Accom Thailand

September 23, 2008

ไต้ฝุ่นฮาจูปิ๊ต (Hagupit) ถล่มเวียดนาม ลาวไทยอ่วมแน่


หายนะมาอีก “ฮาจูปิ๊ต” ถล่มเวียดนามลาวไทยอ่วมแน่


ดักหัวลงสู่ แขวงพงสาลี – หลวงน้ำทา ในภาคเหนือลาว ในอีกสองวันข้างหน้า คาดว่าจะทำให้ เกิดฝนตกหนัก และเกิดอุทกภัย อีกรอบหนึ่ง คล้าย พายุกัมมูริ เมื่อเดือนที่แล้ว (ภาพ: TSR)


ผู้จัดการออนไลน์ — ไต้ฝุ่น ฮาจูปิ๊ต (Hagupit) ได้อ่อนกำลังลงใน เช้าวันอังคาร (23 ก.ย.) หลังอาละวาดใน มหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ มา 3 วัน กับ 15 ชั่วโมง และ กลายเป็น พายุโซนร้อน ที่ยังมีพลานุภาพ ที่จะทำเกิด ฝนตกหนัก ในภาคเหนือเวียดนาม มณฑลหยุนหนัน ของจีน ภาคเหนือของไทย และ ในลาวภาคเหนือ ระหว่างวันที่ 24-28 ก.ย.นี้


ตามการพยากรณ์ของ ศูนย์อุตุนิยมวิทยา หลายแห่ง ในเขตแปซิฟิก เส้นทางเคลื่อนที่ของ พายุฮาจูปิ๊ต จะพาดผ่าน ภาคตะวันออก ของ จีน มุ่งตะวันตก ก่อนจะหักหัวลง เข้าสู่ ภาคเหนือเวียดนาม และ ลาว ไม่ต่างกับ เส้นทางของ พายุโซนร้อน กัมมูริ (kammuri) ที่ทำให้ เกิดฝนตกหนัก ในประเทศแถบนี้ เดือนที่แล้ว


พายุ กัมมูริ ทำให้เกิด น้ำท่วมฉับพลับ น้ำป่าไหลหลาก ในเวียดนาม มีผู้เสียชีวิตราว 130 คน อีกราว 30 คน ยังสูญหาย พายุ ลูกนี้ยัง ทำให้ เกิดฝนตกหนักใน ภาคเหนือลาว และ ไทย ลำน้ำสายต่างๆ ไหลเอ่อ ขึ้นท่วมสองฝั่ง ระดับน้ำใน ลำน้ำโขง ที่ นครเวียงจันทน์ สูงที่สุด ในรอบกว่า 40 ปี สร้างความเสียหายให้ นาข้าว เกือบล้านไร่ มีผู้เสียชีวิต อย่างน้อย 4 คน


ไต้ฝุ่นฮาจูปิ๊ตมาไกล ..อ่อนแรงลง แต่ยังทรงพลานุภาพ และแผ่อิทธิพล ทั่วอาณาบริเวณตอนเหนือของ อนุภูมิภาค (ภาพ: TSR)


ไต้ฝุ่น ฮาจูปิ๊ต ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 คน ใน ฟิลิปปินส์ ก่อนจะเข้าอาละวาดที่ เกาะไต้หวัน และ เข้าไปอ่อนแรง ในภาคใต้ของจีน ในคืน วันจันทร์


ศูนย์อุตุนิยมวิทยา และ อุทกศาสตร์แห่งชาติ เวียดนาม ได้ออกเตือน ในเช้าตรู่ วันอังคาร ระบุว่า พายุฮาจูปิ๊ต ขนาด 14 บนมาตราโบฟอร์ต (Beaufort Scale) ได้เคลื่อนตัว ด้วยความเร็ว ลม 150-166 กม./ชม. จะเข้าถึง ภาคตะวันตกเฉียงใต้ ของจีน ในวันพุธ และ จะเคลื่อนไปใน แนว ตะวันตก ในช่วง วันสองวัน ข้างหน้า


