Accom Thailand

May 19, 2009

4 นปช. รอดคุก! ปิดแยกดินแดง ป่วนเผาเมือง


“แก๊งทาสแม้ว” รอดคุก! ปิดแยกดินแดง ป่วนเผาเมือง

ฝีมือเสื้อแดง เผารถปรับอากาศ ก่อเหตุ ช่วงสงกรานต์

ฝีมือเสื้อแดง เผารถปรับอากาศ ก่อเหตุ ช่วงสงกรานต์


ศาลแขวงพระนครเหนือ พิพากษาคุก 6 เดือน ปรับ หมื่นบาท สี่ถ่อยแดง ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ชุมนุมปิดถนน สามเหลี่ยมดินแดง ช่วงสงกรานต์ รับสารภาพ ศาลลดโทษ กึ่งหนึ่ง เหลือคุก คนละ 3 เดือน ปรับ 5,000 บาท ไม่เคยต้องโทษอาญา มาก่อน ให้โอกาสกลับตัว เป็นคนดี สั่งรอ ลงอาญา คนละ 1 ปี


วันนี้ (19 พ.ค.) เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ห้องพิจารณา 27 ศาลแขวง พระนครเหนือ ถ.รัชดาภิเษก ศาลออกนั่งบัลลังก์ อ่านคำพิพากษา คดีที่ ว.5333/2552 พนักงานอัยการ ฝ่ายคดีศาลแขวง พระนครเหนือ นำตัว นายไพโรจน์ งามวิเศษ, นายทองสุข ดีสุย, นายโกสน ธีรธรรมพร และ นายจัน ควรมูล ผู้ร่วมชุมนุม กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตย แห่งชาติ (นปช.) ผู้ต้องหาที่ 1-4 ในความผิด ฐานกระทำการฝ่าฝืน พระราชกำหนด บริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาตรา 9 ที่ห้าม มิให้มีการชุมนุม หรือมั่วสุม กัน ณ ที่ใดๆ หรือ กระทำการใด อันเป็นการยุยง ให้เกิด ความไม่สงบเรียบร้อย และ ความผิดมั่วสุมกัน ตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อความวุ่นวาย เมื่อเจ้าหน้าที่ สั่งให้เลิกแล้วไม่เลิก ตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา 215 และ 216

คดีนี้ พนักงานอัยการฟ้องต่อ ศาลด้วยวาจา สรุปว่า เมื่อวันที่ 12 เม.ย.52 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศ สถานการณ์ฉุกเฉิ นร้ายแรง ในเขต กทม. และ ปริมณฑล โดยใช้อำนาจ ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มาตรา 9 ห้ามมิให้มั่วสุมกัน ตั้งแต่ 5 คน ขึ้นไป ร่วมชุมนุม และ ใช้กำลัง ประทุษร้าย

สภาพรถเมล์ ที่กลุ่มเสื้อแดงทำ เย้ยกฎหมาย ช่วงประกาศ พรก.ฉุกเฉิน

สภาพรถเมล์ ที่กลุ่มเสื้อแดงทำ เย้ยกฎหมาย ช่วงประกาศ พรก.ฉุกเฉิน


ต่อมาเมื่อวันที่ 13 เม.ย. เวลา 04.00 น. จำเลยกับ พวกเกินกว่า 10 คน ซึ่งยังหลับหนีอยู่ ได้ร่วมกัน ทำการชุมนุม และ ใช้กำลังประทุษร้าย โดยปิดถนน วิภาวดีรังสิต ขาเข้า และ ถนนดินแดง รวมทั้ง บริเวณแยก สามเหลี่ยมดินแดง แขวงดินแดง เขตพญาไท กทม. ซึ่งการชุมนุม มีวัตถุประสงค์ เพื่อก่อความวุ่นวายขึ้น ในบ้านเมือง และเพื่อ เปลี่ยนแปลงรัฐบาล โดย เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ได้เข้าห้ามปราม สั่งให้เลิกแล้ว แต่จำเลย กับพวก ไม่ยอมเลิก จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลพิเคราะห์ คำฟ้อง ประกอบ คำแถลงรับสารภาพแล้ว เห็นว่า จำเลยทั้งสี่ กระทำผิดตามฟ้อง พิพากษาให้ จำคุก จำเลย คนละ 6 เดือน และ ปรับคนละ 10,000 บาท แต่ จำเลย ให้การ รับสารภาพ มีเหตุ บรรเทาโทษ เห็นควร ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ให้จำคุกจำเลย คนละ 3 เดือน และ ปรับ 5,000 บาท ซึ่งจำเลยทั้งสี่ ไม่เคยได้รับโทษ จำคุก มาก่อน จึงเห็นสมควร ให้โอกาส กลับตัว เป็นคนดี โดยให้ รอการลงโทษไว้ มีกำหนด 1 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก เหตุการณ์ ก่อความไม่สงบ ของกลุ่มคนเสื้อแดง เมื่อช่วงสงกรานต์ ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน ได้ทำการสอบสวน สำนวนคดี ที่ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่ง คดีนี้เป็นหนึ่ง ในสำนวนคดี ที่พนักงานสอบสวน มีความเห็น สมควรสั่งฟ้อง

