Accom Thailand

May 6, 2009

เลขาศาล รธน. แจ้งความ ดำเนินคดี เว็บบอร์ด “คุยกับ เสธ.แดง”


แจ้งจับ เว็บ “คุยกับ เสธ.แดง” ดูหมิ่นศาล รธน.

เลขาศาล รธน. แจ้งความดำเนินคดี เว็บบอร์ด “คุยกับเสธ.แดง” โพสต์ข้อความ ดูหมิ่นศาล รธน. – ศาลยุติธรรม ชัดเจน ตร. จะสอบ รวบรวมพยานหลักฐาน อีกครั้ง หาก หลักฐานเพียงพอ จะเรียกสอบ ผู้ที่เกี่ยวข้อง ต่อไป
นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ กับ นายเชาวนะ ไตรมาศ เลขานุการ และ รองเลขานุการ ประธาน ศาลรัฐธรรมนูญ นำหลักฐาน เข้าแจ้งความ กับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ

นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ กับ นายเชาวนะ ไตรมาศ เลขานุการ และ รองเลขานุการ ประธาน ศาลรัฐธรรมนูญ นำหลักฐาน เข้าแจ้งความ กับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ



วันนี้ (6 พ.ค.) เมื่อเวลา 14.30 น. ที่ สน.พระราชวัง นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ เลขานุการ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และ นายเชาวนะ ไตรมาศ รองเลขานุการ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.วิทยา กิจกำธร พนักงานสอบสวน (สบ 3) สน.พระราชวัง เพื่อแจ้งความ ดำเนินคดี กับ เว็บบอร์ด “คุยกับ เสธ.แดง ในความผิด ข้อหาหมิ่นประมาท ด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 ข้อหา ดูหมิ่นศาล หรือ ผู้พิพากษา ในการพิจารณา หรือ พิพากษาคดี ตามมาตรา 198 และ ข้อหาดูหมิ่น เจ้าพนักงาน ซึ่งกระทำการ ตามหน้าที่ ตามมาตรา 136

โดยนำหลักฐาน เป็นข้อความที่ถูกโพสต์ไว้ ในเว็บบอร์ด ดังกล่าว มามอบไว้ เป็นหลักฐาน โดยมี พ.ต.อ.สุคณ พรหมายน ผกก. สน. พระราชวัง และ พ.ต.ท.อัศวยุทธ นุชพุ่ม รอง ผกก.สส. สน. พระราชวัง ร่วม ทำการสอบสวน

โดยหลักฐาน ที่นำมามอบให้กับ เจ้าหน้าที่ตำรวจไว้เป็น หลักฐาน นั้น เป็นข้อความ ที่ถูกโพสต์ไว้ใน เว็บบอร์ดดังกล่าว เช่น เมื่อวันที่ 25 เม.ย. ที่ผ่านมา ได้มีผู้เข้าไปโพสต์ไว้ ในเว็บบอร์ด ด้วยข้อความที่ หมิ่นศาลรัฐธรรมนูญ และ ศาลยุติธรรม อย่างชัดเจน


ด้าน พ.ต.อ.สุคุณ พรหมายน ผกก.สน. พระราชวัง กล่าวว่า เบื้องต้น จะรับแจ้งความ ลงบันทึกประจำวันไว้ เป็นหลักฐานก่อน หลังจากนั้น ก็จะเรียก มาสอบปากคำเพิ่มเติม อีกครั้งหนึ่ง และ รวบรวม พยานหลักฐาน ซึ่งถ้าหากมี พยานหลักฐานเพียงพอ ก็จะเรียกตัว ผู้ที่เกี่ยวข้อง มาทำการสอบปากคำ ตามกฎหมาย ต่อไป

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 6 พฤษภาคม 2552 16:47 น.
http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000050749


พิมพ์ ข่าวนี้ แจ้งจับ เว็บ “คุยกับ เสธ.แดง” ดูหมิ่นศาล รธน.


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below
Advertisements

January 9, 2009

“ในหลวง” รับสั่ง ศาล เป็นประกันความสงบสุข ของสังคม – ให้ตรงไปตรงมา


“ในหลวง” รับสั่ง ศาล เป็นประกันความสงบสุข ของสังคม –
ให้ตรงไปตรงมา ไม่เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา

พระราชดำรัส กับ คณะผู้พิพากษา รับสั่ง ศาลเป็นภ??ค์กรประกันความสงบสุข ขภ?? ประเทศชาติ ถ้าไม่มีความยุติธรรม ในประเทศ คนภ??ู่ไม่ได้ และ ทรงเน้นย้ำให้ ผู้พิพากษา ตั้งมั่น ในความยุติธรรม หยุดในธรรม ภ??ู่ในสิ่งที่ดี

พระราชดำรัส กับ คณะผู้พิพากษา รับสั่ง ศาลเป็นองค์กรประกันความสงบสุข ของ ประเทศชาติ ถ้าไม่มีความยุติธรรม ในประเทศ คนอยู่ไม่ได้ และ ทรงเน้นย้ำให้ ผู้พิพากษา ตั้งมั่น ในความยุติธรรม หยุดในธรรม อยู่ในสิ่งที่ดี

“ในหลวง” ทรงมีพระราชดำรัส กับ คณะผู้พิพากษา รับสั่ง ศาลเป็นองค์กรประกันความสงบสุข ของ ประเทศชาติ ถ้าไม่มีความยุติธรรม ในประเทศ คนอยู่ไม่ได้ และ ทรงเน้นย้ำให้ ผู้พิพากษา ตั้งมั่น ในความยุติธรรม หยุดในธรรม อยู่ในสิ่งที่ดี

โดยเฉพาะศาลฎีกา ทรงเผย ทุกครั้งที่เห็น ศาล มาปฏิญาณตนว่า จะทำดี ทำตรงไปตรงมา ทำให้รู้สึก มีความหวัง ในอนาคตของ ประเทศ ถ้า ผู้พิพากษา ทำดี ประเทศชาติ ก็อยู่ได้


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมี พระราชดำรัส กับ คณะผู้พิพากษา
จาก manager multimedia


วันที่ 9 ม.ค. เวลา 17.20 น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ลง ณ ท้องพระโรง ศาลาเริง วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พระราชทาน พระบรมราชวโรกาส ให้ นายวิรัช ลิ้มวิชัย ประธานศาลฎีกา นำ ผู้พิพากษาประจำศาล สำนักงานศาลยุติธรรม เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เพื่อถวาย สัตย์ปฏิญาณ ก่อนเข้ารับหน้าที่

ในโอกาสนี้ นายพินิจ สุเสารัจ เลขาธิการ สำนักงานศาลยุติธรรม นายวิชัย อริยนันทกะ เลขาธิการประธานศาลฎีกา และ นายสราวุธ เบญจกุล รองเลขาธิการ สำนักงานศาลยุติธรรม ร่วมเฝ้า ทูลละอองธุลีพระบาท ด้วย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสกับ คณะผู้พิพากษา โดยให้ปฏิบัติหน้าที่ ตามคำปฏิญาณ ด้วยความเข้มแข็ง ซื่อสัตย์ สุจริต อย่างเคร่งครัด เพราะศาลเป็น องค์กร ที่ประกันความอยู่เย็นเป็นสุข ของ ประเทศชาติ

“ศาล นั้นเป็นองค์กร ที่เป็นประกันของ ความอยู่เย็นเป็นสุข ของ ประเทศชาติ ถ้าไม่มีความยุติธรรม ในประเทศ คนอยู่ไม่ได้ ถ้าคนอยู่ไม่ได้ ก็มี ประเทศชาติ ไม่มีประโยชน์ ฉะนั้น ท่านเป็นประกันของ ความสงบสุขของ ชาติบ้านเมือง

ความสงบสุขนี้ เป็นสิ่งที่สำคัญ สำหรับทุกคน จะเป็นอาชีพใดๆ ก็ตาม ต้องมีความสงบสุข ถ้าไม่มีความสงบ ก็ทำงานไม่ได้ มีความอยู่เย็นไม่ได้ ฉะนั้น ก็เห็นได้ว่า ท่านเป็นประกันของความสบาย ความสงบของประเทศ ก็ได้เห็นว่า ถ้าท่านตั้งใจ อย่างที่ท่านได้ปฏิญาณ อย่างเข้มแข็งนั้น ก็รู้ได้ว่า ประเทศ จะไปได้รอด ได้ดี

โดยเฉพาะศาลฎีกานั้น ก็เป็นองค์กร ที่คนก็มองว่าเป็น ผู้ที่เป็นประกันของ ความอยู่เย็นเป็นสุข ของประเทศ ถ้าท่านทำได้ดี คือ หมายความว่า ท่านทำ ด้วยความเข้มแข็ง ก็จะทำให้เป็นความสำเร็จ ของแต่ละท่าน การทำสำเร็จนั้น ท่านได้เรียนรู้มา และได้ปฏิบัติมา ในฐานะ นักกฎหมาย ในฐานะ นักกฎหมาย ที่จะทำหน้าที่ ผู้พิพากษา

ผู้พิพากษา นั้นเป็นคนที่จะเป็นประกันของ ความยุติธรรม ความยุติธรรม นั้นถ้าดูว่าเป็นอะไร ยุติ ก็หยุด หยุดในธรรม อยู่ในสิ่งที่ดี ไม่เฉไฉ ไปทางซ้าย ทางขวา ไปตรงไปตรงมา

สำหรับธรรมนี้ ก็ต้องมีความรู้ ถ้าท่านได้เรียนมา ฉะนั้น สำคัญที่สุด ท่านตั้งใจที่จะ ใช้กฎเกณฑ์ของ กฎหมาย ของ ความยุติธรรม ถ้าทำได้แล้ว ท่านก็ทำสำเร็จ ในงานที่ท่านตั้งใจจะทำ

ที่ท่านได้ปฏิญาณ ด้วยความดีอย่างนี้ ก็เชื่อว่า ท่านจะมีส่วน ในการสร้างให้ บ้านเมืองอยู่เย็นเป็นสุข แต่ละคน จะอยู่เย็นเป็นสุข มีความสุข มีความเรียบร้อย ของบ้านเมือง ท่านก็ได้ทำตามหน้าที่ ที่ท่านเลือกไว้ที่จะทำ

ฉะนั้น การที่ท่านได้มาปฏิญาณตน เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะว่าท่านถ้าทำตามที่ ท่านตั้งใจไว้ ตั้งแต่ต้น คือ หมายความว่า ท่านเรียนรู้เกี่ยวข้อง กับ กฎหมาย เกี่ยวข้อง กับ ความดี ความตรงไปตรงมา และ ท่านจะได้ปฏิบัติในสิ่งที่ท่าน ได้เรียนมา และ ตั้งใจจะทำ

ฉะนั้น ทุกครั้ง ที่เห็นผู้พิพากษา โดยเฉพาะศาลฎีกา มาปฏิญาณตนว่า จะทำดี ทำตรงไปตรงมา ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกมีความหวังในอนาคตของประเทศ ถ้าผู้พิพากษาทำดี ก็ประเทศชาติก็อยู่ได้”

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์
9 มกราคม 2552 20:19 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9520000002422


พิมพ์ ข่าวนี้ “ในหลวง” รับสั่ง ศาล เป็นประกันความสงบสุข ของสังคม – ให้ตรงไปตรงมา ไม่เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

November 5, 2008

“ชวน” ดักคอ พปช. ไม่กล้าเสนอ นิรโทษกรรม “แม้ว”


“ชวน” ดักคอ พปช.ไม่กล้าเสนอ นิรโทษกรรม “แม้ว” เย้ยแค่ เชลียร์

นายชวน หลีกภัย ประธาน สภาที่ปรึกษา พรรคประชาธิปัตย์

นายชวน หลีกภัย ประธาน สภาที่ปรึกษา พรรคประชาธิปัตย์

ปธ. สภาที่ปรึกษา ปชป. ดักคอ สมุน พปช. เชื่อ รู้ชั่วดี ไม่กล้าเสนอ กม.นิรโทษกรรม “แม้ว” เข้าสภา เย้ย แค่เอาใจนายใหญ่ ด้าน “เติ้ง” ยังแทงกั๊ก เห็นตามฟอร์ม อ้างยังไม่เห็น รายละเอียด ขณะที่ “สมศักดิ์” เพ้อ แก้ รธน.291 บรรจุวาระ เข้าสู่สภา

วันนี้ (5 พ.ย.) นายชวน หลีกภัย ประธาน สภาที่ปรึกษา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง กรณีที่มี ความเคลื่อนไหว ของ ส.ส.พรรค พลังประชาชน ที่จะ เสนอ ร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ส่วนตัว เชื่อว่า ส.ส. เหล่านั้น ไม่กล้าเสนอจริง โดยหลังจากนี้ คงได้ไตร่ตรองดูแล้ว และได้ข้อยุติว่า ไม่เหมาะที่จะ เสนอกฎหมายดังกล่าว เพราะการจะทำอะไร คงไม่ไปหักหาญ ความรู้สึกของ คนทั้งประเทศ แต่การเคลื่อนไหวต่างๆ ก็เพื่อเอาใจ พ.ต.ท. ทักษิณ เท่านั้น


คลิกที่นี่ เพื่อชม นายชวน หลีกภัย กล่าว (56 K)
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายชวน หลีกภัย กล่าว (256 K)
จาก manager multimedia


“บางทีเราต้องเข้าใจว่า ในกลุ่มคนเหล่านั้น ก็มีวิธีการเอาใจ ที่แตกต่างกันไป แต่ไม่ใช่ข้อยุติ เราจะเห็น ความเห็นอย่างนี้ บ่อยๆ และ พอถึงเวลา ก็ไม่ได้เป็น อย่างนั้น บางทีบางคนก็พูดไป เพื่อเอาใจ ให้เป็นที่พอใจของนาย แต่ผมคิดว่า เขาไม่เสนอเข้ามา” นายชวน กล่าว

สำหรับสถานการณ์ ในขณะนี้ ควรเสนอกฎหมายดังกล่าวหรือไม่ นั้น นายชวน กล่าวว่า สิ่งที่บ้านเมืองมีปัญหา ก็คือ การที่ กระบวน การบริหาร บ้านเมือง ไม่เป็นไปตามหลัก ที่ถูกต้องชอบธรรม และ กรณีของ พ.ต.ท. ทักษิณ ก็เช่นกัน

