Accom Thailand

June 4, 2008

ราคาน้ำมันใน มาเลเซียปรับเพิ่มขึ้น ร้อยละ 40

นายชาห์เร่อร์ ซาหมัด รัฐมนตรีกระทรวงการค้าภายในของมาเลเซียแถลงวันนี้ว่า ราคาน้ำมันเบนซินของมาเลเซียจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 40 หรือมีมูลค่าเท่ากับ 270 ริงกิต หรือราว 0.84 ดอลลาร์สหรัฐต่อลิตร

หลังจากที่การควบคุมราคาน้ำมันได้เปลี่ยนแปลงภายใต้ระบบ เงินอุดหนุนที่ได้รับการแก้ไขใหม่แล้ว อย่างไรก็ตาม นายซาหมัด ไม่ได้กล่าวอย่างเฉพาะเจาะจงลงไปว่า การขึ้นราคาน้ำมัน จะมีผลบังคับใช้เมื่อใดในขณะที่ราคาน้ำมันที่สถานีบริการ ในขณะนี้มีราคาลิตรละ 1.92 ริงกิต หรือราว 0.60 ดอลลาร์ ซึ่งนับว่าเป็นราคาน้ำมันที่ต่ำที่สุดในเอเชีย

ขณะที่มีรายงานจากกรุงนิวเดลีของอินเดียว่า ราคาน้ำมันได้พุ่งสูงขึ้น จนทำให้อินเดียต้องขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเป็น ครั้งที่สองในปีนี้ โดยที่ราคาน้ำมันแก๊สโซลีนจะเพิ่มขึ้น 5 รูปีห์ หรือ 0.13 ดอลลาร์ต่อลิตร และราคาน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น 3 รูปีห์ หรือ 0.08 ดอลลาร์ต่อลิตร ส่วนราคาก๊าซหุ้งต้มเพิ่มขึ้น 50 รูปีห์ หรือ 1.25 ดอลลาร์ต่อถัง การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน จะมีผลตั้งแต่เที่ยงคืนของวันนี้เป็นต้นไป

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Advertisements

May 27, 2008

มาเลเซีย จะสั่งห้ามการขายน้ำมันให้แก่ ชาวต่างชาติ บริเวณพรมแดน

มาเลเซียจะสั่งห้ามสถานีบริการน้ำมัน ตามบริเวณพรมแดนด้าน ที่ติดกับไทยและสิงคโปร์ ขายน้ำมันให้แก่ชาวต่างชาติ เพื่อควบคุมงบค่าใช้จ่ายที่ใช้สำหรับอุดหนุนน้ำมัน

นายชาอีร์ ซามัต รัฐมนตรีการค้าภายในประเทศของมาเลเซียแถลงว่า คำสั่งห้ามขายน้ำมัน ให้แก่รถใช้ทะเบียนต่างชาติ จะมีผลบังคับในวันศุกร์ ที่จะถึงนี้ นานจนกว่ารัฐบาลจะสามารถกำหนดกลไกใหม่ ๆ เพื่อใช้ควบคุมการขายน้ำมัน

คำสั่งนี้จะมีผลบังคับใช้กับสถานีบริการน้ำมันประมาณ 300 แห่งที่อยู่บริเวณพรมแดน เป็นระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร ในรัฐทางเหนือ ประกอบด้วย ปะลิส ไทรบุรี เประ กลันตัน และรัฐยะโฮร์

ทางใต้ใกล้กับสิงคโปร์ และ การออกมาตรการดังกล่าว มีขึ้นในขณะที่ รัฐบาลมาเลเซีย กำลังทบทวนนโยบายการ ให้เงินอุดหนุนน้ำมัน ซึ่งคาดว่าจะสูงถึง 13,600 ล้านเหรียญสหรัฐในปีนี้ หากราคาน้ำมันเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 120 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

