Accom Thailand

January 8, 2009

ข้อมูล Republic of Croatia – สาธารณรัฐโครเอเชีย จาก กระทรวงต่างประเทศ

สาธารณรัฐโครเอเชีย

ธงชาติ

ธงชาติ

แผนที่

แผนที่


ข้อมูลทั่วไป

ที่ตั้ง อยู่ระหว่างยุโรปกลางและเมดิเตอร์เรเนียน บริเวณริมฝั่งตะวันออกของทะเลเอเดรียติก
พื้นที่ ๕๖,๕๔๒ ตารางกิโลเมตร
เมืองหลวง กรุงซาเกร็บ (Zagreb)
ประชากร ๔.๔ ล้านคน ประกอบด้วยชาวโครอัท (๘๙.๖%) ชาวเซิร์บ (๔.๕๔%) และอื่นๆ ได้แก่ ชาวบอสเนีย ฮังกาเรียน สโลวีน เช็ก (๕.๙%)
ภูมิอากาศ แบบเมดิเตอร์เรเนียนแถบชายฝั่งทะเลเอเดรียติกและ
ภูมิอากาศแบบเทือกเขาบริเวณตอนกลางของประเทศอุณหภูมิโดยเฉลี่ย ๑๔-๒๗ องศาเซลเซียส
ภาษา โครเอเชียนเป็นภาษาราชการ ภาษาอื่นๆ ที่ใช้พูดกันโดยชนกลุ่มน้อยได้แก่ เซอร์เบียน ฮังกาเรียน อิตาเลียน เยอรมัน อังกฤษ
ศาสนา โรมันคาทอลิก ๘๕.๘% ออโธด็อกซ์ ๓.๒% มุสลิม ๑๑%
หน่วยเงินตรา คูน่า (Kuna) อัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณ ๔.๖๖ คูน่า เท่ากับประมาณ ๑ ดอลลาร์สหรัฐ
ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ๕๐.๑ พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (๒๕๕๐)
รายได้ประชาชาติต่อหัว ๑๑,๒๗๑ ดอลลาร์สหรัฐ (๒๕๕๐)
การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ร้อยละ ๕.๖ (๒๕๕๐)

ระบอบการปกครอง ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา มีสภาเดียว เรียกว่า Sabor มีสมาชิก ๑๕๒ คน ประธานาธิบดี เป็นประมุข โดยมาจาก การเลือกตั้งโดยตรง และเป็นผู้แต่งตั้ง คณะรัฐบาล มีวาระ ๕ ปี ปัจจุบัน คือ

นาย Stjepan Mesic ดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๓ (ได้รับการเลือกตั้งเป็น ประธานาธิบดีสมัยที่ ๒ เมื่อเดือน มกราคม ๒๕๔๘)

รัฐบาลปัจจุบัน เป็นรัฐบาลผสมเสียงข้างมาก ระหว่างพรรค Croatia Democratic Union และพรรค Democratic Centre มี ๙๑ เสียง จากทั้งหมด ๑๕๒ เสียง

การเมืองการปกครอง

๑. โครเอเชียเดิมเป็น หนึ่งในหก สาธารณรัฐ ซึ่งประกอบขึ้นเป็น สหพันธ์สาธารณรัฐสังคมนิยม ยูโกสลาเวีย (Socialist Federal Republic of Yugoslavia หรือ SFRY) อยู่ภายใต้การนำของ จอมพลติโต ชาวโครอัท ซึ่งสามารถควบคุมสถานการณ์ ความแตกแยก ระหว่างเชื้อชาติ ไว้ได้ในระดับหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการอสัญกรรมของ จอมพลติโต ในปี ๒๕๒๓ ขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อแยกตัวเป็นเอกราช ของ สาธารณรัฐต่างๆ ใน ยูโกสลาเวีย เริ่มมีความรุนแรงขึ้น

โครเอเชีย จัดให้มีการเลือกตั้งขึ้น เป็นครั้งแรกในปี ๒๕๓๓ โดยประธานาธิบดี Franjo Tudjman ได้รับเลือกตั้ง และ ต่อมาได้ประกาศเอกราช จาก SFYR ซึ่งทำให้เกิดการสู้รบระหว่างโครเอเชีย กับชาวเซิร์บ ในโครเอเชีย ซึ่งมียูโกสลาเวียหนุนหลัง และ ยุติลงเมื่อผู้นำโครเอเชีย เซอร์เบีย และ บอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนา ได้ลงนาม ข้อตกลงสันติภาพเดย์ตัน (Dayton Peace Accord) เมื่อปี ๒๕๓๘

๒. ภายหลังการอสัญกรรมของ ประธานาธิบดี Tudjman ในปี ๒๕๔๒ นาย Stjepan Mesic ได้รับเลือกตั้งเป็น ประธานาธิบดีคนใหม่ ซึ่งเป็นผู้นำ เสรีนิยม ประชาธิปไตยรุ่นใหม่ ทำให้โครเอเชียพัฒนา ไปอย่างมาก โดยได้ปรับเปลี่ยนเป้าหมาย และ นโยบาย จากเดิม ที่ให้ความสำคัญกับ การต่อสู้ เพื่อผนวกดินแดน บอสเนียและเฮอร์เซโกวินา ซึ่งมี ชาวโครอัทอาศัยอยู่จำนวนมาก เป็นการให้ความสำคัญ กับการยุติความขัดแย้ง กับ บอสเนียฯ การปรับความสัมพันธ์ กับประเทศยุโรปตะวันตก และการเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป

ทั้งนี้ เมื่อเดือน มกราคม ๒๕๔๘ ประธานาธิบดี Stjepan Mesic ได้รับเลือกตั้ง เป็นประธานาธิบดี สมัยที่ ๒ และจะดำรงตำแหน่งจนถึง ปี ๒๕๕๓

๓. เมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๐ โครเอเชียได้มีการเลือกตั้ง สมาชิกสภาทั่วประเทศ ผลปรากฏว่า พรรค Croatian Democratic Union (HDZ) ของ นายกรัฐมนตรี Ivo Sanader ซึ่งได้ที่นั่งสูงสุด ได้จัดตั้งรัฐบาลผสม ร่วมกับพรรคต่างๆ และ ต่อมา

ในวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๑ รัฐสภาโครเอเชีย ได้ลงมติให้ความ เห็นชอบต่อรัฐบาลชุดใหม่ ที่มีนาย Ivo Sanader เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นสมัย ที่สอง ซึ่งคณะรัฐมนตรีชุดนี้ ประกอบด้วย รองนายกรัฐมนตรี ๔ คน และ รัฐมนตรี ๑๕ คน โดย
รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ คือ นาย Gordon Jandrokovic ซึ่งเป็น นักการเมืองรุ่นใหม่ และเป็นดาวรุ่งของพรรค HDZ

๔. นโยบายของ รัฐบาลสมัยที่สองของ นาย Sanader ยังคงดำเนินนโยบายสายกลาง ค่อนไปทาง อนุรักษ์นิยม ด้านการต่างประเทศ ส่งเสริม การมีสัมพันธ์ใกล้ชิด กับ สหรัฐอเมริกา และมุ่งให้โครเอเชีย เป็น สมาชิกสหภาพยุโรป (EU) และ องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) โดยหวังว่า จะสามารถบรรลุผลสำเร็จเข้าเป็นสมาชิก EU ได้ในปี ๒๕๕๓

สำหรับภาระสำคัญเกี่ยวกับ กิจกรรมภายในประเทศ คือการพัฒนาที่รวดเร็ว ให้ความสนใจอย่างจริงจังต่อ ปัญหาสังคม ปฏิรูประบบศาลยุติธรรม และ ระบบบริหาร ให้มีความสมบูรณ์ และ ขจัดการฉ้อราษฎร์บังหลวง

นโยบายต่างประเทศ
จุดมุ่งหมายของนโยบายต่างประเทศ ของ โครเอเชีย ให้ความสำคัญกับเรื่องต่างๆ ดังนี้

๑. การเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) และ องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO)

