Accom Thailand

February 9, 2009

Massive devastation in Australian bushfires – ไฟป่า ออสเตรเลีย ยังลุกลาม ยอดตาย พุ่งทะลุ 130


Massive devastation in Australian bushfires

YouTube

An emotional Kevin Rudd, Australia’s prime minister, has described the deaths of scores of people in wildfires as “mass murder”.


The fires spread through rapidly through communities in southern Australia, as desperate residents tried to flee the flames.


ไฟป่าออสเตรเลีย ยังลุกลาม ยอดตาย พุ่งทะลุ 130 บ้านเมือง พินาศ
เจ้าหน้าที่ดับไฟป่าที่ยังคงลุกลาม�ย่างต่�เนื่�ง

เจ้าหน้าที่ดับไฟป่าที่ยังคงลุกลามอย่างต่อเนื่อง


เอเอฟพี – ทหาร และ เจ้าหน้าที่ ผจญเพลิง ยังต่อสู้กับไฟป่า ที่ยังคงลุกลาม หลายพื้นที่ ใน ออสเตรเลีย ซึ่งทำให้ มียอด ผู้เสียชีวิต เพิ่มขึ้น ไม่ต่ำกว่า 131 ราย บ้านเรือน หลายร้อยหลัง และ เมืองหลายแห่ง ถูกเผาผลาญ เป็นเถ้าถ่าน


เหตุไฟป่าครั้งนี้ กลายเป็น ครั้งร้ายแรงที่สุด ที่เคยเกิดขึ้นใน ประวัติศาสตร์ ของ ออสเตรเลีย สร้างความพินาศ ให้แก่ เมือง หลายเมือง และ ชีวิตผู้คน นับร้อย แต่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เชื่อว่า ต้องมี ใครบางคน เป็นต้นเพลิง ดังกล่าว

ไฟป่า ยังคง เผาผลาญอีกราว 31 จุด ในพื้นที่ ทางตะวันออกเฉียงใต้ ของ รัฐวิกตอเรีย ซึ่งเป็นบริเวณ ที่พบผู้เสียชีวิต ทั้งหมด และ ชุมชนต่างๆ ได้รับแจ้งเตือน ให้เตรียมพร้อมรับมือ กับไฟป่า ที่เผาทุกสิ่งทุกอย่าง ตลอดทาง ตามกระแส ที่ไม่แน่นอน

เพลิงนรกได้ผลาญพื้นที่ ราว 3,000 กิโลเมตร ซึ่งใหญ่กว่า ประเทศลักเซมเบิร์ก ทั้งประเทศ หรือเกือบ 3 เท่า ของเกาะ ฮ่องกง ด้วยสภาพอากาศ ที่ง่ายต่อการ ติดไฟ สาเหตุมาจาก คลื่นความร้อน

สำหรับ พื้นที่ประสบภัย จำนวนหนึ่ง ถูกปิดเทปเหลือง ล้อมรอบ สถานที่เกิดเหตุไว้ เพื่อให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ หาข้อพิสูจน์ว่า ใครเป็น ผู้ก่อเหตุ เพลิงไหม้ ครั้งร้ายแรงที่สุด ของประเทศครั้งนี้ โดย
เควิน รัดด์ นายกรัฐมนตรี ของ ออสเตรเลีย ระบุว่า ผู้วางเพลิง นั้น จะต้องถูกตั้งข้อหา สังหารหมู่

ทั้งนี้ ใน วันอาทิตย์ ( 8 ) พวกนักผจญเพลิง หลายพันคน ต้องพยายามควบคุมเพลิง อย่างต่อเนื่อง มาเป็นวันที่ 2 ในขณะที่ ผู้เห็นเหตุการณ์ ระบุว่า เปลวเพลิง นั้นโหมสูงเท่ากับตึก 4 ชั้น และ ลุกลามไป อย่างรวดเร็ว เหมือนกับ ขบวนรถไฟด่วน ขณะเดียวกัน ก็พ่นเถ้าถ่านร้อนระอุ ออกไปไกล สุดสายตา ทีเดียว

ส่วนนักผจญเพลิง กล่าวว่า บ้านเรือน กว่า 750 หลังใน รัฐวิกตอเรีย ถูกเผาวอดวาย ในช่วงสุดสัปดาห์ ที่ผ่านมา โดยพื้นที่ ซึ่งได้รับ ความเสียหาย อย่างหนักที่สุด คือพื้นที่ ทางตอนเหนือ ของ เมืองเมลเบิร์น

นอกจาก มนุษย์ แล้ว สัตว์เลี้ยงใน ฟาร์ม บ้าน และ สัตว์ป่า นับพันๆ ตัว ก็ต้องมาสังเวยชีวิต ในไฟป่านรก ครั้งนี้ เช่นเดียวกัน