ขณะที่ คดีของ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ฉายา “แรมโบ้อีสาน” อดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคพลังประชาชน แกนนำ นปช. ในความผิดเดียวกัน อยู่ระหว่าง รอฟังคำสั่งคดีของ อัยการฝ่ายคดี ศาลแขวง 3 (ดุสิต) ซึ่ง นายสุภรณ์ ได้ยื่นหนังสือ ร้องขอความเป็นธรรม ต่ออัยการ โดยอัยการ นัดสั่งคดี 21 พ.ค.นี้


คลิกที่นี่ เพื่อชม รายการ “รอบวันทันเหตุการณ์” (56 K)
คลิกที่นี่ เพื่อชม รายการ “รอบวันทันเหตุการณ์” (256 K)
จาก manager multimedia

astv_mgr-200จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 19 พฤษภาคม 2552 12:03 น.

พิมพ์ ข่าวนี้ “แก๊งทาสแม้ว” รอดคุก! ปิดแยกดินแดงป่วนเผาเมือง
อ่านข่าว และ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ จากที่นี่ (ภาษาอังกฤษ)


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below
Advertisements

September 1, 2008

ทางด่วน รถเมล์ เริ่มใช้อัตราสุงขึ้น ค่าผ่านทาง และ ค่าโดยสาร ราคาใหม่


ผู้ว่าฯ ธปท. มีโอกาสได้เข้าเฝ้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
พระองค์ท่าน มีพระราชดำรัส ขอบใจ
ที่เหน็ดเหนื่อย เรื่องการเงิน ซึ่งเป็นงานหนัก และสามารถปฏิบัติงานด้านการเงิน เป็นที่ เรียบร้อย ไม่ให้ บ้านเมืองล่มจม แม้ตอนนี้ ใกล้ล่มจมแล้ว ซึ่งอาจเพราะใช้เงิน ไม่ระวัง



ขึ้นค่าทางด่วนวันแรก ส่งผล
รถติดขัด – เสียเวลาทอนเงิน


หลัง บริษัท ทางด่วนกรุงเทพฯ ได้ปรับขึ้นค่าทางด่วนอัตราใหม่ รถ 4 ล้อ จาก 40 บาท เป็น 45 บาท ส่งผลให้การจราจร ตั้งแต่ช่วงเช้า ที่บริเวณ หน้าด่าน ก่อนขึ้นทางด่วน ติดขัด


เนื่องจาก เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลา ในการทอนเงินมากขึ้น และผู้ใช้รถบางราย ก็ยังไม่ทราบว่า มีการปรับขึ้นราคา ในวันนี้ สำหรับ ผู้ที่ใช้บัตรทางด่วน ยังคงสามารถใช้ได้ ตามปกติ แต่ระบบ จะตัดจำนวนเงิน ในอัตราใหม่


ทั้งนี้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เริ่มใช้อัตรา ค่าผ่านทางราคาใหม่ หลังจากที่ คณะกรรมการควบคุม ขนส่งทางบกกลาง อนุมัติ
ทางด่วนขั้น 1 และ 2 รถยนต์ 4 ล้อ ปรับขึ้น 5 บาท จาก 40 เป็น 45 บาท
รถ 6-10 ล้อ เพิ่ม 10 บาท จาก 70 เป็น 80 บาท
ตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไป เก็บ 100 บาท จากเดิม 85 บาท


ส่วนรถร่วมบริการ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. ก็มีการปรับขึ้น ราคาค่าโดยสารอัตราใหม่เช่นกัน
ซึ่งรถโดยสารธรรมดาปรับจาก 8.50 บาท เป็น 10 บาท
รถโดยสารปรับอากาศขึ้น ระยะละ 1 บาท
รถสองแถวจาก 6.50 บาท เป็น 7.50 บาท
รถมินิบัสจาก 7 บาท เป็น 8 บาท


แต่ผู้ประกอบการยังไม่มีการปรับราคาหน้าตั๋วโดยสาร โดยอ้างว่าดำเนินการไม่ทัน

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของสำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ : วันที่ข่าว 01 กันยายน 2551 เลขที่ข่าว 255109010269
http://thainews.prd.go.th


พิมพ์ ข่าวนี้ ขึ้นค่าทางด่วนวันแรกส่งผลรถติดขัด – เสียเวลาทอนเงิน


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ประกาศหยุดกระบวนการผลิตระบบสาธารณูปโภค ในหน่วยงานภาครัฐ