รัฐบาลโครเอเชีย เห็นว่า การเข้าเป็น สมาชิกของ สหภาพยุโรป เป็นหัวใจสำคัญ ของสันติภาพที่มั่นคง เสรีภาพ ที่เป็นประชาธิปไตย และ การพัฒนาทางเศรษฐกิจ ในยุคโลกาภิวัตน์ ทางที่ดีที่สุด ที่ประเทศเล็กๆ อย่างโครเอเชีย จะพัฒนา และ ดำรงความเจริญรุ่งเรืองไว้ได้ โดยการรักษาผลประโยชน์ของชาติ คือการเข้าเป็น สมาชิก EU

นอกจากนี้ เรื่องความมั่นคง เป็นประเด็นสำคัญ ในความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศสมัยใหม่ การเข้าเป็น สมาชิก NATO เป็นวิถีทางที่ดีที่สุด ที่จะ ปกป้อง ความปลอดภัย ของประเทศ

ทั้งนี้ ในการประชุมสุดยอด NATO ที่กรุงบูคาเรสต์ เมื่อวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๑ บรรดาผู้นำของ ประเทศพันธมิตร NATO ได้มีมติให้เชิญ โครเอเชีย ให้เข้าร่วมเป็น ประเทศพันธมิตร NATO ลำดับที่ ๒๘ ทันทีที่ขั้นตอน การสมัครเข้าเป็น พันธมิตร และ กระบวนการให้สัตยาบันลุล่วง โดยเจ้าหน้าที่ ของ NATO คาดว่า จะสามารถดำเนินการได้ ภายใน ๑ ปี

๒ การส่งเสริมความสัมพันธ์ ระหว่าง โครเอเชีย และ ประเทศเพื่อนบ้าน

รัฐบาลโครเอเชีย จะพัฒนาความสัมพันธ์ กับประเทศเพื่อนบ้าน อยู่บนพื้นฐานของ ความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี ให้ความเคารพต่ออธิปไตย เสรีภาพ ดินแดน และ ความเท่าเทียมซึ่งกันและกัน โดยแก้ไขปัญหา ผ่านการเจรจาทางการเมือง ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ โครเอเชีย มีอาณาเขตติดต่อกับ ฮังการี บอสเนียและเฮอร์เซโกวินา สาธารณรัฐเซอร์เบีย และ สโลวีเนีย และ มีปัญหาความขัดแย้ง บริเวณชายแดน กับ บอสเนียและเฮอร์เซโกวินา และ สาธารณรัฐเซอร์เบีย รวมทั้งความขัดแย้ง เหนือน่านน้ำกับ สโลวีเนีย

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน ความตึงเครียด ดังกล่าวได้ลดลงอย่างมาก เนื่องจากรัฐบาล โครเอเชีย ได้ดำเนินนโยบายเข้มงวด ในการควบคุม การใช้น่านน้ำ ของ โครเอเชีย เหนือทะเลเอเดรียติก

๓ การพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศทั้งด้านทวิภาคีและพหุภาคี

รัฐบาลโครเอเชีย ต้องการพัฒนาความสัมพันธ์ ด้านเศรษฐกิจ และการเมือง กับทุกประเทศ ที่เป็นประชาธิปไตย ในโลก บนพื้นฐานของ หลักการ ความเป็นอธิปไตย และ ความเท่าเทียมกัน

สำหรับการพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคี โครเอเชียให้ความสำคัญ กับการพัฒนาความสัมพันธ์ กับสหรัฐอเมริกา รัสเซีย และจีน

นอกจากนี้ การมีส่วนร่วมในกิจกรรมของ องค์การระหว่างประเทศ เป็นหนึ่งในวัตถุประสงค์ของ นโยบายต่างประเทศของ โครเอเชีย และ จะส่งเสริมบทบาทของ ประเทศ ในเวทีระหว่างประเทศต่างๆ อาทิ EU องค์การ NATO สหประชาชาติ

๔ การส่งเสริมเศรษฐกิจของโครเอเชีย

รัฐบาลโครเอเชีย มีแผน ที่จะเพิ่มมูลค่าการส่งออก ดึงดูดการลงทุนจาก ต่างประเทศ และส่งเสริมความร่วมมือ ด้านเศรษฐกิจ กับ ต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่ง ของกลยุทธ ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ ของประเทศ

๕. ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๑ เป็นต้นมา โครเอเชีย ได้ดำรงตำแหน่ง สมาชิกไม่ถาวร ของ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ซึ่งมีวาระ ๒ ปี โครเอเชียจะยึดถือ และ ดำเนินการตามหลักการ ที่ระบุในนโยบายต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต่อ สหภาพยุโรป ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด ระหว่างกัน มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เศรษฐกิจการค้า และสังคม

๑. ในบรรดาสาธารณรัฐ ที่อยู่ภายใต้ สหพันธ์สาธารณรัฐยูโกสลาเวีย โครเอเชีย มีสถานะทางเศรษฐกิจ อยู่ในเกณฑ์ดี เป็นรองเพียง สโลวีเนีย เนื่องจาก เป็นเขตอุตสาหกรรมของ สหพันธ์สาธารณรัฐยูโกสลาเวีย รายได้ส่วนใหญ่ของ โครเอเชีย มาจาก การท่องเที่ยว เนื่องจาก ภูมิประเทศ เป็น ชายฝั่งทะเลเอเดรียติก และมีหมู่เกาะที่สวยงาม ทำให้ในปัจจุบัน โครเอเชีย จึงยังคงสภาวะเศรษฐกิจ ที่ดีกว่า ประเทศ อดีตสหพันธ์สาธารณรัฐ ยูโกสลาเวีย ส่วนใหญ่ นอกจากสโลวีเนีย ไว้ได้

๒. สำหรับนโยบายเศรษฐกิจ ที่สำคัญของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ได้แก่ การปฏิรูปเศรษฐกิจ ให้เป็น ระบบเศรษฐกิจ แบบเสรี ส่งเสริมให้เอกชน เข้ามามีบทบาท ในทางเศรษฐกิจ มากขึ้น ออกกฎหมายเพื่อส่งเสริมการค้า การลงทุน จากต่างประเทศ โดยได้ประกาศนโยบาย ที่มุ่งสร้าง เสถียรภาพ ของ เศรษฐกิจมหภาค รักษาเสถียรภาพของ ค่าเงินสกุลคูน่า (Kuna) คงระดับอัตราเงินเฟ้อ เพิ่มอัตราการเจริญเติบโต ทางเศรษฐกิจ ใช้มาตรการ ดึงดูดคู่ค้า และ นักลงทุนมากขึ้น รวมถึงการเร่งแปรรูป รัฐวิสาหกิจ

๓. รัฐบาลโครเอเชีย ยังมีโครงการสนับสนุน การลงทุนด้านท่าเรือ ซึ่งเป็นโครงการระยะยาว เนื่องจากเห็นว่า การลงทุนด้านนี้ จะส่งผลดีต่อ เศรษฐกิจ โครเอเชีย ช่วยให้เกิดการขนส่ง การก่อสร้างถนน ทางรถไฟ และธุรกิจบริการ เกี่ยวกับ บริษัทขนส่งสินค้าต่างๆ

โดยรัฐบาลได้สนับสนุนเงินกู้จำนวนหนึ่ง เพื่อสร้างถนนเชื่อมโยง กับเส้นทางของ ฮังการี ปรับปรุงทางรถไฟ และสาธารณูปโภคอื่นๆ ทั้งนี้ โครเอเชีย มีชายฝั่งทะเล ที่ยาวกว่า ๕,๐๐๐ กิโลเมตร และเต็มไปด้วย เกาะแก่งต่างๆ ถึง ๑,๑๘๕ เกาะ จึงมีความจำเป็น ต้องจัด การคมนาคมขนส่งทางน้ำ เพื่อเชื่อมโยงระหว่างกัน รวมทั้ง ดูแลชายฝั่งทะเล ซึ่งมีความสำคัญ ต่อระบบเศรษฐกิจ และ การก่อสร้างถนนหนทาง ภาคพื้นดิน ภายในประเทศ เพื่อรองรับ การคมนาคมทางน้ำ