May 19, 2008

ผู้นำมาเลเซียยืนยันไม่ลาออก

นายอับดุลลาห์ อาหมัด บาดาวี นายกรัฐมนตรีมาเลเซียยืนยันไม่ลาออกหลัง ดร.มหาเธร์ โมฮัมหมัด อดีตผู้นำมาเลเซียลาออกจากพรรคอัมโน ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลวันนี้และประกาศจะไม่กลับเข้าเป็นสมาชิกอีกจนกว่านายบาดา วีจะลาออก การตัดสินใจของ ดร.มหาเธร์ทำให้การเมืองของมาเลเซียไม่มีเสถียรภาพและอาจจะส่งผลกระทบต่อ ตลาดการเงินด้วย นอกจากนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า ดร.มหาเธร์ วัย 82 ปีจะจัดตั้งพรรคใหม่เพื่อต่อสู้กับพรรคอัมโนหรือไม่

ดร.มหาธีร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซียลาออกจากพรรคอัมโน

หนังสือพิมพ์เดอะ สตาร์ รายงานวันนี้ว่า ดร.มหาธีร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ได้ลาออกจากพรรคอัมโนซึ่งเป็นพรรครัฐบาลแล้ว หลังเกิดความบาดหมางกับนายกรัฐมนตรีอัลดุลลาห์ อาหมัด บาดาวี มาเป็นเวลานาน โดยรายงานระบุว่าดร.มหาธีร์ ได้ประกาศลาออกระหว่างกล่าวปราศรัยในรัฐเกดะห์วันนี้ พร้อมทั้งได้เรียกร้องให้สมาชิกพรรคคนอื่นๆลาออกเช่นเดียวกับเขา ดร.มหาธร์กล่าวด้วยว่าการตัดสินใจลาออกเป็นการแสดงให้เห็นถึงความไม่เชื่อ มั่นในตัวของนายกรัฐมนตรีอับดุลลาห์และเขาจะกลับเข้าร่วมพรรคใหม่เมื่อมีการ เปลี่ยนแปลงผู้นำ

May 16, 2008

มาเลเซียจะนำเข้าข้าวเพิ่มขึ้นอีกในปีนี้


นายมุสตาปา โมฮัมเหม็ด รัฐมนตรีเกษตรของมาเลเซีย แถลงเมื่อวานนี้ว่า มาเลเซียอาจจะ นำเข้าข้าวเพิ่มขึ้นเกือบ 1 ใน 3 เป็น 900,000 ตันในปีนี้ เนื่องจากมาเลเซียต้องการ จะเพิ่มปริมาณข้าวสำรอง และควบคุมภาวะเงินเฟ้อ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์วุ่นวายในประเทศ


นอกจากนี้ รัฐบาลมาเลเซีย ยังเตรียมจะเปิดเผยรายละเอียด ของโครงการ อีก 2 โครงการในเดือนหน้า ซึ่งมีวัตถุประสงค์ เพื่อเพิ่มปริมาณอาหาร และรักษา ระดับราคาอาหาร ให้คงที่และเหมาะสม

อ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 5, 2008

มาเลเซีย ล้มเลิกแนวความคิด เกี่ยวกับการ ควบคุมการเดินทางของสตรีแล้ว

รัฐมนตรีมหาดไทยมาเลเซีย ปฏิเสธข้อเสนอ ที่จะให้ควบคุม


การเดินทางของสตรีชาวมาเลเซียออกนอกประเทศโดยลำพัง หลังจากที่ถูกกลุ่มสตรีหลายกลุ่มออกมาคัดค้านเรื่องนี้


นายไซเอ็ด ฮามิด อัลบาร์ รัฐมนตรีมหาดไทยมาเลเซีย กล่าวว่ากระทรวงมหาดไทย ไม่สามารถกำหนดเงื่อนไข ที่จะเรียกร้องให้สตรีต้องขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จากครอบครัว และนายจ้างก่อน จึงจะสามารถเดินทางไปต่างประเทศ โดยลำพังได้ เนื่องจากทางกระทรวง ไม่มีกฎระเบียบดังกล่าว


