Accom Thailand

February 9, 2009

Massive devastation in Australian bushfires – ไฟป่า ออสเตรเลีย ยังลุกลาม ยอดตาย พุ่งทะลุ 130


Massive devastation in Australian bushfires

YouTube

An emotional Kevin Rudd, Australia’s prime minister, has described the deaths of scores of people in wildfires as “mass murder”.


The fires spread through rapidly through communities in southern Australia, as desperate residents tried to flee the flames.


ไฟป่าออสเตรเลีย ยังลุกลาม ยอดตาย พุ่งทะลุ 130 บ้านเมือง พินาศ
เจ้าหน้าที่ดับไฟป่าที่ยังคงลุกลาม�ย่างต่�เนื่�ง

เจ้าหน้าที่ดับไฟป่าที่ยังคงลุกลามอย่างต่อเนื่อง


เอเอฟพี – ทหาร และ เจ้าหน้าที่ ผจญเพลิง ยังต่อสู้กับไฟป่า ที่ยังคงลุกลาม หลายพื้นที่ ใน ออสเตรเลีย ซึ่งทำให้ มียอด ผู้เสียชีวิต เพิ่มขึ้น ไม่ต่ำกว่า 131 ราย บ้านเรือน หลายร้อยหลัง และ เมืองหลายแห่ง ถูกเผาผลาญ เป็นเถ้าถ่าน


เหตุไฟป่าครั้งนี้ กลายเป็น ครั้งร้ายแรงที่สุด ที่เคยเกิดขึ้นใน ประวัติศาสตร์ ของ ออสเตรเลีย สร้างความพินาศ ให้แก่ เมือง หลายเมือง และ ชีวิตผู้คน นับร้อย แต่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เชื่อว่า ต้องมี ใครบางคน เป็นต้นเพลิง ดังกล่าว

ไฟป่า ยังคง เผาผลาญอีกราว 31 จุด ในพื้นที่ ทางตะวันออกเฉียงใต้ ของ รัฐวิกตอเรีย ซึ่งเป็นบริเวณ ที่พบผู้เสียชีวิต ทั้งหมด และ ชุมชนต่างๆ ได้รับแจ้งเตือน ให้เตรียมพร้อมรับมือ กับไฟป่า ที่เผาทุกสิ่งทุกอย่าง ตลอดทาง ตามกระแส ที่ไม่แน่นอน

เพลิงนรกได้ผลาญพื้นที่ ราว 3,000 กิโลเมตร ซึ่งใหญ่กว่า ประเทศลักเซมเบิร์ก ทั้งประเทศ หรือเกือบ 3 เท่า ของเกาะ ฮ่องกง ด้วยสภาพอากาศ ที่ง่ายต่อการ ติดไฟ สาเหตุมาจาก คลื่นความร้อน

สำหรับ พื้นที่ประสบภัย จำนวนหนึ่ง ถูกปิดเทปเหลือง ล้อมรอบ สถานที่เกิดเหตุไว้ เพื่อให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ หาข้อพิสูจน์ว่า ใครเป็น ผู้ก่อเหตุ เพลิงไหม้ ครั้งร้ายแรงที่สุด ของประเทศครั้งนี้ โดย
เควิน รัดด์ นายกรัฐมนตรี ของ ออสเตรเลีย ระบุว่า ผู้วางเพลิง นั้น จะต้องถูกตั้งข้อหา สังหารหมู่

ทั้งนี้ ใน วันอาทิตย์ ( 8 ) พวกนักผจญเพลิง หลายพันคน ต้องพยายามควบคุมเพลิง อย่างต่อเนื่อง มาเป็นวันที่ 2 ในขณะที่ ผู้เห็นเหตุการณ์ ระบุว่า เปลวเพลิง นั้นโหมสูงเท่ากับตึก 4 ชั้น และ ลุกลามไป อย่างรวดเร็ว เหมือนกับ ขบวนรถไฟด่วน ขณะเดียวกัน ก็พ่นเถ้าถ่านร้อนระอุ ออกไปไกล สุดสายตา ทีเดียว

ส่วนนักผจญเพลิง กล่าวว่า บ้านเรือน กว่า 750 หลังใน รัฐวิกตอเรีย ถูกเผาวอดวาย ในช่วงสุดสัปดาห์ ที่ผ่านมา โดยพื้นที่ ซึ่งได้รับ ความเสียหาย อย่างหนักที่สุด คือพื้นที่ ทางตอนเหนือ ของ เมืองเมลเบิร์น

นอกจาก มนุษย์ แล้ว สัตว์เลี้ยงใน ฟาร์ม บ้าน และ สัตว์ป่า นับพันๆ ตัว ก็ต้องมาสังเวยชีวิต ในไฟป่านรก ครั้งนี้ เช่นเดียวกัน


