เข้ามา ญี่ปุ่น ก็เข้ามา กรรมการ ที่จะมาดูแลพื้นที่ เขาพระวิหาร ที่เป็นมรดกโลก ก็คือ 6 ประเทศ ที่อยากได้ นำมัน” นายสนธิ กล่าว


นายสนธิ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ เขมร ได้อนุญาตให้ เชฟรอน ตั้งแท่นขุดเจาะ บนพื้นที่ทับซ้อน กับ ไทย แล้ว โดยที่ เราไม่ได้คัดค้านเลย ต่างจาก จีน ที่มีพื้นที่ทับซ้อนกับ เวียดนาม แล้วจู่ๆ เวียดนาม ก็ให้ เชฟรอนรับสัมปทาน จีน จึงแจ้งไปว่า พื้นที่นี้เป็นของ จีน ถ้า เชฟรอน ตั้งแท่นเมื่อไหร่ จะส่งเรือไปถล่มทันที เชฟรอน รีบถอยเลย


“ถ้าเรามีรัฐบาล ที่รักชาติ มีทหาร ที่ไม่ห่วง แค่ยศ แค่ตำแหน่ง กับ งบประมาณซื้ออาวุธ ถ้า มันห่วงทรัพยากรธรรมชาติ ในอ่าวไทย มันต้องขยับแล้ว ต้องแจ้ง เชฟรอน ว่า ตรงที่แท่นคุณไปตั้ง มันของผม ถึง เขมร บอกเป็นของเขา ก็ตาม เมื่อไหร่ที่คุณลงเสา ผมเอาปืนยิงเลย แต่มันทำไมมันไม่ทำ เพราะมันเป็น รัฐบาลขายชาติ นี่ไง เรามาสู้เพื่ออะไร เข้าใจหรือยัง ทรัพยากร นี่คือ สินทรัพย์ของแผ่นดิน ที่เราต้องมา บริหารจัดการเพื่อ คนไทย 64 ล้านคน ไม่ใช่เพื่อ โคตรใครบางคน ที่อยู่ ลอนดอน และไม่ใช่เพื่อ โคตรของ คนตาเหล่”


นายสนธิ กล่าวต่อว่า การเมืองใหม่ มีความหมาย หลายๆ อย่าง มากมายมหาศาล ถ้าเรา เอาเรือปืนเราไปไล่ เชฟรอน ทั้ง อเมริกา จีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น ก็ต้องถอย เพราะคิดว่า ไทย เอาจริง และมาคุยกับ ไทย ดีกว่า เมื่อมาคุยกับ ไทย เราก็ต้องมีเงื่อนไขว่า ฮุนเซน จะไปซี้ซั้ว ให้ใครไมได้ ให้เมื่อไหร่ ยิงเมื่อนั้น ฮุนเซน ก็ต้องถามเราว่า จะเอายังไงบอกมา เราก็บอกให้เขียน แผนที่ กันใหม่ ถ้าไม่ยอม เราก็ไม่ยอม เพราะ คนไทย ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว อยู่แล้ว เราทำมาหากิน เรารวยกว่า เขมร มาก


แต่ก่อนที่ จะทำเช่นนั้นได้ เราต้องเอา บริษัทขายชาติ กลับมาเป็นของเรา นั่นคือ ปตท. ที่มันขายชาติ มันมี แผนที่ข้อมูลหมด ว่าที่ไหน มีน้ำมัน แต่เก็บไว้เอง แล้วทำมาหารับประทาน กับ บริษัทน้ำมัน และ ก๊าซฯ ของ ฝรั่งต่างชาติ จนผู้บริหารร่ำรวย ซึ่งถ้าตนมีอำนาจ จะยึคทรัพย์ ผู้บริหาร ปตท. ทั้งหมด


“นายประเสริฐ บุญสมพันธ์ พูดอย่างภาคภูมิใจว่า ปตท. ร่ำรวย ยอดขาย เท่านั้นเท่านี้ เป็นบริษัทอันดับหนึ่ง ของ ไทย แต่ทุกอย่าง ที่เอาไป แปรรูป นั้น ล้วนแต่เป็นของ ชาติบ้านเมือง ไม่ใช่ ของคุณ ทุกอย่างเป็น ของชาติ แม้แต่ ท่อส่งก๊าซ ศาลปกครอง ก็สั่งให้เป็น ของรัฐ แล้วคุณ ก็ไปบีบ เพื่อให้ ได้เช่าท่อก๊าซ ในราคาถูก ซึ่งถ้ามี การเมืองใหม่ เราไม่ยอมเด็ดขาด”