ทั้งนี้ นายราอิส ยาทิม รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงมหาดไทย ได้หยิบยกประเด็นนี้ ขึ้นมาหารือ หลังเกิดคดีหลายร้อยคดีเกี่ยวกับ สตรีชาวมาเลเซียถูกกลุ่มค้ายาเสพติดข้ามชาติ ล่อลวงให้ขนยาเสพติด


อย่างไรก็ตาม กลุ่มสตรีหลายกลุ่มได้ออกมา วิพากษ์วิจารณ์ ข้อเสนอดังกล่าวด้วยความไม่พอใจทันที โดยประณามข้อเสนอดังกล่าวว่าเป็น ข้อเสนอที่ถอยหลังเข้าคลองและไร้สาระ

อ่านข้อมูล ที่เกี่ยวข้อง เพิ่มเติม

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 4, 2008

องค์กรสตรี ไม่ห็นด้วยกับ มาตรการป้องกันไม่ให้สตรีชาว มาเลเซียถูกล่อลวง


สำนักข่าวเบอร์นาม่ารายงานเมื่อวานนี้โดย อ้างถ้อยแถลงของนายราอีส ยาติม รัฐมนตรีต่างประเทศของมาเลเซียที่ว่า กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงการต่างประเทศกำลังพิจารณาข้อเสนอที่จะให้สตรีชาว มาเลเซียต้องขออนุญาตจากครอบครัวก่อนจะเดินทางออกนอกประเทศเพียงลำพัง หลังเกิดคดีกว่าร้อยคดีเกี่ยวกับสตรีชาวมาเลเซียที่เดินทางไปต่างประเทศ เพียงลำพังถูกกลุ่มค้ายาเสพติดข้ามชาติล่อลวงให้ลักลอบขนยาเสพติด


รายงานของเบอร์นาม่ายังย้ำว่า ข้อเสนอดังกล่าวเป็นมาตรการ ต่อต้านการก่อคดีอาชญากรรมมากกว่าแนวคิดที่มี เหตุจูงใจทางด้านศาสนา


นอกจากนั้น ข้อเสนอนี้ยังเป็นหลักประกันว่า ครอบครัวของสตรี ที่เดินทางโดยลำพัง จะต้องตรวจสอบการเดินทางของสตรี คนดังกล่าวอย่างจริงจัง และยังถือเป็นมาตรการป้องกัน ไม่ให้ถูกล่อลวงด้วย


กลุ่มสตรีหลายกลุ่มในมาเลเซียได้ตอบโต้ด้วย ความไม่พอใจในวันนี้ กรณีที่รัฐบาลเสนอให้ออกกฎระเบียบใหม่เกี่ยวกับการเดินทางไปยังต่างประเทศ ของสตรีชาวมาเลเซีย โดยรัฐบาลต้องการให้สตรีขออนุญาตจากครอบครัวและนายจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร ก่อนเดินทางออกนอกประเทศตามลำพัง หลังเกิดคดีกว่า 100 คดีเกี่ยวกับ สตรีชาวมาเลเซียที่เดินทางไปต่างประเทศเพียงลำพังแล้วถูกกลุ่มค้ายาเสพติด ข้ามชาติล่อลวงให้ขนยาเสพติด

อย่างไรก็ตามสภาแห่งชาติเพื่อองค์กรสตรีและกลุ่มซิสเตอร์ อิน อิสลาม ระบุว่า แนวความคิดดังกล่าวเป็นเรื่องไร้สาระและถอยหลังเข้าคลอง อีกทั้ง ยังเป็นการละเมิดสิทธิของสตรีด้วย