ขณะที่ ใน รัฐนิวเซาท์เวลส์ มีผู้ถูกตั้งข้อกล่าวหา ลอบวางเพลิง 2 คน เป็น

ชายวัย 31 ปี หนึ่งคน ถูกตั้งข้อหา เป็นต้นเหตุเพลิงไหม้ ในพื้นที่กว่า 495 เอเคอร์ใน พีทส์รดจ์ ทางเหนือของซิดนีย์ และจะ ขึ้นศาลใน วันนี้ (9) ส่วนอีกคนเป็น เด็กชายวัย 19 ปี ถูกล่าวหาว่า จุดชนวนระเบิด จนทำให้เพลิงไหม้ใน บลูเมาเทนส์

อันที่จริง การเกิดไฟป่า เป็นภัยธรรมชาติ ที่เกิดขึ้นใน ออสเตรเลีย ทุกปี แต่เนื่องจากใน ปีนี้สภาพอากาศร้อนรุนแรง เกิดภัยแล้ง และ มีเศษกิ่งไม้แห้ง มากมาย บวกกับ ต้นยูคาลิปตัส ที่เป็นพืชพื้นเมืองของ แดนจิงโจ้ ก็เป็นต้นไม้ ที่มีน้ำมัน จึงกลายเป็น เงื่อนไขสำคัญ ที่ทำให้เกิด ไฟป่าลุกลาม และ ยังทำให้ รัฐบาลถูกกดดันอย่างหนัก ให้เอาจริง กับ นโยบาย การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ด้วย

News Source :: AlJazeeraEnglish
Al Jazeera’s Tarek Bazley reports 9 Feb 09.

คลิปจาก http://www.youtube.com/watch?v=Hyq8_sNMX4

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 9 กุมภาพันธ์ 2552 10:08 น.
http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9520000014638


พิมพ์ ข่าวนี้ ไฟป่าออสเตรเลียยัง ลุกลาม ยอดตาย พุ่งทะลุ 130 บ้านเมือง พินาศ


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below
Advertisements

February 7, 2009

Heavy Flooding in Northeastern Australia


Heavy Flooding in Northeastern Australia


YouTube

ZHANG: In Australia, residents in northeastern Queensland continue cleaning up today after devastating floods. Heavy rain since Monday has seen many towns virtually submerged and thousands of homes have been declared flood affected.


STORY:
Although rain subsided on Wednesday the fourth after tropical cyclone Ellie passed through, the water level remained high in low-lying towns in northeast Australia, with many towns virtually underwater.

62 percent of the more than one million square kilometers of Queensland is still a declared disaster zone.

Thousands of homes have been declared flood-affected and the damage bill is around $70 million U.S. dollars.

In Ingham, one of the worst hit towns, residents are pitching in to help each other clean up after the deluge.

One local resident who was glad a group of men had given up their beer to help her clean up the damage in her home.

[Local Resident]:
“Everybody pitches in and helps and they were on the way to the pub.”

[Local Resident]:
“You always chuck your hand in there, it doesn’t hurt.”

Queensland premier Anna Bligh toured Ingham today and says many transport routes were still cut off from the rain, leaving residents relying on boats to get around.

[Anna Bligh, Queensland Premier]:
“Currently the road is still cut, the rail is cut, and it’s likely to be several days before we can get full transport links reopened but we do have a monsoonal trough sitting off the coast and no-one is out of the woods yet we might see a lot more rain before this is over.”

The flooding started last December, and has continued, being fed by a series of rain depressions and a cyclone. A low depression off the coast is currently threatening to form into a cyclone, bringing even more rain.

News Source :: http://www.youtube.com/ntdtv February 07, 2009
http://www.youtube.com/watch?v=POtwftxrX1k


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Australian bush fires have killed dozens of people


Australian bush fires have killed dozens of people

YouTube

Australian bush fires have killed dozens of people and burnt hundreds of homes in the worst fire disaster in three decades.

News Source ::http://www.euronews.net February 07, 2009


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

January 21, 2009

Bushfires Threaten Homes in Australia


Bushfires Threaten Homes in Australia

YouTube

Bushfires are threatening homes in Melbourne and a school in Sydney Australia due to searing hot dry conditions around the country. The fires raged across the country yesterday.


Melbourne and Sydney recorded highs of up to 40 degrees Celsius, or 104 degrees Fahrenheit, with dry winds fanning the flames.

The Melbourne bushfire burnt five hectares of bushland near a heavily populated area south of the city before more than 100 firefighters brought it under control with the help of waterbombing equipment and hoses.

Local media also reported that the fire came within 100 meters of residential properties. No damage was reported to homes and there were no evacuations.

In Sydney, firefighters worked to contain three fires, one in the city’s north and the other two to the west of the city.

Fire authorities say the Sydney fires were most likely started by a cigarette butt and arson.

Authorities expect the hot, dry conditions to continue during the week and warn residents of Sydney and Melbourne to be on high alert for bushfires.