ขณะที่ ใน รัฐนิวเซาท์เวลส์ มีผู้ถูกตั้งข้อกล่าวหา ลอบวางเพลิง 2 คน เป็น

ชายวัย 31 ปี หนึ่งคน ถูกตั้งข้อหา เป็นต้นเหตุเพลิงไหม้ ในพื้นที่กว่า 495 เอเคอร์ใน พีทส์รดจ์ ทางเหนือของซิดนีย์ และจะ ขึ้นศาลใน วันนี้ (9) ส่วนอีกคนเป็น เด็กชายวัย 19 ปี ถูกล่าวหาว่า จุดชนวนระเบิด จนทำให้เพลิงไหม้ใน บลูเมาเทนส์

อันที่จริง การเกิดไฟป่า เป็นภัยธรรมชาติ ที่เกิดขึ้นใน ออสเตรเลีย ทุกปี แต่เนื่องจากใน ปีนี้สภาพอากาศร้อนรุนแรง เกิดภัยแล้ง และ มีเศษกิ่งไม้แห้ง มากมาย บวกกับ ต้นยูคาลิปตัส ที่เป็นพืชพื้นเมืองของ แดนจิงโจ้ ก็เป็นต้นไม้ ที่มีน้ำมัน จึงกลายเป็น เงื่อนไขสำคัญ ที่ทำให้เกิด ไฟป่าลุกลาม และ ยังทำให้ รัฐบาลถูกกดดันอย่างหนัก ให้เอาจริง กับ นโยบาย การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ด้วย

News Source :: AlJazeeraEnglish
Al Jazeera’s Tarek Bazley reports 9 Feb 09.

คลิปจาก http://www.youtube.com/watch?v=Hyq8_sNMX4

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 9 กุมภาพันธ์ 2552 10:08 น.
http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9520000014638


พิมพ์ ข่าวนี้ ไฟป่าออสเตรเลียยัง ลุกลาม ยอดตาย พุ่งทะลุ 130 บ้านเมือง พินาศ


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below
Advertisements

Beijing CCTV Annex Fire – Mandarin Oriental Hotel – เทศกาล “โคมไฟ” ผลาญ ร.ร.หรู 40 ชั้น กลางกรุงปักกิ่ง


พระเพลิงพิโรธ เทศกาล “โคมไฟ” ผลาญ ร.ร.หรู 40 ชั้น กลางกรุงปักกิ่ง

Beijing CCTV Annex Fire – Mandarin Oriental Hotel Fire – 9 Feb 2009 approx. 9:06pm

Note: The fire is in the building immediately next to the new CCTV HQ which will be the Mandarin Oriental Hotel. It is NOT the CCTV HQ building.

เพลิงลุกไหม้โรงแรมภ??่างรวดเร็ว ขณะที่เหนืภ??่านฟ้ากรุงปักกิ่งจุดดภ??ไม้ไฟไหม้ฉลภ??เทศกาลโคมไฟ ในคืนวันจันทร์(9 ก.พ.) ซึ่งโรงแรมดังกล่าวตั้งภ??ู่ห่างจากสำนักงานซีซีทีวีเพียง 234 เมตรเท่านั้น - ภาพ เภ??ภ??พี

เพลิงลุกไหม้โรงแรมอย่างรวดเร็ว ขณะที่เหนือน่านฟ้ากรุงปักกิ่งจุดดอกไม้ไฟไหม้ฉลองเทศกาลโคมไฟ ในคืนวันจันทร์(9 ก.พ.) ซึ่งโรงแรมดังกล่าวตั้งอยู่ห่างจากสำนักงานซีซีทีวีเพียง 234 เมตรเท่านั้น - ภาพ เอเอฟพี


เพลิงลุกไหม้โรงแรม อย่างรวดเร็ว ขณะที่ เหนือน่านฟ้ากรุงปักกิ่ง จุดดอกไม้ไฟ ไหม้ฉลอง เทศกาลโคมไฟ ในคืนวันจันทร์ (9 ก.พ.) ซึ่งโรงแรมดังกล่าว ตั้งอยู่ห่างจาก สำนักงานซีซีทีวีเพียง 234 เมตรเท่านั้น – ภาพ เอเอฟพี

เอเอฟพี – พระเพลิงโหม โรงแรมหรู ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ในกรุงปักกิ่ง ซึ่งอยู่ทางด้านเหนือ ติดกับสำนักงานใหญ่สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี รายงานล่าสุด เจ้าหน้าที่ดับเพลิง เสียชีวิตแล้ว 1 คน ในเช้าวันนี้ (10 ก.พ.)
  Mandarin Oriental Hotel โรงแรมหรู ที่ภ??ู่ระหว่างการก่ภ??ร้างใน กรุงปักกิ่ง ซึ่งภ??ู่ทางด้านเหนืภติดกับ สำนักงานใหญ่ สถานีโทรทัศน์ ซีซีทีวี