ขณะนี้ กระบวนการยุติธรรม กำลังพิจารณาอยู่ และยังเป็นที่ พอเชื่อถือได้ มากกว่าสมัยของ พ.ต.ท. ทักษิณ ดังนั้น จะเอาอะไรตามอำเภอใจ คงจะยาก จึงทำให้ คนที่เคยวิ่งเต้นได้ จึงรู้สึกไม่ค่อยพอใจ แต่เมื่อศาลเป็นที่พึ่ง ที่แท้จริงสถาบันหนึ่ง ในขณะนี้ เราก็ต้องพยายาม ทำให้ การทำหน้าที่ ของท่าน ได้รับการยอมรับ และ ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ก็ไม่ควรแทรกแซง


คลิกชมคำให้สัมภาษณ๋ [Flash Clip]


ส่วนคดี ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังไม่สิ้นสุด จะเสนอ ร่างกฎหมายนิรโทษกรรม ได้หรือไม่นั้น นายชวน กล่าวว่า โดยหลักแล้ว ไม่ได้มีอะไรห้าม แต่ที่ ตนคิดว่า ส.ส. ไม่เสนอ เพราะตนคิดว่า นักการเมือง ควรจะรู้ดีกว่าทุกคน ว่าอะไร คือควร หรือไม่ควร ในบ้านเมือง อะไร คือ การรักษา ความถูกต้อง ชอบธรรม ของบ้านเมือง เอาไว้ ส่วนการเอาใจ เจ้านาย หรือผู้ที่ให้เงิน ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งเป็นส่วนตัว แต่ใน จุดหนึ่ง พรรคการเมือง แต่ละพรรค คงจะมีหลักอยู่บ้าง ไม่มากก็น้อย

เมื่อถามว่า นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ควรทำอย่างไร ในฐานะ ที่ สวมหมวกสองใบ ทั้งในฐานะ นายกรัฐมนตรี และน้องเขย นั้น นายชวน กล่าวว่า ต้องถาม นายสมชาย แต่ตนเคยพูดมาแล้วว่า นายกฯ ต้องเป็นหลัก ในการยึดหลัก ของบ้านเมือง มากกว่า ที่จะพะวง เรื่องส่วนตัว มากกว่า ญาติพี่น้อง

สำหรับกรณีที่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า การเสนอเรื่องดังกล่าว เป็นไป ในนามส่วนตัว นั้น นายชวน กล่าวว่า ตรงนี้คือ ข้อแตกต่าง ของ ระบบ ประธานาธิบดี กับ ระบบ รัฐสภา ซึ่งระบบรัฐสภา ประกอบด้วย พรรคเสียงข้างมาก ดังนั้น ความเป็นอิสระ ของ ส.ส.จะอยู่ภายใต้หลัก ของ รัฐสภา คือต้องเป็นมติ ของพรรค ที่จะเสนอกฎหมาย ไม่ใช่ใครจะเสนอส่วนตัว ก็ได้ ดังนั้น ส.ส.จะทำอะไร หัวหน้าพรรค ก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบ อย่างน้อย พรรคการเมือง ที่เป็นรัฐบาล ต้องมีมติว่า จะตัดสินใจอย่างไร ดังนั้น เวลาพูด ก็พูดไปอย่างนั้น แต่ความจริงแล้ว ต้องมีมติ ของเสียงข้างมาก ก่อน

ด้าน นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวว่ายังไม่ทราบรายละเอียด เรื่องที่ ส.ส. จะเสนอนิรโทษกรรม ให้ พ.ต.ท. ทักษิณ เพิ่งเห็น จาก หนังสือพิมพ์เช้าวันนี้ (5 พ.ย.) จึงยังตอบไม่ได้ว่า จะสนับสนุนหรือไม่ โดยจะต้องขอรอด ูเหตุผลในร่างกฎหมาย นี้ก่อน อย่างไรก็ตาม หากมี รายละเอียด มาแล้ว จะต้องนำเข้าหารือ ในที่ประชุมพรรคก่อน แต่การจะตัดสินใจอะไร จะต้องฟังเสียงประชาชนก่อน

ส่วนการเสนอร่างกฎหมาย ดังกล่าว จะยิ่งทำให้ สังคมเกิดความขัดแย้ง หรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ แต่คิดว่า คงไม่น่าจะมีอะไร เพราะ เป็นความคิดเห็น ของแต่ละฝ่าย ที่เสนอ ส่วนจะเดินหน้า ไปได้หรือไม่ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รมว. เกษตรและสหกรณ์ และ รองหัวหน้าพรรคชาติไทย ยืนยันว่า รัฐบาล จะผลักดัน ร่างแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญ มาตรา 291 เข้าสู่การพิจารณา ของสภา อย่างแน่นอน โดยคาดว่า น่าจะเข้าสภาได้ใน วันที่ 20 พ.ย. นี้ ทั้งนี้ เชื่อว่า ไม่น่าจะมี ปัญหา วุ่นวาย บานปลาย เพราะ ประชาชนส่วนใหญ่ เห็นด้วย


ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 5 พฤศจิกายน 2551 19:55 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000131331


พิมพ์ ข่าวนี้ “ชวน” ดักคอ พปช.ไม่กล้าเสนอนิรโทษกรรม “แม้ว” เย้ยแค่เชลียร์

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below


นักภาษาศาสตร์ ชำแหละ “โฟนอินแม้ว” เชื่อ เตรียมการอย่างดี เพื่อสื่อความหมาย ซ่อนนัย โดยไม่ถูกฟ้อง


นักภาษา ชำแหละ “โฟนอินแม้ว” ตรรกะ สุดเพี้ยน – โกหก อ้อนสาวก

รายการ รู้ทันประเทศไทย บนเวที พันธมิตรประชาชน

รายการ รู้ทันประเทศไทย บนเวที พันธมิตรประชาชน

นักภาษาศาสตร์ ชำแหละ “โฟนอินแม้ว” เชื่อ เตรียมการอย่างดี เพื่อสื่อความหมาย ซ่อนนัย โดยไม่ถูกฟ้อง ระบุใช้ ตรรกะสุดเพี้ยน โกหก บิดเบือน ความหมาย ของคำ มุ่งทำลาย กระบวนการทางศาล เรียกร้องความเห็นใจ ช่วยตัวเอง พ้นผิด ชี้ไม่ได้หวังพึ่ง พระบารมี จริง แต่พร้อมใช้ มวลชน ปะทะ เพื่อให้ตัวเองรอดคุก ชี้อ้าง “ราชประชาสมาสัย – เย็นศิร เพราะพระบริบาล” โดยไม่เข้าใจ ความหมาย

รายการ “รู้ทันประเทศไทย” บนเวที พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย หน้าทำเนียบรัฐบาล คืนวันที่ 4 พ.ย. ที่ผ่านมา นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ผู้ดำเนินรายการ ได้สนทนาในแง่มุม ด้านภาษาศาสตร์ กับ ดร.อนันต์ เหล่าเลิศวรกุล อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่หนีโทษจำคุก ในคดีที่ดินรัชดาฯ ไปอยู่ต่างประเทศ ได้โทรศัพท์เข้ามา ในรายการ”ความจริงวันนี้สัญจร” ของกลุ่ม นปช. ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ที่ผ่านมา


คลิกที่นี่ เพื่อชม รายการ รู้ทันประเทศไทย (56 K)
คลิกที่นี่ เพื่อชม รายการ รู้ทันประเทศไทย (256 K)
จาก manager multimedia


ดร.อนันต์ มองว่า มีส่วนที่ น่าตั้งข้อสังเกต หลายส่วน และมีส่วน ที่จำเป็น ต้องตีความว่า ที่ พ.ต.ท.ทักษิณพูด หมายถึงอะไร หรือหมายถึง ใคร และ มีส่วนที่ ต้องตั้งสติ เพราะจะไปเชื่อ ตามเหตุผล ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ พูดนั้นเลยไม่ได้

“การโทรศัพท์คุยกัน น่าจะเป็นเรื่อง คน 2 คน คุยกัน แต่ผมตั้งข้อสังเกตว่า คุณทักษิณ อาจจะไม่ได้คุย อยู่กับ คุณวีระ หรือว่า คนที่ไปร่วม ชุมนุม ที่สนามกีฬาแห่งนั้น จริงๆ แล้ว ผมเข้าใจว่า คุณทักษิณ มีสคริปต์ และอ่านจากสคริปต์ ถ้าเราดูจาก วีทีอาร์ ก็จะเห็นว่า เสียงพูด ของ คุณทักษิณ ต่างจากปกติ ที่เคยพูดในรายการ นายกทักษิณ คุยกับประชาชน”


รายการ รู้ทันประเทศไทย [Flash Clip]


“แม้ว” เตี๊ยมคำพูดกันหลุด


ดร.อนันต์ ชี้ว่า พ.ต.ท. ทักษิณ พยายามอ่าน ตามข้อความ ที่เตรียมมา ซึ่งการเตรียมข้อความ ที่จะพูด ทำให้ไม่หลุด ไม่พลาด และนำไปสู่การ ฟ้องร้อง ได้ยาก ซึ่งโดยปกติ การพูดตามธรรมชาติ จะควบคุมได้ยาก เว้นแต่จะมีการเตรียมร่าง มาก่อน เพื่อให้ สารนั้นพูดไปถึงผู้ฟัง โดย ไม่ผิดพลาด เพราะถ้าพูดไปเรื่อยๆ จะผิดพลาดได้ง่าย นอกจากนี้ การเตรียมคำพูด ทำให้กำหนดเวลาได้ และให้สื่อความหมาย ที่ซ่อนนัย ตามที่ ต้องการได้ อย่างดี ด้วยเหตุนี้ การโฟนอิน ของ พ.ต.ท. ทักษิณ วันนั้น จึงให้มีทั้งส่วน ที่คุยโทรศัพท์สดๆ และมีส่วน ที่เป็นเทป ทางทีวี

“ข้อความที่ คุณทักษิณ สื่อสารกับคนที่มาชุมนุม มีอยู่ 2 ช่วง ช่วงแรก เป็นการคุย กับคุณวีระ มุสิกพงศ์ ช่วงที่ 2 เป็นการพูดข้างเดียว มี วีทีอาร์ มาเปิด ซึ่งช่วงที่น่าสนใจคือ ช่วงต้นที่มีการพูดโต้ตอบ โดยมี คุณวีระ เป็นตัวกลาง เพราะบางจังหวะ คุณวีระ ก็คุยกับผู้ชุมนุม เป็นช่วงที่ใช้โทรศัพท์ และ มีหลายข้อความ ที่น่าสนใจ และทำให้ สันนิษฐานได้ว่า คุณทักษิณ มีสคริปต์” ดร.อนันต์ กล่าว


หลังจากนั้น นายเจิมศักดิ์ ได้เปิดเสียงสนทนา ระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณ กับ นายวีระ มุสิกพงศ์ ดังนี้


“ทักษิณ – … ผมยังไปไม่ได้ ทั้งๆ ที่คิดถึง ผมยังไปไม่ได้ เพราะเขาสั่งให จำคุกผม 2 ปี พอผมไม่ไป อายุความ 10 ปี แสดงว่า เขาต้องการเอา ผม ไว้เมืองนอก 10 ปี ผมเลยถามว่า พี่น้องจะเก็บผมไว้ ต่างประเทศ นานขนาดนั้นไหมครับ ก่อนหน้านี้ มีข่าวว่าวุ่นวาย กันหมด พอรู้ว่า ผมจะ โฟนอิน

วีระ – ครับ

ทักษิณ – เขากลัวว่า ผมจะพูดยุยง ให้แตกแยกกัน โถ…ผมไม่ใช่ หัวหน้าม็อบนะครับ (เสียงเฮ) ถึงจะโดน ยัดเยียดคุกให้ ก็ยังเป็น อดีตนายกฯ นะครับ (เสียงเฮ) ก็คงต้องห่วงบ้านเมือง ห่วงพี่น้องประชาชน และสำนึกต่อ ชาติบ้านเมือง เหมือนเดิมล่ะครับ”

บิดเบือน “เขา”สั่งจำคุก


ดร. อนันต์ ได้วิเคราะห์ข้อความ “เขาสั่งให้จำคุกผม 2 ปี พอผมไม่ไป อายุความ 10 ปี แสดงว่า เขาต้องการเอาผม ไว้เมืองนอก 10 ปี” ว่า สิ่งที่น่าสนใจ คือ พ.ต.ท. ทักษิณไม่ได้ระบุว่า “เขา” เป็นใคร การเลือกใช้ สรรพนาม “เขา” โดยไม่บอกว่า เป็น คณะผู้พิพากษา คณะผู้ก่อการปฏิวัติ หรือ แกนนำพันธมิตรฯ

ประเด็นที่น่าสนใจ “เขา” ในภาษาไทยเป็น เอกพจน์ หมายถึง คนๆ เดียวก็ได้ หรือจะหมายถึง หลายคนก็ได้ แต่ตามปกติ ถ้าหมายถึง หลายคน เราจะใส่ “พวก”เข้าไป เป็น “พวกเขา” แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้คำว่า “เขา” เฉยๆ เพื่อให้มัน กำกวม

พ.ต.ท. ทักษิณ ใช้คำว่า “เขาสั่งให้จำคุกผม” หมายถึง มีคนสั่งให้ ใครอีกคนหนึ่ง ทำการจำคุกเขา ความจริง พ.ต.ท. ทักษิณ ผ่านกระบวนการ ทางศาลอย่างถูกต้อง และมีโอกาส โต้แย้ง ข้อกล่าวหา ซึ่งอัยการ เป็นผู้ฟ้อง พ.ต.ท. ทักษิณ มีโอกาสชี้แจง ในชั้นศาล เปิดโอกาส ให้ รับความยุติธรรม แต่ พ.ต.ท. ทักษิณ ไปปิดโอกาสตัวเอง

ไม่มาตามนัดศาล ในที่สุด คณะผู้พิพากษา มีคำตัดสิน


พ.ต.ท. ทักษิณ ไม่ใช้คำว่า พิพากษา แต่ใช้คำว่า “สั่งจำคุก” เหมือนมีคนสั่งให้ จำคุกเขา และใช้คำที่ ดุเดือด คือคำว่า “ถึงจะโดน ยัดเยียดคุก” แสดงว่า พ.ต.ท. ทักษิณ ไม่รับผิดเลย ในข้อกล่าวหา คิดว่าตัวเองบริสุทธิ์ ทั้งที่โดยปกติ ผู้ต้องหา ไม่สามารถตัดสิน ได้ว่า ตัวเองไม่ผิด แม้แต้โจทก์ ก็ไม่สามารถ ตัดสินให้ผิดได้ คนที่ตัดสินคือ คณะผู้พิพากษา แต่ พ.ต.ท. ทักษิณ ใช้คำว่า ยัดเยียดคุก