นายสนธิ ย้ำว่า ทุกอย่างเกี่ยวข้องกับ น้ำมัน เราต้องมี การเมืองใหม่ ที่เจรจาเป็น ไม่ใช่ การเมือง ของ นายกฯ เลขานายก ประธาน ปตท. หรือ คนที่อยู่ ลอนดอน แต่เป็นของ คนไทย 64 ล้านคน เมื่อเป็นเช่นนั้น การเจรจาก็จะไม่ยาก ก็เพราะทุกอย่าง เมื่อเจรจาเสร็จ ผลประโยชน์ เข้ากระเป๋า 64 ล้านใบ แต่ถ้าเป็น การเมือง ของพวกเขาเอง ก็จะแบ่งผลประโยชน์ ระหว่างพวกเขา ไม่กี่คน กับ บริษัทฝรั่ง เหลือเศษเนื้อติดกระดูก ให้ คนไทย


“สำหรับผม การเมืองใหม่ ที่ต้องมีคือ จะต้องรักษา สินทรัพย์ ที่ผมเล่ามา ให้ตกเป็นของคนไทย ทั้งประเทศ” นายสนธิย้ำ


นายสนธิ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากที่ ตนได้พูด เรื่องวิกฤติการเงินในสหรัฐฯ กรณี เลห์แมน บราเธอร์ส และ เอไอจี แล้ว มีโทรศัพท์มามาก จาก ตัวแทนเอไอเอ ที่เป็นพันธมิตร เข้ามามาก ให้ช่วยชี้แจงว่า เอไอเอ ที่เมืองไทย มีเอไอจี ถือหุ้นเพียงแค่ 1 เปอร์เซ็นต์ครึ่ง เอไอเอ เมืองไทย จึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่อย่างไร ก็ตาม บริษัทประกัน ที่มีน้ำใจ ที่หนักแน่นให้แก พันธมิตร คือ “วิริยะประกันภัย” ที่ยอมขาย กรมธรรม์ ในการประกันตัว นักรบศรีวิชัย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
22 กันยายน 2551 01:36 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000112028


พิมพ์ ข่าวนี้ “สนธิ” จวกรัฐบาลขายชาติ ปล่อยเขมรให้สัมปทานฝรั่ง ขุดน้ำมันเขตทับซ้อน


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Advertisements

September 17, 2008

โฆษก ตร. แจง ยังไม่ได้รับหมายจับ จากศาล คดีปล่อยกู้ “เอ็กซิมแบงก์”


ตร.รอหมายจากศาล ก่อนประกาศจับ “ทักษิณ” คดีเอ็กซิมแบงก์!!


โฆษก ตร.แจง ยังไม่ได้รับหมายจับ จากศาล เพื่อประกาศจับ “แม้ว” คดีปล่อยกู้ “เอ็กซิมแบงก์” ให้พม่า 4 พันล้าน ระบุ ถ้าหมาย ถึงมือ จะประกาศ สืบจับ ไปยังสถานี ตร.ทั่วประเทศ เพื่อติดตาม จับกุม ตามคำสั่งศาล
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร �ดีตนายกรัฐมนตรี

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี



วันนี้ (17 ก.ย.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รอง ผบช.ก. ในฐานะรองโฆษก ตร. กล่าวถึง กรณีที่ ศาลฎีกา แผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง ออกหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังเจตนา หลบหนี คดีปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ ของ ธนาคารเพื่อการส่งออก และนำเข้า แห่งประเทศไทย หรือ เอ็กซิมแบงก์ ให้แก่ รัฐบาลพม่า วงเงิน 4 พันล้านบาท เพื่อ เอื้อประโยชน์ บริษัทใน เครือตระกูลชินวัตร ว่า