Filed under: การเมืองภาคประชาชน,ข่าวการเมือง,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,คอร์รัปชั่น,คำพิพากษา,คำสั่งศาล,คุณธรรม,จริยธรรม,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ทุจริต,ธรรมาภิบาล,ระบบขนส่งมวลชน,ระบบสาธารณูปโภค,อารยะขัดขืน — accomthailand @ 16:23
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


ผู้ว่าฯ ธปท. มีโอกาสได้เข้าเฝ้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
พระองค์ท่าน มีพระราชดำรัส ขอบใจ
ที่เหน็ดเหนื่อย เรื่องการเงิน ซึ่งเป็นงานหนัก และสามารถปฏิบัติงานด้านการเงิน เป็นที่ เรียบร้อย ไม่ให้ บ้านเมืองล่มจม แม้ตอนนี้ ใกล้ล่มจมแล้ว ซึ่งอาจเพราะใช้เงิน ไม่ระวัง



สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ประกาศหยุด
กระบวนการผลิต ระบบสาธารณูปโภค ในหน่วยงานภาครัฐ


สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ออกแถลงการณ์ คำสุดท้ายประกาศหยุดงาน และ หยุดกระบวนการผลิต ทั้งระบบของ สาธารณูปโภค และ สาธารณูปการ ในหน่วยงานภาครัฐ ที่ใช้ความรุนแรง กับกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ เพื่อกดดันให้รัฐบาลลาออก และ ยุติ บทบาททางการเมือง


นายสาวิทย์ แก้วหวาน เลขาธิการ สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ หรือ สรส. ออกแถลงการณ์คำสุดท้าย ร่วมกับ สมาชิก สมาพันธ์แรงงาน รัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ 43 องค์กร มีความเห็นร่วมกัน อย่างเป็นเอกภาพ เพื่อยุติปัญหาที่


รัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช ได้เป็นผู้สร้างความเสียหาย ต่อ ระบอบการปกครองประชาธิปไตย โดยทั้งหมด ได้ประกาศหยุดงาน และ หยุดกระบวนการผลิต ทั้งระบบสาธารณูปโภค และ สาธารณูปการ สำหรับหน่วยงานภาครัฐ เช่น ระบบน้ำ ระบบไฟ ระบบการขนส่ง ในเวลา 09.00 น. ของ วันที่ 3 กันยายน รวมถึง จะมีการหยุดงานของ พนักงานรัฐวิสาหกิจ 2 แสนคน ทั่วประเทศ เพื่อกดดันให้ รัฐบาลลาออก และ ยุติบทบาท ทางการเมือง โดยสิ้นเชิง


อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า การปฏิบัติการในครั้งนี้ จะไม่ทำให้ประชาชน ส่วนใหญ่ ได้รับความเดือดร้อน


ด้าน นายบุญมา ป๋งมา รองประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. กล่าวยืนยันว่า ขสมก. จะปฏิบัติตามมติ ของ ที่ประชุมสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ หรือ สรส.


โดยในวันที่ 3 ก.ย.นี้ จะทำการหยุดเดินรถในส่วน ของ ขสมก.ที่มีอยู่ 3,800 คัน แต่จะปล่อยรถเมล์ ที่ให้บริการประชาชนฟรี 800 คัน บริการประชาชนตามปกติ เนื่องจากมีหัวใจหลักคือ ต้องการให้ กลุ่มผู้ชุมนุมมีรถเข้าไปชุมนุม


ขณะที่ ตัวแทนสหภาพ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศขู่ หากทำการบินให้ล่าช้า จากกำหนดการ 1-2 ชั่วโมง ก็จะส่งผลกระทบ ต่อการให้บริการ ไปทั่วโลก


ส่วนการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ ร.ฟ.ท. ที่นำร่อง หยุดให้บริการเดินรถก่อนหน้านี้ ยืนยันที่จะหยุด ให้บริการเดินรถต่อไป

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของสำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ : วันที่ข่าว 01 กันยายน 2551 เลขที่ข่าว 255109010241
http://thainews.prd.go.th


พิมพ์ ข่าวนี้ สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ประกาศหยุดกระบวน การผลิตระบบ สาธารณูปโภค ในหน่วยงานภาครัฐ


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

August 8, 2008

“ปลาไหล” ทิ้งบอมบ์ เช่ารถเมล์ 6 พันคัน ติดใจค่าเช่าอู่ – ค่าเช่ารถแพงมากไป


“ปลาไหล” ทิ้งบอมบ์ เช่ารถเมล์ 6 พันคัน ติดใจค่าเช่าอู่-รถแพง
Special Report ::
รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”

พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์

พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์


ที่ประชุม ครม. กลั่นกรองเช่ารถ 6 พัน ยังติดใจ ค่าเช่าอู่รถ – ค่าเช่ารถ แพงเกินจริง สั่งตั้งกรรมการชุดพิเศษ หาข้อมูลประกบ สภาพัฒน์ – ขสมก. ระบุกรณี อีสานพัฒนา ออกมาแฉ ถือเป็นเรื่องภายในพรรค ด้าน ชาติไทย ขย่มซ้ำ ค่าเช่าที่ดินอู่รถเอ็นจีวี แพงเกินจริง


วันนี้ (8 ส.ค.) พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีกลั่นกรอง คณะพิเศษ ครั้งที่ 2 ที่สำนักงาน คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และ สังคมแห่งชาติ (สศช.) เพื่อพิจารณา โครงการจัดหารถโดยสาร ที่ใช้ก๊าซเอ็นจีวี (NGV) ของ องค์การ ขนส่งมวลชน กรุงเทพ (ขสมก.) จำนวน 6,000 คัน


แถลง ภายหลังการประชุม ว่า วันนี้ ยังไม่ได้พิจารณาว่า จะเห็นด้วยกับ การเช่า หรือ ซื้อรถบางส่วน แต่ได้พิจารณา ผลการศึกษาของ สภาพัฒน์ และ ขสมก. เพียง 2 ประเด็น ที่ตั้งข้อสังเกตไว้ เมื่อการประชุมครั้งที่แล้ว 9 ประเด็น โดยมี รัฐมนตรีจาก พรรคชาติไทย และ พรรคพลังประชาชน ร่วมประชุม เท่านั้น โดย 2 ประเด็น ประกอบด้วย


1. การประมาณการ ระหว่าง การเช่า และ การจัดซื้อ ว่ารูปแบบใด จะคุ้มทุนกว่า เพื่อเชื่อมโยง ระบบตั๋วโดยสาร และ ระบบตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ กับ การเปลี่ยนเส้นทางใหม่ ว่าจะมีความสะดวก และ ปลอดภัย มากน้อยเพียงใด แต่ส่วนตัวเห็นด้วยกับ ข้อเสนอของ กระทรวงการคลัง ที่เสนอให้เช่ารถ เป็นล็อต แทนการเช่าทั้ง 6,000 คัน และ


2. ประเด็น จำนวน อู่รถเอ็นจีวี และ การวางท่อก๊าซเอ็นจีวี ของ ปตท. เพื่อให้มีปริมาณก๊าซ เพียงพอ กับจำนวนรถทั้งหมด ทั้งนี้ ที่ประชุมยังเน้นเรื่อง ของ การเดินรถ จำนวน 145 เส้นทาง เพื่อให้บริการครบวงจร ทั่ว กทม. และ ปริมณฑล แต่ จำนวนรถโดยสารนั้น ขสมก. จะกลับไปทบทวน จำนวน รถใหม่ ให้สอดคล้อง กับระยะเวลา การปล่อยรถ รวมทั้งการ เพิ่มจำนวนรถ จะต้องไม่มีปัญหาด้านการจราจร


“ยังติดใจหลายเรื่อง ทั้งเรื่องของ การเช่าที่ดิน ทำอู่รถเอ็นจีวี ที่ ขสมก. รายงานว่า จะต้องมีจำนวน 22 แห่ง แต่จำนวน ที่รายงานวันนี้ ก็ยังไม่มีครบ ขสมก. จะรับไปทำ ข้อมูลมาใหม่


ผมยังได้ให้ ทีมงานพิเศษ ลงพื้นที่ ศึกษาข้อมูล ทั้งเรื่องความคุ้มค่า ในการเช่ารถ แล เรื่องของอู่เอ็นจีวี ซึ่ง วันที่ 20 ส.ค. นี้ จะมีการประชุมอีกครั้ง จะได้รู้ว่า จุดคุ้มทุน ควรเป็นเท่าไร มูลค่าของโครงการ จะได้ลดลง และไม่เกินความจริง เพราะการเช่ารถ 6,000 คัน โดยใช้เงินกว่า 1.1 แสนล้าน มันมากเกินไป” พล.ต.สนั่นกล่าว


พล.ต.สนั่น ยังกล่าวถึงกรณีที่ นายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด แกนนำกลุ่มอีสานพัฒนา ออกมาแฉว่า ผู้ใกล้ชิด นายกรัฐมนตรี มีส่วนทุจริต กับโครงการนี้ว่า เป็นเรื่องของ พรรคพลังประชาชน หากจะมีการยื่น ป.ป.ช. ก็ไม่เกี่ยวกับเรา เราเพียง ต้องพิจารณาเรื่องนี้ ให้ดีที่สุด