“ดูประหนึ่งเป็นการกล่าวหา กระบวนการยุติธรรม กล่าวหา คนที่เกี่ยวข้องกับ กระบวนการยุติธรรม และ คุณทักษิณ ใช้คำว่า เขาสั่งจำคุก “เขา” นั้น ก็เท่ากับว่า ถ้าคุณทักษิณ หมายถึงบุคคล ก็เท่ากับบอกว่า บุคคลคนนั้น สั่งให้จำคุก คุณทักษิณ”


*** โมเม มีคน อยากให้อยู่ เมืองนอก 10 ปี ***


นายเจิมศักดิ์ ถามว่า ข้อความที่ว่า “พอผมไม่ไป อายุความ 10 ปี แสดงว่า เขาต้องการเอาผม ไว้เมืองนอก 10 ปี” เป็นการบิดเบือน หรือไม่ ดร. อนันต์ กล่าวว่า แน่นอนที่สุด คดีนี้ อายุความ 10 ปี นั้น พ.ต.ท. ทักษิณใช้คำว่า “เขาต้องการเอาผม ไว้เมืองนอก 10 ปี”


ต้องการ คือ ปรารถนา ซึ่งจริงๆ แล้ว ไม่มีใคร ปรารถนา เช่นนั้น


“ถ้าผมปรารถนาได้ ผมอยากให้ คุณทักษิณ กลับเข้ามา ผมไม่ได้อยากให้ คุณทักษิณ อยู่นอกประเทศไทย นานถึง 10 ปี”

“คุณทักษิณ คิดไปเองว่า มีคนๆ หนึ่ง ไม่ต้องการให้ คุณทักษิณ กลับเข้าประเทศ นานถึง 10 ปี แต่จริงๆ แล้ว ศาลตัดสินจำคุก คุณทักษิณ 2 ปี และ คุณทักษิณ เลือกที่จะอยู่ ต่างประเทศ โดยไม่กลับมาไทย ในระยะ10 ปี เอง จริงๆ แล้ว ไม่มีใครอยากให้อยู่ 10 ปี คุณทักษิณ เลือกเอง ทั้งๆที่จะ กลับมา ก่อน ก็ได้ ไม่มีใครห้าม”

ดร. อนันต์ กล่าวต่อว่า จริงๆ แล้ว เราอยากให้ พ.ต.ท. ทักษิณ เข้ามาผ่าน กระบวนการยุติธรรม ตามหมายศาล ตั้งแต่ต้น แต่ พ.ต.ท. ทักษิณ ปิดโอกาส ตัวเอง แล้วจะโทษใครเล่า และแม้ ปิดโอกาสตัวเองแล้ว พ.ต.ท. ทักษิณ ยังมีทางเลือกคือ หนีไปเรื่อยๆ จนหมดอายุความ หรือ กลับมา ยอมรับโทษ ถ้ามายอมรับผิด สังคมยังให้อภัยได้ สำหรับคนที่สำนึก แต่ พ.ต.ท. ทักษิณไม่สำนึก แต่กลับใช้คำว่า ตัวเขาเองโดนยัดเยียดคุก ทั้งๆที่ ไม่มีใครยัดเยียด ตัวเขาต่างหาก ยัดเยียดคุก ให้ตัวเอง

*** ตรรกะ สุดเพี้ยน อดีตนายกฯ ติดคุกไม่ได้ ***


ส่วนข้อความที่ว่า ถึงจะโดนยัดเยียดคุก แต่ก็เป็น อดีตนายกฯ ที่ห่วงบ้าน ห่วงเมือง และห่วงประชาชน เหมือนเดิม นั้น ดร. อนันต์ กล่าวว่า การเป็น อดีตนายกฯ ที่ห่วงชาติบ้านเมือง เป็นคนละเรื่อง กับการเป็น ผู้ที่ถูกพิพากษาให้จำคุก จะเอามาเชื่อมโยงกันไม่ได้ แต่ พ.ต.ท. ทักษิณ ก็เอามาเชื่อมโยงกัน ราวกับว่า ใครก็ตาม ที่เป็น อดีตนายกฯ ที่ห่วงชาติบ้านเมือง ห่วงประชาชน ไม่สมควร ที่จะต้อง คำพิพากษา ให้จำคุก โดยที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ไม่พูดที่มาที่ไปว่า อะไรเป็นต้นเหตุ ให้นำไปสู่ คำพิพากษา นั้น ตัดตอนพูด แต่ตอนจบ

แล้วผมเรียนว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีโอกาสตลอดเวลา ในการเข้าสู่ กระบวนการยติธรรม คุณทักษิณใส่ใจกับ คำว่า กระบวนการยุติธรรม มาก แต่ กระบวนการยุติธรรม ของคุณทักษิณ ไม่เหมือนกับ กระบวนการยุติธรรม ในความรับรู้ ในความเข้าใจ ของคนไทย ทั่วไป

“อย่างที่ คุณทักษิณ เคยพูด เคยแถลงการณ์ มาตลอด กระบวนการยุติธรรมใดๆ ก็ตาม ที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อ คุณทักษิณ เขาจะคิดว่า ไม่ยุติธรรม แต่ กระบวนการใดๆ ที่เป็นประโยชน์ ต่อคุณทักษิณ เขาจะบอกว่า ยุติธรรม หรือกระบวนการยุติธรรมใดๆ ที่เขาฟ้องผู้อื่น แล้วทำให้ ผู้อื่นต้องรับโทษ เขาก็จะบอกว่า ยุติธรรม” ดร.อนันต์ กล่าว

*** บิดความหมาย “ยุติธรรม”เรียกความเห็นใจ-โจมตีศาล ***


ต่อมา นายเจิมศักดิ์ ได้ถามถึงประเด็น ที่ พ.ต.ท. ทักษิณ พูดว่า กระบวนการยุติธรรม เป็นกระบวนการ ที่ยุติ ความเป็นธรรม ซึ่งพูดอย่างชัดเจน ถึง 2 ครั้ง ดังนี้


วีระ – แต่ที่มันมีปัญหาเนี่ย เพราะ คนที่นี่ เขาลงมติแล้วครับ ว่า กระบวนการยุติธรรม ที่เขาใช้กับท่านนั้น ใช้ไม่ได้เลย

ทักษิณ – ไม่ใช่ฮะ เขาใช้ กระบวนการ…ท่านวีระ ครับ

วีระ – ครับผม

ทักษิณ – เขาใช้กระบวนการ ยุติความเป็นธรรม ฮะ (เสียงเฮ)

วีระ – ฮ่า…….

ทักษิณ – พี่น้องครับ ท่านคิดไหมว่า อดีตนายกคนหนึ่งเนี่ย ที่เคยเป็นที่ยอมรับ ชนะการเลือกตั้ง 2 ครั้ง ล่าสุดได้ 377 จาก 500 เป็น ประวัติศาสตร์ แต่กลับถูก ลอบฆ่า โดนปฏิวัติ แต่การปฏิวัติเนี่ย ปกติเขาทำกัน ตอนรัฐบาลไม่ดี ไอ้นี้รัฐบาล ยังมีคะแนนนิยมสูงมาก มันฝืนความรู้สึก ประชาชน ส่วนใหญ่ ใช่ไหมครับ มันถึงได้ยุ่ง อย่างทุกวันนี้ ไงครับ เพราะดัน ปฏิวัติเอาตอนที่ ประชาชนยังชื่นชมรัฐบาลอยู่

วีระ – รวมความแล้ว ที่เขาพิจารณากัน ในวันนี้เนี่ย ฟังแล้วก็ คือว่า ความแตกแยกจริงๆ ของสังคมไทย ทุกวันนี้ มันเกิดเพราะ การปฏิวัติ เมื่อ 19 กันยายน 49

ทักษิณ – ใช่ครับ มันต้อง.. มันต้องการจัดการ กับคนๆ เดียว โดยเอา กระบวนการยุติธรรม ให้ยุติความเป็นธรรม

ดร.อนันต์ กล่าวว่า ถ้าเราดูช่วงต้น ที่ พ.ต.ท.ทักษิณพูด วิธีคิด วิธีพูด จะเป็นแบบเดียวกัน คือ ตีความเข้าข้างตัวเอง และ เชื่อมโยง ตรรกะ แบบเพี้ยนๆ เช่นที่ว่า เป็นอดีตนายกฯ ที่ห่วงบ้านห่วงเมือง แล้วไม่ควรจะติดคุก กรณีนี้ ก็เช่นเดียวกัน เขาใช้ ตรรกะ ที่ผิดๆ ว่า เป็นอดีตนายกฯ ที่ได้รับเสียงข้างมาก ได้รับคะแนนเสียงท่วมท้น เพราะฉะนั้น ไม่ควรใช้ กระบวนการ ที่ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องคำพิพากษา เช่นนั้น

คำว่า ยุติธรรม นั้น มาจาก “ยุติ” กับ “ธรรม” ในภาษาสันสกฤต
ยุติ มีความหมายหนึ่งว่า ถูกต้อง
เพราะฉะนั้น ยุติธรรม หมายความว่า เป็นธรรมและถูกต้อง ซึ่งน่าจะเป็น ความหมาย ที่เอามาใช้ดั้งเดิม แม้ความหมาย ในปัจจุบัน “ยุติ” มีความหมาย ที่กลายออกไป จะหมายถึง สิ้นสุด เสร็จสิ้น


แต่คำว่า ยุติธรรม ไม่ได้แปลว่า “ธรรมสิ้นสุด” หรือว่า “ธรรมหมดสิ้น”


ถ้าไปเปิดดู เอกสารเก่า อย่างกฎหมายตราสามดวง จะมีคำว่า สิ่งนี้ยุติ สิ่งนี้เป็นธรรม ใช้คู่กัน หมายคำว่า คำ ตัดสินนี้ กรณีแบบนี้ เป็นสิ่งที่ถูกต้อง ด้วย ชอบธรรมด้วย เพราะฉะนั้น ยุติธรรม คือ ธรรม อันถูกต้อง


แต่ไม่ได้แปลว่า ธรรมอันยุติ หรือ ยุติแห่งความเป็นธรรม ซึ่ง พ.ต.ท. ทักษิณ เลือกเอาคำว่า ยุติ ในความหมาย ที่กลายไปแล้ว และใช้ตามลำพัง คำเดียว เอามาประกอบกับคำว่า ยุติธรรม ใช้เพื่อที่ จะเรียกร้อง ความสงสาร เรียกร้องความเห็นใจ และในขณะเดียวกัน เป็นการใช้ภาษา เพื่อโจมตี กระบวนการยุติธรรม ของประเทศไทย เราด้วย


*** จับโกหก อ้างครอบครัวโดนรังแก ***


ทักษิณ – พี่น้องครับ ผม ทั้งครอบครัวครับ ถูกทำร้าย ไม่ว่าจะเป็นการ อายัดทรัพย์ ที่หากินมาได้ทั้งชีวิต ก่อนเข้าการเมือง ไม่ว่าจะเป็น การสั่งจำคุก ไม่ว่าจะเป็น การตั้งข้อหา ทั้งครอบครัว แม้กระทั่ง เลขาฯ ก็ยังไม่เว้น

วีระ – แต่ว่าท่านครับ

ทักษิณ – ครอบครัวต้องแตกกระสานซ่านเซ็น พ่ออยู่ทาง แม่อยู่ทาง ลูกอยู่ทาง แต่ความเดือดร้อนของ ผม และครอบครัว ถ้าเทียบกับ ประเทศ เสียหาย นี้ถือว่ายังเล็กน้อยครับ”

ดร. อนันต์ มองว่า ข้อความที่ พ.ต.ท.ทักษิณ อ้างว่า โดนอายัดทรัพย์ ที่หากินมาได้ ทั้งชีวิต ก่อนเข้าการเมืองนั้น พ.ต.ท. ทักษิณ กำลังจะบอกว่า ทรัพย์สินทั้งหมดที่ถูกอายัด นั้น เขามีอยู่ก่อน และมีมูลค่ามากอยู่ ก่อนมาเล่นการเมือง แต่กรณีนี้ พ.ต.ท. ทักษิณ อาจโกหกได้ เฉพาะ คนที่ใส่ เสื้อแดง

ทุกคนคงจำได้ว่า มูลค่าหุ้นของ บริษัทชินวัตร ก่อนที่เขาจะเป็น นายกฯ นั้น มีมูลค่าน้อยกว่า มูลค่าหุ้น ที่ขายให้ เทมาเส็กของสิงคโปร์ ตอนที่เขาเป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าเช่นนั้นจะบอกว่า เป็นการอายัดทรัพย์ ที่หากินมาได้ตลอดทั้งชีวิต ก่อนเข้าสู่การเมืองได้อย่างไร

คุณทักษิณ พยายามเรียกร้อง คะแนนมากเหลือเกินว่า ถูกรังแก แม้กระทั่ง เลขาฯ ก็ยังถูกดำเนินคดี ซึ่งน่าจะหมายถึง คุณกาญจนภา หงษ์เหิน เลขาฯ ภรรยา คุณทักษิณ นี่ก็ไม่ใช่เลขาฯ คุณทักษิณ แล้วก็บอกว่า ครอบครัวกระสานซ่านเซ็น แม่อยู่ทาง พ่ออยู่ทาง ลูกอยู่ทาง ราวกับว่า คุณทักษิณอยู่ลอนดอน คุณหญิงพจมาน อยู่แอฟริกาใต้ คุณพานทองแท้ ไปอยู่เมืองจีน คุณพิณทองทา ต้องไปอยู่มอสโก แต่ใน ความเป็นจริง ก็ปรากฏว่า เห็นรูปที่สื่อมวลชน ลงอยู่บ่อยๆ ก็เห็นครอบครัว อยู่กันอบอุ่น กลางมหานครลอนดอน รูปนี้ยืนยันได้ อย่างดี ”

รูปนี้ยืนยันได้ ภ??่างดี

รูปนี้ยืนยันได้ อย่างดี



นายเจิมศักดิ์ กล่าวเสริมว่า เรื่องหุ้นที่ พ.ต.ท. ทักษิณ มีมาก่อน เข้าสู่การเมืองนั้น ช่วงที่ พ.ต.ท. ทักษิณ เป็นนายกฯ ได้ทำให้สูงขึ้น ก่อนขาย โดยใช้ นโยบายของรัฐเอื้อประโยชน์ ให้บริษัทของตัวเอง เพื่อให้ราคาหุ้นสูงขึ้นกว่าปกติ พอสูงได้ระดับ ก็แก้กฎหมาย เพื่อที่จะขายให้กับ ต่างชาติได้