ภายหลัง ศาล มีคำสั่ง ออกหมายจับ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ต้องรอ ศาลส่งหมายจับ นั้นมา ก่อนเข้าสู่กระบวนการ ออกประกาศสืบจับ โดยกองทะเบียน ประวัติอาชญากร แล้ว กระทำการ กระจายประกาศสืบจับ ไปยังสถานีตำรวจ และ ด่านตรวจคนเข้าเมือง ทั่วประเทศ เพื่อติดตาม จับกุมตัว ตามคำสั่งศาล ก่อนทำการ รายงานผลติดตามการจับกุม ไปยังอัยการ ต่อไป ซึ่งขณะนี้ ยืนยันว่า ยังไม่ได้รับหมายจับ จากศาลแต่อย่างใด


ส่วนเรื่อง การดำเนินการประสาน ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน นั้น พล.ต.ต.สุรพล กล่าวว่า ขณะนี้ศาลฎีกา ได้ออกหมายจับ ใหม่มา ก็ต้องพิจารณา ดูว่า จะมีผลต่อ หมายจับเก่า ที่เคยออกมาใน คดีทุจริตซื้อขายที่ดินรัชดาฯ อย่างไร


อัยการ ต้องพิจารณาว่า จะเลือกใช้ หมายไหน ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองคดี ก็จะพิจารณา ดูว่าหมายจับเก่า สิ้นสุด หรือไม่ ด้วย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
17 กันยายน 2551 20:02 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000110611


พิมพ์ ข่าวนี้ ตร.รอหมายจากศาล ก่อนประกาศจับ “ทักษิณ” คดีเอ็กซิมแบงก์!!


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

September 16, 2008

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญา สั่งออกหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร คดีเอ็กซิมแบงก์ ปล่อยกู้พม่า เอื้อชินฯ


คดี ปล่อยกู้พม่าสะดุด! ศาลออกหมายจับ “แม้ว” – จำหน่ายคดี

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จำเลย ครั้งเดินทางเยื�นพม่า

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จำเลย ครั้งเดินทางเยือนพม่า


ศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง พิจารณาคดี นัดแรก “แม้ว” ปล่อยกู้พม่า เอื้อชินฯ ศาลระบุ จำเลย มีเจตนา หลบหนีคดี สั่งจำหน่ายคดี ออกจากสารบบความ และให้ออก หมายจับ ขณะที่ คดีทุจริตซื้อที่ดินย่านรัชดาฯ ศาลนัดฟัง คำพิพากษา พรุ่งนี้


วันนี้ (16 ก.ย.) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง นายปัญญา สุทธิบดี รองประธานศาลฎีกา ผู้พิพากษา เจ้าของสำนวน พร้อมองค์คณะ 9 คน ออกนั่งบัลลังก์ พิจารณาคดีครั้งแรก ในคดี หมายเลขดำที่ อม.3/2551 ที่ คณะกรรมการป้องกัน และ ปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ เป็นโจทก์ฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็น จำเลย ในความผิด ฐานใช้อำนาจหน้าที่ กระทำผิด เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จัดการ หรือ ดูแล เข้ามีส่วนได้เสีย เพื่อประโยชน์ สำหรับ ตัวเอง หรือ ผู้อื่น ด้วยกิจการนั้น และ เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้น การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152, 157


ในกรณีที่ จำเลยอนุมัติ เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ของ ธนาคาร เพื่อการส่งออก และ นำเข้าแห่งประเทศไทย หรือ เอ็กซิมแบงก์ ให้แก่ รัฐบาลพม่า ในวงเงิน 4,000 ล้านบาท ในโครงการ ปรับปรุงระบบ โทรคมนาคม ของประเทศพม่า เพื่อเอื้อประโยชน์ ในธุรกิจดาวเทียม ที่มีการสั่งซื้อ อุปกรณ์จาก บริษัท ชิน แซทเทลไลท์ และ บริษัทในเครือ ตระกูลชินวัตร


การนำพิจารณาคดี วันนี้ ทาง นายสิทธิโชค ศรีเจริญ ทนายโจทก์ และ คณะ และ นายวัชระ สุคนธ์ กับคณะ ทนายจำเลย มาศาล ส่วน จำเลย ไม่มาศาล


ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า จำเลย ได้รับหมายเรียก ทราบนัดโดยชอบแล้ว ไม่มาโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง พฤติการณ์เชื่อว่า มีเจตนา จะหลบหนี จึงให้ จำหน่ายคดี ออกจากสารบบความ ชั่วคราว และให้ ออกหมายจับ จำเลย มาเพื่อพิจารณาคดีต่อไป โดยเมื่อได้ตัว จำเลยมา จึงจะนำคดี ขึ้นมา พิจารณาอีกครั้ง


ส่วนที่ผู้รับมอบอำนาจ จาก จำเลย ยื่นคำร้อง เมื่อวันที่ 15 ก.ย.51 ขอถอน นายวัชระ สุคนธ์ และ คณะ รวม 3 คน ออกจากการเป็น ทนายความ จำเลย องค์คณะ พิจารณาแล้ว อนุญาต ส่วนที่ จำเลย ยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 31 ก.ค.51 โต้แย้งข้อกฎหมาย ที่ใช้บังคับคดีนี้ว่า ขัด หรือ แย้งต่อ รัฐธรรมนูญ หรือไม่ ศาลเห็นควร มีคำสั่งประเด็นดังกล่าวไว้ใน คำพิพากษา


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการออกหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นับว่าเป็น หมายจับ ครั้งที่ 3 แล้ว โดยหมายจับ สองครั้งแรก องค์คณะ คดีทุจริตซื้อขายที่ดินรัชดาฯ เป็นผู้สั่ง ซึ่งศาล ได้สั่งปรับนายประกันแล้ว เป็นเงินจำนวน 8 ล้านบาท


ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าว รายงานว่า สำหรับ พ.ต.ท.ทักษิณ และ คุณหญิงพจมาน นั้น ในวันพรุ่งนี้ (17 ก.ย.) เวลา 10.00 น. ศาลฎีกา แผนกคดีอาญา ของ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้นัดฟังคำพิพากษา คดีทุจริตซื้อขายที่ดินรัชดาฯ มูลค่า 772 ล้านบาทเศษ ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ทั้งสอง เป็นจำเลย ในความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วย การป้องกัน และปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และ ประมวล กฎหมายอาญา มาตรา 152 และ 157 ซึ่ง อัยการ ขอให้ยึดที่ดินและ เงินจำนวน 772 ล้านบาทเศษ ซึ่งเป็นทรัพย์ ที่กระทำผิด


อย่างไรก็ดี เมื่อขณะนี้ เป็นที่ยังไม่แน่ชัดว่า จำเลยทั้งสอง จะไม่มาฟังคำพิพากษา ในวันพรุ่งนี้ องค์คณะผู้พิพากษา จะได้ใช้ ดุลยพินิจ พิจารณา ออก หมายจับ จำเลยทั้งสอง มาศาลภายใน 30 วัน หากยังไม่ได้ตัว จำเลยมา ศาล จะอ่านคำพิพากษาลับหลัง จำเลยต่อไป ตามขั้นตอน ของ กฎหมาย


ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เช้าวันเดียวกัน นาย เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะ กรรมการ บริหาร สำนักงาน สลากกินแบ่ง รัฐบาล และ นายชัยวัฒน์ พสกภักดี อดีตผู้อำนวยการ สำนักงานสลากกินแบ่ง รัฐบาล ที่เป็น 2 ใน 47 จำเลย ในคดี ออกสลาก เลขท้ายพิเศษ 2 ตัว และ 3 ตัว (หวยบนดิน) เดินทางมา ยื่นคำร้อง และ หลักทรัพย์ เพื่อขอประกันตัว โดยใช้เงินสด และ บัญชีเงินฝาก ประกันตัว ออกไป โดยศาลตีราคา ประกัน คนละ 500,000 บาท ซึ่ง คดีหวยบนดิน องค์คณะฯ นัดพิจารณาคดี ครั้งแรกในวันที่ 26 ก.ย.นี้ เวลา 10.00 น.