News Source :: http://www.youtube.com/ntdtv 21 Jan 2009
http://www.youtube.com/watch?v=N-Ts7pcJJZw


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

October 3, 2008

ชาวนากาฬสินธุ์อ่วม หลังพนังกั้นลำน้ำชีในตำบลเจ้าท่า อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์

ชาวนากาฬสินธุ์่วม หลังพนังกั้นลำน้ำชีในตำบลเจ้าท่า ำเภกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์

ชาวนากาฬสินธุ์อ่วม หลังพนังกั้นลำน้ำชีในตำบลเจ้าท่า อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์


พนังกั้นลำน้ำชีรั่ว น้ำไหลเข้าท่วมนาข้าวกาฬสินธุ์ จำนวนมาก


กาฬสินธุ์ – ชาวนากาฬสินธุ์ อ่วม หลังพนังกั้น ลำน้ำชี ในตำบลเจ้าท่า อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ ถูกน้ำกัดเซาะ มีรอยรั่วส่งผลให้น้ำไหลเข้า ท่วม นาข้าวเกษตรกร กว่า 6,000 ไร่ ด้าน ปภ.กาฬสินธุ์ เผย พื้นที่น้ำท่วมทั้งหมด กว่า 50,000 ไร่ พร้อมระดมเครื่องจักร และ เครื่องสูบน้ำ ช่วยเหลือ อย่างเร่งด่วน


เมื่อเวลา 11.00 น.วันนี้ (3 ต.ค.)
นายวิทยา มากปาน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.กาฬสินธุ์
นายชนิพนธ์ สงวนสัตย์ ปลัดอาวุโส อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์
นางบุญชู หรมาตย์ นายก อบต.เจ้าท่า อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์
พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ได้ลงพื้นสำรวจพนังกั้นลำน้ำชี บริเวณ บ้านเหมือดแอ่ บ้านท่ากลาง และ บ้านแจ้งจม ต.เจ้าท่า อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์


หลังจากได้รับ รายงานว่า พนังกั้นน้ำ บริเวณดังกล่าว ถูกน้ำกัดเซาะ จนทำให้น้ำในลำน้ำชี ที่กำลังเอ่อล้น ไหลเข้าท่วม พื้นที่ บ้านเรือน และ นาข้าว ของ เกษตรกร จนได้รับความเสียหาย จำนวนมาก


นอกจากนี้ น้ำในลำน้ำชี ยังเอ่อล้น ยังไหลเข้าท่วม โรงเรียนท่ากลางแจ้งจมวิทยา ทำให้อาคารเรียนชั้นหนึ่ง ของ โรงเรียน ไม่สามารถ ทำการเรียน การสอน ได้ โดยคณะครู อาจารย์ ต้องเร่งจัดการสอบ ของ นักเรียน ให้เสร็จเร็ว ก่อนกำหนด


นายวิทยา มากปาน ป้องกัน และ บรรเทาสาธารณภัย จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำใน ลำน้ำชี กำลังเพิ่มสูงขึ้น อย่างต่อเนื่อง เนื่องจาก ได้รับปริมาณน้ำ จาก จ.ชัยภูมิ และ เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น จึงส่งผลให ้พื้นที่บ้านเรือน และนาข้าว ที่ติดกับ ลำน้ำชี หลายอำเภอ โดยเฉพาะ ใน อ.กมลาไสย อ.ฆ้องชัย และ อ.ร่องคำ จ.กาฬสินธุ์ ถูกน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมแล้ว กว่า 50,000 ไร่


นอกจากนี้ ปริมาณน้ำใน ลำน้ำชี ที่เพิ่มสูงขึ้น ยังทำให้พนังกันน้ำหลายจุด ใน ต.เจ้าท่า อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ถูกน้ำกัดเซาะ เกิดรอยรั่ว ทำให้น้ำเอ่อล้น และไหลเข้าท่วม นาข้าว ของ เกษตรกรในพื้นที่จำนวนมาก โดยทาง ปภ.กาฬสินธุ์ ได้ประสานไปยัง กรมชลประทานจังหวัด เพื่อจัดเครื่องจักร เข้าทำการซ่อมแซม บริเวณรอยรั่ว อย่างเร่งด่วนแล้ว


นอกจากนี้ ยังจัดเรื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 16 เครื่อง ออกติดตั้งสูบน้ำ ออกจากพื้นที่การเกษตร ของชาวบ้านด้วย


นายวิทยา กล่าวอีกว่า คาดว่า หากปริมาณน้ำในลำน้ำชี ไม่เพิ่มขึ้น และไม่มีฝนตกลงมาอีก สถานการณ์น้ำท่วมใน จ.กาฬสินธุ์ ก็จะคลี่คลาย ลงไปเรื่อยๆ แต่ที่น่าเป็นห่วง คือ