*** เชื่อไม่หวังพึ่งพระบารมีจริง ***


ในช่วงสุดท้าย ได้มีการวิเคราะห์คำพูด ของ พ.ต.ท.ทักษิณ กรณี จะพึ่งพระบารมี ในการเดินทางกลับ เข้ามาในประเทศ ดังรายละเอียด

วีระ – … ผมเชื่อว่า ถ้าเป็นการเรียกร้อง ของพี่น้องประชาชน ทั่วประเทศ ซึ่งทำกันอย่างเรียบร้อย สงบ สันติ ปราศจากอาวุธ แต่เป็นการเรียกร้อง ให้คนมีฝีมือ มาทำงานให้กับ ประเทศชาตินี่ ผมว่ามันเป็นไปได้ นะครับท่าน

ทักษิณ – ครับ แน่นอนครับ

วีระ – เป็นไปได้

ทักษิณ – แน่นอนครับ ท่านวีระครับ พี่น้องครับ ไม่มีใครนะฮะ ที่จะเอาผม กลับประเทศไทย ได้หรอกครับ นอกจาก พระบารมี ที่จะทรงมี พระเมตตา หรือไม่ ก็พลังของ พี่น้องประชาชน เท่านั้น จริงไหมครับ (เสียงเฮ)

วีระ – เมืองไทยเรา นะครับ ท่านครับ เมืองไทยเราเนี่ย มันมีศัพท์ อยู่คำหนึ่ง ซึ่งค่อนข้างจะกินใจ ท่านพูดมาแบบนี้นี่ ทำให้ผมนึกถึง คำศัพท์คำนั้น คือเป็นความร่วมมือกัน ระหว่าง สถาบันสูงสุด อาศัยพระบารมีของท่าน บวกกับ พลังรากหญ้า คือ มวลมหาประชาชน เข้าด้วยกัน

ทักษิณ – โอ้โห

วีระ – คำนั้นเขาเรียกว่า ราชประชาสมาศรัย

ทักษิณ – โอ้โห

วีระ – ทางนี้หละครับ

ทักษิณ – ขนลุกเลยครับ คุณวีระครับ ผมฟังแล้ว ขนลุกนะครับ เหมือนที่บอกว่า เย็นศิระ เพราะพระบริบาล นี่หละครับ”

ดร.อนันต์ ได้วิเคราะห์ ข้อความที่ พ.ต.ท. ทักษิณพูดว่า ไม่มีใครเอาเขา กลับเข้ามา ในประเทศได้ นอกจาก พระบารมี หรือไม่ก็พลัง ของ พี่น้อง ประชาชน ว่า ข้อความนี้ ตีความได้กว้างขวาง ทีเดียว ถ้าตีความในแง่สื่อ กับคนที่เกี่ยวข้อง กับกระบวนการยุติธรรม พ.ต.ท. ทักษิณ กำลัง บอกว่า อัยการ ไม่ต้องขวนขวาย กระเสือกกระสน ขอส่งตัวเขาเป็นผู้ร้ายข้ามแดน ให้กลับมา ในกระบวนการนี้

ที่น่าสนใจ คือ พ.ต.ท. ทักษิณ คิดว่า ตนเองจะกลับไทยได้ มี 2 กรณี คือ พ.ต.ท. ทักษิณ ใช้คำว่า พระบารมี ซึ่งเราคงรู้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณหมาย ถึงอะไร เขาใช้คำว่า ขอพึ่งพระบารมี ที่จะทรงมี พระเมตตา หรือไม่ก็ พลังของ พี่น้องประชาชน

“ผมคิดว่า คุณทักษิณ ไม่หมายจะพึ่ง พระบารมี คิดว่าเขาจะพึ่ง กรณีหลัง มากกว่า เพราะโดยปกติ ถ้าเราบอกว่า ทางเลือกมี 2 ทางเลือก คือ ทางเลือก ที่หนึ่ง หรือ ทางเลือก ที่สอง

โดยปกติ ทางเลือกที่ 1 คือทางเลือก ที่ควรใช้มากที่สุด ส่วนทางเลือก ที่ 2 มันมีอุปสรรค หรือผลกระทบ มากกว่า จึงเอาไว้เป็น ทางเลือก ที่ 2

แต่กรณีนี้เห็นชัดว่า คุณทักษิณ หวังพึ่ง พลังของประชาชน และถ้าเราดู บริบทดีๆ จะเห็นว่าเขาพูดใน บริบท ที่มีคนมาให้กำลังใจเขา ประมาณ แสน ในกรณีนี้ เขาหวังใช้ พลังของประชาชน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เพื่อช่วยให้เขา กลับเข้ามา ในประเทศได้ แม้ว่า คุณทักษิณ ไม่สามารถ พึ่ง พระเมตตา พระบารมี ได้ก็ตาม”

*** ชี้ขอนิรโทษ แปลก – ผิดประเพณี ***


ดร. อนันต์ กล่าวต่อว่า ในกรณีของ การขอพึ่ง พระเมตตา พระบารมี นั้น สังคม ก็จะตีความ ไปมากมายว่า พ.ต.ท. ทักษิณ จะทำอะไร ระหว่าง


1. ขอพระราชทานอภัยโทษ หรือ 2. จะขอนิรโทษกรรม


ในกรณีที่จะขอ พระราชทานอภัยโทษ การขอ พระราชทานอภัยโทษ นั้นจะเกิดขึ้น เมื่อคนๆ นั้น ต้องคำพิพากษา แล้วก็อยู่ใน กระบวนการ การลงโทษ ตามคำพิพากษาของศาล นั่นคือติดคุกไปแล้ว สำนึกในความผิด ที่ตัวเองมี ด้วยความสำนึกตรงนั้น จึงขอพึ่งพระ เมตตา ในพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งผู้ต้องโทษทุกคน สามารถขอพระเมตตาได้

แต่ในกรณีนี้ เป็นกรณี ที่แปลกมาก เพราะ คุณทักษิณ นอกจากไม่ยอมรับ ในกระบวนการ บังคับให้เป็นไป ตามคำพิพากษา ของศาลแล้ว คุณทักษิณ ยังปฏิเสธ กระบวนการยุติธรรม ทั้งกระบวนการ แม้กระทั่ง ที่จะมาให้การ ในชั้นศาล แล้วหนีคุกด้วย แต่จะ ขอพระเมตตา

“ส่วนกรณี การขอนิรโทษกรรม ก็แปลกและผิดประเพณี อย่างยิ่ง เพราะเราไม่มี ประเพณีนิรโทษกรรม ให้บุคคลคนเดียว และ ไม่มีกรณี นิรโทษกรรม ให้บุคคลที่ทำผิด กบิล ของ บ้านเมือง ในลักษณะ เช่นนี้”

ดร.อนันต์ กล่าวต่อว่า ข้อความที่ พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่า ด้วยพลังของ พี่น้องประชาชนนั้น แสดงว่า พ.ต.ท.ทักษิณ พร้อมที่จะใช้ พลัง ของ ประชาชน ทำทุกหนทางให้ พ.ต.ท.ทักษิณ บริสุทธิ์และไม่ต้องโทษ ตามกระบวนการยุติธรรม ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ปฏิเสธ และกล่าวหาว่า ยุติ ความเป็นธรรม

*** เชื่อมุ่ง กดดันเบื้องสูง – พร้อมใช้ มวลชนปะทะ เพื่อประโยชน์ ตัวเอง ***


นายเจิมศักดิ์ กล่าวว่า มีคนวิเคราะห์ว่า เป็นความพยายาม กดดันสถาบันสูงสุด ว่าถ้าไม่ให้ ก็จะเอา พี่น้องประชาชน มากดดัน ซึ่ง ดร. อนันต์ กล่าวตอบว่า “อาจารย์เจิมศักดิ์ พูด ในสิ่งที่ผม ไม่ยอมพูด” และว่า สิ่งที่น่าสนใจ คือในวันนั้น มีการตั้งโต๊ะ ล่ารายชื่อประชาชน ด้วย เราต้องมา คิดว่า เพื่อวัตถุประสงค์ใด ถ้าล่ารายชื่อ เพื่อร่วมกัน ถวายฎีกา ขอพระราชทานอภัยโทษ ให้ผู้ต้องคำพิพากษา จำคุก ก็ผิดประเพณี เพราะ คนที่ ต้องคำพิพากษา และอยู่ในคุกแล้ว จึงจะถวายฎีกา ด้วยตนเอง ไม่ใช่ ใช้เสียงของประชาชน มาถวายฎีกา

“การใช้เสียง ของประชาชนนั้น ทำได้ แต่ไมใช่กรณี ที่ทำให้ผู้ต้องโทษแบบนี้ นับว่าผิดประเพณี แต่ถ้าเราติดตาม พฤติกรรม คุณทักษิณ ตลอด เราก็เห็นว่า คุณทักษิณ ชอบแหวกประเพณี ไม่ทำตามประเพณี ไม่รักษา กระบวนการ ตามกฎหมาย ทั้งที่ คุณทักษิณ ชอบพูดว่า ตนเอง เป็นคนรักษา กฎกติกา แต่ต้องเป็น กฎกติกา ที่คุณทักษิณ กำหนดเอง และเป็นประโยชน์ ต่อตัวเขา เท่านั้น”

ดร. อนันต์ กล่าวต่อว่า ถ้าจะถวายฎีกา ต้องมารับโทษ ระยะเวลาหนึ่ง จนเกิดสำนึกได้ และขอพึ่งพระบารมี คิดว่า สังคมไทย ให้อภัยได้ สำหรับ คนที่สำนึก และ ขออภัย แต่สำหรับโจร ที่ไม่สำนึก สงคมไทย ให้อภัยไม่ได้

แต่ถ้าใช้วิธีการเข้าชื่อ คำ ว่าด้วยพลังประชาชน นั้น สามารถ ตีความได้มากมาย อาจล่าชื่อ หรืออาจ ตีความสุดโต่ง คือ ใช้กำลัง พี่น้องประชาชน มาแลกเพื่อให้ พ.ต.ท. ทักษิณ กลับเข้าไทย โดยไม่ต้องถูกจำคุก โดยที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ไม่สนใจกระบวนการ ขอเพียงแค่ใช้ พลังพี่น้องประชาชน แม้พี่น้องประชาชน ต้องไปปะทะกับอีกฝ่าย พ.ต.ท. ทักษิณ ก็คิดว่า มันก็คุ้ม เพื่อแลกกับตัวเอง

*** แอบอ้าง “ราชประชาสมาสัย” เพื่อส่วนตัว ***


ส่วนคำว่า “ราชประชาสมาสัย” นั้น ตีความว่า ทั้ง พ.ต.ท. ทักษิณ และ นายวีระ เตรียมกันมาอย่างดี มีการ เตรียมคำถาม เตรียมคำตอบ อย่างดี เมื่อ พ.ต.ท. ทักษิณ บอกว่า หมายพึ่ง พระบารมี นายวีระ ก็ยกเอาคำว่า ราชประชาสมาสัย ขึ้นมา โดยที่ นายวีระ บอกว่า ในสังคมไทย มีศัพท์อยู่คำหนึ่ง ซึ่งจริงๆ แล้ว ในภาษาไทย แต่เดิมไม่มีคำๆ นี้ แต่เป็นคำ ที่เพิ่งคิดขึ้น กันไม่นาน จำได้ว่าคิดขึ้น สมัยที่ เรารวมตัวกันต้าน พ.ต.ท. ทักษิณ ก่อน การปฏิวัติ แล้วเรียก ประชาสมาสัย เป็นการเรียก คนกลุ่มหนึ่ง ที่ไปรวมตัวกัน ไม่มีความหมาย เฉพาะ แต่กรณีนี้ นายวีระไปตีความเอาเองว่า “สมาสัย” เป็นการร่วมกัน ราช กับ ประชา คือ พระราชา ร่วมกับ ประชาชน

“คุณวีระ ต้องการแก้ปัญหาส่วนตัว ให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยอาศัย “ราช” กับ “ประชา” มาแก้ไขปัญหา ให้กับบุคคลคนหนึ่ง ก็ตีความ แบบนี้ได้” ดร. อนันต์กล่าว

*** ตำหนิ การใช้อำนาจในหลวง กลับบอก “เย็นศิระ เพราะพระบริบาล” ***


ส่วนที่ พ.ต.ท. ทักษิณ บอกว่า รู้สึกขนลุก เหมือนที่บอกว่า เย็นศิระ เพราะพระบริบาล นั้น ดร. อนันต์ กล่าวว่า ไม่ได้เข้ากันเลย เย็นศิระ เพราะพระบริบาล หมายความว่า ประชาชนทั้งประเทศ รู้สึกอยู่เย็นเป็นสุข ภายใต้ร่มพระบารมี ในธรรมิกราชา

แต่ธรรมิกราชา ที่จะปกแผ่ เพื่ออำนวย ให้ประชาชน เย็นเศียรเกล้า นั้นหมายความว่า ธรรมิกราช ผู้นั้น ย่อมตัดสินคดี โดยยุติธรรม และ การตัดสินคดี โดยยุติธรรม ย่อมต้องลงโทษ คนที่กระทำความผิด แต่ พ.ต.ท. ทักษิณ ยังไม่รับผิด แล้วจะบอกว่า ตนนั้น จะ เย็นศิระ เพราะ พระบริบาล ได้อย่างใด

แต่ก่อนเก่า ในสมัยที่เราอยู่ ภายใต้ระบอบที่ อำนาจรวมศูนย์ พระมหากษัตริย์ เป็นผู้ครองอำนาจ ในการตัดสินคดี เป็นผู้ดัดคดีโดยธรรม แม้หลังจากที่ เราเปลี่ยนแปลง การปกครองแล้ว เป็นประชาธิปไตย เรายังเลือกใช้ ประชาธิปไตย อันมี พระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข การใช้อำนาจของ พระมหากษัตริย์ ทางตุลาการนั้น ใช้โดยผ่าน องค์กร คือ ศาล เพราะฉะนั้น คณะผู้พิพากษา จึงพิพากษาคดี ต่างๆ ตาม พระปรมาภิไธย