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
16 กันยายน 2551 09:30 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000109630


พิมพ์ ข่าวนี้ คดีปล่อยกู้พม่าสะดุด! ศาลออกหมายจับ “แม้ว” – จำหน่ายคดี


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

June 6, 2008

เกาหลีใต้จะส่งคณะแพทย์ไปยังพม่า

เกาหลีใต้ประกาศวานนี้ว่าเกาหลีใต้ จะส่ง คณะแพทย์ ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยพายุโซโคลนาร์กีส ในพม่า หลังจากที่ รัฐบาลทหารพม่า ได้เห็นชอบ ที่จะให้การช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ดังกล่าว เข้าไปช่วยเหลือประชาชน ได้

คณะเเพทย์ดังกล่าว ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ และมีนายแพทย์จากกระทรวงสาธารณสุข รวมอยู่ด้วย 7 คน จะออกเดินทางไปยังพม่าในวันพรุ่งนี้ และจะปฏิบัติหน้าที่ นาน 10 วัน ที่เมือง คอนยานกอน ที่ตั้งอยู่ในบริเวณย่านชานนครย่างกุ้ง

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 30, 2008

องค์การอนามัยโลก จะทุ่ม 28 ล้านดอลลาร์สหรัฐช่วยเหลือด้านสุขอนามัย ต่อ เหยื่อไซโคลนนาร์กีสในพม่า

องค์การอนามัยโลก หรือฮู ประกาศเมื่อวานนี้ว่า องค์การอนามัยโลก มีแผนปฏิบัติการในการให้ความช่วยเหลือด้านสุขอนามัยแก่ ผู้รอดชีวิตจากไซโคลนนาร์กีสในพม่า

โดยแผนดังกล่าวจะใช้งบประมาณจำนวน 28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นายอีริค ลาโรช ผู้บริหารระดับสูงของฮู กล่าวว่า เหตุภัยพิบัติในพม่า ถือได้ว่าเป็นวิกฤติการณ์ที่รุนแรง อย่างยิ่ง

ขณะที่องค์การอนามัยโลก มีความเป็นห่วงใย ต่อสุขอนามัยของ ผู้รอดชีวิต ที่ต้องเผชิญ กับโรคระบาด ที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคมาลาเรีย ไข้เลือดออกและอหิวาตกโรค

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 29, 2008

สหรัฐ เตรียมถอนกองเรือออกจากน่านน้ำ พม่า หลังจากพม่า ไม่ยอม

สหรัฐ เตรียมถอน กองเรือออกจากน่านน้ำพม่า หลังจากพม่า ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ของสหรัฐ เข้าไปช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยไซโคลนนาร์กีสบริเวณลุ่มน้ำอิระวดี

การรับความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพายุไซ โคลนนาร์กีสในพม่ายังคงดำเนินไปอย่างจำกัด โดยเฉพา ะสหรัฐ ที่รัฐบาลพม่า ปฏิเสธรับเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์จากประเทศนี้ ทำให้สหรัฐ ตัดสินใจถอนกองเรือรบออกจากน่านน้ำพม่าแล้ว

ผู้บัญชาการกองทัพสหรัฐ ประจำภาคพื้นแปซิฟิก เปิดเผยว่า สหรัฐจะสั่งถอน กองเรือรบ ที่ขนปัจจัยบรรเทาทุกข์ ไปช่วยผู้ประสบภัยชาวพม่า ออกจากน่าน้ำของ พม่า ในเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากพม่า ยังไม่อนุญาตให้ เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ต่างชาติ เดินทางเข้าไป ในพื้นที่ประสบภัยได้ หลังผ่านมา 4 สัปดาห์ นับจากที่พม่าประสบภัยพายุไซโคลน

เฉพาะอย่างยิ่ง พม่าห้ามเจ้าหน้าที่จากสหรัฐ อย่างเด็ดขาด โดยยอมรับเพียงสิ่งของ และ เงิน จึงเป็นการเปล่าประโยชน์ ที่สหรัฐจะคงกองเรือรบ ไว้ในบริเวณดังกล่าวอีกต่อไป ซึ่งที่ผ่านมา สหรัฐทำได้ เพียงการใช้เฮลิคอปเตอร์ ขนปัจจัยบรรเทาทุกข์บนเรือ ขึ้นฝั่งที่ พม่าเท่านั้น

ถึงแม้ พม่าจะยืนยันว่า ภารกิจการช่วยเหลือผู้ประสบภัย เป็นไปอย่างทั่วถึง แต่ก็ยังมีรายงานเล็ดลอดออกมาจากหลายพื้นที่ว่า

ขณะนี้ ชาวบ้านยังไม่เห็นสิ่งของบริจาคที่มาจากต่างประเทศเลย โดยสิ่งของ ที่ได้รับแจกในขณะนี้ ก็เป็นของที่ผลิตในประเทศทั้งนั้น