เวลาประมาณ 16.00 น. วันพฤหัสบดี ศูนย์กลางของ ฮาจูปิ๊ต ซึ่งคาดว่าจะมี ความเร็วลม 62-88 กม./ชม. จะพัดผ่านจังหวัด ทางภาคเหนือเวียดนาม ซึ่งจะทำให้ เกิดฝนตกหนัก และฝนตกปานกลาง ในพื้นที่ ใต้ลงไป


อย่างไรก็ตาม คาดว่า อิทธิพลของ พายุฮาจูปิ๊ต จะทำให้เกิดฝนตกใน ภาคเหนือเวียดนาม ตั้งแต่ เย็นวันอังคาร นี้เป็นต้นไป ทั้งนี้ เป็นรายงานของ หนังสือพิมพ์ แท็งเนียน


ศูนย์อุตุนิยมวิทยา และ อุทกศาสตร์ ได้เตือนให้ ทางการจังหวัดต่างๆ ทางตอนเหนือ ระวังการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และ เกิดน้ำท่วม จะกินที่ อาณาบริเวณกว้าง ซ้ำรอย พายุกัมมูริ


ภาพถ่าย อินฟราเรดจาก ดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา แสดงศูนย์กลางของ ไต้ฝุ่นฮาจูปิ๊ต หลังพัดถล่มเ กาะลูซอนของ ฟิลิปปินส์ ตอนเช้าตรู่ วันจันทร์ (ภาพ: TSR)


คณะกรรมการแห่งชาติ กำกับดูแล การกู้ภัยจาก พายุและ อุทกภัย ได้แจ้งให้ เจ้าของเรือหาปลา ทุกลำ แจ้งเตือนไปยัง เรือหาปลา ทุกลำ ใน ทะเลจีนใต้ ให้กลับเข้าสู่ฝั่ง หรือ หาที่กำบัง คลื่นลมแรง อันเกิดจาก อิทธิพล พายุฮาจูปิ๊ต


คณะกรรมการ ยังแจ้งเตือน ไปยัง ชาวนา และ เกษตรกร ในเขตเสี่ยงภัยต่างๆ ให้เร่ง เก็บเกี่ยวพืชผล เตือนไปยัง ทางการท้องถิ่น ที่เสี่ยงภัย ให้ อพยพราษฎร ออกจากเขต แม่น้ำลำคลอง เพื่อป้องกัน เหตุร้าย เหตุด่วน อันอาจจะเกิดจาก พายุลูกนี้


หมายเหตุ: Hagupit (ฮาจูปิ๊ต) เป็นภาษา ตากาล๊อก (Tagalog) ภาษาพื้นเมืองฟิลิปินส์ มีความหมายว่า ขันที, ผู้ชาย ที่ถูกตอน

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
23 กันยายน 2551 15:19 น.
http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000112815


พิมพ์ ข่าวนี้ หายนะมาอีก “ฮาจูปิ๊ต” ถล่มเวียดนามลาวไทยอ่วมแน่


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Advertisements

June 27, 2008

ฟิลิปปินส์ระงับปฏิบัติการกู้ภัย เรือข้ามฟาก ยอดผู้เสียชีวิตจากพายุไต้ฝุ่น ฟงเฉิน เพิ่มสูงขึ้นเป็นกว่า 500 คน

ฟิลิปปินส์ระงับปฏิบัติการกู้ภัย เรือข้ามฟาก ล่มชั่วคราว หลังพบว่าเรือลำดังกล่าวได้บรรทุกสินค้าที่เป็นยาฆ่าแมลงมาด้วย

ฟิลิปปินส์ ระงับปฏิบัติการกู้ภัยเรือข้ามฟากล่มนอกชายฝั่งไว้ชั่วคราวในวันนี้ โดยหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เรียกนักประดาน้ำกลับขึ้นฝั่ง เพื่อรอฟังคำสั่งจากรัฐบาลอีกครั้งว่าจะให้ดำเนินการต่อไปอย่างไร หลังได้รับสำเนาแผนผังของห้องเก็บสินค้าของเรือลำดังกล่าวแล้วพบว่า

เรือลำนี้บรรทุกตู้สินค้าขนาด 40 ฟุตที่ภายในบรรจุกล่องสินค้า 400 กล่อง แต่ละกล่องมีน้ำหนัก 45 กิโลกรัม ซึ่งสินค้าที่บรรทุกมานั้นเป็นสารเอ็นโดซัลแฟนที่ เป็นยากำจัดศัตรูพืช ทั้งนี้คาดว่า จะมีร่างผู้โดยสารหลายร้อยคนติดอยู่ภายในเรือ หลังประสบอุบัติเหตุล่มท่ามกลางพายุเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา.