ดังนั้น เมื่อ พ.ต.ท. ทักษิณ กล่าวตำหนิ กระบวนการยุติธรรม ว่า ยุติความเป็นธรรม เท่ากับ หมิ่นประมาท กระบวนการ ทั้งหมด ทั้งองค์กร แห่งอำนาจ เจ้าของอำนาจคือ ประชาชนอย่างเรา รวมไปถึง ผู้ใช้อำนาจตุลาการ ด้วย ต้องอย่าลืมว่า ประชาชนเป็น เจ้าของอำนาจ อำนาจตุลาการ คือหนึ่งใน อำนาจของประชาชน ทั้งสาม องค์กรแห่งอำนาจ คือ ศาล ผู้ใช้อำนาจ คือ พระมหากษัตริย์

*** บังอาจใช้ พราหมณ์ทำพิธี ***


นอกจากนี้ ในวันที่ 1 พ.ย. มีการทำ พิธีพราหมณ์ ที่ สนามราชมังคลา กีฬาสถาน ก่อนการปราศรัย ด้วย ซึ่ง ดร. อนันต์ กล่าวว่า ค่อนข้างตกใจ ที่มี การทำพิธีพราหมณ์ ขณะที่มีการเคลื่อนไหว ทางการเมือง และพราหมณ์ ที่เชิญมาทำพิธี เป็นพราหมณ์ในราชสำนัก เป็นเรื่องที่น่าตกใจ เพราะ โดยปกติ ตามธรรมเนียม แต่โบราณกาล การทำพิธีพราหมณ์ จะเกิดในพระราชพิธีเท่านั้น ไม่เคยมี ในเรื่องที่เกี่ยวกับ การเมือง เลย พิธีเกี่ยวกับ พราหมณ์ และเชื่อมโยง บริบททางการเมือง ไม่ใช่สามัญชน


ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 5 พฤศจิกายน 2551 15:28 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000131302


พิมพ์ ข่าวนี้ นักภาษา ชำแหละ “โฟนอินแม้ว” ตรรกะส ุดเพี้ยน – โกหก อ้อนสาวก


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

October 23, 2008

สั่งประหาร นักการเมือง และข้าราชการ คอร์รัปชั่น ล่าสุด ปปช. จีน สั่งสอบ คดีทุจริตที่ดินปักกิ่ง

จู จื้กัง รมต.ซึ่งกำลังถูกสบสวนคดีทุจริต

จู จื้อกัง รมต.ซึ่งกำลังถูกสอบสวนคดีทุจริต


ประหาร! นักการเมือง โกงชาติ

เจียง เหรินเจี๋ย ภ??ีตรภ??ผู้ว่าซูโจวถูกตัดสินประหาร

เจียง เหรินเจี๋ย อดีตรองผู้ว่าซูโจวถูกตัดสินประหาร



ซีซีทีวี – ทางการจีน เอาจริง สั่งประหาร นักการเมือง และข้าราชการ คอร์รัปชั่น ล่าสุด ปปช. จีน สั่งสอบ คดีทุจริตที่ดินปักกิ่ง


นายเจียง เหรินเจี๋ย อดีตรองผู้ว่าการ เมืองซูโจว มณฑลเจียงซู ซึ่งขณะนี้ อายุ 60 ปี เป็นข้าราชการโกงชาติ คนล่าสุดที่ ถูกตัดสินประหารชีวิต เนื่องจากรับสินบน มูลค่า 108 ล้านหยวน จากบริษัทค้าที่ดิน ห้าแห่ง ในช่วง ที่เขาดำรงตำแหน่ง เมื่อปี 2001 ถึง 2004


ขณะนี้ รัฐบาลจีน ได้ประกาศนโยบาย เร่งกำจัดการคอร์รับชั่น ขนานใหญ่ โดยเมื่อสุดสัปดาห์ ที่ผ่านมา ศาลอุทธรณ์ มณฑลเหอเป่ย ได้ ตัดสินประหารชีวิต นายหลิว จื้อฮวา อดีตรองผู้ว่าการนครปักกิ่ง ซึ่งทำความผิดร่วมกับ ภรรยารับสินบน มูลค่า 7 ล้านหยวน


และล่าสุด ทาง คณะกรรมการป้องกัน และปราบปราม การทุจริต แห่งชาติจีน กำลัง สอบสวนคดี ที่มีความคล้ายคลึงกับ คดีซื้อที่ดินรัชดาภิเษก ของอดีต นายกรัฐมนตรีไทย
หลิว จิ้ภ??วา ภ??ีตรภ??ผู้ว่าปักกิ่ง ถูกประหารเช่นกัน

หลิว จิ้อฮวา อดีตรองผู้ว่าปักกิ่ง ถูกประหารเช่นกัน



โดยเจ้าหน้าที่รัฐ ที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ คือ นายจู จื้อกัง รองประธาน คณะกรรมาธิการการเงิน ประจำรัฐสภาจีน ซึ่งขณะนี้ ถูกจับกุม เพื่อ สอบสวน ในข้อหา ใช้สิทธิพิเศษ ในฐานะการเมือง เพื่อซื้อที่ดิน ราคาต่ำกว่าความเป็นจริง


นายจู จื้อกัง ถือว่าเป็น ข้าราชการระดับสูง มีตำแหน่งเทียบเท่า รัฐมนตรี โดยเขาเป็น คณะกรรมการประจำใน สภาประชาชนจีน และยังทำหน้าที่ รองประธาน คณะกรรมาธิการการเงิน และยังเป็น ประธาน ในคณะกรรมาธิการงบประมาณ ของรัฐสภา อีกด้วย


นายจู จื้อกัง อายุ 58 ปี เคยดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลัง มาเจ็ดปี และได้ย้ายมา ดำรงตำแหน่งทาง รัฐสภา เมื่อต้นปีนี้เอง


ทั้งนี้ สื่อมวลชนจีน กำลังติดตาม คดีซื้อขายที่ดิน ในกรุงปักกิ่งนี้ อย่างใกล้ชิด โดยคาดกันว่า นอกจาก นายจู จื้อกัง แล้ว ยังจะมี เจ้าหน้าที่รัฐ อีกหลายสิบคน เข้าข่าย มีความผิดร่วมด้วย ในคดีนี้

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 23 ตุลาคม 2551 18:21 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000126044


พิมพ์ ข่าวนี้ ประหาร! นักการเมือง โกงชาติ


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

October 19, 2008

“พิภพ” จี้ “เขยแม้ว” รับผิดชอบเหตุ “7 ตุลาเลือด” ผู้บาดเจ็บ แผลเรื้อรัง จากอาวุธร้ายแรง

Filed under: กัมพูชา,การเมืองภาคประชาชน,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข่าวเศรษฐกิจ,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,คดีที่ดินรัชดาฯ,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,คุณภาพชีวิต,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ตำรวจฆ่าประชาชน,ประวัติศาสตร์ไทย,ปราสาท ตาควาย,ปราสาท ตาเมือนธม,ปราสาทพระวิหาร,รัฐสั่งฆ่าประชาชน,วัฒนธรรมขอมโบราณ,วิกฤติ,ศาลสถิตยุติธรรม,อาชญากรรม — accomthailand @ 03:51
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


“พิภพ” จี้ “เขยแม้ว” หยุดหาแพะ-
รีบลาออก ชดเชยหนี้เลือด

นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่�ประชาธิปไตย

นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย


“เขยแม้ว” ต้องรับผิดชอบเหตุ “7 ตุลาเลือด” ด้วยการลาออก สถานเดียว หยุดปัดความรับผิดชอบให้ รองนายกฯ ระบุผ่านกลิ่น แก๊ส-ควันปืน เข้าสภา เป็นไปไม่ได้ ที่จะไม่ได้รับรายงาน ยันฟ้องแน่ ทั้งแพ่ง-อาญา ไม่ว่าผลการสอบสวนของ คณะกรรมการ ที่นายกฯ ตั้งเอง จะออกมาอย่างไร เผยยังต้องดูแล ผู้บาดเจ็บ อีกหลายเดือน เหตุแผลเรื้อรัง จากอาวุธร้ายแรง


เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 18 ต.ค. นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นเวทีปราศรัยที่ ทำเนียบรัฐบาล โดยได้กล่าว ถึง การช่วยเหลือ ผู้บาดเจ็บ จากเหตุการณ์ ตำรวจใช้ความรุนแรงสลาย การชุมนุมของ พันธมิตรฯ เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ว่า จากที่คุยกับ หมอที่รักษา ผู้บาดเจ็บ ทราบว่า คงต้องดูแลผู้บาดเจ็บ ต่ออีกหลายเดือน


เนื่องจาก ลักษณะบาดแผล ที่เรื้อรัง ซึ่งตอนนี้ยังไม่อยากสรุปว่า บาดแผลทั้งหมด เกิดจากแก๊สน้ำน้ำตา หรือไม่ เพราะคนที่โดนแก๊สน้ำตา จริงๆ แผลจะเป็นจุดๆ ส่วนคนที่ ขาขาด มือขาด นั้น น่าจะเป็นอาวุธอย่างอื่น หรือไม่ นี่แสดงให้เห็นถึง การใช้อาวุธที่ร้ายแรง ในการสลายการชุมนุม


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายพิภพ ธงไชย ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายพิภพ ธงไชย ปราศรัย (56 K)
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายพิภพ ธงไชย ปราศรัย (256 K)


นายพิภพ เปิดเผยอีกว่า มีผู้บาดเจ็บจาก การถูก นปก.ทำร้าย ตั้งแต่ พันธมิตรฯ เริ่มชุมนุม ในวันที่ 25 พ.ค. 51 มาจนถึงการเข้าสลาย การชุมนุม โดยตำรวจ หลายครั้ง มาขอให้ช่วยดูแลด้วย ซึ่งแกนนำได้หารือกันแล้ว มีมติว่า จะดูแลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.51 เป็นต้นมา โดยใช้ กองทุนผู้บาดเจ็บ จากเหตุการณ์วันที่ 7 ต.ค. ดังนั้น ผู้บาดเจ็บแม้จะ รักษาหายไปแล้ว ให้มาลงบัญชีว่า เสียค่าใช้จ่ายในการรักษา ไปเท่าไหร่ เราจะ ดูแลให้


นายพิภพกล่าวต่อว่า เหตุการณ์ใช้ความรุนแรง สลายการชุมนุม ในวันที่ 7 ต.ค. นั้น ถึง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี จะบอกว่า ตัวเอง ไม่ได้สั่งการ แต่เป็นการสั่งไป ตามหน่วยงานนั้น ขอบอกว่า เมื่อมีการยิง ตั้งแต่เวลา 6.15 น. และ นายกฯ เข้าสภาเวลา 9.00 น. เป็นไปไม่ได้ ที่ นายกฯ จะไม่ได้รับรายงาน เพราะเมื่อผ่าน จะต้องเห็นเหตุการณ์ หรือได้กลิ่นแก๊สน้ำตา กลิ่นควันปืน จุดเกิดเหตุ ก็อยู่ใกล้ๆ เป็นไปไม่ได้ที่ เจ้าหน้าที่ จะ รายงานช้า ปัญหาก็คือ เมื่อนายกฯ ได้รับรายงานแล้ว ได้สั่งการ ให้หยุดหรือไม่ เมื่อไม่มีการสั่งการให้หยุด นายสมชาย จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะ รับผิดชอบ


“อย่าปฏิเสธ อย่าหาแพะ ว่าเป็นรองนายกฯ คนนั้น รองนายกฯ คนนี้ เป็นคนสั่ง ท่านต้องรับผิดชอบ ทางการเมือง คือต้องลาออก สถานเดียว นายกฯ จะหลีกเลี่ยง ความรับผิดชอบ ต่อการตายของประชาชน ไม่ได้ ส่วนทาง กฎหมายนั้น เราจะฟ้องท่าน ไม่ว่า ผลสอบสวนของ กรรมการ ที่ท่านตั้งขึ้นมา จะบอกว่าท่านผิดหรือถูก แต่เราจะฟ้อง ท่านแน่ ทั้ง ทางแพ่ง และ อาญา ตั้งแต่ นายกฯ ลงมา”


“กรุณาอ่านเหมือนกรณี ยุบพรรคไทยรักไทย เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2550 เพราะการอ่านคำพิพากษา ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจทุกช่อง ถือเป็นการให้การศึกษา แก่ประชาชนอย่างดียิ่ง” แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวพร้อมขอเสียง สนับสนุนจากผู้ชุมนุม ซึ่งก็ได้รับ เสียงตอบรับอย่าง หนาแน่น


นายพิภพ กล่าวถึงการช่วยเหลือ ผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิต เพิ่มเติมว่า ล่าสุด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ได้แจ้งมาว่า พร้อมที่จะให้ ทุนการศึกษา โดยไม่จำกัดจำนวน


ส่วนการรับบริจาค เพื่อช่วย ผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิตนั้น ขอหยุดไว้ก่อน เนื่องจาก มียอดรับบริจาค ถึง 26 ล้านกว่าบาท แล้ว และจ่ายให้ ผู้บาดเจ็บ แล้ว 2 ล้าน 7 หมื่นกว่าบาท และ มีเงินเข้าบัญชี วันนี้ อีก 1 ล้าน 8 หมื่นบาท


อย่างไรก็ตาม สำหรับ การรับบริจาค เพื่อสนับสนุน เอเอสทีวี และเป้นค่าใช้จ่าย ในการชุมนุมของ พันธมิตรฯ ยังเปิดรับไม่หยุด เพราะต้องมี ค่าใช้จ่าย ทุกวัน


นายพิภพ กล่าวต่อว่า ผลจากการสลาย การชุมนุม เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ทำให้พันธมิตรฯ ยังมีเรื่อง ที่ต้องทำต่อ ทั้งการดูแลผู้บาดเจ็บ และเรื่องคดี ที่ฝ่ายเราฟ้องรัฐบาล และ รัฐบาลที่ฟ้องแกนนำ ซึ่งจากประสบการณ์ของ นายบรรจง นะแส ที่เคยฟ้องคดี ตำรวจสลายการชุมนุม ที่สงขลา ต้องใช้เวลา ถึง 4 ปี จึงมีคำพิพากษา ออกมาว่า รัฐบาลผิด ต้องจ่ายเงินชดเชย ให้ผู้ชุมนุม คนละ 1 หมื่นบาท ดังนั้นถ้าจำเป็น ต้องมีการระดมทุน สู้คดี ก็อาจจะขอบริจาคอีก อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กองทุนสู้คดี มีอยู่แล้วประมาณ 2 ล้าน จึงยังไม่ขอบริจาคเพิ่ม ในขณะนี้