May 27, 2008

อาเซียน จะส่งคณะผู้เชี่ยวชาญไป พม่า เพื่อประเมินความเร่งด่วนของ ผู้รอดชีวิต

นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการ สมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน แถลงวันนี้ว่า ประเทศสมาชิก สมาคมอาเซียนจะส่งคณะผู้เชี่ยวชาญไป พม่าสัปดาห์นี้

เพื่อประเมิน ความจำเป็นเร่งด่วนของผู้รอดชีวิต และคณะผู้เชี่ยวชาญ จะจัดทำรายงานผลการประเมินภายในวันที่ 12 มิถุนายน ก่อนถึงการประชุมครั้งใหม่ของ สหประชาชาติเพื่อระดมเงินช่วยเหลือ พม่าอีก

ขณะเดียวกันสื่อมวลชนของทางการพม่าได้เผยแพร่บทความวันนี้ชื่นชม องค์การสหประชาชาติ ที่ได้ให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพายุประมาณ 2 ล้าน 4 แสนคน ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า ความสัมพันธ์ ที่เย็นชาระหว่าง พม่ากับโลกภายนอก อาจจะเริ่มดีขึ้น

ขณะที่โฆษกของ สำนักงานประสานความช่วยเหลือ ด้านมนุษยธรรม ของสหประชาชาติใน นครเจนีวา แถลงว่า เจ้าหน้าที่ของ สำนักงานสามารถให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยได้แล้วกว่า 1 ล้านคน หรือประมาณร้อยละ 40 ของ ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนทั้งหมด ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในนครย่างกุ้ง และ

ยังคงมีอีกมากถึง 1 ล้าน 4 แสนคน ที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือ นับตั้งแต่พายุพัดเข้าพม่ากว่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัย ยังพยายามที่จะเข้าไปให้ถึง พื้นที่ประสบภัยหนักที่สุด ในแถบสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดี ที่คาดว่า จะยังไม่ได้รับความช่วยเหลือด้วย

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 26, 2008

รัฐบาลทหารพม่า ประกาศชัยชนะ ในการลงประชามติให้การรับรองรัฐธรรมนูญ

สื่อมวลชนของพม่ารายงานวันนี้ว่า รัฐบาลทหารพม่า ได้ประกาศชัยชนะในการลงประชามติ ให้การรับรองรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ทหารให้การสนับสนุนเป็นครั้งที่ 2 ในหลายเขตที่ถูกพายุไซโคลนนาร์กีสพัดกระหน่ำจนประชาชน ไม่สามารถไปใช้สิทธิลงประชามติของตนเองได้

สื่อของพม่ารายงานว่า ชาวพม่าเกือบร้อยละ 93 ให้การสนับสนุนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การลงประชามติ ครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อวานนี้ ในหลายเขต ที่ซึ่งประชาชนชาวพม่า 2 ล้าน 4 แสนคน ต้องการความช่วยเหลือด้านการอาหาร ที่พัก และ ยารักษาโรคอย่างเร่งด่วน

หลังจากการประชามติครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมาในหลายเขตที่ไม่ได้รับผลกระทบจากการพัดกระหน่ำชองพายุไซโค ลนนาร์กีส

May 25, 2008

กลุ่มอาเซียน และสหประชาชาติ ประชุมระดมความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพายุไซโคลนนาร์กีส