Mandarin Oriental Hotel โรงแรมหรู ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างใน กรุงปักกิ่ง ซึ่งอยู่ทางด้านเหนือ ติดกับ สำนักงานใหญ่ สถานีโทรทัศน์ ซีซีทีวี



สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล สูงกว่า 40 ชั้นในกรุงปักกิ่ง เกิดเพลิงลุกไหม่ขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น เมื่อวันจันทร์(9 ก.พ.) ขณะที่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 คน ที่ยังคงรักษาตัวในโรงพยาบาล ส่วนจาง เจี้ยนหย่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเสียชีวิตลงในตอนเช้าตรู่ของวันนี้ เนื่องจากสูดควันพิษเข้าไปขณะเข้าปฏิบัติหน้าที่
ด้านโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ลระบุในเว็บไซต์ของทางโรงแรมว่า ขณะเกิดเหตุไฟไหม้ ไม่มีคนงานอยู่ในอาคารดังกล่าว จึงคาดว่าไม่น่าจะมีผู้เสียชีวิต

เนื่องจากโรงแรมอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในปลายปีนี้ โดยทำเลที่ตั้งอยู่ทางด้านเหนือห่างจากสำนักงานใหญ่สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมสุดอลังการของกรุงปักกิ่งเพียง 234 เมตรเท่านั้น

โรงแรมแมนดาริน โภ??รียนเต็ล สูงกว่า 40 ชั้นในกรุงปักกิ่ง โรงแรมภ??ู่ในระหว่าง การก่ภ??ร้าง

โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล สูงกว่า 40 ชั้นในกรุงปักกิ่ง โรงแรมอยู่ในระหว่าง การก่อสร้าง

สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีระบุ เหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวลุกลามอย่างรวดเร็วและเป็นเวลานานราว 4 ชั่วโมง ก่อนที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะสามารถควบคุมเอาไว้ได้

สำนักข่าวซินหัวรายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นว่า เหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างที่เหนือฟ้าทั่วกรุงปักกิ่งมีการจุด ดอกไม้ไฟเพื่อฉลองเทศกาลโคมไฟ (เทศกาลหยวนเซียว) ขณะที่ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า ไฟเริ่มลุกลามเป็นเปลวเพลิงพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

เพื่อความปลอดภัยเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องปิดพื้นที่ไม่ให้ประชาชน เข้าไปในบริเวณดังกล่าว จึงทำให้การจราจรบางส่วนติดขัด แต่ขณะนี้ทางการจีนยังไม่ระบุว่าเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการจุด ดอกไม้ไฟหรือไม่

ตึกซีซีทีวีรูปตัว L คว่ำ 2 ตัวพิงกันอยู่บนฐานเดียวกัน เป็นผลงานการออกแบบของเรม คูลฮาซ จากบริษัทออกแบบ OMA (the Office for Metropolitan Architecture) โดยมีบริษัท Ove Arup รับผิดชอบด้านวิศวกรรม เริ่มก่อสร้างตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2004 ด้วยงบประมาณสูงถึง 5,000 ล้านหยวน ตั้งอยู่ในย่านศูนย์กลางธุรกิจ(CBD) บนถนนตงซันหวน เขตเฉาหยางของปักกิ่ง ซึ่งมีตึกสูงระฟ้ากระจุกตัวอยู่กว่า 300 ตึก

CCTV แถลงการณ์ ขภัย ต้นเหตุเพลิงไหม้

CCTV แถลงการณ์ ขออภัย ต้นเหตุเพลิงไหม้



ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 10 กุมภาพันธ์ 2552 19:43 น. :

CCTV แถลงการณ์ ขออภัย ต้นเหตุเพลิงไหม้


เอเจนซี – พระเพลิงเผา โรงแรมหรู สูงกว่า 40 ชั้น ในกรุงปักกิ่ง กลางดึก วันอังคาร ต้นเหตุ คนงานซีซีทีวี ใช้ดอกไม้ไฟ อานุภาพรุนแรง จุดฉลอง เทศกาลโคมไฟ ตำรวจเผย เจ้าของตึก ไม่สนใจ คำตักเตือนผิด ซ้ำไม่ขออนุญาต รัฐบาลท้องถิ่น ควันพิษ คร่านักดับเพลิง 1 ราย ขณะที่ บาดเจ็บอีก 7 ราย

หลังจากที่ เกิดเหตุเพลิงไหม้ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ในเขต เฉาหยาง ของ กรุงปักกิ่ง ในคืนวันจันทร์ (9) เวลาประมาณ 21.00 น. ตามเวลา ท้องถิ่น