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 2, 2008

คนไทย เข้าเที่ยวชมเมือง วังเกเลียน มาเลเซียได้ โดยไม่ต้องใช้หนังสือเดินทาง


ทางการท้องถิ่นรัฐปะลิสของมาเลเซีย ได้ออกหนังสือแจ้งไปยังรัฐบาลกลางมาเลเซีย ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ให้มีการพิจารณาอนุญาตให้นักท่องเที่ยวชาวไทยที่อยู่ในรัศมี 1 กิโลเมตร จากจุดผ่านแดนที่ด่านเมืองวังเกเลียน สามารถเดินทางข้ามพรมแดนมายังเมืองวัง เกเลียนได้โดยไม่ต้องใช้หนังสือเดินทาง ทั้งนี้ เพื่อหวังดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทย ให้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่ เมืองวังเกเลียนมากขึ้น


เมืองวังเกเลียน มีชื่อเสียงในนามตลาดนัดกลางวัน เป็นแหล่งขายสินค้าหลากหลายชนิด ไม่เพียงแต่เป็นแหล่งชอปปิ้ง ที่มีชื่อเสียงสำหรับคนมาเลเซีย เท่านั้น คนไทยจำนวนมากก็รู้จักชื่อเสียงของเมืองวังเกเลียนเป็นอย่างดี การงดเว้นหนังสือเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยครั้งนี้ มาเลเซียหวังเรียกบรรยากาศที่ตลาดนักกลางวันนี้ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีก ครั้ง หลังจากที่ทางการมาเลเซียได้ประกาศยกเลิกข้อยกเว้นเรื่องหนังสือเดินทางใน เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวน้อยลงและบรรยากาศการท่องเที่ยวก็ซบเซาลงด้วย


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

April 24, 2008

ไทย จะได้รับประโยชน์ ด้านโทรคมนาคม ในเวทีการประชุมรัฐมนตรี เอเปค

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศและ การสื่อสาร
ระบุ ประเทศไทย จะได้รับประโยชน์ในการเรียนรู้ ความก้าวหน้า
ด้านเทคโนโลยี จาก ประเทศพัฒนา แล้ว


ในเวทีการประชุม รัฐมนตรีเอเปค ด้านโทรคมนาคมและ อุตสาหกรรมสารสนเทศ ครั้งที่ 7 พร้อม ยอมรับไทย ยังตามหลัง มาเลเซีย


นาย มั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ICT เปิดเผยว่า ประเทศไทย ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพ จัด การประชุมรัฐมนตรีเอเปคด้านโทรคมนาคมและ อุตสาหกรรมสารสนเทศ ครั้งที่ 7 ระหว่างวันที่ 20 – 25 เมษายนนี้ ที่โรงแรมดุสิตธานี


โดยมี รัฐมนตรี และ ผู้บริหารอาวุโส ของ หน่วยงานด้าน เทคโนโลยีสารสนเทศ และ การ สื่อสาร จาก 21 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เข้าร่วมการประชุม โดยระหว่าง


วันที่ 23 – 25 เมษายน นี้ เป็น การประชุมระดับรัฐมนตรี เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์ ซึ่งกันและกัน ซึ่งประเทศ กำลังพัฒนา เช่น ประเทศไทย จะได้รับประโยชน์มาก ในการได้เรียนรู้ความก้าวหน้า จากประเทศพัฒนาแล้ว


สำหรับหัวข้อสำคัญในการหารือ คือ การลดช่องว่าง ระหว่าง คนเมือง และ คนชนบท
การใช้ เทคโนโลยีพัฒนา ความเป็นอยู่ของประชาชน ในประเทศ
การรักษา ความลับ ของ ข้อมูลทางราชการ นอกจากนี้


ประเทศไทยยัง แสดงศักยภาพในการ ควบคุมปัญหาเว็บไซต์ไม่เหมาะสม เช่น เว็บลามก ซึ่งวิศวกรคอมพิวเตอร์ ได้พัฒนาโปรแกรม House Keeper ซึ่งช่วยจำกัดเวลาในการใช้คอมพิวเตอร์ และ จำกัดวัยในการเข้าเว็บไซต์ ซึ่งต่างประเทศ ให้ความสนใจมาก