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐโครเอเชีย

๑. ความสัมพันธ์ทั่วไป

ไทย และ โครเอเชีย สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน เมื่อวันที่ ๙ กันยายน ๒๕๓๕ ซึ่งในโอกาส การครบรอบ ๑๐ ปี ของการสถาปนา ความสัมพันธ์ เมื่อปี ๒๕๔๕ ได้มีการแลกเปลี่ยน สารแสดงความยินดี ระหว่างกัน

ไทยได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบูดาเปสต์ มีเขตอาณาครอบคลุมโครเอเชีย ในขณะที่ฝ่าย โครเอเชีย ได้มอบหมายให้ สถานเอกอัครราชทูต โครเอเชีย ณ กรุงจาการ์ตา มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทย

นอกจากนี้ ไทย และ โครเอเชีย ได้จัดตั้งสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ ระหว่างกัน โดยกงสุลกิตติมศักดิ์ไทย ประจำโครเอเชีย ได้แก่ นาย Alojzije Pavlovic และ กงสุลกิตติมศักดิ์โครเอเชีย ประจำประเทศไทย ได้แก่ นายวิฑูรย์ อร่ามวารีกุล

๒. ความสัมพันธ์ด้านการเมือง

ความสัมพันธ์ระหว่าง ไทยและโครเอเชีย ราบรื่น ไม่มีข้อขัดแย้งใดๆ โดยฝ่ายโครเอเชีย แสดงความชื่นชมอยู่เสมอว่า ประเทศไทย เป็นประเทศแรกๆ ที่รับรองเอกราช ของโครเอเชีย แต่ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ทวิภาคี ระหว่างกัน ยังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ เนื่องจาก โครเอเชีย ยังคงพัวพัน ในสงคราม กับ ชาวเซิร์บ จนถึงปี ๒๕๓๗ และ ภายหลังการสู้รบ โครเอเชีย ต้องมุ่งกับการบูรณาการภายในประเทศ

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันฝ่าย โครเอเชีย แสดงท่าทีกระตือรือร้น ที่จะเสริมสร้างความสัมพันธ์กับไทย ให้เพิ่ม มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ได้พยายามส่งเสริมให้ ทั้งสองฝ่าย มีการเยือนระดับสูงอย่างต่อเนื่อง

๓. ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ

โครเอเชีย เป็นคู่ค้าอันดับที่ ๑๑ ของไทย ในกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออก มูลค่าการค้าทวิภาคีระหว่าง ไทยกับโครเอเชีย ในปี ๒๕๕๐ มีมูลค่า ๓๙ ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๔๙ ๑๑.๓ ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยเป็นฝ่าย ได้เปรียบดุลการค้า ๓๗.๒๒ ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการค้าในไตรมาสแรกของปี ๒๕๕๑ มีมูลค่า ๒๐.๕๗ ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย ได้แก่ อาหารทะเลกระป๋อง และ แปรรูป เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ข้าว ผลิตภัณฑ์ยาง ผลไม้กระป๋องและแปรรูป เสื้อผ้าสำเร็จรูป เลนส์

ส่วนสินค้าสำคัญ ที่นำเข้าจาก โครเอเชีย ได้แก่ เครื่องจักรกล และส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เสื้อผ้าสำเร็จรูป เครื่องใช้ และ เครื่องตกแต่ง ภายในบ้านเรือน ลวด และ สายเคเบิล ผลิตภัณฑ์ทำจากยาง โดยไทยเห็นว่า ควรเพิ่มปริมาณการค้าระหว่างกัน และ พยายามศึกษา ลู่ทาง ขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ กับโครเอเชีย ภายหลังการเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป โดยใช้กลไก ความตกลงว่าด้วย ความร่วมมือ ทางเศรษฐกิจ ที่จะจัดทำขึ้น

นอกจากนี้ โครเอเชีย กำลังเร่งปูพื้นฐานทางเศรษฐกิจ เพื่อรองรับการเข้าเป็น สมาชิกสหภาพยุโรป โดยพัฒนาท่าเรือน้ำลึก ที่เมือง Rijeka ที่มี ความลึกที่สุด ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และ กำลังปรับปรุงเส้นทางขนส่งสินค้า ไปยังประเทศในยุโรปตอนกลาง และตอนใต้ ซึ่งเมื่อปี ๒๕๔๘ กระทรวงพาณิชย์ ของไทย ได้เคยส่งคณะไปสำรวจ ลู่ทางความเป็นไปได้ ในการจัดทำคลังกระจายสินค้า

ด้านการท่องเที่ยวเป็นสาขาที่ โครเอเชีย มีศักยภาพสูง ซึ่งไทยสามารถหาลู่ทาง การร่วมลงทุน กับ โครเอเชีย ในการเปิด ร้านอาหารไทย และ การนวดแผนไทย ได้

ทั้งนี้ ในปี ๒๕๕๐ มีนักท่องเที่ยวจากโครเอเชีย เดินทางมาไทย จำนวน ๒,๐๙๑ คน เพิ่มขึ้น ร้อยละ ๑๔.๕๑ เมื่อเทียบกับปี ๒๕๔๙ ซึ่งมีจำนวน ๑,๘๒๖ คน

๔. แนวโน้มความสัมพันธ์ ไทย-โครเอเชีย

เมื่อพิจารณาจากพัฒนาการของ ความสัมพันธ์ และความร่วมมือระหว่าง ไทยกับโครเอเชีย แล้ว การดำเนินความสัมพันธ์ ระหว่าง สองประเทศ ในสาขา และ ระดับต่างๆ น่าจะพัฒนาต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง และ ราบรื่น โครเอเชีย มีความสนใจที่จะ เสริมสร้างความสัมพันธ กับ ไทย ให้เพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก นโยบายต่างประเทศของ โครเอเชีย ขณะนี้มุ่งเน้น การเข้าเป็น สมาชิกสหภาพยุโรป และ องค์การ สนธิสัญญา แอตแลนติกเหนือ และ ส่งเสริมความสัมพันธ์กับ ประเทศเพื่อนบ้าน เป็นลำดับแรก การมีปฏิสัมพันธ์ กับ ไทย อาจจะพัฒนาอย่าง ค่อยเป็นค่อยไป

๕. ความตกลงที่สำคัญๆ กับไทย

๑. ความตกลง ว่าด้วย การจราจรทางอากาศ ระหว่างไทยและโครเอเชีย (ลงนามเมื่อวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๔๒)
๒. ความตกลง ว่าด้วย การส่งเสริม และคุ้มครอง การลงทุน (ลงนามเมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๓)
๓. ความตกลง ยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดิน ทางทูต และ ราชการ ระหว่างไทยและโครเอเชีย (ลงนามเมื่อ วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕)

๖. การเยือนที่สำคัญ
๖.๑ ฝ่ายไทย
พระราชวงศ์
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
– วันที่ ๑๐-๑๔ เมษายน ๒๕๔๓ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จฯ เยือนโครเอเชีย ตามคำกราบบังคมทูลเชิญ ของ นาย Ivica Racan นายกรัฐมนตรีโครเอเชีย และได้พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นาย Stjepan Mesic ประธานาธิบดีโครเอเชีย นาย Zlatko Tomcic ประธานรัฐสภาโครเอเชีย และ นาย Ivica Racan นายกรัฐมนตรี เข้าเฝ้าฯ ในโอกาสดังกล่าว

รัฐบาล
– วันที่ ๑๘-๒๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ เดินทางเยือนโครเอเชีย อย่างเป็นทางการ
– วันที่ ๑-๒ มิถุนายน ๒๕๔๓ ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เดินทางเยือนโครเอเชีย
– วันที่ ๒๘-๓๐ มีนาคม ๒๕๔๙ ดร. วีระชัย วีระเมธีกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ กระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะผู้แทนพิเศษ ของ นายกรัฐมนตรี เดินทางเยือน โครเอเชีย