ขณะนี้ได้รับรายงานว่า ปริมาณน้ำในลำน้ำชี จะเพิ่มสูงขึ้นอีก เนื่องจากปริมาณน้ำ จาก จ.ขอนแก่น จะไหลลงลำน้ำชี ซึ่งยังมาไม่ถึง จ.กาฬสินธุ์ โดยหากปริมาณน้ำจาก จ.ชัยภูมิ และ จ.ขอนแก่น ไหลลงลำน้ำชี มาถึง จ.กาฬสินธุ์ พร้อมกัน ก็อาจจะส่งผลให้ ปริมาณน้ำในลำน้ำชี เอ่อล้นเข้าท่วม พื้นที่บ้านเรือน และ นาข้าว ของเกษตรกร เพิ่มขึ้นอีก


ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมพร้อม รับสถานการณ์ จึงประสานไปยัง จังหวัดกาฬสินธุ์ และ องค์กรปกครองส่วนถิ่น ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงทุกแห่ง จัดเตรียม เจ้าหน้าที่ อุปกรณ์การช่วยเหลือ ไว้พร้อมตลอด 24 ชั่วโมง แล้ว


ด้าน นางบุญชู หรมาตย์ นายก อบต.เจ้าท่า อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่สำรวจ ขณะนี้ พบว่า พนังกั้นลำน้ำชีในพื้นที่ ต.เจ้าท่า หลายจุด โดยเฉพาะ บริเวณบ้านเหมือดแอ่ บ้านท่ากลาง บ้านแจ้งจม ถูกน้ำกัดเซาะ บางแห่งประปราย ระบายน้ำชำรุด จนทำให้น้ำรั่วไหล เข้าบ้านเรือน และไร่นาของชาวบ้าน แล้วกว่า 6,000 ไร่ มีโรงเรียนถูกน้ำท่วม 1 แห่ง


โดย ทาง อบต. จึงต้องให้ เจ้าหน้าที่ออกช่วยเหลือ พร้อมทั้งจัด งบประมาณกว่า 300,000 บาท ซื้อน้ำมันสูบน้ำออกจาก นาข้าวของ เกษตรกร ในพื้นที่แล้ว ทั้งนี้ ได้ประสาน ขอความช่วยเหลือไปยัง อำเภอ ด้วยแล้ว

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
3 ตุลาคม 2551 15:27 น.
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000117436


พิมพ์ ข่าวนี้ พนังกั้นลำน้ำชีรั่ว น้ำไหลเข้าท่วมนาข้าวกาฬสินธุ์ จำนวนมาก


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

September 28, 2008

สธ. สรุปผล การให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัย น้ำท่วม รอบ 17 วัน


สธ. พบพิษ ผู้ป่วย อุทกภัย กว่า 1.8 แสนราย ยันไม่พบโรคระบาด


สธ. สรุปผล การให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยน้ำท่วม รอบ 17 วัน มีผู้เจ็บป่วย เข้ารับบริการ ที่หน่วยแพทย์พระราชทานเคลื่อนที่ ในสมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทั้งหมด 189,513 ราย เสียชีวิต 18 ราย มีผู้เจ็บป่วย เพิ่มขึ้น วันละกว่า 2,000 ราย ยังไม่มีโรคระบาด วันนี้จัดส่ง ยารักษา โรคน้ำกัดเท้า ยาตำราหลวง ช่วย จังหวัด อ่างทอง นนทบุรี นครสวรรค์ พิจิตร อีก 18,500 ชุด


นายแพทย์ สุพรรณ ศรีธรรรมมา โฆษก กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึง การให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ว่า แม้ว่า สถานการณ์น้ำท่วม จะ เริ่ม คลี่คลาย จากที่มีพื้นที่ ประสบภัย ทั้งหมด 24 จังหวัด เหลือ 5 จังหวัด ในขณะนี้ ได้แก่ พิษณุโลก ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา ขอนแก่น และ ปราจีนบุรี


กระทรวงสาธารณสุข ได้ให้การดูแล ประชาชน อย่างต่อเนื่อง ทั้ง การตรวจรักษา ผู้เจ็บป่วย การควบคุมป้องกัน โรคที่มากับ น้ำท่วม และ โรคหลัง น้ำลด ที่สำคัญเช่น โรคอุจจาระร่วง โรคฉี่หนู โรคไข้เลือดออก โรคไวรัสตับอักเสบ


ได้จัดหน่วย แพทย์พระราชทานเคลื่อนที่ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งประกอบด้วย แพทย์ จิตแพทย์ นักจิตวิทยา พยาบาล เจ้าหน้าที่ อื่นๆ ออกให้บริการ ทุกวัน วันละ กว่า 70 ทีม มีผู้รับบริการ วันละ กว่า 2,200 ราย ซึ่งเป็นการเจ็บป่วย เล็กๆ น้อยๆ ทั่วไป ไม่มี อาการรุนแรง ถึงขั้น ต้องรักษา ในโรงพยาบาล และยังไม่มี รายงาน โรคระบาด จากน้ำท่วม