ล่าสุด สถานีโทรทัศน์ ซีซีทีวี CCTV ได้ออกมา แถลง ผ่าน เว็บไซต์ใน วันอังคาร (10 ก.พ.) ว่า


“ซีซีทีวี รู้สึกเสียใจ เป็นอย่างยิ่ง ที่การแสดงดอกไม้ไฟ “เทศกาลหยวนเซียว – เทศกาลขโมยผัก” หรือมีการเรียก เทศกาลนี้ อีกอย่างว่า เทศกาลโคมไฟ ที่ทางสถานีฯ จัดขึ้น เป็นต้นเหตุ ให้เกิด ความเสียหาย อย่างใหญ่หลวง แก่ ประเทศชาติ และ ขออภัย ประชาชน ที่อาศัยอยู่ บริเวณ ใกล้เคียง ที่ต้องเผชิญกับ ปัญหาการจราจรติดขัด และความไม่สะดวก จาก เหตุไฟไหม้”

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 10 กุมภาพันธ์ 2552 12:33 น. – 10 กุมภาพันธ์ 2552 19:43 น.
http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9520000015088
http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9520000015412


ปรับปรุง จาก ข้อมูล และ คลิป ของ knikkor February 09, 2009

คลิปจาก http://www.youtube.com


พิมพ์ ข่าวนี้ พระเพลิงพิโรธเทศกาล “โคมไฟ” ผลาญ ร.ร. หรู 40 ชั้น กลางกรุงปักกิ่ง


พิมพ์ ข่าวนี้ CCTV แถลงการณ์ ขออภัย ต้นเหตุเพลิงไหม้



อ่านเรื่อง ที่เกี่ยวข้องต่อได้จาก

  • ASTV ผู้จัดการออนไลน์ CCTV แถลงการณ์ ขออภัย ต้นเหตุเพลิงไหม้
    จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 10 กุมภาพันธ์ 2552 19:43 น.

  • ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    February 7, 2009

    Australian bush fires have killed dozens of people


    Australian bush fires have killed dozens of people

    YouTube

    Australian bush fires have killed dozens of people and burnt hundreds of homes in the worst fire disaster in three decades.

    News Source ::http://www.euronews.net February 07, 2009


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    January 21, 2009

    Bushfires Threaten Homes in Australia


    Bushfires Threaten Homes in Australia

    YouTube

    Bushfires are threatening homes in Melbourne and a school in Sydney Australia due to searing hot dry conditions around the country. The fires raged across the country yesterday.


    Melbourne and Sydney recorded highs of up to 40 degrees Celsius, or 104 degrees Fahrenheit, with dry winds fanning the flames.

    The Melbourne bushfire burnt five hectares of bushland near a heavily populated area south of the city before more than 100 firefighters brought it under control with the help of waterbombing equipment and hoses.

    Local media also reported that the fire came within 100 meters of residential properties. No damage was reported to homes and there were no evacuations.

    In Sydney, firefighters worked to contain three fires, one in the city’s north and the other two to the west of the city.

    Fire authorities say the Sydney fires were most likely started by a cigarette butt and arson.

    Authorities expect the hot, dry conditions to continue during the week and warn residents of Sydney and Melbourne to be on high alert for bushfires.

    News Source :: http://www.youtube.com/ntdtv 21 Jan 2009
    http://www.youtube.com/watch?v=N-Ts7pcJJZw


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    August 8, 2008

    “ปลาไหล” ทิ้งบอมบ์ เช่ารถเมล์ 6 พันคัน ติดใจค่าเช่าอู่ – ค่าเช่ารถแพงมากไป


    “ปลาไหล” ทิ้งบอมบ์ เช่ารถเมล์ 6 พันคัน ติดใจค่าเช่าอู่-รถแพง
    Special Report ::
    รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”

    พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์

    พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์


    ที่ประชุม ครม. กลั่นกรองเช่ารถ 6 พัน ยังติดใจ ค่าเช่าอู่รถ – ค่าเช่ารถ แพงเกินจริง สั่งตั้งกรรมการชุดพิเศษ หาข้อมูลประกบ สภาพัฒน์ – ขสมก. ระบุกรณี อีสานพัฒนา ออกมาแฉ ถือเป็นเรื่องภายในพรรค ด้าน ชาติไทย ขย่มซ้ำ ค่าเช่าที่ดินอู่รถเอ็นจีวี แพงเกินจริง


    วันนี้ (8 ส.ค.) พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีกลั่นกรอง คณะพิเศษ ครั้งที่ 2 ที่สำนักงาน คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และ สังคมแห่งชาติ (สศช.) เพื่อพิจารณา โครงการจัดหารถโดยสาร ที่ใช้ก๊าซเอ็นจีวี (NGV) ของ องค์การ ขนส่งมวลชน กรุงเทพ (ขสมก.) จำนวน 6,000 คัน