รายงานข่าวแจ้งว่า การที่ พล.ต.สนั่น สั่งตั้ง ทีมงานพิเศษ ทำงานเรื่อง รถโดยสารเอ็นจีวี 6,000 คัน จะทำให้มี กรรมการถึง 3 ชุด ประกอบด้วย สภาพัฒน์ ขสมก.และ กรรมการชุดพิเศษนี้


นายอรรคพล สรสุชาติ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (พล.ต.สนั่น) กล่าวว่า จำนวน และปริมาณรถโดยสาร ที่ควรจะมีกี่คัน ยังเป็น ข้อถกเถียง จึงขอให้ ขสมก. และ สภาพัฒน์ ไปคำนวณ ถึงค่าเช่าว่าสมวครจะเป็นเท่าไร เมื่อได้จำนวนค่าเช่า ก็จะสามารถ ดูได้ถึง มูลค่าของ โครงการ เพื่อเสนอ ครม. ที่จะให้ความเห็นชอบได้ว่า ควรเป็นเท่าไร ซึ่งประธานฯ เห็นว่า หากจะให้ครอบคลุม จำนวนรถที่มีความจำเป็นจริง น้อยที่สุด ควรเป็นเท่าไร


ขณะที่ ราคาค่าเช่ารถ ที่ประชุม ได้ตั้งข้อสังเกต เรื่องของ จุดคุ้มทุน ของราคารถที่ ขสมก. มีการศึกษาไว้ที่ 5,100 บาทต่อวันต่อคัน โดยตั้งโจทย์ ไว้ว่า หากราคารถอยู่ที่ 5-6 ล้านบาท ค่าเช่าควรจะเป็นเท่าไร


โดยเฉพาะค่าดำเนินการ บางโมเดลที่ ขสมก. และ สภาพัฒน์ เสนอสูงเกินจริง จะสามารถที่จะ ปรับให้เป็นระดับปกติ ได้หรือไม่ และ หากค่ารถถูกลง ค่าใช้จ่าย ก็จะลดลงไปด้วย รวมทั้ง หากเป็นการเช่าจำนวนมาก โอกาสในการต่อรองราคารถ ก็อาจจะทำได้มากขึ้น


ขณะที่ ระบบอี-ทิกเก็ต (ตั๋วอิเล็กทรอนิกส์) หากสามารถลดประมาณการได้ ตามที่ ขสมก. ยอมรับว่า อาจจะมีการคาดเคลื่อน ในวันนี้ ราคา มูลค่าโครงการ ก็อาจจะเปลี่ยนไปใ นทิศทางที่ ลดลง ซึ่งประเด็นจุดคุ้มทุน ได้มีการตั้งข้อสังเกตว่า จำนวนผู้โดยสารจะเพิ่มเป็น 2 ล้านคนต่อวันได้ จริงหรือไม่ เพราะปัจจุบัน มีผู้โดยสารเพียง 7 แสนคนต่อวัน เท่านั้น


นอกจากนี้ ประเด็น การจัดหารอู่รถโดยสารเอ็นจีวี ตามรายงานของ ขสมก. ที่จะต้องมีจำนวนอู่ 22 แห่ง ในโครงการฯ โดยเป็นอู่ใหม่ 16 แห่ง (ผู้ประมูลจัดหาเอง) และ อู่ของขสมก. เอง 6 แห่ง


แต่จากรายงานทราบว่าอู่ ขสมก.6 แห่ง อาจจะไม่ได้รวมอยู่กับ โครงการ เพราะมีระยะห่าง จากการวางท่อก๊าซเอ็นจีวี ของ ปตท.มาก ซึ่งตนยังได้ ตั้งข้อสังเกต ประเด็นราคาที่ดิน ระยะเวลา 10 ปี ของการจัดสร้างอู่ จำนวน 6 แห่งใหม่ แต่บางแปลง กลับมีการประเมินสูงเกิน จากราคาประเมิน ของ กรมที่ดิน รวมกว่า 5,920 ล้านบาท ดังนั้น ขอให้ ขสมก.ไปศึกษา วงเงินประเมินการเช่าที่ดินใหม่

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 8 สิงหาคม 2551 15:36 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000093756


พิมพ์ ข่าวนี้ “ปลาไหล” ทิ้งบอมบ์เช่ารถเมล์ 6 พันคัน ติดใจค่าเช่าอู่-รถแพง


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 29, 2008

รถร่วมบริการ นัดหยุดให้บริการ ประท้วง กรณีไม่ให้ขึ้นค่าโดยสาร

รถร่วมบริการ นัดหยุดให้บริการประท้วงกรณีไม่ให้ขึ้นค่าโดยสาร โดยรวมตัวกันปิดถนนราชดำเนินนอก หน้ากระทรวงคมนาคม