ผลสรุป การช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยน้ำท่วมของ กระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่ วันที่ 11-27 กันยายน 2551 หน่วยแพทย์ พระราชทานเคลื่อนที่ ใน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ออกให้บริการ ทั้งหมด 963 หน่วย มีผู้รับบริการ รวม 189,513 ราย โรคที่พบ มากที่สุด ในขณะนี้


อันดับ 1 ได้แก่ โรคน้ำกัดเท้า และ ผื่นคัน จำนวน 41,181 ราย


รองลงมา คือ ไข้หวัด 24,561 ราย


ปวดเมื่อย จากการ ขนของหนีน้ำ 10,019 ราย


และ จะให้บริการ จนกว่า สถานการณ์ จะกลับคืนสู่ปกติ โดยมีรายงาน ผู้เสียชีวิต 18 ราย ใน 10 จังหวัด ดังนี้


หนองบัวลำภู 4 ราย


พิจิตร 3 ราย


ปราจีนบุรี ลพบุรี สระบุรี จังหวัดละ 2 ราย


เพชรบูรณ์ นครราชสีมา บุรีรัมย์ แม่ฮ่องสอน และ พิษณุโลก จังหวัดละ 1 ราย


ทั้งนี้ ศูนย์ปฎิบัติการช่วยเหลือ น้ำท่วมของ กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดส่งยาไปช่วย พื้นที่ประสบภัย ไปแล้วได้แก่ ยาตำราหลวง ยาชุดผู้ประสบภัย ยารักษาโรคน้ำกัดเท้า ยากันยุง ทั้งชนิด สเปรย์ และ โลชั่น รวมทั้งหมด 133,500 ชุด


ในวันนี้จัดส่ง ยารักษาโรคน้ำกัดเท้า ยาตำราหลวง ให้อีก 4 จังหวัดได้แก่ พิจิตร อ่างทอง นนทบุรี และ นครสวรรค์ รวมจำนวน 18,500 ชุด


ในการ ป้องกันโรคต่างๆ โดยเฉพาะ โรคติดต่อทาง อาหาร และ น้ำ ขอให้ ประชาชน ที่ประสบภัย ยึดหลักปฏิบัติ 3 ประการ สำคัญ คือ กินร้อน ใช้ช้อนกลาง และ ล้างมือ โดย รับประทานอาหาร ที่ปรุงสุก ด้วยความร้อน


หากเป็นอาหาร ที่ค้างคืน ก่อนนำมา รับประทาน ต้องอุ่นให้ร้อน หรือ เดือดก่อน ใช้ช้อนกลาง ตักอาหาร เมื่อกินอาหาร ร่วมวง และ ล้างมือ ฟอกสบู่ ให้สะอาด หลังจากใช้ ห้องน้ำ ห้องส้วม และ ก่อน รับประทาน อาหาร ทุกครั้ง โดยให้ดื่มน้ำ บรรจุขวด ที่มีเครื่องหมาย อย. หรือ น้ำต้มสุก แล้ว

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
28 กันยายน 2551 12:37 น.
http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9510000114817


พิมพ์ ข่าวนี้ สธ.พบพิษผู้ป่วยอุทกภัยกว่า 1.8 แสนราย ยันไม่พบโรคระบาด


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

September 26, 2008

พระราชทาน สิ่งของให้ ตำรวจตระเวน ชายแดน ที่ 31 นำไป ช่วยเหลือราษฎร ผู้ประสบ อุทกภัย จังหวัดพิจิตร

พระบาทสมเด็จพระเจ้า�ยู่หัว ทรงห่วงใยพสกนิกร พระราชทานสิ่งข�งให้ตำรวจตระเวน ชายแดน ที่ 31 นำไปช่วยเหลื�ราษฎร ผู้ประสบ�ุทกภัยที่บ้านเนินยุ้ง ตำบลรังนก �ำเภ�สามง่าม จังหวัดพิจิตร

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยพสกนิกร พระราชทานสิ่งของให้ตำรวจตระเวน ชายแดน ที่ 31 นำไปช่วยเหลือราษฎร ผู้ประสบอุทกภัยที่บ้านเนินยุ้ง ตำบลรังนก อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร


“ในหลวง” ทรงห่วง พสกนิกร พระราชทานสิ่งของช่วย เหยื่อน้ำท่วม พิจิตร


พิจิตร – พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใย พสกนิกร พระราชทานสิ่งของให้ ตำรวจตระเวน ชายแดน ที่ 31 นำไป ช่วยเหลือราษฎร ผู้ประสบ อุทกภัย ที่บ้านเนินยุ้ง ตำบลรังนก อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร


วันที่ (26 ก.ย.) พันตำรวจโท สมหวัง คำทอง รองผู้กำกับการ ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 31 ค่ายพระยาจักรี และ เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน ในสังกัด ช่วยกันลำเลียง สิ่งของ เครื่องอุปโภค บริโภค พระราชทาน ที่


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา โปรดเกล้า โปรดกระหม่อม พระราชทาน ไว้ให้กับ ตำรวจตระเวนชายแดน เพื่อช่วยเหลือราษฎร ที่ประสบภัย ทุกข์ยาก ลงรถไถนาการเกษตร นำไปมอบให้กับ ราษฎรบ้านเนินยุ้ง หมู่ที่ 7 ตำบลรังนก อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร ที่ได้รับ ผลกระทบจาก น้ำท่วมขัง ณ บริเวณ ศาลาการเปรียญ วัดเนินยุ้ง จำนวน 96 ครัวเรือน


ชาวบ้านเนินยุ้งต่างรู้สึกซาบซึ้ง และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ข�งพระบาทสมเด็จพระเจ้า�ยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

ชาวบ้านเนินยุ้งต่างรู้สึกซาบซึ้ง และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

ชาวบ้านเนินยุ้ง ต่างรู้สึกซาบซึ้ง และ สำนึกใน พระมหากรุณาธิคุณ ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ ทั้งสองพระองค์ ทรงห่วงใยทุกข์สุข ของ พสกนิกร แม้จะอยู่ ในแห่งหนตำบลใด ก็ตาม


วันเดียวกัน นายสุพจน์ ทศศิริ ผู้ช่วยหัวหน้าแผนก สังคมสงเคราะห์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมด้วย ผู้บริหารมูลนิธิ พิจิตร สามัคคีกุศลสถานสงเคราะห์ และ ผู้แทนสมาคมจีน ต่างๆ ได้นำข้าวสาร อาหารแห้ง นำดื่ม และ ยาสามัญประจำบ้าน นำมาแจกจ่าย ช่วยเหลือประชาชน ที่ประสบ อุทกภัยน้ำท่วม บริเวณ องค์การบริหาร ส่วนตำบลวังตะกู จำนวน 500 ครอบครัว และที่ องค์การบริหารส่วน ตำบลห้วยเขน จำนวน 500 ครัวเรือน เพื่อบรรเทา ความเดือดร้อน ในเบื้องต้น


สำหรับสถานการณ์ น้ำท่วม จากน้ำป่าไหลหลาก ที่อำเภอ บางมูลนาก ขณะนี้ ได้ลดระดับลง บางพื้นที่ บางส่วน แล้ว เหลืออีก 4 ตำบล ที่ยังมี ระดับน้ำท่วม แช่ขังสูงอยู่ เฉลี่ยประมาณ 1 เมตร ประกอบไปด้วย ตำบลวังตะกู ตำบลห้วยเขน ตำบลลำประดา และ ตำบลภูมิ จำนวนกว่า 2 พัน ครัวเรือน ที่ได้รับความเดือดร้อน อยู่ในขณะนี้


แต่พื้นที่ ส่วนใหญ่ของ พิจิตร น้ำเริ่มลดลงแล้ว พื้นที่ ที่ทำการเกษตร ชาวนา ก็เริ่มไถ หว่าน ปรักดำ กันตามปกติแล้ว ด้วยเช่นกัน

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
26 กันยายน 2551 16:45 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000114389


พิมพ์ ข่าวนี้ “ในหลวง” ทรงห่วง พสกนิกร พระราชทานสิ่งของช่วย เหยื่อน้ำท่วม พิจิตร


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

September 23, 2008

ไต้ฝุ่นฮาจูปิ๊ต (Hagupit) ถล่มเวียดนาม ลาวไทยอ่วมแน่


หายนะมาอีก “ฮาจูปิ๊ต” ถล่มเวียดนามลาวไทยอ่วมแน่


ดักหัวลงสู่ แขวงพงสาลี – หลวงน้ำทา ในภาคเหนือลาว ในอีกสองวันข้างหน้า คาดว่าจะทำให้ เกิดฝนตกหนัก และเกิดอุทกภัย อีกรอบหนึ่ง คล้าย พายุกัมมูริ เมื่อเดือนที่แล้ว (ภาพ: TSR)


ผู้จัดการออนไลน์ — ไต้ฝุ่น ฮาจูปิ๊ต (Hagupit) ได้อ่อนกำลังลงใน เช้าวันอังคาร (23 ก.ย.) หลังอาละวาดใน มหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ มา 3 วัน กับ 15 ชั่วโมง และ กลายเป็น พายุโซนร้อน ที่ยังมีพลานุภาพ ที่จะทำเกิด ฝนตกหนัก ในภาคเหนือเวียดนาม มณฑลหยุนหนัน ของจีน ภาคเหนือของไทย และ ในลาวภาคเหนือ ระหว่างวันที่ 24-28 ก.ย.นี้