    แถลง ภายหลังการประชุม ว่า วันนี้ ยังไม่ได้พิจารณาว่า จะเห็นด้วยกับ การเช่า หรือ ซื้อรถบางส่วน แต่ได้พิจารณา ผลการศึกษาของ สภาพัฒน์ และ ขสมก. เพียง 2 ประเด็น ที่ตั้งข้อสังเกตไว้ เมื่อการประชุมครั้งที่แล้ว 9 ประเด็น โดยมี รัฐมนตรีจาก พรรคชาติไทย และ พรรคพลังประชาชน ร่วมประชุม เท่านั้น โดย 2 ประเด็น ประกอบด้วย


    1. การประมาณการ ระหว่าง การเช่า และ การจัดซื้อ ว่ารูปแบบใด จะคุ้มทุนกว่า เพื่อเชื่อมโยง ระบบตั๋วโดยสาร และ ระบบตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ กับ การเปลี่ยนเส้นทางใหม่ ว่าจะมีความสะดวก และ ปลอดภัย มากน้อยเพียงใด แต่ส่วนตัวเห็นด้วยกับ ข้อเสนอของ กระทรวงการคลัง ที่เสนอให้เช่ารถ เป็นล็อต แทนการเช่าทั้ง 6,000 คัน และ


    2. ประเด็น จำนวน อู่รถเอ็นจีวี และ การวางท่อก๊าซเอ็นจีวี ของ ปตท. เพื่อให้มีปริมาณก๊าซ เพียงพอ กับจำนวนรถทั้งหมด ทั้งนี้ ที่ประชุมยังเน้นเรื่อง ของ การเดินรถ จำนวน 145 เส้นทาง เพื่อให้บริการครบวงจร ทั่ว กทม. และ ปริมณฑล แต่ จำนวนรถโดยสารนั้น ขสมก. จะกลับไปทบทวน จำนวน รถใหม่ ให้สอดคล้อง กับระยะเวลา การปล่อยรถ รวมทั้งการ เพิ่มจำนวนรถ จะต้องไม่มีปัญหาด้านการจราจร


    “ยังติดใจหลายเรื่อง ทั้งเรื่องของ การเช่าที่ดิน ทำอู่รถเอ็นจีวี ที่ ขสมก. รายงานว่า จะต้องมีจำนวน 22 แห่ง แต่จำนวน ที่รายงานวันนี้ ก็ยังไม่มีครบ ขสมก. จะรับไปทำ ข้อมูลมาใหม่


    ผมยังได้ให้ ทีมงานพิเศษ ลงพื้นที่ ศึกษาข้อมูล ทั้งเรื่องความคุ้มค่า ในการเช่ารถ แล เรื่องของอู่เอ็นจีวี ซึ่ง วันที่ 20 ส.ค. นี้ จะมีการประชุมอีกครั้ง จะได้รู้ว่า จุดคุ้มทุน ควรเป็นเท่าไร มูลค่าของโครงการ จะได้ลดลง และไม่เกินความจริง เพราะการเช่ารถ 6,000 คัน โดยใช้เงินกว่า 1.1 แสนล้าน มันมากเกินไป” พล.ต.สนั่นกล่าว


    พล.ต.สนั่น ยังกล่าวถึงกรณีที่ นายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด แกนนำกลุ่มอีสานพัฒนา ออกมาแฉว่า ผู้ใกล้ชิด นายกรัฐมนตรี มีส่วนทุจริต กับโครงการนี้ว่า เป็นเรื่องของ พรรคพลังประชาชน หากจะมีการยื่น ป.ป.ช. ก็ไม่เกี่ยวกับเรา เราเพียง ต้องพิจารณาเรื่องนี้ ให้ดีที่สุด


    รายงานข่าวแจ้งว่า การที่ พล.ต.สนั่น สั่งตั้ง ทีมงานพิเศษ ทำงานเรื่อง รถโดยสารเอ็นจีวี 6,000 คัน จะทำให้มี กรรมการถึง 3 ชุด ประกอบด้วย สภาพัฒน์ ขสมก.และ กรรมการชุดพิเศษนี้


    นายอรรคพล สรสุชาติ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (พล.ต.สนั่น) กล่าวว่า จำนวน และปริมาณรถโดยสาร ที่ควรจะมีกี่คัน ยังเป็น ข้อถกเถียง จึงขอให้ ขสมก. และ สภาพัฒน์ ไปคำนวณ ถึงค่าเช่าว่าสมวครจะเป็นเท่าไร เมื่อได้จำนวนค่าเช่า ก็จะสามารถ ดูได้ถึง มูลค่าของ โครงการ เพื่อเสนอ ครม. ที่จะให้ความเห็นชอบได้ว่า ควรเป็นเท่าไร ซึ่งประธานฯ เห็นว่า หากจะให้ครอบคลุม จำนวนรถที่มีความจำเป็นจริง น้อยที่สุด ควรเป็นเท่าไร