นายพิภพ ได้กล่าวถึง การประชุม เรื่องการเมืองใหม่ ในช่วงบ่ายวันที่ 18 ต.ค.ว่า ในส่วน ของการศึกษา นั้น ตนได้เสนอให้มี การจัด การศึกษา ทางโทรทัศน์ ด้วย ซึ่งในที่นี้ ไม่ได้หมายถึง การสอนให้ทำ โจทย์คณิตศาสตร์ ทางโทรทัศน์ แต่เป็นการ ทำให้โทรทัศน์ เป็น ทีวีสาธารณะ ของ ประชาชน ที่ไม่เสนอ ข้อมูลด้านเดียว และสร้าง องค์ความรู้ ที่รอบทุกด้าน ไม่ใช่มีแต่ ข่าวอย่างเดียว เนื่องจากคนไทย อยู่กับทีวี มากกว่าอย่างอื่น แม้แต่ ละครก็ปรับปรุง ให้สะท้อนชีวิตจริง ให้เป็นบทเรียน ในการดำรงชีวิต ที่ดี ไม่ใช่มีแต่ ละครน้ำเน่า


ส่วนการศึกษาในระบบ ต้องส่งเสริมศักยภาพ ของเด็กอย่างเต็มที่ ตามความถนัด และพรสวรรค์ ของแต่ละคน นอกจากนั้น การเลี้ยงดู ก็ต้อง สอดคล้อง กับการจัดการศึกษาด้วย เพราะถ้าเลี้ยงดูผิด ก็มีผล ต่อการจัดการศึกษา ที่ผิดด้วย ดังนั้น การจัดการศึกษา ต้องเชื่อมโยง กับการเลี้ยงดู ด้วย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 19 ตุลาคม 2551 03:51 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000123985


พิมพ์ ข่าวนี้ “พิภพ” จี้ “เขยแม้ว” หยุดหาแพะ – รีบลาออก ชดเชยหนี้เลือด


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“สมศักดิ์” ดีเดย์ จันทร์นี้ 10 โมง ดาวกระจาย แจกซีดี หน้าเซ็นทรัลเวิลด์

Filed under: กัมพูชา,การเมืองภาคประชาชน,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวลือ,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข่าวเศรษฐกิจ,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,คดีที่ดินรัชดาฯ,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,คุณภาพชีวิต,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ตำรวจฆ่าประชาชน,ประวัติศาสตร์ไทย,ปราสาท ตาควาย,ปราสาท ตาเมือนธม,ปราสาทพระวิหาร,รัฐสั่งฆ่าประชาชน,วิกฤติ,ศาลสถิตยุติธรรม,อาชญากรรม — accomthailand @ 00:50
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


“สมศักดิ์” นัด 10 โมง วันจันทร์ หน้าเซ็นทรัลเวิลด์
แพร่ซีดี ประจาน ตร.โหด

นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่�ประชาธิปไตย

นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย


“สมศักดิ์” ดีเดย์ จันทร์นี้ 10 โมง ดาวกระจาย แจกซีดี หน้าเซ็นทรัลเวิลด์ หวังปลุกกระแสประชาชน เผด็จศึกรัฐบาล ด้วยการตีแผ่ความจริง พร้อมแฉ “สมชาย” ทาส “แม้ว” เดินเกม ปลุกกระแสช่วย พี่เขย และ รักษาอำนาจ ของตนเอง


ระบุการเมืองใหม่ จะเกิดขึ้นได้ ต้องกำจัดการเมืองเก่า ให้สิ้นซากก่อน โดยเมื่อมี การเมืองใหม่ เกิดขึ้นแล้ว เกษตรกร จะต้องมีรายได้อย่างเท่าเทียม และ การศึกษา จะต้องฟรี ในทุกระดับชั้น


เผย ดาวกระจาย การบินไทย สัปดาห์หน้า ปกป้อง “กัปตันจักรี” ที่อาจถูกถอด ใบอนุญาตบิน แย้มรายละเอียด การศึกษา-รัฐวิสาหกิจ ในการเมืองใหม่ ร้องศาล อนุญาติ ถ่ายทอดโทรทัศน์ การพิพากษา คดีที่ดินรัชดา


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ปราศรัย (56 K)
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ปราศรัย (256 K)


วานนี้ (18 ต.ค.51) เวลา 22.30 น. นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นปราศรัย บนเวที ในทำเนียบรัฐบาล ว่า การแจกซีดี และ หนังสือที่เกี่ยวข้อง กับเหตุการณ์ วันที่ 7 ตุลาคม นั้นได้รับการตอบรับ จากประชาชน เป็นอย่างมาก โดยได้มีการประชุมกันว่า จะ ให้มี กิจกรรมนี้อีกใน วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม นี้


“มีการตอบรับ ดีมาก และ เราจะนัดรวมตัวกัน ที่หน้า เซ็นทรัลเวิลด์ อีกในวันจันทร์นี้ เวลา 10 โมง เพื่อไปแจกซีดี ที่ถนนวิทยุ เพื่อให้ประชาชน รู้ความจริง ที่เกิดขึ้น เพื่อเขาจะได้มา ร่วมต่อสู้เผด็จศึก รัฐบาล ให้เร็วที่สุด” นายสมศักดิ์ กล่าว


ทั้งนี้ ต้องอย่าลืมว่า เราต้องอยู่ป้องกัน การโจมตีของรัฐบาล ที่ทำเนียบ และ สะพานมัฆวานด้วย โดยเวลาของรัฐบาล มีไม่มากแล้ว แต่เขาต้อง สร้างเรื่อง ให้เขาอยู่ต่อ ซึ่งเรามีหน้าที่ ชี้แจงให้ประชาชนทราบ และ ลุกขึ้นมาต่อสู้กับเรา ให้มากขึ้น


นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ตนนี้ ต้องบอกกับ พี่น้องชาวใต้ ให้อย่าสับสน และให้ขึ้นรถไฟ มากรุงเทพ ในวันที่ 20 โดยไม่ต้องไปฟังใคร และ ให้มา โดยด่วน ที่สุด เพราะว่าตอนนี้ งานเข้าเยอะมาก


โดยการต่อต้านทุนสามานย์ ได้มี การกระจายไปทั่วโลกแล้ว ซึ่งวันนี้ที่ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร ไปขึ้นสนามบินหาดใหญ่ ก็ถูกไล่ นอกจากนี้ นายประดิษฐ์ เองยังต้องหนีเข้าไป ในบ้านของ ส.ส. ประชาธิปัตย์ เลย ซึ่งที่ว่า นั้นกระจายไป ทั่วโลก เพราะขนาด ทักษิณ ที่ลอนดอน ยังโดน


ซึ่งรถราคาแพง ของทักษิณ ยังถูกเกลียด และโดนทำลาย ซึ่งขณะนี้ คนอังกฤษ ก็เกลียดทักษิณ อยู่ไม่น้อย เหมือนกัน เพราะคนโกง เห็นแก่ตัว ประเทศไหน ก็ไม่ให้การตอนรับ


นายสมศํกดิ์ กล่าวอีกว่า ที่วันนี้ไม่ค่อยได้พูดถึง การเมืองใหม่ เพราะย้ำตลอดว่า การเมืองใหม่ จะเกิดขึ้นได้ ต้องขับไล่ รัฐบาลเน่า ในการเมืองเก่า ออกไปก่อน ไม่เช่นนั้น จะเกิดไม่ได้ ตอนนี้โอกาสของรัฐบาล แม้จะดื้อด้านอย่างไร โดยการปฏิบัติหน้าที่ ของ สมชาย ในการยืนหยัดต่อสู้ เพื่อ ทักษิณ อย่างเหนียวแน่น และไม่สนใจอะไร ทั้งสิ้น ขนาด 4 เหล่าทัพ มาพูดว่า ก็ยังไม่สนใจ


ทั้งนี้ เมื่อช่วงกลางวัน ที่ผ่านมา มีการประชุม เกี่ยวกับการเมืองใหม่ จึงอยากเอามาบอกกับพี่น้อง เพราะการเมืองเก่า เหลือเวลา อีกไม่กี่ชั่วโมง แล้ว และ การยืดเวลา ของนายสมชาย ในการตั้ง คณะกรรมการสอบนั้น ใครก็รู้ดีว่า คนผิดเป็นใคร แล้วจะมาสอบกันอีก ทำไม


แต่ในกรณีที่ เล่นงาน กัปตันจักรี ทำไมไม่ให้มี การตั้ง กรรมการตรวจสอบ ซึ่งเป็นเรื่องเดียวกัน เมื่อความผิด นายสมชาย นั้น ทำไมไม่ตัดสินบ้าง


“ตอนนี้ นายสมชาย พยายามสร้าง สถานการณ์ปั่นป่วน เพื่อกลบข่าว การตัดสินคดีความของ ทักษิณ แต่เขาก็ยังทำไม่สำเร็จ ตอนนี้มันคิดชั่ว ปลุกระดมคน เพื่อมาให้ตีกัน เขาบอกว่า ประเทศไทยจะเป็นเหมือน เกาหลีเหนือ กับใต้ นั้น ซึ่งไม่สอดคล้องกับ นโยบายสมานฉันท์ ที่จะทำ นี่เป็นการแสดง ให้เห็นว่าเขาต้องทำทุกอย่าง เพื่อให้อยู่ในอำนาจ ต่อไป” นายสมศักดิ์กล่าว


นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า อีกด้านเหนึ่ง ขณะนี้รัฐบาล ต้องการจะรุกคืบ เพื่อเอาทำเนียบคืน ในวันที่ 21 นี้ ซึ่ง พี่น้อง จะต้องสับเปลี่ยน กันมา ทำหน้าที่ อย่างเข้มแข็ง เพื่อไม่ให้เขาทำได้ เราได้เรียนรู้ประสบการณ์ จาการเมืองเก่าว่า ชั่วร้ายอย่างไร มันทำลายทุกอย่าง ทั้งสถาบัน และ ประชาชน โดยเราจะให้ เป็นอีกต่อไปไม่ได้


นอกจากนี้ การเมืองเก่า ยังทำลายเศรษฐกิจ เพราะรัฐบาลทรราช เป็นผู้สร้างมาทั้งนั้น จากการประกาศภาวะฉุกเฉิน และ การทำร้ายประชาชน ในวันที่ 7 ก็เช่นกัน ซึ่งต่างชาติ เขาให้ค่า ความเผด็จการของ รัฐบาลชุดนี้ เท่ากับ พม่า ไปแล้ว


นายสมศักดิ์ กล่าวถึงการเมืองใหม่ อีกว่า ปัญหาใน การกระจายรายได้ อย่างไม่เป็นธรรม นั้น และ ความแตกต่าง ระหว่างเมือง กับชนบทนั้น เป็นสิ่งสำคัญ โดยประชาธิปไตย จะต้องมีปัจจัยสี่ ในเบื้องต้นด้วย โดยการประชุมกันนั้น หนี้สินของเกษตรกร ที่เกิดจากคำแนะนำของรัฐ นั้น จะต้องมีการยกเลิก แบบไม่มีเงื่อนไข หลังจากการเมืองใหม่เกิดขึ้น


นอกจากนั้นการเมืองใหม่ จะต้องส่งเสริมให้มีการร่วมตัวกัน เป็นสหกรณ์ หรือสหภาพ เพื่อให้มี การตรวจสอบ การเมือง ได้ และจะได้รวมตัวกัน ได้ง่ายขึ้น เมื่อพบว่า มีคนทุจริต และต้องเปลี่ยน ความคิดใหม่ว่า ประชาชนคือเจ้าของประเทศ ไม่ไช่ นักการเมือง และข้าราชการ โดยจะต้อง ไม่คิดเหมือน ทักษิณ ว่า ผู้บริหาร เป็นซีอีโอ เป็นเจ้านาย แล้วประชาชน เป็นลูกจ้าง


นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า การเมืองใหม่ จะต้องมีการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งประเทศที่พัฒนาแล้ว เน้นผลิต สายวิชาชีพ มากที่สุด เพื่อให้จบมาแล้ว มีงานทำ ซึ่งไม่ใช่เหมือน ในปัจจุบัน อันนี้ไม่ถูกต้อง อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการศึกษา ที่แพงเกินไป ถึงแม้จะทำงาน เป็น 20 ปี ก็ไม่หลุดพ้น ต้นทุน การศึกษา ที่มี โดยการศึกษาต่อไป ทุกคนต้องเรียนฟรี ตลอด


“การศึกษา ต้องเน้น การปฏิบัติ และ เรียนภาคทฤษฎี แค่ 30% ก็น่าจะเพียงพอ และ การศึกษาแนวใหม่ ต้องให้ชุมชน มีส่วนร่วม และต้องควบคู่ กับคุณธรรม”


ส่วนเกษตรกร จะต้องมีการร่วมกลุ่ม และแปรรูป นอกจากนี้ เกษตรกรจะต้อง ไม่เข้ามาทำงาน ในกรุงเทพฯ ซึ่งเราต้องแก้ปัญหา เหล่านี้ให้ได้ ส่วน รัฐวิสาหกิจ นั้น ต้องกำจัด การแปรรูป เพื่อไม่ให้เงิน ของรัฐ และ ประโยชน์ของ ประชาชน หายไป ซึ่งการเมืองใหม่ จะต้องยึด ปตท. กลับมาเป็น ของประชาชน


เพื่อไม่ให้มี การเอาเปรียบกัน เกิดขึ้น ซึ่งจะต้องมี กระทรวงรัฐวิสาหกิจ เกิดขึ้น เพื่อให้ประชาชน และประเทศชาติ ได้ประโยชน์ เพื่อเริ่มต้น เศรษฐกิจพอเพียง โดยแน่นอนว่า การเมืองใหม่ ถ้ามีการโกง คดีความที่เกิดขึ้น กับนักการเมือง จะไม่มีอายุความ และ ห้ามยุ่งเกี่ยวกับ การเมือง ทั้งชีวิต ถ้ามีความผิด ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเรื่องแรก ที่จะต้องมีการเมืองใหม่ ซึ่งเราจะต้องทำ ให้เกิดขึ้น ในอนาคต


“ในสังคมใด หนึ่งจะต้องมีสิ่งยึดเหนี่ยว อย่าบ้าบอไปกับชาติอื่น เราต้องสำนึกถึงบุญคุณ ของบรรพชน ในแบบของเรา และการเมืองใหม่ ต้องเดินหน้าทันที และเราต้องกล้าสู้ เพื่อให้ศัตรูหน้าไหน มาทำร้ายเราไม่ได้ และเราต้องอย่าท้อ” นายสมศักดิ์ กล่าว

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 19 ตุลาคม 2551 00:50 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000123975