ส่วนความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร ของไทย นายมั่น พัธโนทัย กล่าวว่า ประเทศไทย ยังต้องได้รับการพัฒนาอีกมาก เนื่องจากที่ผ่านมา ไทย มักเป็นผู้ซื้อเทคโนโลยี แต่ไม่ได้พัฒนา ขึ้นเอง


นอกจากนี้ การเปลี่ยนรัฐบาลบ่อย การเมืองไม่มีเสถียรภาพ ทำให้โครงการต่างๆ ที่กำหนดไว้ล่าช้า โดยตอนนี้ไทยยัง ตามหลัง มาเลเซีย ตนเอง จึงได้ตั้ง เป้าหมาย ในการพัฒนาเทคโนโลยี ให้ทัน มาเลเซีย


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

April 21, 2008

Olympic torch relay in Kuala Lumpur completed – การวิ่งคบเพลิงโอลิมปิก ที่มาเลเซีย ผ่านไปท่ามกลางสายฝน


KUALA LUMPUR – The Olympic torch relay went through Kuala Lumpur, the capital of Malaysia, amid cheers, screams and also rain, wrapping up its 13th leg of global journey on Monday.


The relay completed running of 60 torchbearers fine and had to carry the last 20 in rain just after a short break in KL Tower, where a parachuting performance was put on.


Spectators wait for the torch in rain in Kuala Lumpur, Malaysia, April 21, 2008. Kuala Lumpur is the 13th stop of the 2008 Beijing Olympic Games torch relay.(Xinhua Photo)



The Olympic flame is leaving Kuala Lumpur for its 14th stop in global journey in Jakarta on Tuesday.


Read about the 13th Olympic Relay from China Daily

http://www.chinadaily.com.cn/olympics/torch/2008-04/21/content_6633224.htm



การวิ่งคบเพลิงโอลิมปิก ที่มาเลเซียดำเนินไปอย่างราบรื่นท่ามกลางสายฝน จากการวางแผนรับมือการวิ่งคบเพลิงโอลิมปิกอย่างรัดกุม



โดยเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมากกว่า 1,000 นาย พร้อมหน่วยรักษาความปลอดภัยอื่นๆ เพื่อดูแลความเรียบร้อยในการวิ่งคบเพลิงที่มีระยะทางทั้งสิ้น 16.5 กิโลเมตร ซึ่งก็ไปสิ้นสุดที่ “เปโตรนัส ทวิน ทาวเวอร์ส” อาคารแฝดที่สูงที่สุดในโลก ท่ามกลางสายฝน

.


Erfolgreicher Fackellauf in Malaysia


Kuala Lumpur

Der olympische Fackellauf hat am Montag in der malaysischen Hauptstadt Kuala Lumpur erfolgreich stattgefunden.

Die 13. Etappe des Fackellaufes der Beijinger Olympischen Sommerspiele außerhalb des chinesischen Festlandes in Kuala Lumpur hat vier Stunden gedauert. 80 Fackelträger trugen das olympische Feuer 16 Kilometer durch Kuala Lumpur. Es ist das zweite Mal nach den Olympischen Spielen in Tokio 1996, dass das olympische Feuer in Malaysia eintrifft.



Das olympische Feuer soll am Dienstag die indonesische Hauptstadt Jakarta erreichen.


Am Montag betonte der vietnamesischen Ministerpräsident Nguyen Tan Dung, auch sein Land werde mit allen Kräften ein sicheres Tragen des Feuers gewährleisten. Beim Fackellauf solle die Liebe des vietnamesischen Volkes für Sport und Frieden sowie die Freundschaft zwischen Vietnam und China gezeigt werden, so Nguyen Tan Dung weiter.


Am 29. April wird das olympische Feuer in Ho-Chi-Minh-City eintreffen.


Original Nachricht CRI (http://german.cri.cn/221/2008/04/21/1@92227.htm)

Next Page »

Blog at WordPress.com.