    ขณะที่ ราคาค่าเช่ารถ ที่ประชุม ได้ตั้งข้อสังเกต เรื่องของ จุดคุ้มทุน ของราคารถที่ ขสมก. มีการศึกษาไว้ที่ 5,100 บาทต่อวันต่อคัน โดยตั้งโจทย์ ไว้ว่า หากราคารถอยู่ที่ 5-6 ล้านบาท ค่าเช่าควรจะเป็นเท่าไร


    โดยเฉพาะค่าดำเนินการ บางโมเดลที่ ขสมก. และ สภาพัฒน์ เสนอสูงเกินจริง จะสามารถที่จะ ปรับให้เป็นระดับปกติ ได้หรือไม่ และ หากค่ารถถูกลง ค่าใช้จ่าย ก็จะลดลงไปด้วย รวมทั้ง หากเป็นการเช่าจำนวนมาก โอกาสในการต่อรองราคารถ ก็อาจจะทำได้มากขึ้น


    ขณะที่ ระบบอี-ทิกเก็ต (ตั๋วอิเล็กทรอนิกส์) หากสามารถลดประมาณการได้ ตามที่ ขสมก. ยอมรับว่า อาจจะมีการคาดเคลื่อน ในวันนี้ ราคา มูลค่าโครงการ ก็อาจจะเปลี่ยนไปใ นทิศทางที่ ลดลง ซึ่งประเด็นจุดคุ้มทุน ได้มีการตั้งข้อสังเกตว่า จำนวนผู้โดยสารจะเพิ่มเป็น 2 ล้านคนต่อวันได้ จริงหรือไม่ เพราะปัจจุบัน มีผู้โดยสารเพียง 7 แสนคนต่อวัน เท่านั้น


    นอกจากนี้ ประเด็น การจัดหารอู่รถโดยสารเอ็นจีวี ตามรายงานของ ขสมก. ที่จะต้องมีจำนวนอู่ 22 แห่ง ในโครงการฯ โดยเป็นอู่ใหม่ 16 แห่ง (ผู้ประมูลจัดหาเอง) และ อู่ของขสมก. เอง 6 แห่ง


    แต่จากรายงานทราบว่าอู่ ขสมก.6 แห่ง อาจจะไม่ได้รวมอยู่กับ โครงการ เพราะมีระยะห่าง จากการวางท่อก๊าซเอ็นจีวี ของ ปตท.มาก ซึ่งตนยังได้ ตั้งข้อสังเกต ประเด็นราคาที่ดิน ระยะเวลา 10 ปี ของการจัดสร้างอู่ จำนวน 6 แห่งใหม่ แต่บางแปลง กลับมีการประเมินสูงเกิน จากราคาประเมิน ของ กรมที่ดิน รวมกว่า 5,920 ล้านบาท ดังนั้น ขอให้ ขสมก.ไปศึกษา วงเงินประเมินการเช่าที่ดินใหม่

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 8 สิงหาคม 2551 15:36 น.
    http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000093756


    พิมพ์ ข่าวนี้ “ปลาไหล” ทิ้งบอมบ์เช่ารถเมล์ 6 พันคัน ติดใจค่าเช่าอู่-รถแพง


    ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
    คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    June 4, 2008

    จ.สมุทรปราการ เร่งแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ

    จังหวัดสมุทรปราการ เร่งกำหนดแนวทางการตรวจสอบ ตรวจจับและห้ามใช้รถยนต์ควันดำ แก้ปัญหามลพิษทางอากาศ
    นายชวลิต อุรพีพัฒนพงศ์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า จังหวัดสมุทรปราการเป็น 1 ใน 7 จังหวัดที่อยู่ในเขตควบคุมมลพิษ เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีมลพิษสูง โดยเฉพาะมลพิษทางอากาศที่มีค่าสูงเกินค่ามาตรฐาน โดยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือควันดำ ที่เกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล รวมทั้งเสียงดังที่เกิดจากรถจักรยานยนต์และรถยนต์ ซึ่งจากการตรวจจับรถยนต์ควันคำในปี 2550 ที่ผ่านมา ปรากฏว่า ร้อยละ 80 สูงกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนด
    สำหรับใน 2551 กรมควบคุมมลพิษ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการตรวจสอบจับรถยนต์ควันดำ-เสียงดัง ในจังหวัดสมุทรปราการ โดยตั้งจุดตรวจ 9 จุด ในจุดที่มีมลพิษทางอากาศสูง โดยจะคุมเข้มบังคับใช้กฎหมายพระราชบัญญัติเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม กับรถยนต์ที่ปล่อยควันดำและเสียงดัง ตั้งแต่ห้ามใช้ชั่วคราว จนถึงห้ามใช้เด็ดขาด ซึ่งผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท ทั้งนี้ ก็เพื่อลดมลพิษทางอากาศของจังหวัดสมุทรปราการ ให้น้อยลงจนไม่ส่งผลกระทบกับประชาชน

    ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    เปิดตัวโครงการ มีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อม ชุมชนโดยรอบนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด

    จังหวัดระยอง เปิดตัวโครงการมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมชุมชนโดยรอบนิคม อุตสาหกรรมมาบตาพุด และพื้นที่เสี่ยงในจังหวัด เน้นประชาชน มีส่วนร่วมเป็น เครือข่ายเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อม และมลพิษ

    นาย สุนทร รัตนวราหะ รองผุ้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธาน ในการประชุมสัมมนา เปิดตัวโครงการการมีส่วนร่วมในเฝ้าระวัง สิ่งแวดล้อมของ ชุมชนโดยรอบนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และพื้นที่เสี่ยง ในจังหวัด ณ โรงแรมสตาร์ระยอง โดยมีผู้ร่วมประชุม ประกอบด้วย ภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคอุตสาหกรรม ภาคประชาชน เข้าร่วมประชุมสัมมนาฯ 200 คน

    นายโยธิน ยุวะกนิษฐ์ ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม จังหวัดระยอง เปิดเผยว่า เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่า จังหวัดระยอง เป็นพื้นที่พัฒนาให้เป็นเขตนิคมอุตสาหกรรม เพื่อเป็นแหล่งรองรับการลงทุนการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ทันสมัย และมีการขยายพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในหลายประการ โดยเฉพาะผลกระทบ ทางด้านสิ่งแวดล้อมที่ทราบกันทั่วไป คือ

    มลพิษทางอากาศ ซึ่งประชาชนสัมผัสและรับรู้จากกลิ่นที่ได้รับ และอุติเหตุจากสารเคมีต่างๆ ทั้งในกระบวนการผลิตและขนส่ง นอกจากนี้ที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศวิทยาทางทะเล ซึ่งล้วนมีความสัมพันธ์ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม กับสุขภาพประชาชนในพื้นที่ ดังจะเห็นได้จากพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด

    จังหวัดระยอง จึงได้เล็งเห็นว่า ความยั่งยืนและประสิทธิผลในการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อม คือการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย หรือพหุภาคีในท้องถิ่นเอง จึงได้ริเริ่มโครงการดังกล่าวขึ้น ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเข้าใจและระดมความคิดเห็น ต่อการขับเคลื่อนงาน การเฝ้าระวัง ทางด้านมลพิษทางอากาศ ทางน้ำ และกากของเสียอันตรายในพื้นที่เสี่ยง โดยเน้นให้ ประชาชนมีส่วนร่วมในรูปแบบ “กลุ่มเครือข่ายเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อม”

    ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    May 26, 2008

    Halve Emissions by 2050 – จี 8 ให้มีข้อตกลง การปล่อยก๊าซ ที่ทำลายชั้นบรรยากาศ

    บรรดารัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมจากกลุ่มประเทศ อุตสาหกรรม 8 ประเทศหรือจี 8 เรียกร้อง ที่เมืองโกเบ ของญี่ปุ่นในวันนี้ ให้มีข้อตกลงเพื่อลดการปล่อยก๊าซ ที่ทำให้เกิดสภาวะเรือนกระจกลงครึ่งหนึ่งภายในปี 2593

    โดยประกาศว่า ประเทศที่พัฒนาแล้ว ควรจะเป็นผู้นำในการแก้ไขปัญหาโลกร้อน แถลงการณ์ของรัฐมนตรีจากกลุ่มจี 8 ซึ่งมีเป้าหมาย เพื่อเตรียมการดำเนินการกับ การเปลี่ยนแปลงของชั้นบรรยากาศโลก ในที่ประชุมของกลุ่ม จี 8 ที่กรุงโตเกียวของญี่ปุ่น ในเดือนกรกฎาคมนี้

    ยังได้เรียกร้องให้ลดการส่งก๊าซ ที่ทำลายชั้นบรรยากาศจำนวนครึ่งหนึ่งตามเป้าหมายที่วางไว้ในปี 2543 แม้ว่าจะไม่มีการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนลงไปก็ตาม