พิมพ์ ข่าวนี้ “สมศักดิ์” นัด 10 โมง วันจันทร์ หน้าเซ็นทรัลเวิลด์ แพร่ซีดี ประจาน ตร.โหด


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

October 18, 2008

“สมเกียรติ” ฟันธง เหลือ ศาล และ พันธมิตรฯ เท่านั้น ที่ต้าน “ระบอบทักษิณ” อยู่

Filed under: กัมพูชา,การเมืองภาคประชาชน,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวลือ,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข่าวเศรษฐกิจ,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,คดีที่ดินรัชดาฯ,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ประวัติศาสตร์ไทย,ปราสาท ตาควาย,ปราสาท ตาเมือนธม,ปราสาทพระวิหาร,พลังงาน,วิกฤติ,ศาลสถิตยุติธรรม,สหประชาชาติ,อารยะขัดขืน — accomthailand @ 19:39
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


“สมเกียรติ” ฟันธง เมื่อทหารไม่ขยับ
ชาติเหลือแค่ “ตุลาการภิวัฒน์-ประชาภิวัฒน์” ค้ำจุน

นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตรฯ

นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตรฯ


ผู้จัดการออนไลน์ – “สมเกียรติ” วิเคราะห์ “ระบอบทักษิณ” ป่วน และ ยึดครองแนวรบ ด้านชนบท- สภา – อำนาจรัฐ แล้วเบ็ดเสร็จ ชี้กองทัพก็ที่มัว มะงุมมะงาหรา ก็กำลังจะถูกครอบ ชาติ จึงเหลือ แนวรบด้าน ศาล และ พันธมิตรฯ เท่านั้น ที่ต้านอยู่


เผย ดาวกระจาย การบินไทย สัปดาห์หน้า ปกป้อง “กัปตันจักรี” ที่อาจถูกถอด ใบอนุญาตบิน แย้มรายละเอียด การศึกษา-รัฐวิสาหกิจ ในการเมืองใหม่ ร้องศาล อนุญาติ ถ่ายทอดโทรทัศน์ การพิพากษา คดีที่ดินรัชดา


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ปราศรัย (56 K)
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ปราศรัย (256 K)


วันนี้ (18 ต.ค.) เมื่อเวลา ประมาณ 18.30 น. ที่เวทีพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ทำเนียบรัฐบาล นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำ พันธมิตร ประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นปราศรัย โดยเป็นการปราศรัย ก่อนเวลาปกติ เนื่องจาก นายสมเกียรติ มีธุระต้องเดินทาง ไปต่างจังหวัด


ในช่วงต้น นายสมเกียรติ เปิดเผยว่า เสนาธิการทหารของ ฝ่ายระบอบทักษิณ เตรียมแผนการ ที่จะป่วนเมืองใน วันจันทร์ที่ 20 ต.ค.นี้ เพื่อไม่ให้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีโอกาส อ่านคำพิพากษาคดีที่ดินรัชดา ของ พ.ต.ท.ทักษิณ และ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ในวันรุ่งขึ้น ดังนั้น ประชาชนจึงต้องลุกฮือ ขึ้นมามากขึ้น เพื่อไม่ให้ฝ่ายของ ทักษิณสามารถกระทำการ ดังกล่าวได้


ต่อมา นายสมเกียรติ จึงขอร้องให้ ในการตัดสินคดี การจัดซื้อที่ดินรัชดาฯ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ และ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ที่กำลังจะอ่าน คำพิพากษา ในวันอังคารที่ 21 ตุลาคม ที่จะถึงนี้ ให้ ศาลฎีกาได้อนุญาตให้มีการ ถ่ายทอดการอ่านคำพิพากษา ผ่านทางโทรทัศน์ ทุกช่อง


“กรุณาอ่านเหมือนกรณี ยุบพรรคไทยรักไทย เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2550 เพราะการอ่านคำพิพากษา ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจทุกช่อง ถือเป็นการให้การศึกษา แก่ประชาชนอย่างดียิ่ง” แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวพร้อมขอเสียง สนับสนุนจากผู้ชุมนุม ซึ่งก็ได้รับ เสียงตอบรับอย่าง หนาแน่น


สองประเด็น เรื่องการเมืองใหม่


นายสมเกียรติ กล่าวต่อว่า วันนี้ กลุ่มพันธมิตรฯ ได้จัดประชุม ระดมความคิด เรื่องการเมืองใหม่ ขึ้นเป็น ครั้งที่ห้า แล้ว โดยการประชุม ในวันนี้ ได้ข้อสรุป หลายเรื่อง แต่ตนขอเปิดเผย เนื้อหาคร่าวๆ ใน 2 ประเด็น ดังนี้ คือ เรื่องการศึกษา และ เรื่องรัฐวิสาหกิจ


การศึกษา


1. การศึกษาต้องไม่เก็บค่าใช้จ่ายใดๆ ของประชาชน โดยเป็น รัฐสวัสดิการ
2. บุคคลที่เกิดมาได้รับ สัญชาติไทย ให้เรียนตามความสามารถตนเอง สามารถเรียนสูงได้แค่ไหน รัฐก็จะอุดหนุน ให้เต็มที่
3. ลดการบรรจุ ครูลง แต่บรรจุ ชาวบ้านที่มีความรู้ ร่วมเป็นครูสอนในโรงเรียน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้าง ความรู้เกี่ยวกับ ภูมิปัญญาท้องถิ่น


รัฐวิสาหกิจ


ในประเด็นนี้ นายสมเกียรติ ระบุว่า จะมีผู้เชี่ยวชาญ และ แกนนำของสหภาพรัฐวิสาหกิจ ขึ้นมากล่าว อย่างละเอียดอีกครั้ง แต่ในขั้นแรก ที่เปิดเผยได้ ต่างเห็นพ้องว่า ถ้าประชาชนได้รับชัยชนะ จะต้องเอา บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กลับคืนมา เป็นของชาติให้ได้


“เรื่อง ปตท. อยู่ในหัวใจเราเสมอ ยังจำวันที่เราไปล้อม ปตท. ได้ไหมครับ มีรายงานข่าว จาก ปตท. ระบุว่า ขณะนี้ รัฐไทยมี สัมปทานเรื่อง บ่อก๊าซธรรมชาติ และ บ่อน้ำมัน 35 สัมปทาน โดยขณะนี้ ขุดพบบ่อก๊าซและ บ่อน้ำมันแล้ว กว่า 800 บ่อ ซึ่งถ้ากลับมาอยู่ ในมือของรัฐ เพียงพอที่ จะสร้างความมั่งคั่ง ให้ชาติไทย”

เรื��ากาศโท�ภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้�ำนวยการใหญ่บริษัท การบินไทย สัปดาห์หน้าเตรียมรับกระแสกดดันหนักเพราะพันธมิตรฯ เตรียมประกาศดาวกระจายเพื่�ไปกดดันกรณีลงโทษกัปตันจักรี เกินกว่าเหตุ

เรืออากาศโท อภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย สัปดาห์หน้า เตรียมรับกระแสกดดันหนักเพราะ พันธมิตรฯ เตรียมประกาศดาวกระจาย เพื่อไปกดดัน กรณีลงโทษ กัปตันจักรี เกินกว่าเหตุ


ดาวกระจาย “การบินไทย” ปกป้อง “กัปตันจักรี”


พร้อมกันนั้น ได้เปิดเผยด้วยว่า ในสัปดาห์ที่จะถึงนี้นั้น ทาง บริษัทการบินไทย กำลังจะพิจารณา เรื่องถอนใบอนุญาตนักบิน ของ น.ต.จักรี จงศิริ กัปตันการบินไทย ผู้อารยะขัดขืน ไม่ยอมให้ ส.ส. พรรคพลังประชาชน 3 คน ขึ้นเครื่องบิน ในวันที่ 8 ต.ค.2551 หลังจากเกิด เหตุการณ์ รัฐบาลสั่งให้ ตำรวจฆ่าประชาชน ดังนั้น พันธมิตรฯ จึงต้องตัดสินใจ เคลื่อนไหวปกป้อง ผู้ที่ออกมาต่อสู้เพื่อ ชาติและราชบัลลังก์ ภายในสัปดาห์ ที่จะถึงนี้


“ถ้าพันธมิตรฯ ไม่ปกป้องคนดีเช่น กัปตันจักรี แล้วจะมีใครเล่า มาปกป้องคนดี ที่ต่อสู้ เพื่อชาติ และราชบัลลังก์ ดังนั้น พี่สมศักดิ์ (โกศัยสุข) จึงนำเรื่องเข้า ที่ประชุมแกนนำ ซึ่งจะส่งคนไปช่วย กัปตันจักรี 1 หมื่นคน ขอความร่วมมือ สหภาพฯ การบินไทย ให้ช่วยกัน พร้อมทั้งกล่าวเตือน ไปยัง บอร์ดการบินไทย ที่รับใช้นักการเมืองทรราช ว่า สัปดาห์หน้าเจอกัน” แกนนำพันธมิตรฯ กล่าว


วิเคราะห์แนวรบพันธมิตรฯ


จากนั้น นายสมเกียรติ กล่าวว่า ตนจะปราศรัยเรื่อง “ภัยต่อชาติ” ต่อเนื่อง เป็นจำนวน 3 ตอน เริ่มต้นตั้งแต่ วันนี้เป็นต้นไป โดยกล่าววิเคราะห์ว่า ระบอบทักษิณ กำลังสร้างกระแสความปั่นป่วน ให้ประเทศชาติ ในหลายด้านด้วยกัน


ประการแรก คือ การป่วนในชนบท โดยปัจจุบัน ส.ส.พปช. กับ นปก. คุมสถานการณ์ เอาไว้หมด ขณะที่ พันธมิตรฯ ถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้ทำให้ ราคาสินค้าเกษตร เช่น ราคามัน ราคาข้าวโพด และ ราคายางตกต่ำลง


“เรียนพี่น้องตรงๆ ว่าการทำงานใน ภาคชนบท ยากมาก แนวรบชนบท เราสูญเสียความนิยมไปมาก แต่แนวรบที่ อำเภอ และตำบล ที่เจริญแล้ว ประมาณ 900 อำเภอ และ ประมาณ 1,000 ตำบล จากจำนวนตำบล ทั้งหมด 7,000 ตำบล ชาวบ้านเป็น พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย เกือบหมด” แกนนำพันธมิตรฯ กล่าว


อย่างไรก็ตาม ในแนวรบที่ 2 คือ แนวรบในเมืองนั้น พันธมิตรฯ ได้เปรียบมากที่สุด ส่วน แนวรบ ที่ 3 และ 4 คือแนวรบใน รัฐสภา และ ทางการบริหาร รัฐบาลระบอบทักษิณ ได้ยึดครองไว้หมดแล้ว
ใน แนวรบทางศาลนั้น นายสมเกียรติระบุว่า เป็นแนวรบที่ทรงไว้ซึ่ง ความยุติธรรมเสมอ
ส่วนแนวรบทางเศรษฐกิจ นายสมเกียรติเชื่อว่า พันธมิตรฯ ได้เปรียบเต็มร้อย เพราะ พันธมิตรฯ มีฐานผู้ชุมนุม เป็นชนชั้นกลาง ผิดกับกลุ่ม นปช. เสื้อแดง ที่ต้องการ น้ำเลี้ยงและค่าจ้าง


อย่างไรก็ตาม นายสมเกียรติ ได้ตั้งข้อสงสัยว่า มี นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญ ด้านพลังงาน ได้ให้ข้อมูลตนมาว่า มีผู้บงการ ปตท. ให้สำรองน้ำมัน ที่ใช้ในประเทศ ให้น้อยกว่าปกติ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน ทางเศรษฐกิจ กับประเทศ ซึ่งตนยังไม่ปักใจเชื่อ กับข้อมูลดังกล่าว ดังนั้น จึงอยากให้ ปตท. เปิดตัวเลขสำรองน้ำมัน ของประเทศ ให้สาธารณชนได้รับรู้


แนวรบต่อมา คือ แนวรบด้าน ชายแดนนั้น ตนเชื่อมั่นว่า มีผู้อยู่เบื้องหลัง ที่พยายามปั่นป่วน ให้เกิดปัญหา ตามแนวชายแดนระหว่าง ไทย-กัมพูชา


“เรารู้แล้วใช่ไหมว่า ใครไปปั่นเรื่องราวที่ชายแดน แล้วรู้ไหมว่า ทำไมเราไม่ยัน ทหารกัมพูชา 900 คน ออกไปจากดินแดน ก็เพราะว่า เขมรจะได้นำ เรื่องนี้ไป สหประชาชาติ รอบ 2 ยังไงครับ ระบอบชั่วร้ายจาก การวางแผน ของทุนนิยมสามานย์ กำลังวางแผน ให้เอาเรื่องราว ของประเทศไทย ไปสู่เวทีสากล และถ้าก่อเหตุนี้ได้ แนวรบชายแดน เราจะสูญเสียกำลังไป เพราะเราเคยแพ้ กรณีเขาพระวิหาร มาแล้วในปี 2505”


ชี้ “ทักษิณ” กำลังยึดกุมกองทัพ


ส่วนแนวรบสุดท้ายนั้น นายสมเกียรติ กล่าวว่า คือ “แนวรบกองทัพ” ซึ่งตนเชื่อว่า ผบ.เหล่าทัพ โดยเฉพาะ ผบ.ทบ. นั้นกำลังถ่วงเวลา ทำเป็น ทองไม่รู้ร้อน ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เปรียบ โดยเฉพาะ จากท่าทีของกองทัพ ที่ออกโทรทัศน์ เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 16 ต.ค. นั้น ตนวิเคราะห์ ว่า เป็นท่าที ที่เอื้อต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ


“ท่าน พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา ท่านผู้บัญชาการทหารบก และ ผู้อำนวยการ กองอำนวยการ รักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ท่านคง ทราบ ความคิดเห็น ของพันธมิตรฯ แล้ว เมื่อขาด ความเชื่อมั่น ในกองทัพ และ ปัจจุบัน แนวรบ ด้านชนบท รัฐสภา รัฐบาล ก็สูญเสียไปแล้ว”


ดังนั้น ชาติจึงเหลืออยู่แค่ “พันธมิตรฯ กับ ศาลเท่านั้น” นายสมเกียรติกล่าว พร้อมระบุว่า การวิเคราะห์เช่นนี้ ผ่านการคิดมา อย่างละเอียด ด้วยเหตุนี้ ณ ปัจจุบัน สิ่งที่ค้ำจุน ประเทศอยู่ จึงเหลือแค่ “ตุลาการภิวัฒน์ และ ประชาภิวัฒน์ เท่านั้น”

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 18 ตุลาคม 2551 19:39 น.
http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000122897


พิมพ์ ข่าวนี้ “สมเกียรติ” ฟันธง เมื่อทหารไม่ขยับ ชาติเหลือแค่ “ตุลาการภิวัฒน์-ประชาภิวัฒน์” ค้ำจุน


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

September 26, 2008

ยกฟ้อง ชั้นไต่สวน คดี “ทักษิณ” ฟ้องหมิ่น “ แก้วสรร – โพสต์ทูเดย์” แฉ แปลงสัมปทาน โทรคมนาคม เหมือน “ขายชาติ”

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร �ดีตนายกรัฐมนตรี

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี


“ทักษิณ” แพ้คดี ฟ้อง “แก้วสรร”


ยกฟ้อง ตั้งแต่ ชั้นไต่สวน คดี “ทักษิณ” คดีฟ้องหมิ่น “ แก้วสรร – โพสต์ทูเดย์” แฉ แปลงสัมปทาน โทรคมนาคม เหมือน “ขายชาติ” ศาลชี้ จำเลย แถลงข่าว ในฐานะ คตส.ไม่ได้มุ่งให้ร้าย ให้โจทก์


วันนี้ (26 ก.ย.) เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 914 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลออกนั่งบัลลังก์ นัดฟังคำสั่งใน คดีหมายเลข ดำ ที่ อ.1985/2550 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มอบอำนาจ ให้


นายถาลัด สมบัติบุญ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายแก้วสรร อติโพธิ เลขานุการ คณะกรรมการ ตรวจสอบ การกระทำ ที่ก่อให้เกิด ความเสียหายต่อรัฐ (คตส.) บริษัท โพสต์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) เจ้าของ นสพ.โพสต์ทูเดย์ และ กรรมการผู้มีอำนาจ เป็นจำเลยที่ 1-10 ในความผิด ฐาน หมิ่นประมาท โดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 และ พ.ร.บ.การพิมพ์

นายแก้วสรร �ติโพธิ เลขานุการคณะกรรมการตรวจส�บการกระทำที่ก่�ให้เกิดความเสียหายต่�รัฐ (คตส.)