กลุ่มประเทศอาเซียน และสหประชาชาติ จัดการประชุมระดมความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยพายุไซโคลนนาร์กีส ในสหภาพพม่า โดยสภาพทั่วไปในกรุงย่างกุ้งขณะนี้ กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว
กลุ่มประเทศอาเซียน และสหประชาชาติ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมนานาชาติเพื่อระดมความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัย พิบัติจากพายุไซโคลนนาร์กีส โดยการประชุมจะมีขึ้นในกรุงย่างกุ้ง ในเวลา 11.00 – 18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเชื่อว่าการประชุมครั้งนี้จะมีความชัดเจนเกี่ยวกับกระบวนการทำงาน ระหว่างนานาชาติกับรัฐบาลพม่า เนื่องจากก่อนหน้านี้นานาชาติมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพม่าขณะนี้ผู้ ประสบภัยกำลังรอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ควรอยู่ในสถานการณ์คลี่คลายบรรเทาทุกข์ต่อไป ขณะที่รัฐบาลพม่า ต้องการให้เป็นภาวะการฟื้นฟูประเทศ โดยระบุว่าจะต้องใช้งบประมาณจำนวน 11,700 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อสร้างบ้านพักจำนวน 100,000 หลัง อย่างไรก็ตามในช่วงเช้าของวันพรุ่งนี้ นายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน และนายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะเดินทางถึงกรุงย่างกุ้ง ในเวลา 08.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อเข้าร่วมประชุม และเดินทางกลับในช่วงค่ำวันนี้
สำหรับบรรยากาศโดยทั่วไปในกรุงย่างกุ้งขณะนี้ กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ประชาชนได้ออกมาจับจ่ายใช้ชีวิตตามปกติ โดยเท่าที่สังเกตได้ในขณะนี้ มีเพียงกำแพงและซากต้นไม้ที่ปรักหักพังอยู่เท่านั้น

May 24, 2008

นายกฯ ร่วมเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ในการลำเลียงของบรรเทาทุกข์ช่วยพม่า

นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยเลขาธิการสหประชาชาติและเลขาธิการอาเซียน ร่วมเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ในการลำเลียงของบรรเทาสาธารณภัย เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุไซโคลนนาร์กีส สหภาพพม่า ที่บริเวณท่าอากาศยานดอนเมือง
ภายหลังสหประชาชาติ ประสานขอความช่วยเหลือจากประเทศไทย ในการจัดตั้งพื้นที่เพื่อรวบรวมและลำเลียงสัมภาระของสหประชาชาติ เพื่อบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบภัยจากพายุไซโคลนนาร์กีสในสหภาพพม่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี, นายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ และนายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน ร่วมเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ของสหประชาชาติ สำหรับลำเลียงสิ่งของบรรเทาสาธารณภัย จากโครงการอาหารโลก และจากประเทศต่างๆ น้ำหนักรวมกว่า 12 ตัน ให้กับผู้ประสบภัย ที่คลังสินค้าหมายเลข 3 ท่าอากาศยานดอนเมือง ประกอบด้วย เครื่องกรองน้ำเคลื่อนที่ชุดใหญ่ 3 เครื่อง ที่สามารถผลิตน้ำได้ 10,000 ลิตร/วัน/เครื่อง เพียงพอต่อประชากร 3,200 คน เพื่อใช้น้ำสะอาดในการปรุงอาหาร, ทำความสะอาด และบริโภค นอกจากนี้ ยังมียา เวชภัณฑ์ และสิ่งของที่จำเป็นอีกจำนวนมาก ซึ่งจะลำเลียงด้วยเครื่องบินแอนโทน็อฟ 12 และ อิลลูซิน 76 ทุกวัน อย่างน้อยวันละ 2 เที่ยว จนกว่าของจะหมด เพื่อส่งของบรรเทาทุกข์ลงพื้นที่ที่ประสบภัยได้โดยตรง
ในการนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เที่ยวบินนี้แสดงให้เห็นถึงความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างไทยและประชาคมโลก โดยเฉพาะอาเซียน ในการแก้ไขปัญหาของภูมิภาค ซึ่งในวันพรุ่งนี้(25พ.ค.51) ที่จะมีการจัดประชุมนานาชาติ เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติชาวพม่า ที่กรุงย่างกุ้ง สหภาพพม่า ไทยจะให้ความช่วยเหลือพม่าตามต้องการ และเรียกร้องให้ประชาคมโลกปฏิบัติเช่นเดียวกัน
ขณะที่ เลขาธิการอาเซียน ระบุว่า ไทยจะเป็นศูนย์กลางในการส่งความช่วยเหลือไปยังพม่า และหวังว่า ต่อไปอาเซียนจะได้รับความช่วยเหลือจากประชาคมโลกต่างๆ ดังเช่นความร่วมมือในครั้งนี้ พร้อมย้ำ อาเซียนจะดำเนินการช่วยเหลือพม่าอย่างเต็มที่

Next Page »

Blog at WordPress.com.