ผู้ประกอบการรถร่วมบริการกว่า 500 คัน หยุดให้บริการในเช้าวันนี้ โดยนัดรวมตัวกันที่บริเวณด้านหน้ากระทรวงคมนาคม เพื่อมาประท้วงกรณีที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ หรือ ขสมก. และรัฐบาลไม่ยอมขึ้นค่าโดยสาร และแบกรับภาระค่าใช้จ่ายด้านของราคาน้ำมัน ที่บริเวณถนนราชดำเนินนอก

โดยได้ปิดเส้นทางจราจรบางส่วนตั้งแต่บริเวณสี่แยก จปร. จนถึงบริเวณสะพานผ่านฟ้า ทำให้การจราจรบริเวณโดยรอบถนนราชดำเนินติดขัดอย่างหนัก แต่เบื้องต้น พันตำรวจเอกวิบูลย์ยุทธ สันทัดเวช ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง ได้เข้ามาเคลียร์เส้นทางจราจร พร้อมทั้งเจรจากับ กลุ่มผู้ชุมนุมของกลุ่มผู้ให้บริการรถโดยสารเอกชน โดยระบุว่า

ทางผู้ประกอบการรถร่วมบริการ มีการยื่นข้อเสนอให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ช่วยแบกรับภาระค่าน้ำมัน พร้อมยกเว้น การเก็บค่าธรรมเนียมต่างๆ ของผู้ให้บริการรถร่วม

นอกจากนี้ ยังขอให้ทางบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จัดการปัญหา และแก้ไข การให้บริการของสถานีบริการก๊าซธรรมชาติ ให้เพียงพอกับความต้องการ ของผู้ใช้บริการ

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 28, 2008

รฟม. เตรียมพร้อมจัดประมูลก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน

รถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย เตรียมพร้อมจัดประมูลก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ – ท่าพระ และหัวลำโพง – บางแค ทันทีที่เจบิคให้เงินกู้กับกระทรวงคมนาคม โดยคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายใน 3 ปี

นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ – ท่าพระ และหัวลำโพง – บางแคแล้วเมื่อวานนี้ (27 พ.ค.51) กระทรวงคมนาคม

ก็จะประสานขอเงินกู้กับธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (เจบิค) ซึ่งใช้เวลาไม่มาก เนื่องจากมีการประสานงานร่วมกันมาโดยตลอด ส่วน รฟม. จะได้จัดเตรียมเอกสาร เพื่อให้สามารถประกวดราคาได้ทันทีที่เจบิคตกลง

ทั้งนี้ ยอมรับว่าในภาวะที่ต้นทุนสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน ส่งผลให้ราคาประมูลสูงขึ้นไปด้วย และหากไม่เร่งดำเนินการก็จะยิ่งมีราคาเพิ่มสูงขึ้น ส่วนเรื่องการเวนคืนบ้านเรือนราษฎรนั้น ในช่วงบางซื่อ – ท่าพระ ไม่ค่อยมีปัญหามากนัก เพราะส่วนใหญ่เป็นทางยกระดับ

แต่ช่วงหัวลำโพง – บางแค เป็นโครงสร้างใต้ดิน อาจต้องใช้พื้นที่มาก แต่จะพยายามใช้ให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็นและตามมาตรฐานความปลอดภัย สำหรับกรอบระยะเวลาในการก่อสร้างนั้น ในส่วนของทางยกระดับจะแล้วเสร็จประมาณ 3 ปี ส่วนโครงสร้างใต้ดินน่าจะแล้วเสร็จภายในเวลาประมาณ 5 ปี

สำหรับเส้นทางรถไฟฟ้าสายอื่นๆ นายประภัสร์ กล่าวว่า ในส่วนของเส้นทาง สายสีม่วง ตอนนี้ จัดประกวดราคาแล้ว และจะ เร่งเจรจาต่อรองราคากับเอกชนก่อนเสนอ คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ ภายในปีนี้ และเริ่มดำเนินการก่อสร้างปีหน้า

ส่วนสายสีเขียว สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้ออกแบบเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างตรวจรับแบบ จากนั้นจะเสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบก่อนจัดประกวดราคาต่อไป ทั้งนี้ เชื่อว่าการดำเนินโครงการขนาดใหญ่เหล่านี้ของไทย จะส่งผลให้เศรษฐกิจภาพรวมในประเทศดีขึ้น เพราะจะมีเงินหมุนเวียนในระบบหลายแสนล้านบาท


อ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จาก ลิ้งค์ สีแดง ข้างล่าง
ก.คมนาคม ร่วมกับ ก.คลังเจรจาเงินกู้หลัง ครม.มีมติอนุมัติก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน
เจบิค ยินดีให้การสนับสนุนด้านเงินทุนแก่ไทยในโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