ยอดผู้เสียชีวิตจาก พายุไต้ฝุ่นฟงเฉิน พัดถล่มฟิลิปปินส์เพิ่มสูงขึ้นเป็นกว่า 500 คน

สภาความร่วมมือบรรเทาภัยพิบัติแห่งชาติฟิลิปปินส์ ยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ จากพายุไต้ฝุ่นฟงเฉินพัดถล่มเมื่อ สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เพิ่มสูงขึ้นเป็นกว่า 500 คนแล้ว

แต่คาดว่ายอดผู้เสียชีวิตที่แท้จริงอาจพุ่งทะลุ 1,000 คน เนื่องจากยังมีผู้สูญหายอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งรวมทั้งผู้โดยสาร 669 คน ที่ประสบอุบัติเหตุเรือข้ามฟากล่มระหว่างเกิดพายุด้วย

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์
วันที่ข่าว 27 มิถุนายน 2551 เลขที่ข่าว 255106270109 – 255106270176


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 28, 2008

ฟิลิปปินส์ยังไม่ได้เตรียมพร้อมอย่างเพียงพอรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ

นายโรดอลโฟ เบียซอน ประธานคณะกรรมาธิการวุฒิสภาที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการป้องกันประเทศของ ฟิลิปปินส์แถลงเมื่อวานนี้ว่า ฟิลิปปินส์ต้องการการลงทุนมากขึ้นในเรื่องเกี่ยวกับระบบเรดาร์และอื่นๆที่ เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบการก่อและทิศทางการเคลื่อนตัวของพายุและภัยพิบัติ ต่างๆ ตลอดจนการเตือนภัยล่วงหน้าที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้ นายเบียซอนยังไม่มั่นใจถึงขีดความสามารถของรัฐบาลในการดำเนินการในกรณีที่ เกิดพายุไต้ฝุ่นกำลังแรงและแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ดังเช่นที่เกิดขึ้นในพม่าและจีน โดยในแต่ละปีมีพายุไต้ฝุ่นประมาณ 20 ลูกที่พัดเข้าฟิลิปปินส์ ทำให้เกิดดินโคลนถล่มและน้ำท่วม มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน และยังทำให้พืชพันธุ์เสียหายด้วย

May 22, 2008

นายกรัฐมนตรี ขอบคุณในการต้อนรับ อย่างอบอุ่นจาก ประธานาธิบดีสาธารณรัฐฟิลิปปินส์

นายกรัฐมนตรี เยือนฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการ เพื่อหารือความร่วมมือ เรื่องการค้าการลงทุน และด้านการทหาร ขณะที่ฟิลิปปินส์ เตรียมหารือเรื่องข้าวกับประเทศไทย

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนสาธารณรัฐฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 22-23 พฤษภาคมนี้ ตามคำเชิญของประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เพื่อแนะนำตัวในโอกาสรับตำแหน่งใหม่ และสร้างความคุ้นเคยระหว่างผู้นำ โดยมีกำหนดการสำคัญในการเยือนสาธารณรัฐฟิลิปปินส์เบื้องต้น ได้แก่

การร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ที่มาลาคันยัง หรือ ทำเนียบประธานาธิบดี หารือข้อราชการ กับประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ วางพวงมาลาที่อนุสาวรีย์ริซาล ซึ่งเป็นที่รำลึกถึง นายโฮเซ ริซาล วีรบุรุษชาวฟิลิปปินส์ ที่ปลดปล่อยฟิลิปปินส์จากอาณานิคมสเปน และ ร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ ซึ่งประธานาธิบดีเป็นเจ้าภาพเลี้ยงเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรี และคณะ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีจะถือโอกาสนี้ ในการพบกับ ทีมประเทศไทย และชุมชนไทย ในฟิลิปปินส์