๖.๒ ฝ่ายโครเอเชีย
– วันที่ ๒๕-๒๗ ตุลาคม ๒๕๓๖ ดร. Ivo Sanader รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการต่างประเทศโครเอเชีย เดินทางเยือนไทย
– วันที่ ๓๐ มีนาคม – ๓ เมษายน ๒๕๓๙ ดร. Mate Granic รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศโครเอเชีย เดินทาง เยือน ประเทศไทย ในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ
– วันที่ ๖-๗ กรกฎาคม ๒๕๔๒ นาย Nenad Porges รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเศรษฐกิจโครเอเชีย เดินทางเยือนไทย เพื่อร่วมลงนาม ความตกลง ว่าด้วย การจราจรทางอากาศ ระหว่าง ไทยและโครเอเชีย
– วันที่ ๒๕-๒๖ ตุลาคม ๒๕๔๓ นาย Goranko Fizulic รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเศรษฐกิจโครเอเชีย เดินทางเยือนไทย
– วันที่ ๑๐-๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕ นาย Stjepan Mesic ประธานาธิบดีโครเอเชีย พร้อมภริยา เดินทางเยือนประเทศไทย ในฐานะแขกของ รัฐบาล ในระดับ Official Working Visit และ ได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ปรับปรุงจาก ข้อมูล และ ภาพ ของ จาก กระทรวงต่างประเทศ พฤษภาคม 2551 http://www.mfa.go.th/web/479.php?id=57
โดย การเรียบเรียง กองยุโรป 3 กรมยุโรป โทร. 0 2643 5142-3 Fax. 0 2643 5141 E-mail : european04@mfa.go.th

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Advertisements

November 26, 2008

ถ้าฝรั่งประท้วง ก็เป็นเรื่องธรรมดาหรืออย่างไร – Thai protesters shut down airport it’s normal act

logo_home


Thai protesters shut down airport


By Thomas Fuller Wednesday, November 26, 2008


Anti-government protesters talk to a driver at the main road to Bangkok's Suvarnabhumi Airport. (Sukree Sukplang/Reuters)

Anti-government protesters talk to a driver at the main road to Bangkok's Suvarnabhumi Airport. (Sukree Sukplang/Reuters)

bangkok: Thailand’s main international airport remained shut Wednesday after protesters besieged the facility, startling tourists, halting flights and escalating months of simmering political tensions into a full-blown national crisis.

The airport raid, carried out Tuesday by men wielding metal rods who pushed past riot police officers, was the climax of three years of intermittent protests that have tarnished thailand’s long-standing image as a freewheeling but stable nation.

A series of extreme measures by protesters, including a violent clash with government supporters on Tuesday in Bangkok that left 11 people injured, has brought the government near collapse and left Thailand’s democracy teetering.

The government has struggled to carry on its business while trying to quell the most recent demonstrations, but has found itself consumed by the stalemate. A sit-in at government offices forced Prime Minister Somchai Wongsawat to conduct business elsewhere.

This week, protesters began what they called a final push against the country’s leaders. They prevented one important parliamentary session, and have said they plan to prevent any future sessions or Cabinet meetings, effectively paralyzing the government.

The protesters, a loose coalition of royalists, academics and members of the urban elite, say they are frustrated with years of vote-buying and corruption.

Many are also skeptical of Thai democracy in its current form and propose a voting system that would lessen the representation of lower-income Thais, whom they say are particularly susceptible to vote-buying.

The latest protests come amid anxiety over the health of the ailing 80-year-old King Bhumibol Adulyadej and worries about royal succession. There is also frustration about an underperforming national economy that has not been able to move beyond low-cost manufacturing.

The recent protests, like most of those over the past three years, have centered on Thaksin Shinawatra, the former prime minister, who was removed from power two years ago in a military coup.

Protesters accuse the current government, and the one before it, of being Thaksin’s proxies.


Thaksin was recently convicted in absentia of abuse of power and remains in exile. The current prime minister is Thaksin’s brother-in-law.


At the cavernous Suvarnabhumi airport early Wednesday, protesters said they would remain in the facility until the government stepped down.


During the face-off with riot police officers on Tuesday, one protester said she was willing to die if necessary. “If they shoot, let them shoot,” said Pranee Rattanatakerngporn, a 55-year-old protester who traveled to Bangkok from the northern city of Chiang Mai. “I will stay here until we win.”


Officials decided to close the airport around 9 p.m. Tuesday “for the safety of all passengers.”


“I’m very worried about the situation now,” said Sereerat Prasutanon, director of the airport. “I think it’s time that the army comes out and helps to take care of the situation.”

Several explosions were reported early Wednesday outside the airport, injuring at least three people, police said, according to the Associated Press.

By shutting down the airport, protesters are ultimately holding the country hostage, analysts say.

“The gateway to the country is now blocked,” said Panitan Wattanayagorn, a professor of political science at Chulalongkorn University in Bangkok. “This is an acute problem for the government.”

Suvarnabhumi is the world’s 18th largest airport in terms of passenger traffic. It is the main conduit for tourists and businesspeople arriving in Thailand and is a major transit hub for Southeast Asia.


Among the passengers stranded at the airport was Anna Plahn, a 34-year-old from Sweden wrapping up a vacation with her two young children. “My two kids are sick and they want to go home,” she said.


“This is the worst thing that has ever happened to us.”


On Tuesday, thousands of protesters were camped out on the main entrance ramp to the airport, blocking traffic to the departure terminal. They spread razor wire on the road to limit traffic, which was allowed to trickle through. A truck parked in front of the terminal served as a makeshift stage where a well-known actor, Saranyu Wongkrachang, led the crowd of protesters in song throughout the night.

The protesters, who had mainly confined their demonstrations to their sit-in at the government compound, took to the streets Monday, when they forced the cancellation of parliament and temporarily cut electricity supply to the police headquarters.

On Tuesday, thousands of protesters kept the government on the run, blocking the entrance to its temporary offices north of the city and massing in front of army headquarters.

In the late afternoon a clash erupted between protesters and government supporters. Television showed two protesters shooting handguns in the direction of the government supporters and beating them with metal rods and sticks. There were no reports of deaths on Tuesday.

The video also showed protesters surrounding a motorcycle taxi driver and holding a knife to his throat as he clasped his hands together, begging for mercy. Thaksin has many supporters among taxi drivers. It was unclear what happened to the man.

With nearly daily protests taking place in Bangkok for the past six months, many Thais have grown frustrated.

The print news media, which has been generally critical of the government and supportive of the protests, has recently run articles skeptical of the daily street demonstrations.

One columnist in the Nation newspaper on Tuesday called the protests a “never-ending saga that is futile and a drain on society.”

But the People’s Alliance for Democracy, the group leading the movement to unseat the government, still has a loyal following. The latest spate of protests began in April, but became more serious in August, when the alliance took over the prime minister’s office compound, forcing the previous prime minister to operate out of the VIP terminal of Don Muang Airport, the capital’s older airfield, which is now used exclusively for domestic flights.

On Monday, protesters blocked access to the offices at Don Muang.

“You don’t have to doubt what we will do next,” Somsak Kosaisuk, a protest leader, said Tuesday from a temporary stage set up at Don Muang airport. “First, we will not let the Cabinet use this place for their meetings anymore. Second, wherever they go for their meetings, we have our special troops that will follow them.”

A Cabinet meeting had been planned for Wednesday, but government officials said it might be pushed back.

The prime minister was scheduled to return late Wednesday from a trip to Peru, where he attended a summit meeting of Asian and Pacific leaders.

As the Thai economy slows down as the global financial crisis causes ripples here, and as the stalemate between the government and the protesters deepens, many Thais are hoping for a resolution.

“How is it going to end?” said Bharavee Boonsongsap, a 34-year-old producer for MTV Thailand. “I keep asking people but they have no answer.”

“Thais are fighting Thais,” Bharavee said. “People have become aggressive, and even children have been taught to hate the opposite side.”

Janesara Fugal contributed reporting.

logo_home2
Published: November 26, 2008 Thai protesters shut down airport
http://www.iht.com/articles/2008/11/26/asia/27THAI.php


Printer-Friendly Thai protesters shut down airport



Airport strike is normal in England why not in Thailand


11 months ago: Crowds of passengers are pictured in the Check In area of the South terminal at Gatwick Airport, in Sussex, in southern England, 10 August 2006. Workers at seven British airports including London’s Heathrow voted Friday 21 December 2007, to stage a series of strikes in January 2008 over pensions in a move which could cause severe disruption. The staff including firefighters will stage 24-hour stoppages on January 7 and January 14 and will strike for 48 hours from January 17.

airportstike_london


Airport strike is normal in France why not in Thailand


11 months ago: Travellers wait at Orly Airport as a strike by Air France ground crew over pay issues grounded passengers for the third day, near Paris December 22, 2007.