ตามการพยากรณ์ของ ศูนย์อุตุนิยมวิทยา หลายแห่ง ในเขตแปซิฟิก เส้นทางเคลื่อนที่ของ พายุฮาจูปิ๊ต จะพาดผ่าน ภาคตะวันออก ของ จีน มุ่งตะวันตก ก่อนจะหักหัวลง เข้าสู่ ภาคเหนือเวียดนาม และ ลาว ไม่ต่างกับ เส้นทางของ พายุโซนร้อน กัมมูริ (kammuri) ที่ทำให้ เกิดฝนตกหนัก ในประเทศแถบนี้ เดือนที่แล้ว


พายุ กัมมูริ ทำให้เกิด น้ำท่วมฉับพลับ น้ำป่าไหลหลาก ในเวียดนาม มีผู้เสียชีวิตราว 130 คน อีกราว 30 คน ยังสูญหาย พายุ ลูกนี้ยัง ทำให้ เกิดฝนตกหนักใน ภาคเหนือลาว และ ไทย ลำน้ำสายต่างๆ ไหลเอ่อ ขึ้นท่วมสองฝั่ง ระดับน้ำใน ลำน้ำโขง ที่ นครเวียงจันทน์ สูงที่สุด ในรอบกว่า 40 ปี สร้างความเสียหายให้ นาข้าว เกือบล้านไร่ มีผู้เสียชีวิต อย่างน้อย 4 คน


ไต้ฝุ่นฮาจูปิ๊ตมาไกล ..อ่อนแรงลง แต่ยังทรงพลานุภาพ และแผ่อิทธิพล ทั่วอาณาบริเวณตอนเหนือของ อนุภูมิภาค (ภาพ: TSR)


ไต้ฝุ่น ฮาจูปิ๊ต ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 คน ใน ฟิลิปปินส์ ก่อนจะเข้าอาละวาดที่ เกาะไต้หวัน และ เข้าไปอ่อนแรง ในภาคใต้ของจีน ในคืน วันจันทร์


ศูนย์อุตุนิยมวิทยา และ อุทกศาสตร์แห่งชาติ เวียดนาม ได้ออกเตือน ในเช้าตรู่ วันอังคาร ระบุว่า พายุฮาจูปิ๊ต ขนาด 14 บนมาตราโบฟอร์ต (Beaufort Scale) ได้เคลื่อนตัว ด้วยความเร็ว ลม 150-166 กม./ชม. จะเข้าถึง ภาคตะวันตกเฉียงใต้ ของจีน ในวันพุธ และ จะเคลื่อนไปใน แนว ตะวันตก ในช่วง วันสองวัน ข้างหน้า


เวลาประมาณ 16.00 น. วันพฤหัสบดี ศูนย์กลางของ ฮาจูปิ๊ต ซึ่งคาดว่าจะมี ความเร็วลม 62-88 กม./ชม. จะพัดผ่านจังหวัด ทางภาคเหนือเวียดนาม ซึ่งจะทำให้ เกิดฝนตกหนัก และฝนตกปานกลาง ในพื้นที่ ใต้ลงไป


อย่างไรก็ตาม คาดว่า อิทธิพลของ พายุฮาจูปิ๊ต จะทำให้เกิดฝนตกใน ภาคเหนือเวียดนาม ตั้งแต่ เย็นวันอังคาร นี้เป็นต้นไป ทั้งนี้ เป็นรายงานของ หนังสือพิมพ์ แท็งเนียน


ศูนย์อุตุนิยมวิทยา และ อุทกศาสตร์ ได้เตือนให้ ทางการจังหวัดต่างๆ ทางตอนเหนือ ระวังการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และ เกิดน้ำท่วม จะกินที่ อาณาบริเวณกว้าง ซ้ำรอย พายุกัมมูริ


ภาพถ่าย อินฟราเรดจาก ดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา แสดงศูนย์กลางของ ไต้ฝุ่นฮาจูปิ๊ต หลังพัดถล่มเ กาะลูซอนของ ฟิลิปปินส์ ตอนเช้าตรู่ วันจันทร์ (ภาพ: TSR)


คณะกรรมการแห่งชาติ กำกับดูแล การกู้ภัยจาก พายุและ อุทกภัย ได้แจ้งให้ เจ้าของเรือหาปลา ทุกลำ แจ้งเตือนไปยัง เรือหาปลา ทุกลำ ใน ทะเลจีนใต้ ให้กลับเข้าสู่ฝั่ง หรือ หาที่กำบัง คลื่นลมแรง อันเกิดจาก อิทธิพล พายุฮาจูปิ๊ต


คณะกรรมการ ยังแจ้งเตือน ไปยัง ชาวนา และ เกษตรกร ในเขตเสี่ยงภัยต่างๆ ให้เร่ง เก็บเกี่ยวพืชผล เตือนไปยัง ทางการท้องถิ่น ที่เสี่ยงภัย ให้ อพยพราษฎร ออกจากเขต แม่น้ำลำคลอง เพื่อป้องกัน เหตุร้าย เหตุด่วน อันอาจจะเกิดจาก พายุลูกนี้