โดยการหารือข้อราชการกับ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ฝ่ายไทย จะให้ความสำคัญในการหารือเรื่องการจัดกิจกรรม เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาส ครบรอบ 60 ปี ของการสถาปนา ความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2552 การส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน รวมทั้งด้านพลังงาน และความร่วมมือด้านการทหาร

ตลอดจนความร่วมมือในกรอบอาเซียน ซึ่งไทยจะได้รับตำแหน่งประธานอาเซียนในเดือนกรกฎาคม 2551 และเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดอาเซียนในเดือนธันวาคม

นายกรัฐมนตรี เยือนสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ เป็นประเทศที่ 8 ในกลุ่มอาเซียน พร้อมเตรียมหารือกับ ผู้นำฟิลิปปินส์ เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่าง 2 ประเทศ และตามกรอบอาเซียน ขณะที่ฟิลิปปินส์ยังคงต้องการเดินหน้าซื้อข้าวจากประเทศไทย

พล.ต.ท.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการเดินทาง เยือนสาธารณรัฐฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการของ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 22-23 พฤษภาคมนี้ว่า เพื่อเป็นการแนะนำตัวในโอกาสรับตำแหน่งใหม่ การสร้างความคุ้นเคยระหว่างผู้นำ และกระชับความสัมพันธ์อันดีที่มีมายาวนาน ซึ่งจะครบรอบ 60 ปี ในปี 2552 นี้

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีจะหารือกับนางกอเรีย มากาปาเกา อาโรโย ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ หัวข้อสำคัญ คือ การเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตครบ 60 ปี ภายใต้แผนปฏิบัติการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ในปี 2551-2553 นอกจากนั้นจะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านความมั่นคง กรณีเกาะมินดาเนาของฟิลิปปินส์ และปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย, นอกจากนี้คือเรื่องการค้าการลงทุน, ความร่วมมือด้านพลังงาน, การที่ฟิลิปปินส์สนใจจะเจรจาซื้อข้าวจากไทย รวมทั้งความร่วมมืออื่นๆ ตามกรอบของอาเซียน

“ไทยกับฟิลิปปินส์ ในปี 2550 มีการลงทุนการค้าประมาณ 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้เปรียบการค้ากว่า 750 ดอลลาร์สหรัฐ ก็ต้องการที่จะให้ประเทศไทย ได้รับการสนับสนุนการลงทุน และอยากให้ฟิลิปปินส์มาลงทุนในไทยมากขึ้น ที่สำคัญคือ ความร่วมมือกันในเรื่องพลังงาน

โดยจะเชิญหน่วยงานในฟิลิปปินส์มาดูงานที่ ปตท. และ ปตท.สผ. และจะมีการลงนาม เอ็มโอยู ระหว่าง 2 ประเทศ ในเรื่องโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติ 3 สาย

และสุดท้ายคือ เรื่องข้าว ที่ฟิลิปปินส์ สนใจที่จะซื้อข้าวจากประเทศไทย เคยมีการเจรจากันแล้ว โดยฟิลิปปินส์ ต้องการซื้อแบบ จีทูจี แต่กฎหมายไทยทำไม่ได้

ดังนั้นจะเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเป็นฝ่ายประสานงานกับผู้ส่งออกข้าวไทย เพื่ออำนวยความสะดวกในการซื้อข้าวจากไทย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลกในขณะนี้” พล.ต.ท.วิเชียรโชติ กล่าว

ด้านนายธฤต จรุงวัฒน์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี จะวางพวงมาลาที่อนุสาวรีย์ริซาล ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงนายโฮเซ ริซาล วีรบุรุษชาวฟิลิปปินส์ ที่ปลดปล่อยฟิลิปปินส์จากอาณานิคมสเปน และร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ ซึ่งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์เป็นเจ้าภาพ เพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีและคณะ รวมทั้งการพบกับทีมประเทศไทยและชุมชนไทยในฟิลิปปินส์ด้วย