รัฐบาล ต้องแบกรับ ภาวะขาดทุนแทน ขสมก.ไปก่อน หลังศาลปกครองสั่งระงับขึ้นค่าโดยสาร

รักษาการอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ระบุ รัฐบาลต้องแบกรับภาวะขาดทุนแทน ขสมก.ไปก่อน หลังศาลปกครองสั่งระงับขึ้นค่าโดยสาร พร้อมแนะปัญหาปริมาณและสถานีบริการก๊าซเอ็นจีวี ที่ไม่เพียงพอ เป็นปัญหาเร่งด่วนที่รัฐต้องเร่งแก้ไข

นายชัยรัตน์ สงวนชื่อ รักษาการอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ภายหลัง ศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ระงับการขึ้นค่ารถโดยสารรถ ขสมก.และรถร่วม มีผลตั้งแต่วันนี้ (28 พ.ค.) เป็นต้นไป จนกว่าคดีจะถึงที่สุด หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นนั้น

ทำให้ ขสมก.และรถร่วม ต้องกลับไปเก็บค่าโดยสารในอัตราเดิมไปก่อน ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ขสมก.ได้ขออนุมัติขึ้นค่าโดยสารมาตลอด เนื่องจากแบกรับภาวะขาดทุนไม่ไหว แต่ได้สั่งให้ตรึงไว้ก่อน เพราะจะมีผลกระทบต่อประชาชน

อย่างไรก็ตาม ก็เห็นใจทั้งสองฝ่าย โดยเรื่องนี้จะมีการนัดหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง เพื่อหาทางออกต่อไป อย่างไรก็ตาม หากประชาชนมีปัญหาเกี่ยวกับการให้บริการของ ขสมก.หรือรถร่วม เช่น เที่ยวรถขาดช่วง ไม่เพียงพอให้บริการ สามารถโทรแจ้งได้ที่หมายเลข 1584

นายชัยรัตน์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ปัญหาปริมาณและสถานีบริการก๊าซเอ็นจีวี ยังมีน้อย ไม่เพียงพอให้บริการ นับเป็นปัญหาใหญ่ปัญหาหนึ่ง ที่รัฐต้องเร่งแก้ไข และจากภาวะขาดทุนที่ ขสมก.ประสบอยู่ ทำให้รัฐบาลต้องเข้ามาช่วยแบกรับไปก่อน แต่ในไม่ช้า ปัญหานี้ก็ต้องส่งผลกระทบต่อประชาชนอยู่ดี โดยอาจเปลี่ยนรูปแบบ เช่น อาจมีการเพิ่มภาษีประชาชน เป็นต้น


อ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จาก ลิ้งค์ สีแดง ข้างล่าง
ศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ก.คมนาคม ร่วมกับ ก.คลังเจรจาเงินกู้หลัง ครม.มีมติอนุมัติก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน

กระทรวงคมนาคม จะเดินหน้าเปิดประมูล หาผู้รับเหมาก่อสร้าง พร้อมทั้งร่วมกับ กระทรวงการคลัง เจรจาเงินกู้ หลัง ครม.มีมติอนุมัติ ก่อสร้าง รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงมติ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี อนุมัติ ให้ก่อสร้าง โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพง-บางแค ว่า เป็นไปตามกรอบวงเงินการลงทุนเดิม ในวงเงิน 56,895 ล้านบาท

โดยแบ่งเป็นส่วนงานโยธา 48,821 ล้านบาท ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 5,900 ล้านบาท และค่าจ้างที่ปรึกษาโครงการ 2,174 ล้านบาท ซึ่งจากนี้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ รฟม. ต้องเตรียมการเปิดประมูล พร้อมกับเร่งเจรจาร่วมกับกระทรวงการคลัง เพื่อขอกู้เงินกับธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น หรือ เจบิค

สำหรับการขออนุมัติ ปรับขยายวงเงินลงทุน รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และ สีม่วง ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า คณะรัฐมนตรียังไม่ได้พิจารณา เนื่องจาก กระทรวงคมนาคม จะขอกลับไปทบทวนวงเงินรวม ทุกโครงการก่อสร้าง ที่อยู่ในความรับผิดชอบ

เพื่อปรับขยายกรอบเงินลงทุน โดยจะเน้นที่ โครงการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชน เป็นโครงการแรก ทั้งนี้เป็นเพราะราคาวัสดุก่อสร้าง ปรับตัวสูงขึ้น จนส่งผลให้ผู้รับเหมาบางส่วนเริ่มทิ้งงานแล้ว เนื่องจาก แบกรับภาระไม่ไหว

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ค่าเหล็ก มีราคาเพิ่มขึ้นร้อยละ 70-80 เนื่องจากราคาน้ำมันปรับตัวสูงอย่างต่อเนื่อง