หมายเหตุ: Hagupit (ฮาจูปิ๊ต) เป็นภาษา ตากาล๊อก (Tagalog) ภาษาพื้นเมืองฟิลิปินส์ มีความหมายว่า ขันที, ผู้ชาย ที่ถูกตอน

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
23 กันยายน 2551 15:19 น.
http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000112815


พิมพ์ ข่าวนี้ หายนะมาอีก “ฮาจูปิ๊ต” ถล่มเวียดนามลาวไทยอ่วมแน่


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

August 11, 2008

พายุโซนร้อน คัมมุริ พัดถล่ม ทางเหนือ ของเวียดนาม มีผู้เสียชีวิตและ สูญหายกว่า 150 คน


น้ำท่วม และโคลนถล่ม ทางเหนือ ของเวียดนาม ทำให้มีผู้เสียชีวิตและ สูญหายกว่า 150 คน


วันนี้ หน่วยกู้ภัยของเวียดนาม เร่งหาทางช่วยเหลือประชาชน ในพื้นที่ทางเหนือ ที่ถูก น้ำท่วมหนัก ไม่สามารถ ติดต่อกับภายนอกได้ หลังจากที่ถูก พายุโซนร้อน คัมมุริ พัดถล่ม เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้ เสียชีวิตอย่างน้อย 100 คน และ สูญหายอีก 50 คน


โดยทหาร และ เจ้าหน้าที่กู้ภัยนับพันคน ต้องใช้ รถบรรทุก และ เรือในการจัดส่ง อาหาร น้ำ แล ะยาให้แก่ชาวบ้าน ที่ถูกน้ำท่วม ซึ่งบางคน ต้องปีนขึ้นไป อยู่บนหลังคา ฝนที่ตกหนัก ยังทำให้น้ำท่วม และโคลนถล่ม ส่งผลทางหลวงสายหลัก และทางรถไฟเชื่อม ต่อพื้นที่ ทางแถบเทือกเขา ติดพรมแดนทางใต้ ของจีน ถูกตัดขาด


นอกจากนี้ ต้นไม้ และ เสาไฟฟ้า ยังโค่นล้ม อีกเป็นจำนวนมาก ขณะที่ การติดต่อทางโทรศัพท์ ใช้การไม่ได้ และ เพื่อความปลอดภัย ของประชาชน คณะกรรมการกลาง จัดการเกี่ยวกับ น้ำท่วม และพายุ ของเวียดนาม ได้มีคำสั่งให้ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นตรวจสอบ สภาพของ เขื่อนและ กำแพงกั้นน้ำ ของแม่น้ำหลายสาย ที่มีน้ำเอ่อล้น ตลิ่งแล้วด้วย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์์ วันที่ข่าว 11 สิงหาคม 2551 เลขที่ข่าว 255108110312
http://thainews.prd.go.th/view.php?m_newsid=255108110312&tb=N255108&return=ok
พิมพ์ ข่าวนี้
ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

July 1, 2008

ประชาชน 3,000 คนในพื้นที่ประสบภัยแผ่นดินไหวถูกตัดขาดจากโลกภายนอก

ประชาชน 3,000 คนในพื้นที่ประสบภัยแผ่นดินไหว ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ ของจีนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก หลังเกิดโคลนถล่มปิดกั้นถนน

ฝน ที่ตกลงมาอย่างหนักเมื่อวานนี้ ส่งผลให้หินและดินโคลนจำนวนมากถล่มลงมาปิดกั้นทางหลวง 3 จุด ใกล้เมือง หยิ่งซือ ในมณฑลเสฉวน ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ซึ่งพื้นที่ดังกล่าว เคยประสบกับแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ ผ่านมา

โคลนถล่มที่เกิดขึ้นทำให้ประชาชน 3,000 คนต้องถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยหลายร้อยคนกำลังเร่งมือขนย้าย ซากหินและดิน โคลนออกจากบนถนน

นอกจากนี้รัฐบาลจีนกำลังพิจารณาที่จะส่งอุปกรณ์เข้าไปช่วยเหลือในการบรรเทา ทุกข์ด้วย ด้านเจ้าหน้าที่องค์การบริหารทางหลวงในมณฑลเสฉวนกล่าวว่า ยังไม่แน่ใจว่าทางหลวงเส้นนี้จะเปิดใช้ได้อีกเมื่อใด เนื่องจากยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและอาจทำให้เกิดโคลนถล่มครั้งใหม่ได้.

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์
วันที่ข่าว 01 กรกฎาคม 2551 เลขที่ข่าว 255107010110


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Next Page »

Create a free website or blog at WordPress.com.