นายกรัฐมนตรีขอบคุณในการต้อนรับ อย่างอบอุ่นจากประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ขณะที่ ไทยและฟิลิปปินส์ได้ข้อสรุปจะร่วมมือกันประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว รวมทั้งการเพิ่มมูลค่าทางการค้าและการลงทุน ระหว่างสองประเทศ

การเยือนสาธารณรัฐฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการของเมื่อวานนี้นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีได้พบปะหารือข้อราชการกับนางกอเรีย มาคาร์ปากัล อาโรโย่ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ที่ทำเนียบประธานาธิบดี ในการนี้นายกรัฐมนตรีเห็นว่า ควรมีการปรับเพิ่มเที่ยวบิน ระหว่างทั้งสองประเทศให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มความ ต้องการผู้โดยสาร อีกทั้งจะช่วยส่งเสริมให้เกิด มูลค่าทางด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวด้วย

ขณะที่ ฟิลิปปินส์ ยืนยันจะซื้อข้าวจากไทย และจะร่วมกันประชาสัมพันธ์ ด้านการท่องเที่ยว รวมถึงการเพิ่มมูลค่าทางการค้า และการลงทุนระว่หางกัน

หลังจากนั้น ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ได้เลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่ นายกรัฐมนตรีและคณะ ซึ่งนายกรัฐมนตรีใช้โอกาสนี้ กล่าวขอบคุณด้วยความซาบซึ้ง สำหรับการต้อนรับที่อบอุ่น พร้อมเชิญชวนฟิลิปปินส์ร่วมกลุ่มประชุมอาเซียน ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพในปีนี้ และตอกย้ำความสัมพันธ์อันดีที่มีต่อกัน ซึ่งไทยจะเฝ้ารอการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตครบรอบ 60 ปี ในปี 2552

สำหรับภารกิจนายกรัฐมนตรีในวันนี้ ซึ่งถือเป็นวันสุดท้ายจะพบปะกับผู้แทนสถาบันวิจัยข้าวระหว่างประเทศ หรือไออาร์อาร์ไอ ที่โรงแรมดุสิตธานีมนิลา วึ่งเป็นที่พักและเดินทางไปยังทาเนียบเอกอัครราชทูต ณ กรุงมนิลา เพื่อพบปะกับเอกอัครราชทูตและคณะเจ้าหน้าที่สถานทูต

May 19, 2008

ฟิลิปปินส์ ต้องการที่จะเจรจาโดยตรง กับกลุ่มกบฏมุสลิมที่ใหญ่ที่สุด

นายพลโรดอลโฟ การ์เซีย หัวหน้าผู้แทนการเจรจาของรัฐบาลฟิลิปปินส์เปิดเผยวันนี้ว่า รัฐบาลฟิลิปปินส์ต้องการที่จะเจรจาติดต่อโดยตรงกับขบวนการกู้อิสรภาพอิสลามิ กโมโร หรือเอ็มไอแอลเอฟ. ซึ่งเป็นกลุ่มกบฏมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในฟิลิปปินส์เพื่อหาทางยุติความขัดแย้ง ในพื้นที่ทางใต้ที่เกิดขึ้นมานานเกือบ 40 ปี หลังจากที่มาเลเซียเป็นผู้เจรจาไกล่เกลี่ยสันติภาพระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มกบฏ มาตั้งแต่ปี 2544 แต่มาเลเซียได้เริ่มถอนเจ้าหน้าที่สังเกตการณ์สันติภาพในภาคใต้ของ ฟิลิปปินส์แล้วเพราะการเจรจาไม่มีความคืบหน้า