สำหรับโครงการก่อสร้างรถไฟชานเมือง ช่วง บางซื่อ-ตลิ่งชัน ที่ไม่สามารถปรับขยายกรอบวงเงินได้ เพราะการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. ดำเนินการประมูลจนถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้วนั้น ยอมรับมีความกังวลเช่นกันว่า เอกชนที่ชนะการประมูล อาจแบกรับภาระค่าก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นไม่ไหว

ซึ่งจากการคำนวณเบื้องต้น ตามสถานการณ์ราคาวัสดุก่อสร้างแล้ว ณ ปัจจุบัน ค่าก่อสร้างสายสีแดง ดังกล่าว จะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1,000 ล้านบาท จึงต้องหารือร่วมกับ รฟท.อีกครั้งถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ ผู้จัดการออนไลน์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 27, 2008

ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ระงับการขึ้นค่ารถเมล์ และ รถร่วม ขสมก.ยกเว้น บขส. มีผลพรุ่งนี้

ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ระงับการขึ้นค่าโดยสารรถประจำทางของ ขสมก. และ รถร่วม ขสมก. ที่ให้บริการเส้นทางภายในกรุงเทพมหานคร ยกเว้นรถ บขส. ที่ให้บริการเส้นทางต่างจังหวัด มีผลพรุ่งนี้
นายบุญชัย รุ่งเรืองไพศาลสุข ประธานเครือข่าย คัดค้านการขึ้นค่าโดยสารรถสาธารณะ เปิดเผยว่า รู้สึกพอใจ ที่ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว

หลังจากที่เครือข่ายคัดค้านการขึ้นค่าโดยสารรถสาธารณะ ได้ยื่นคัดค้านการขึ้นค่าโดยสาร โดยให้ ระงับปรับขึ้นราคา ค่าโดยสารรถประจำทาง ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. และ รถร่วม ขสมก. ที่วิ่งเส้นทางภายใน กรุงเทพมหานคร โดยคำสั่งดังกล่าว มีผลตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (28 พ.ค.51) แต่ ไม่รวมรถ บขส.ที่วิ่งเส้นทางต่างจังหวัด เนื่องจากศาลปกครองกลาง เห็นว่าปั๊ม NGV ในต่างจังหวัด ยังมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ

ทั้งนี้หลังจากนี้ทางเครือข่ายฯ จะมีการหารือกันอีกครั้ง เพื่อกำหนดท่าที การขอให้คุ้มครอง รถโดยสาร ที่ใช้ NGV ต่อไป

ขณะที่ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าว ยอมรับคำตัดสินของศาล ในครั้งนี้ แต่เห็นว่าการคุ้มครองชั่วคราว ก็คือการคุ้มครองไว้ก่อน และ หากมีข้อมูลใดๆ เปลี่ยนแปลงหลังจากนี้ ก็จะนำเสนอให้ ศาลรับทราบต่อไป ตามความเหมาะสม เพราะขณะนี้ราคาน้ำมันได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการแน่นอน

May 25, 2008

ขสมก.ยืนยันยังไม่ขึ้นค่าโดยสาร ระบุ เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) ยืนยันยังไม่ขึ้นค่าโดยสาร ระบุ เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ และเตรียมเสนอคณะกรรมการองค์กรกลางฯปรับแผนรถเมล์ทั้งหมด
นายพิเณศวร์ พัวพัฒนกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) กล่าวว่า นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มีคำสั่งระงับการขึ้นค่าโดยสารขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพอย่างไม่มี กำหนด ทำให้วันนี้การปรับขึ้นค่าโดยสารจะมีแต่เฉพาะรถร่วมบริการและรถบขส.เท่านั้น ซึ่งในส่วนของรถขสมก. ได้มีการเตรียมปรับปรุงโครงสร้างการจัดการขสมก. เช่นเปลี่ยนไปใช้ก๊าซธรรมชาติ และการจัดหารถเมลล์ราคาถูกมาให้ประชาชนเพื่อเป็นการพยุงอัตราค่าครองชีพของ ประชาชน และการยับยั้งไม่ขึ้นค่าโดยสารถือเป็นภาระที่รัฐบาลต้องเข้ามาช่วยประชาชน ทั้ง ซึ่งการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารนั้นถือเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า
ทั้งนี้ผู้อำนวยการอง์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าทาง การอง์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) เตรียมที่จะเสนอให้คณะกรรมการบริหารองค์การพิจารณาเรื่องการพิจารณาโครง สร้างบริหารรถเมล์ และเพื่อเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและเสนอให้คณะรัฐมนตรีเป็นผู้ อนุมัติ ทั้งการปรับปรุงแก้ไขโครงสร้างรถเมล์ ก็เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพของประชาชนในด้านการระบบขนส่ง และลดปัญหาค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุปัน

Next Page »

Blog at WordPress.com.