11 months ago- Travellers wait at Orly Airport

11 months ago- Travellers wait at Orly Airport

11 months ago: Passengers wait for informations in Terminal 2 at Orly airport, outside Paris, 21 December 2007 as some 44 percent of Air France flights were cancelled due to a strike by AF ground staff upon calll of two unions CGT and Sud Aerien. Dozens of flights were delayed and others cancelled, which brought serious inconvenience for Xmas holiday makers.

Passengers wait for informations in Terminal 2 at Orly airport, outside Paris, 21 December 2007

Passengers wait for informations in Terminal 2 at Orly airport, outside Paris, 21 December 2007

11 months ago: People line up at check-in counters at Orly Airport as a strike by Air France ground crew over pay issues grounded passengers for the third day, near Paris December 22, 2007

Orly Airport as a strike by Air France ground crew over pay issues grounded passengers for the third day

Orly Airport as a strike by Air France ground crew over pay issues grounded passengers for the third day


Airport strike is normal in Italy why not in Thailand

1 week ago: Alitalia jets are seen in the background at Milan’s Linate airport, Italy, Wednesday, Nov. 12, 2008. Alitalia canceled dozens of flights for a third straight day Wednesday because of labor unrest leaving customers in Italy scrambling for alternative flights or facing long delays. The ailing airline predicted some 50 flights would be canceled as it continued to feel the effect of a wildcat strike on Monday and a work-to-rule protest by pilots over the last few days.

Alitalia jets are seen in the background at Milan's Linate airport, Italy, Wednesday, Nov. 12, 2008.

1 week ago: Alitalia jets are seen in the background at Milan's Linate airport, Italy, Wednesday, Nov. 12, 2008.

2 months ago: Alitalia’s air hostesses and employees demonstrate during a strike at Fiumicino airport near Rome on September 17, 2008. Alitalia cancelled 40 flights — half of them international — because of a four-hour strike by a minority union opposed to a rescue deal and Italy’s government summoned all nine unions from Alitalia, as the labour minister said negotiations on a deal to save the flag carrier had reached an end.

Alitalia's air hostesses and employees demonstrate during a strike at Fiumicino airport near Rome on September 17, 2008

2 months ago: Alitalia's air hostesses and employees demonstrate during a strike at Fiumicino airport near Rome on September 17, 2008

2 months ago: Alitalia’s employees demonstrate during a strike at Fiumicino airport near Rome on September 17, 2008. Alitalia cancelled 40 flights — half of them international — because of a four-hour strike by a minority union opposed to a rescue deal and Italy’s government summoned all nine unions from Alitalia, as the labour minister said negotiations on a deal to save the flag carrier had reached an end.

September 17, 2008. Alitalia cancelled 40 flights -- half of them international

September 17, 2008. Alitalia cancelled 40 flights -- half of them international

7 months ago: Employees of Atitech, a company responsible for the maintenance of Alitalia planes, demonstrate against planned layoffs in the Air France-KLM proposal to takeover the ailing Italian airline, at Naples’ Capodichino airport, southern Italy, Wednesday, April 2, 2008. Alitalia’s strike-prone unions were meeting Wednesday with the Air France-KLM chairman who is seeking their agreement to keep alive a deal to buy the struggling national carrier.

Air France-KLM proposal to takeover the ailing Italian airline, at Naples' Capodichino airport, southern Italy, Wednesday, April 2, 2008.

Air France-KLM proposal to takeover the ailing Italian airline, at Naples' Capodichino airport, southern Italy, Wednesday, April 2, 2008.

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ http://www.daylife.com
airport strike england
http://www.daylife.com/photo/07CT08v1k9eNw


พิมพ์ ข่าวนี้ airport strike england


พิมพ์ ข่าวนี้ airport strike france


พิมพ์ ข่าวนี้ airport strike italy

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

October 1, 2008

เปลวสีเงิน – อะไรคือ “ใหม่” เพื่อศตวรรษไทย?


1 ตุลาคม 2551
กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

เปลวสีเงิน – อะไรคือ “ใหม่” เพื่อศตวรรษไทย?
เมื่อพระอาทิตย์ขึ้น ทางทิศตะวันออก


ภาวะเศรษฐกิจ และ การเมืองโลก รวมทั้งประเทศไทย ซึ่งก็เป็น “ส่วนหนึ่ง” ของโลก ตอนนี้เหมือน เครื่องบินเจอมรสุม กลางฟ้า แถม เครื่องยนต์ ก็ขัดข้อง กำลังอยู่ระหว่าง การนำเครื่อง ลงฉุกเฉิน


ทุกคน ต้องรัดเข็มขัด และ สวดมนต์ ตามศาสนาใคร – ศาสนามัน รอด หรือ ไม่รอด ฝากไว้กับ ฝีมือกัปตัน และ ดวงของแต่ละคน ก็แล้วกัน!


ถามว่า “ควรตื่นเต้น-ตกใจมั้ย?” คำตอบก็คือ ใครตื่นเต้น – ตกใจก่อน ก็ตายก่อน ใครมีสติควบคุมปัญหา และแก้ปัญหา ไปตามอาการ คนนั้น จะยืนอยู่ เหนือปัญหา และ มีชีวิตอยู่ได้ ตามเหตุปัจจัย


สถาบันการเงิน สหรัฐล้ม ตอนนี้ก็ลามสู่ ยุโรป สู่กลุ่มประเทศ จี-๘ สู่ เอเชีย และ สุดท้ายพิษ ก็จะแพร่กระจายไปทั่ว ทุกประเทศในโลก มาก-น้อย ขึ้นอยู่กับ ความเกี่ยวเนื่อง สัมพันธ์

ประเทศไหน หรือ ธุรกิจที่เข้าไปเกี่ยวข้อง โดยตรงกับ สถาบันการเงิน อันเป็น “ศูนย์กลาง” ของระบบ ที่ล้มละลาย ก็ต้องรับ ผลกระทบ แรงหน่อย ส่วนประเทศไหน หรือธุรกิจไหน ที่ไม่มีวงจรสัมพันธ์ โดยตรง ก็คงรับผล แค่แรงกระเพื่อม เท่านั้น

และที่สุดแล้ว รัฐสภาสหรัฐ ก็ไม่อนุมัติจ่าย ตามที่รัฐบาลร้องขอ แต่ถึงจะจ่ายไป ก็เพื่อ ดองของเสีย ไม่ใช่จ่าย เพื่อสร้างของดีใหม่ๆ ให้งอกเงย ฉะนั้น ๗๐๐,๐๐๐ ล้านดอลลาร์ ที่สหรัฐคิดจะตั้ง เป็นกองทุนฟื้นฟูนั้น

ไม่มีผล ต่อยอดให้ เศรษฐกิจสหรัฐ – เศรษฐกิจโลก ฟื้น หรือแตกตาใหม่ หรอกครับ อีก ๒ ปี จะเข้าสู่ภาวะปกติ หรือไม่ ถ้าสหรัฐ ยังมุ่งมั่นใช้ระบบ “ทุนเสรี” ขยายจักรวรรดินิยมทุนครอบงำโลก อย่างเดิม

ไม่ฟื้นครับ!


เพราะ โลกเปลี่ยนข้างแล้ว จากพระอาทิตย์ขึ้นทาง ซีกตะวันตก ในศตวรรษใหม่นี้ พระอาทิตย์จะมาขึ้น ทาง “ซีกตะวันออก” แล้วครับ!

บางท่านอาจสงสัย แค่แบงก์ แค่วาณิชธนกิจสหรัฐล้ม แล้วทำไมเศรษฐกิจทั้งโลกต้องล้มด้วย ก็เพราะสหรัฐ-ยุโรปคือ “รากแก้ว” ของเศรษฐกิจโลกน่ะซี เมื่อรากแก้วขาด พวกรากยึด รากเลี้ยง รากเสบียง มันจะทำหน้าที่ต่อได้ไง?