กราดยิงใส่บ้านเรือนหลายหลังในจังหวัด ลากูนา ของ ฟิลิปปินส์ เสียชีวิต 8 คน

เกิดเหตุคนร้ายกราดยิงใส่บ้านเรือนหลายหลัง ในเมืองคาลัมบา จังหวัดลากูนา ทางตอนใต้ของกรุงมะนิลาเมืองหลวงฟิลิปปินส์เมื่อเช้าตรู่วันนี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 8 คน ในจำนวนนี้ 5 คนเป็นเด็กอายุระหว่าง 4-12 ปี และยังมีบาดเจ็บอีก 6 คน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่า คนร้ายใช้ปืนอัตโนมัติกราดยิงขณะที่เหยื่อกำลังนอนหลับ เชื่อว่าคนร้ายจะลงมือก่อเหตุเพียงลำพัง ซึ่งขณะนี้ตำรวจกำลังสอบสวนอยู่ นอกจากนี้คนร้ายยังได้กราดยิงสัตว์ในฟาร์มของชาวบ้านด้วย ทำให้สันนิษฐานว่าคนร้ายอาจมีปัญหาทางจิต เหตุยิงกันดังกล่าวเกิดขึ้น 3 วัน หลังจากที่มีเหตุคนร้ายบุกปล้นธนาคารในจังหวัดแห่งนี้และได้สังหารผู้คนไป 9 คน โดยมีการประกาศให้รางวัลมูลค่ากว่า 4 หมื่น 7 พัน ดอลล่าร์สหรัฐ แก่ผู้แจ้งเบาะแสนำไปสู่การจับกุมแก็งค์ปล้นธนาคารรายนี้ด้วย.

ยอดผู้เสียชีวิตจากพายุโซนร้อน ฮาลอง พัดถล่ม ฟิลิปปินส์ เพิ่มขึ้นเป็น 12 คน

พายุโซนร้อนฮาลองเคลื่อนตัวออกจากภาค เหนือของฟิลิปปินส์แล้ววันนี้ หลังจากที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 12 คน บ้านเรือนเสียหายและน้ำท่วมนาข้าว
เจ้าหน้าที่อุตุนิยมวิทยาของฟิลิปปินส์รายงานว่า พายุอ่อนกำลังลง หลังจากที่ทำให้มีฝนตกหนักบนเกาะลูซอนทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือเมื่อวานนี้ และจะเคลื่อนตัวไปทางใต้ของญี่ปุ่นเช้าวันพรุ่งนี้ อิทธิพลของพายุนอกจากทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว ยังทำให้น้ำท่วมหนักและโคลนถล่ม ประชาชนได้รับความเดือดร้อนประมาณ 35,000 คน และจนถึงขณะนี้หลายพื้นที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ เพราะลมแรงทำให้เสาไฟฟ้าโค่นล้มและสายไฟได้รับความเสียหายมาก

สำนักงานป้องกันพลเรือนของฟิลิปปินส์รายงานว่า เจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิตอีก 8 คนทำให้ยอดผู้เสียชีวิตจากพายุโซนร้อนฮาลองพัดถล่มภาคเหนือของประเทศเมื่อ วานนี้เพิ่มขึ้นเป็น 12 คนแล้ว นอกจากนี้ความรุนแรงของพายุยังทำให้บ้านเรือนจำนวนมากได้รับความเสียหาย ต้นไม้หักโค่นและกระแสไฟฟ้าดับในหลายพื้นที่ นอกจากนี้ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักยังทำให้เกิดน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้างด้วย ขณะที่ประชาชนหลายพันคน ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก โดยขณะนี้พายุฮาลองกำลังเคลื่อนตัวออกจากฟิลิปปินส์ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ด้วยกำลังลมกว่า 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าพายุจะอยู่ห่างจากทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะโอกินาวาในญี่ปุ่นประมาณ 400 กิโลเมตรภายใน เช้าวันพรุ่งนี้

April 30, 2008

ผู้นำฟิลิปปินส์ชี้ว่าจำเป็นต้องนำเข้าข้าว

ประธานาธิบดีกลอเรีย มาคาปากัล อาร์โรโย ผู้นำฟิลิปปินส์ กล่าวหลังประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ว่า ประเทศจะยังคงนำเข้าข้าวจากต่างประเทศต่อไปอีกอย่างน้อยจนถึงปี 2556 เพื่อแก้ปัญหาความขาดแคลนแม้ว่ามีแผนจะผลิตข้าวให้เพียงพอต่อความต้องการใน การบริโภคของประชาชนก็ตาม ทั้งนี้ฟิลิปปินส์เป็นหนึ่งในประเทศผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลก และเพิ่งจะซื้อข้าวในราคาแพงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน หลังประเทศผู้ส่งออกบางประเทศสั่งควบคุมปริมาณการส่งออกข้าว

Create a free website or blog at WordPress.com.