นายแก้วสรร อติโพธิ เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ (คตส.)


กรณีจำเลยในฐานะ กรรมการ และ เลขานุการ คณะกรรมการตรวจสอบ การกระทำที่ก่อให้เกิด ความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ให้สัมภาษณ์ ลงตีพิมพ์ใน นสพ. โพสต์ทูเดย์ ทำนองว่า พ.ต.ท.ทักษิณ กระทำทุจริต ต่อหน้าที่ เพื่อเอื้อประโยชน์ ต่อ บริษัทใน เครือชินคอร์ป โดย การแปลงค่าสัมปทาน โทรคมนาคม เป็น ภาษีสรรพสามิต ที่เปรียบได้กับ การขายชาติ เหตุเกิดวันที่ 8 ก.ค. 2550


โดยศาลพิเคราะห์ พยานหลักฐาน ในชั้นไต่สวน มูลฟ้องโจทก์ แล้ว เห็นว่า การที่ จำเลยออกมา แถลงข่าว ตามฟ้อง เป็นการทำหน้าที่ใน ฐานะ คณะกรรมการ คตส. ซึ่ง มีหน้าที่ ปกป้องความเสียหาย ของ รัฐ อีกทั้งถ้อยคำ ในคำแถลงข่าวของ จำเลย ไม่มีข้อความใด ที่ทำให้โจทก์ ได้รับความ เสียหาย เสื่อมเสีย ชื่อเสียง หรือ ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ฟ้องโจทก์ จึงไม่มีมูล พิพากษา ยกฟ้อง

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
26 กันยายน 2551 15:16 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000114343


พิมพ์ ข่าวนี้ “ทักษิณ” แพ้คดีฟ้อง “แก้วสรร”


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

September 22, 2008

คุณธรรม จริยธรรม ของ สมชาย วงศ์สวัสดิ์

Filed under: การแก้ไข รธน.,ข่าวการเมือง,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,คดีซุกหุ้น,คดีที่ดินรัชดาฯ,คดีหวยบนดิน,คดีเอ็กซิมแบงก์,ความขัดแย้ง,คอร์รัปชั่น,คำพิพากษา,คำสั่งศาล,คุณธรรม,จริยธรรม,ตรวจสอบ,ทุจริต,ธรรมาภิบาล,วิกฤติ,ศาลสถิตยุติธรรม,อังกฤษ,อาชญากรรม — accomthailand @ 16:59
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


คุณธรรม จริยธรรม ของ สมชาย วงศ์สวัสดิ์

โดย ราวี เวียงพยัคฆ์
22 กันยายน 2551 16:59 น.


ก่อนจะพ้นจากตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี โดยคำวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญ นายกรัฐมนตรีหุ่นหอกหัก สมัคร สุนทรเวช ตั้งคำถามว่า “ให้ผมออกไปแล้ว ใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี?”


ข้อสงสัยของ นายสมัคร สุนทรเวช เกิดขึ้นเพราะ ทอดตาไปทั่วทั้ง พรรคพลังประชาชนแล้ว จะมีใครอีก ที่จะอยู่ในระนาบเดียว กับเขาได้ คือมี คุณสมบัติเลวพอ ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายทุนใหญ่ของ พรรค จะยอมรับได้ รวมทั้ง ประชาชนคนไทย ที่รับรู้ ข้อมูลข่าวสาร ในทำนองว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ถูกกลั่นแกล้ง เป็นคนที่ร่ำรวย อยู่เดิมแล้ว ไม่มีทาง ที่จะคอร์รัปชัน หรือ โกงบ้านกินเมือง


ในที่สุดข้อสงสัยของ นายกรัฐมนตรีหุ่น หอกหัก สมัคร สุนทรเวช ก็มีคำตอบ ออกมาแล้ว คือ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์


เป็นคำตอบที่เมื่อ นายสมัคร สุนทรเวช รับทราบแล้ว ก็ยังงงไม่หาย รับรู้แล้ว ก็แทบจะสิ้นสติสมประดี ทีเดียว เพราะคาดไม่ถึง


นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เลวพอ ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะยอมรับได้ เช่นเดียวกับ นายสมัคร สุนทรเวช หรือไม่?


คุณสมบัติข้อนี้ต้องพิจารณากันมากสักหน่อย


นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นตุลาการเก่า ก่อนที่จะโยก มารับงานด้านธุรการ เป็น ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นตุลาการ ที่ได้ชื่อว่ามีเกียรติประวัติ มีผลงานดี คนหนึ่ง


แต่นั่นก็เป็น ช่วงเวลา ที่พี่เมียคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยังไม่เข้าสู่ สนามการเมือง


หากแต่เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มาเป็นหัวหน้าพรรค ไทยรักไทย ชนะการเลือกตั้ง และได้จัดตั้งรัฐบาล แต่ต้องเผชิญกับ ปัญหา ซุกหุ้นนั้นดอก ที่จะต้อง พิจารณาเป็นพิเศษ


มีข่าวชัดเจนว่า นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ออกหน้าช่วย พี่ชายด้วยการเข้าพบ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ ช่วย คดีพี่ชาย ให้หลุดพ้นจาก คดีซุกหุ้น


มีชื่อ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ เข้าพบ มีข้อเสนอ ชัดเจนว่า ถ้าหาก ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ท่านนั้น ให้การช่วยเหลือ จะได้รับ การตอบแทน อย่างไรบ้าง


ในที่สุด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็พ้น คดีซุกหุ้น จริงๆ มาเป็น นายกรัฐมนตรี ครบเทอม และ สมัยที่สอง ก็ได้รับการเลือกตั้ง ด้วยชัยชนะ ถล่มทลาย ถ้าหากไม่มีกรณี ขายธุรกิจให้ เทมาเส็ก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็ยังคง หลอกลวง ประชาชนคนไทย ได้อีกต่อไป


แต่ก็นั่นแหละ วันนี้ ก็ยังสามารถ ทำเอาพวกบัวใต้ตุ่ม งมงายได้อยู่อีก


นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตผู้พิพากษา อดีตตุลาการ รู้เห็นอย่างไร หรือไม่ กับบทบาทของ ภริยาใน การวิ่งเต้นช่วยเหลือพี่ชาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การทำให้ วงการตุลาการ (ศาลรัฐธรรมนูญขณะนั้น) มัวหมอง


และ ในวันนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัว ต้องระเห็จไปอยู่ อังกฤษ หนีหมายจับของ ศาลสถิตยุติธรรม หลายคดี โดยที่ ก่อนหน้านั้น คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ผู้เป็นภริยา ถูกศาลชั้นต้น ตัดสินจำคุก 3 ปี


คำพิพากษามีความตอนหนึ่งว่า


จำเลยที่ 2 (คุณหญิงพจมาน ชินวัตร) เป็นภริยา ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ระดับผู้บริหารประเทศ นอกจากมีหน้าที่ ต้องปฏิบัติตน เยี่ยง พลเมืองดี ทั่วๆ ไปแล้ว ยังควรดำรงตน ให้เป็นตัวอย่างที่ดี สมฐานะ ทางเศรษฐกิจ และ สังคมด้วย


จำนวนภาษีอากรที่ จำเลยที่ 1 จะต้องชำระ ตามกฎหมาย และ จำเลยที่ 2 จะเป็นผู้ชำระแทน ในที่สุดนั้น เทียบไม่ได้กับ จำนวนทรัพย์สินที่ จำเลยที่ 2 และ ครอบครัวมีอยู่ในขณะนั้น


การที่จำเลยที่ 1 จะชำระภาษีอากรไป ตามกฎหมายเช่น พลเมืองดีทุกคน จึงมิได้มีผลกระทบต่อ ฐานะของจำเลยที่ 2 แต่อย่างใด


พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งนั่งลุ้นฟัง คำพิพากษาอยู่ด้วย ในวันนั้น แทนที่จะมีความสำนึก รู้ผิด รู้ถูก รู้ดี รู้ชั่ว แม้จะไม่รู้ หรือ คิดได้ ในวันนั้น มาถึงวันนี้ ซึ่งผ่านมา นานพอสมควร พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็หาได้มีสำนึกไม่


คดีความของผมเป็นเรื่องการเมือง ต้องแก้ด้วยการเมือง


คำให้สัมภาษณ์ ดังกล่าว นอกจากสะท้อน ให้เห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้มีสำนึก รู้ถูกรู้ผิด รู้ดี รู้ชั่วแล้ว ยังบอกให้ สังคมรู้ว่า เขามีแต่ ความอาฆาตแค้น และ ปัญหาของเขา จะต้องแก้ด้วย การเมือง นั่นก็คือ ยึดกุมอำนาจรัฐให้ได้ แล้วแก้ปัญหา ของเขา และ ครอบครัว เพราะในความรู้สึก ของเขา ก็คือ


เขาถูกฝ่ายตรงข้าม รุมกินโต๊ะ ยึดอำนาจ ไปจากเขา เมื่อ 19 กันยายน 2549 แต่งตั้ง คณะกรรมการ ขึ้นมาตรวจสอบ แล้วก็ฟ้องร้อง


รวมทั้งที่ ศาลตัดสิน ให้เขาผิด ก็เป็นการ ร่วมมือเล่นงาน เขาด้วย


การซุกหุ้น ไว้กับคนใช้ คนขับรถ ยามรักษาความปลอดภัย หรือกรณีที่ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยาของเขา เลี่ยงภาษี โดยที่ ศาลชั้นต้น ตัดสินจำคุก ไปแล้ว 3 ปี ถ้าหากจะเป็น ความผิด ก็เป็นเพียง การบกพร่องโดยสุจริต หรือเป็นเพียงความผิดเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นเอง


ต้องแก้ไขด้วยการเมือง นั่นก็คือ แก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือจะต้องมี บทบัญญัติ เกิดใหม่ ให้บรรดาคดีความทั้งหลาย ที่มีชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ภริยา และ ลูกของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นจำเลย หรือ ผู้ถูกกล่าวหา ให้จำหน่ายออกจาก สารบบของ ศาล ไม่ว่าคดีนั้น จะอยู่ในการ พิจารณา ของศาลระดับใด หรือศาลใด ก็ตาม ในประเทศไทย


นี่คือภาระหนักของ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ และบรรดา ผู้ที่สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อย่างมั่นคง เหนียวแน่น อย่าง อดีตผู้พิพากษา ที่หันมาเอาดีทางการเมือง อย่าง นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา หรือ ดุษฎีบัณฑิตทางกฎหมาย อย่าง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง


ที่มิพักต้องพูดถึง หอกหัก สมัคร สุนทรเวช ซึ่งกลายเป็น วัตถุชำรุดหมดคุณค่าไปแล้ว ในสายตาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร


นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี แฟมิลี่ และบรรดาลิ่วล้อ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะต้องแบกรับ ต่อไปก็คือ การทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และ ครอบครัว เป็นผู้บริสุทธิ์ผุดผ่อง ขึ้นมาให้ได้ ทั้งที่ทางคดี ศาลชั้นต้น ตัดสินจำคุกไปแล้ว


เผลอๆ อาจจะต้องแบกรับภาระ ช่วยให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับมา มีอำนาจเป็น ผู้นำของประเทศไทย อีกต่อไป


แต่ก่อนที่ จะไปแบกรับภาระ อันหนักอึ้ง เพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในอนาคต อันไกลโพ้น ปัญหา เฉพาะหน้าที่ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี แฟมิลี่ จะต้องทำ ก็คือ เสียงเรียกร้องของ ประชาชน ที่เรียกร้องให้ รัฐบาลจะต้อง นำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และ ภริยา มาต่อสู้คดี ในศาล


รัฐบาล จะต้องถอน หนังสือเดินทางสีแดง ซึ่งเป็นหนังสือเดินทาง สำหรับผู้บริหารประเทศ นักการทูต ฯลฯ เพราะวันนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อยู่ในสภาพของ คนร้าย ที่หนี หมายจับของศาล นี่เป็นเรื่อง ที่ต้องพิสูจน์ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์


คุณธรรม จริยธรรม ของบุคคล ที่เคยเป็นตุลาการของ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ หายไปไหนเสีย หายไปตั้งแต่เมื่อไร?

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
22 กันยายน 2551 16:59 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000112325


พิมพ์ ข่าวนี้ คุณธรรม จริยธรรมของสมชาย วงศ์สวัสดิ์


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Create a free website or blog at WordPress.com.