เหมือนสึนามิแหละครับ ตอนเกิดในทะเล เรายังไม่รู้สึกอะไร จนกว่าผ่านไปตามระยะเวลา-ระยะสถานที่ผ่านถึง ถึงไหน “กวาดเรียบ” ถึงนั่น ใครตั้งตัวทัน-ก็รอด ประมาท ขาดสติ ก็จะถูกกวาดจุล-วิจุณ

เงินจะตึงตัวทั้งโลก ธุรกิจการค้าจะหดตัว เพราะพวกสถาบันการเงินอันเป็นตัวสร้างสภาพคล่องในระบบ ล้มตามบ้าง ที่ไม่ล้ม ก็ปล่อยเงินกู้เข้มงวดบ้าง ไม่ปล่อยบ้าง

เมื่อสภาพคล่องไม่มี คนที่ทำธุรกิจที่ต้องพึ่งเงินกู้ตามวงจรก็สะดุด เมื่อหัวขบวนอันเป็นตัวนำสะดุด ตัวตามทั้งหลาย ก็จะหัวคะมำตามกันไป ตามฐานานุรูป ภาคการผลิต-การอุตสาหกรรม การค้า การลงทุน ตั้งแต่ใหญ่ยันร้านแซะขนมครก ก็จะก้นกระดกล้มตามเศรษฐกิจโลกตามลำดับ สะเทือนไปถึงภาค “การจ้างงาน” ละทีนี้!

คนจะเตะฝุ่นกันเต็มถนน เมื่อคนไม่มีงาน ไม่มีเงิน นั่นหมายความว่า “กลุ่มผู้บริโภค” ไม่มีกำลังผลักเครื่องจักรอันเป็นกงล้อ “เศรษฐกิจทุน” ทั้งระบบ ให้หมุนได้ตามรอบ

ระบบทุนเสรี ระบบกระตุ้นภารบริโภคเกินตัว-เกินความจำเป็น มันจะเหมือนโดมิโน ล้มแล้วก็จะไล่ล้มทับกันไปจนถึงตัวสุดท้าย!

แต่ไทยเรานี่ ว่าจะแปลกก็แปลก เป็นตลาดทุนเสรี แต่มีความเป็นเอกลักษณ์ “เศรษฐกิจทุนไทย” ผิดกว่าประเทศเศรษฐกิจบริวารตะวันตกอื่นๆ ความที่ประเทศไทยเป็นนักเลงประเภท “แทกกั๊ก” นี่แหละ เลยทำให้เข้าตำรา

กั๊กๆ เหม็งๆ เป็นนักเลงได้นาน เต็งๆ โต๊ดๆ เดี๋ยวก็หมดตูด!

เพราะไทยมีเศรษฐกิจแบบ “สินค้าสำรับ” คือในสำรับหนึ่งมีอาหารหลายอย่าง ผิดกับประเทศอื่นที่เป็นแบบ “สินค้าจานเดียว” ฉะนั้น เมื่อมีปัญหาให้จานหก ก็จะอดไปทั้งหมด

ของไทย ถึงหกทั้งสำรับ ก็ยังเก็บบางชนิดกินได้ ที่เป็นแกง-เป็นน้ำ ก็หกไป แต่ที่เป็นทอด เป็นปิ้ง เป็นย่าง ยังเก็บกินได้ นั่นคือที่เป็นอุตสาหกรรมประเภทข้าวของ วัตถุเครื่องใช้ส่งออก อาจมีปัญหา

แต่อุตสาหกรรมเกษตร เกษตรแปรรูป ยิ่งประเภทอาหารด้วยแล้ว ตราบใดที่มนุษย์ยังต้องกิน-ต้องใช้ ตราบนั้นสินค้าของไทยไม่ต้องง้อ มีแต่เขาจะมาง้อ!

เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกอย่างนี้ ไทยจะพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส “สร้างชาติไทย” ได้อย่างไร อยู่ที่ผู้นำแหละครับ ในนาทีนี้ก็จะเป็น “นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์” ในฐานะนายกรัฐมนตรี

แต่เมื่อดูทั้งตัวผู้นำ และผู้ตามคณะคือ “รัฐมนตรี” ปัจจุบันนี้แล้ว ภาพที่สะท้อนวิสัยทัศน์ ดูจะให้ความหวังกับสังคมชาติได้ไม่มากนัก!
แต่ไทยเรากำลังมี “จังหวะ” ดีครับ คือจังหวะที่ประชาชนกำลังตื่นตัว และแสวงหา “การเมืองใหม่” หันหลังให้ “การเมืองเก่า” ที่ไม่สามารถใช้ตอบสนองการพัฒนาสังคมชาติได้

ทุกคนกำลังคิดสูตร เสนอสูตร “การเมืองใหม่” กระทั่งรัฐบาลได้ข้อสรุปว่า จะเปิดให้มี ส.ส.ร.๓ คือตั้ง “สภาร่างรัฐธรรมนูญ” โดยครั้งแรกจะแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ เพื่อเปิดโอกาสให้ ส.ส.ร.เกิดได้ตามวิถีทางรัฐธรรมนูญบัญญัติ อย่างที่นายบรรหาร ศิลปอาชา ทำมาแล้วตอนร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับ ๒๕๔๐

รัฐธรรมนูญ คือกฎหมายแม่บทสูงสุดของประเทศ แต่ก่อนจะปลุกเสกตัวกฎหมายให้มีชีวิต ผมว่าควรวางเป้าหมายอันเป็น “ทิศทางประเทศ” ที่จะพาชาติมุ่งหน้าไปสู่ให้ชัดเจนก่อนไม่ดีหรือ?

จะได้เขียนรัฐธรรมนูญได้สอดคล้อง ขับเคลื่อนไปสู่ได้ตรงเป้า!

หุ้น-น้ำมัน-ทอง-กระดาษตราสาร อันเป็นสัญลักษณ์ระบบทุน สนองความละโมบ ถึงจุดอิ่มตัว และกินตัวมันเองแล้ว

ก็ถึงยุค พืชไร่-ข้าว-ปลา-อาหาร อันเป็นสัญลักษณ์ระบบเศรษฐกิจเกษตร สนองตอบความพอเพียง จะเป็นระบบที่งอกเงย และงอกงามตามแสงตะวันใหม่ เพราะมนุษย์ต่างแสวงหาสุข

เมื่อพบว่า “ระบบทุน” ให้สุขแท้จริงไม่ได้ ก็จะบ่ายหน้ามาสู่ “สุขใหม่” ในระบบเศรษฐกิจพอเพียง

ความคิดที่เป็นข้อเสนอควรทำในยุคนี้ฝากไว้ ๓ อย่าง คือ


๑.ต้องรื้อทิ้งระบบการศึกษาไทยฐานรากทั้งหมด แล้วปฏิรูปใหม่

๒.ควรเชิญประเทศเพื่อนบ้าน จีน-ลาว-พม่า-เวียดนาม-กัมพูชา-มาเลเซีย ประชุมร่วมเพื่อ “เขียนประวัติศาสตร์” ในส่วนสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน แต่อดีตที่ยังคลาดเคลื่อนให้สอดคล้องต้องกัน และใช้เป็น “แบบเรียนประวัติศาสตร์” ในแต่ละชาตินั้น

๓.ควรจริงจังนำทฤษฎี “เศรษฐกิจพอเพียง” มาปรับใช้ เป็นทิศทางในนโยบายบริหารประเทศ และ

๔.ควรประกาศให้ “ภาคอีสาน” เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ “เศรษฐกิจพอเพียง”

สรุป ทิศทางที่ต้องไปคือ “เศรษฐกิจพอเพียง” ฉะนั้น ทุกแกนของการปฏิรูป ต้องพุ่งไปสู่ระบบ เศรษฐกิจพอเพียง และ อนาคตข้างหน้า ในภูมิภาคนี้ ใครจะอยู่โดดเดี่ยวเป็น ประเทศเดี่ยว ไม่ได้แล้ว


ต่างต้องพึ่งพาด้วยการรวม “หินแต่ละก้อน” มาเป็นเสาคอนกรีตของกลุ่มภูมิภาคนี้ เหมือนอิเล็กตรอนมีประสิทธิภาพได้ เพราะข้างในประกอบด้วยโปรตอนอันเป็นเม็ดเล็กๆ ที่เรียกว่าอนุภาควิ่งวนอัดแน่นอยู่

เอาที่ต่างคน-ต่างมี แต่ในความมีนั้น ต่างคน-ต่างขาด เอามารวมให้ “มีร่วมกัน” ทำได้อย่างนี้แล้ว ตลาดกลุ่มภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ผนวกด้วยมาเลเซีย จะเป็นตลาดใหญ่ของกลุ่มคนมีเงินเหลือใช้ในตะวันตก-ตะวันออก แต่ไม่มีที่ไป อย่างนี้จะดีกว่า

“เล็กแล้วแยกย่อยกันอยู่”

ระบบการศึกษาขณะนี้ ไม่ได้ตอบสนองโจทย์ชีวิต โจทย์สังคม ที่เป็นจริง เรียนเพื่อรู้ ไม่มีประโยชน์ ต้องเรียนเพื่อใช้ เรียนเพื่อให้เข้าใจโลกและชีวิต ฉะนั้น รื้อแล้วปฏิรูปไปสู่ฐานใหม่

“เศรษฐกิจพอเพียง” เลี้ยงตัวด้วยตัวเองได้ และเลี้ยงโลกในสิ่งเหลือจากเลี้ยงตัวอีกต่อหนึ่งตะหาก!