    การประชุมนาน 3 วันครั้งนี้ที่ประชุมยังได้พยายามเป็นอย่างยิ่ง เพื่อทำให้เกิดแรงผลักดันอีกครั้งหนึ่ง เพื่อทำให้การเจรจาภายใต้ การนำของสหประชาชาติ ในเรื่องข้อตกลงโลกร้อนขึ้น ฉบับใหม่ ที่มีขอบเขตกว้างขวางมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

    kobe_25may08

    A man looks at smoke emitted from a factory area in Kobe, western Japan May 25, 2008. Japan urged rich countries on Sunday to take the lead in the fight against global warming by setting bold national targets to cut greenhouse gas emissions by well over 50 percent by 2050. REUTERS/Yuriko Nakao

    KOBE, Japan (Reuters) – Environment ministers from the G8 rich nations on Monday urged their leaders to set a global target to halve greenhouse gas emissions by 2050, a small but vital step in the fight against climate change.

    But they stopped short of suggesting specific interim targets ahead of 2050, a key demand of developing countries in tough U.N.-led talks to forge a new treaty on global warming by the end of next year. [Read full story from REUTERS]

    ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ Reuters


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    May 25, 2008

    แผนรับมือ ปลดระวาง แท่นเจาะน้ำมันในอ่าวไทย

    กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเตรียมแผน รับมือปลดระวางแท่นเจาะน้ำมันในอ่าวไทยกว่า 200 แท่นที่จะหมดอายุสัมปทานเสนอทางเลือกสร้างแหล่งปะการังเทียม พร้อมออกคู่มือล้อมคอกแก้กระทบนิเวศ
    นายสำราญ รักชาติ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า กำลังจะร่วมกับสถาบันการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการทะเล และนักวิทยาศาสตร์ทางทะเล หารือเกี่ยวกับแนวทางการสร้างปะการังเทียมจากแท่นขุดเจาะผลิตปิโตรเลียม จากที่ในอีก 5 ปีข้างหน้าแท่นขุดเจาะปิโตรเลียมในอ่าวไทย จะเริ่มทยอยหมดอายุสัมปทานลง ดังนั้นจึงต้องมีการเตรียมความพร้อมเป็นอย่างดี เพราะต้องมีเทคนิคการรื้อถอน ที่ไม่ก่อผลกระทบสิ่งแวดล้อมทางทะเล ความปลอดภัย รวมทั้งได้รับการยอมรับจากทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง
    ทั้งนี้ตามกฎหมาย พ.ร.บ.ปิโตรเลียม 2550 มาตรา 80/1 ระบุว่าเจ้าของสัมปทานต้องรับผิดชอบในการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง วัสดุ อุปกรณ์ออกจากท้องทะเล อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีการคุยถึงการใช้ประโยชน์จากแท่นขุดเจาะเหล่านี้ โดยการสร้างปะการังเทียมจากแท่นขุดเจาะและแท่นผลิตปิโตรเลียม ซึ่งเป็นทางเลือกหนึ่งในการรื้อถอนสิ่งก่อสร้างเหล่านั้น เนื่องจากจะช่วยลดปริมาณวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว แต่มีความจำเป็นจะต้องศึกษาผลกระทบสิ่ง แวดล้อมในภาพรวมทั้งหมด โดยเฉพาะผลกระทบต่อกระแสน้ำที่อาจจะสร้างปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งมากขึ้น เพราะในอดีตมีการใช้ยางรถยนต์ไปสร้างแหล่งปะการังแล้วสร้างผลกระทบกลาย เป็น ขยะในท้องทะเล จึงต้องกำหนดความเหมาะสมของวัสดุ ตลอดจนพื้นที่ที่เหมาะสม คาดว่าจะแล้วเสร็จและส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้ได้ภายในอีก 2 เดือน

    May 19, 2008

    ตุรกี ห้ามการสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ

    กฎหมายห้ามการสูบบุหรี่ในที่สาธารณะของ ตุรกีมีผลบังคับใช้แล้วในวันนี้ แต่ยังไม่มีผลครอบคลุมถึงร้านอาหารและร้านกาแฟ เพราะมีการกำหนดช่วงเปลี่ยนผ่าน และกฎหมายจะมีผลบังคับใช้ในสถานที่สาธารณะทั้งหมดในเดือนกรกฎาคมปีหน้า รัฐสภาตุรกีได้ผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยได้สั่งห้ามการสูบบุหรี่ในหน่วยงานของรัฐบาล สถานที่ทำงาน ห้างสรรพสินค้า โรงเรียน สนามกีฬาและโรงพยาบาล แต่มีข้อยกเว้นให้สูบบุหรี่ได้ในเขตพิเศษที่กำหนดไว้ตามโรงพยาบาลจิตเวช บ้านพักคนเกษียณ เรือนจำ และโรงแรม

    Next Page »

    Create a free website or blog at WordPress.com.