พื้นที่อีสาน และพี่น้องอีสานนั้น ที่อยู่รอด อยู่ดี-มีสุขส่วนใหญ่ขณะนี้ ล้วนดำเนินตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียงเกือบทั้งนั้น ในภาคพื้นบ้าน และภาคเอกชนรวมกลุ่ม เขาพบความสำเร็จ “เป็นต้นแบบ” ส่วนหนึ่งแล้ว

เพื่อให้เห็นศักยภาพ และเข้าใจ-เข้าถึงทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงว่า จริงๆ แล้วเป็นอย่างไร ไม่ใช่พอเพียงคือ พอใจแค่ทำกิน-มีกินไปวันๆ ไม่อดตายแล้วนอน แต่แท้จริงแล้ว เศรษฐกิจพอเพียงขยายให้เป็นธุรกิจหมื่นล้าน-แสนล้านได้

พอเพียงจนรวย จึงเป็นรวยอย่างพอเพียง คือรวยอย่างมีคุณธรรมค้ำจุนโลก ลองไม่โลภเสียอย่าง โลกก็ไม่ล่ม!

ประกาศ แล้วทำให้อีสานเป็น “เขตเศรษฐกิจพอเพียง” ไปเลย ๕ ปีเท่านั้น รับรอง..เห็นหน้า-เห็นหลัง โดยไม่ต้องตำน้ำพริกละลายแม่น้ำด้วยโครงการ “รดน้ำรากหญ้า” ประชานิยม

เห็นผลจากอีสานแล้ว ก็ไม่ต้องกลัวว่าระบบ “เศรษฐกิจพอเพียง” จะไม่ฮิตไปทั่วประเทศ ทั้งเหนือ ทั้งใต้ ทั้งออก ทั้งตก นำไปใช้ เศรษฐกิจใหม่ จะพาให้ไทยสู่มิติใหม่ พร้อม “การเมืองใหม่”

ประเทศไทย ถ้าไม่พัฒนาเยาวชนให้เป็น “รากใหม่” ของประเทศ และถ้าไม่พัฒนาอีสานด้วยเศรษฐกิจพอเพียงให้เป็น “รากหลัก” ขับเคลื่อนประเทศ

ประเทศไทยก็ “ยาก” ที่จะขยับเคลื่อนสู่ ศตวรรษใหม่ บนความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ซึ่งมีความหมายชี้ทาง “ไพศาลไทย” ซึ่งจะเห็นภายในเวลา เศษ ๑ ส่วน ๔ ของรอบ ๑๐๐ ปี และนี่จะเป็นการเมืองใหม่ ที่ “สมใจ” ทุกคน

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ 01 ตุลาคม 2551
http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&iDate=1/Oct/2551&news_id=164677&cat_id=200


พิมพ์ ข่าวนี้ บทความนี้ อะไรคือ”ใหม่”เพื่อศตวรรษไทย?


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

June 5, 2008

Russia President Visits Germany – ดีมิตรี เมดเวเดฟ ประธานาธิบดีคนใหม่ของรัสเซียเยือนเยอรมนี

ประธานาธิปดี ดีมิตรี เมดเวเดฟ (Russian President Dmitry Medvedev) ผู้นำคนใหม่ของรัสเซียเดินทางเยือนเยอรมนีวันนี้ ซึ่งเป็นการเยือน ประเทศตะวันตก ครั้งแรกของตน ตั้งแต่สาบานตน เข้ารับตำแหน่ง เมื่อเดือนที่แล้ว

นายเมดเวเดฟ จะสนทนาหารือ กับ นางอังเกลา แมคร์เคิล นายกรัฐมนตรี (Angela Merkel Bundeskranzlerin) ของเยอรมนี เกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจและพลังงาน และ ยังจะมีการหยิบยกปัญหาระหว่างประเทศต่างๆ ขึ้นหารือด้วย

รวมทั้งการประกาศเอกราชของโคโซโว ซึ่งในสมัยของอดีตประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน รัสเซียไม่เห็นด้วยกับ ท่าทีของชาติตะวันตก ที่สนับสนุน การแยกดินแดนออกจาก เซอร์เบีย ประกาศเอกราชของโคโซโว และ การหารือระหว่างผู้นำทั้งสอง ยังจะครอบคลุมถึง แผนของสหรัฐ ที่จะติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธ ในยุโรป ด้วย

merkel welcomes medvedev

German Chancellor Angela Merkel (R) welcomes Russian President Dmitry Medvedev at the chancellory in Berlin, Germany, 05 June 2008. Russia’s new president visits Germany for the first time. EPA/PEER GRIMM

merkel_medvedev

German Chancellor Angela Merkel (R) and Russian President Dmitry Medvedev (L) give a joint press conference at the Chancellery in Berlin, Germany, 05 June 2008. Russia’s new President is on visit to Germany for the first time.
Photo: EPA/SOEREN STACHE

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ – Monsters and Critics.com, WotR Ltd.


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

June 4, 2008

ชายชาวอเมริกันยอมรับว่าวางแผนลอบวางระเบิดในสหรัฐกับยุโรป

เจ้าหน้าที่ของสหรัฐรายงานว่า นายคริสโตเฟอร์ พอล ชาวรัฐโอไฮโอยอมรับว่ากระทำความผิดเมื่อวานนี้ด้วยการช่วยฝึกสมาชิกของเครือ ข่ายอัลกออิดะห์ลอบวางระเบิดในยุโรป และในสหรัฐ เป้าหมายการโจมตีต่างๆ รวมถึงสถานที่ตากอากาศของนักท่องเที่ยวชาวยุโรปที่มักจะมีชาวอเมริกันรวม อยู่ด้วย ตลอดจนฐานทัพของสหรัฐ สถานทูตและสถานกงสุล ในยุโรป นายพอลได้เข้าร่วมกับเครือข่ายอัลกออิดะห์ในช่วงทศวรรษ 1990 ในอัฟกานิสถานกับบอสเนีย หลังจากที่ถูกจับตัวได้เมื่อเดือนเมษายนปี 2540 ในข้อหาให้การสนับสนุนด้านวัตถุแก่กลุ่มก่อการร้าย

May 17, 2008

ผู้นำเวเนซูเอลาขอโทษนายกรัฐมนตรีเยอรมนี

ประธานาธิบดีฮิวโก้ ชาเวซ ผู้นำเวเนซูเอลาได้ขอโทษและจับมือกับนางอังเกล่า เมร์เคล นายกรัฐมนตรีเยอรมนีเมื่อวานนี้หลังจากเขาได้กล่าวหานางเมร์เคลว่าเป็นทายาท ทางการเมืองของอดอฟ ฮิตเลอร์ อดีตผู้นำเผด็จการของเยอรมนี นายชาเวซ กล่าวในการประชุมสุดยอดผู้นำยุโรปและลาตินอเมริกาที่กรุงลิมา เมืองหลวงของเปรูว่า เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อต่อสู้แต่ยินดีที่จะขอโทษนายกรัฐมนตรีเยอรมนี ขณะที่นางเมร์เคลก็ยอมรับการขอโทษด้วยอัธยาศัยไมตรีที่ดีพร้อมทั้งจับมือและ ยิ้มให้กับผู้นำเวเนซูเอลา ทั้งนี้ นายชาเวซ ใช้ถ้อยคำหมิ่นประมาทบรรดาผู้นำประเทศต่างๆที่มีหัวอนุรักษ์นิยมเป็นประจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิ้ลยู.บุช ผู้นำสหรัฐ ซึ่งนายชาเวซ ตั้งฉายาว่าเป็น ปีศาจ

May 4, 2008

อับกาเซีย ทำลายเครื่องบินสอดแนมของ จอร์เจียได้อีก 1 ลำ

สาธารณรัฐอับกาเซีย ที่ประกาศแยกตัว ออกจาก จอร์เจียยืนยันว่า


สามารถทำลาย เครื่องบินสอดแนมไร้นักบินของจอร์เจียได้อีก 1 ลำในวันนี้


ในขณะที่ทางการ จอร์เจียได้ออกมาปฎิเสธข่าวนี้ อย่างสิ้นเชิง โดยชี้แจงว่าไม่ได้มีการส่งเครื่องบินดังกล่าวออกทำการบินในวันนี้


หลังเกิด เหตุการณ์ทำนองเดียวกัน เมื่อ 2 สัปดาห์ ก่อน ซึ่งทำให้เกิดความตึงเครียดสูงใน ภูมิภาคนี้ สำนักข่าวไออาร์เอ. โนโวสตี้ ของ รัสเซียรายงานโดยอ้างถ้อยแถลงของ


นายเมรับ คิชมาริยา รัฐมนตรีกลาโหมอับกาเซีย ว่า กองกำลังต่อต้านอากาศยาน ของอับกาเซีย ยิงเครื่องบินสอดแนมไร้นักบิน ของ จอร์เจีย ตกในเขต โอคามเชียร์สกี้ ทางตอนใต้ของ อับกาเซีย

ข้อมูลเพิ่มเติม
จอร์เจียกล่าวหารัสเซีย ยิงเครื่องบินสอดแนมแบบไร้นักบินของตน

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

April 24, 2008

สหภาพยุโรป เตรียมขยายเวลาคว่ำบาตร พม่า ต่ออีก 12 เดือน

european parliament strasbourg

สหภาพยุโรป หรือ อียู เตรียมขยายเวลา
คว่ำบาตร ทางการเมือง และเศรษฐกิจต่อ
รัฐบาลพม่าต่อไปอีก 12 เดือน


ถ้อยแถลงของ รัฐมนตรีต่างประเทศสโลวีเนีย ต่อที่ประชุมรัฐสภา สหภาพยุโรป หรือ อียู (European Union — EU) ที่เมือง สตราสบูร์ก (Strasbourg) ของ ประเทศฝรั่งเศส เรียกร้องให้ ประเทศสมาชิกอียู ลงมติให้ขยายเวลาการคว่ำบาตรทางการเมือง และ เศรษฐกิจ ต่อ พม่าต่อไปอีก 12 เดือน โดยการประชุมดังกล่าวจะมีขึ้นที่ ประเทศ ลักเซมเบิร์ก (ราชรัฐลักเซมเบิร์ก The Grand Duchy of Luxembourg) ในวันจันทร์หน้า เขาให้เหตุผลว่า


ประเทศพม่า ยังคง ไม่มีการเปลี่ยนแปลงทาง การเมือง และ สิทธิมนุษยชน ชาติสมาชิกอียู ยังเรียกร้องให้พม่า เร่งปล่อยตัวนักโทษการเมือง ยุติการกระทำที่ละเมิดต่อ สิทธิมนุษยชน ตลอดจน เปลี่ยนแปลง การปกครองไปสู่ ระบอบประชาธิปไตย


ประเทศพม่า จะได้รับความช่วยเหลือจาก ประเทศสมาชิกอียู ในวงจำกัด หากมาตรการคว่ำบาตรดังกล่าว ได้รับการรับรอง จากที่ประชุม


มาตรการคว่ำบาตรของอียู ประกอบด้วยการ ห้ามนำเข้าสินค้าจา กพม่า การห้ามซื้อขายอาวุธ กับพม่า ตลอดจนการ ห้ามเจ้าหน้าที่พม่า เดินทางเข้าไปยังประเทศสมาชิก อียู


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

April 15, 2008

Berlusconi sweeps back to power – ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี หวนคืนตำแหน่งเป็นสมัยที่ 3

การนับคะแนนเลือกตั้งทั่วไปในอิตาลี
ยังคงดำเนินอยู่ในขณะนี้ แต่เป็นที่ชัดเจนตั้งแต่เมื่อเย็นวานนี้แล้วว่า
นายซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี


ผู้นำพรรคอนุรักษ์นิยมและ อดีตนายกรัฐมนตรี สามารถคว้าชัยชนะไปได้ ทำให้เขาได้หวนกลับคืนตำแหน่งอีกครั้งเป็นสมัยที่ 3 หลังเคยบริหารประเทศ 2 สมัยติดต่อกันเมื่อปี 2537

.


อย่างไรก็ตามนายแบร์ลุสโคนียอมรับว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแก้ไขปัญหา เศรษฐกิจที่ฝังรากลึก ขณะที่ นายวอลเตอร์ เวลโตรนี ผู้นำพรรคกลางซ้าย คู่แข่ง ได้ประกาศยอมแพ้ต่อนายแบร์ลุสโคนี แล้ว และคาดว่า นายแบร์ลุสโคนี จะเดินทางจากบ้านเกิดทางตอนเหนือของอิตาลี กลับไปยังกรุงโรม ในค่ำวันนี้ นายแบร์ลุสโคนี ให้สัมภาษณ์ทางสถานีโทรทัศน์ของอิตาลีผ่านทางโทรศัพท์ หลังรับทราบผลเลือกตั้งดังกล่าว ว่า หลายเดือนข้างหน้าจะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก และเขากำลังเตรียมรัฐบาลที่พร้อมจะปฏิบัติหน้าที่ในอีก 5 ปีข้างหน้า


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

.

Berlusconi sweeps back to power in Italy election..


ROME (Reuters) – Silvio Berlusconi has won his third Italian election with a bigger than expected swing to the centre right, but the media magnate said it would not be easy to solve deep economic problems.


Votes were still being counted on Tuesday, but with Berlusconi’s victory clear on Monday evening, centre-left leader Walter Veltroni called the 71-year-old to concede defeat.


After two years in opposition, Berlusconi is expected to return to Rome from his home in northern Italy later on Tuesday, although for procedural reasons he is unlikely to be appointed prime minister before early May.


Read this article from REUTERS

April 14, 2008

การเลือกตั้งทั่วไปของอิตาลีในวันแรกได้เสร็จสิ้นลงไปแล้ว


การเลือกตั้งทั่วไปวันแรกนาน 11 ชั่วโมงของอิตาลีได้เสร็จสิ้นลงไปแล้วเมื่อเวลา 22.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นวานนี้ หรือตรงกับเวลาประมาณ 03.00 น. ตามเวลาประเทศไทยที่ผ่านมา


โดยทางการอิตาลีระบุว่า มีผู้ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งร้อยละ 48.9 ซึ่งน้อยกว่าวันแรกของการเลือกตั้งเมื่อ 2 ปีก่อน ที่มีผู้ออกไปใช้สิทธิ์ร้อยละ 52.2 แม้จำนวนผู้ออกไปใช้สิทธิ์จะต่างกันเพียงเล็กน้อย แต่ก็มีการกล่าวหากันว่า เหตุที่ตัวเลขลดล งเป็นเพราะผู้คนเบื่อหน่ายการเมืองจากความล้มเหลวในการ บริหารประเทศของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ที่นำโดยนายกรัฐมนตรีโรมาโน โพรดิ และ


วันนี้ชาวอิตาลีจะไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งกันเป็นวันที่ 2 โดยหน่วยเลือกตั้งจะเปิดในเวลาเที่ยงวันตามเวลาประเทศไทย.


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

.

Next Page »

Create a free website or blog at WordPress.com.