Accom Thailand

October 2, 2008

“สนธิ” แฉ ความอัปยศ ปปช. เฉ่ง”ภักดี โพธิศิริ” ดองคดี โกงสุวรรณภูมิ 2 ปีไม่คืบ

Filed under: กัมพูชา,การคมนาคม,การสื่อสาร,การเมืองภาคประชาชน,การแก้ไข รธน.,ข่าวการเมือง,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,คอร์รัปชั่น,คำพิพากษา,คำสั่งศาล,คุณธรรม,จริยธรรม,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ทุจริต,ธรรมาภิบาล,ประวัติศาสตร์ไทย,วิกฤติ,สนามบินสุวรรณภูมิ,อาชญากรรม — accomthailand @ 22:46
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

สนธิ ข้�งใจ ป.ป.ช. เฉ่ง ภักดี โพธิศิริ ด�งคดี โกงสุวรรณภูมิ 2 ปี ไม่คืบ

สนธิ ข้องใจ ป.ป.ช. เฉ่ง ภักดี โพธิศิริ ดองคดี โกงสุวรรณภูมิ 2 ปี ไม่คืบ


“สนธิ”ข้องใจ ป.ป.ช.เฉ่ง”ภักดี โพธิศิริ”ดองคดีโกงสุวรรณภูมิ 2 ปีไม่คืบ


“สนธิ” เปรียบเทียบบ้านเมือง ในทุกรัฐบาล ตั้งแต่เปลี่ยนแปลง การปกครอง ระบุไม่มี ยุคไหนสงบ เท่ากับ ยุค “ป๋าเปรม” มีการนำ พระราชดำรัส มาปฏิบัติ ทั้งการ ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และ ส่งเสริมคนดี ย้ำการต่อสู้ของ พันธมิตร ฯได้เปลี่ยน ฐานความคิดสังคม ครั้งใหญ่ เดือด ป.ป.ช. ดองคดีทุจริต เรียกร้องไล่เบี้ย “ภักดี โพธิศิริ” ยื้อคดี โกงสุวรรณภูมิ กว่า 2 ปี ยังไม่สรุป สักเรื่องเดียว

เวลา 21.20 น. นายสนธิ ลิ้มท�งกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่�ประชาธิปไตย ได้ขึ้นเวที พันธมิตรฯ ที่ทำเนียบฯ ได้เริ่ม กล่าวว่า นับตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกคร�ง ปี 2475 จนถึงปัจจุบัน ช่วงที่ พล.�.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี คื�ช่วงที่บ้านเมื�งสงบที่สุด

เวลา 21.20 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นเวที พันธมิตรฯ ที่ทำเนียบฯ ได้เริ่ม กล่าวว่า นับตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง ปี 2475 จนถึงปัจจุบัน ช่วงที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี คือช่วงที่บ้านเมืองสงบที่สุด


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (56 K) นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (256 K) นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย


วันนี้ (2 ต.ค.) เมื่อเวลา 21.20 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นเวทีพันธมิตรฯ ที่ทำเนียบฯ ได้เริ่ม กล่าวว่า นับตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง ปี 2475 จนถึงปัจจุบัน ช่วงที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี คือช่วงที่บ้านเมืองสงบที่สุด พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ในเมื่อเป็นแบบนี้ ทำไมเราต้องมีนายกฯ มาจากการเลือกตั้ง มันจำเป็นแค่ไหน


นายสนธิ กล่าวเปรียบเทียบ ในยุควิกฤตค่าเงินบาท ระหว่างยุค พล.อ.เปรม กับยุคที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกฯ ว่า ในยุค พล.อ.เปรม ไม่มีใครนอกจาก คนที่เกี่ยวข้อง 1-2 คน เช่น พล.อ.เปรม กับ นายสมหมาย ฮุนตระกูล รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ในยุคนั้น ผิดกับ ในยุค พล.อ. ชวลิต ที่มีคนรู้มากมาย และได้ประโยชน์จาก การลดค่าเงินบาท ในยุค พล.อ.เปรม เป็นการตัดสินใจ อย่างฉับพลัน เพื่อผลประโยชน์ ของ ชาติ ในระยะกลาง และ ระยะยาว คิดถึง ชาติบ้านเมือง เป็นหลัก โดยไม่สนใจกับ กลุ่มนักธุรกิจ ที่เสียประโยชน์เพียงไม่กี่คน ซึ่งในกรณีนี้ ตรงกับ พระราชดำรัส ที่ว่า ให้ทุกฝ่ายทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

นายสนธิ ยังได้ยกตัว�ย่าง กรณีพระราชดำรัส เรื่�งส่งเสริมคนดีให้ปกคร�งบ้านเมื�ง ซึ่ง 8 ปี ข�งการดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี ข�ง พล.�. เปรม ก็เป็นยุค ที่ส่งเสริมคนดีมากมาย

นายสนธิ ยังได้ยกตัวอย่าง กรณีพระราชดำรัส เรื่องส่งเสริมคนดีให้ปกครองบ้านเมือง ซึ่ง 8 ปี ของการดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี ของ พล.อ. เปรม ก็เป็นยุค ที่ส่งเสริมคนดีมากมาย


นอกจากนี้ นายสนธิ ยังได้ยกตัวอย่าง กรณีพระราชดำรัส เรื่องส่งเสริมคนดีให้ปกครองบ้านเมือง ซึ่ง 8 ปี ของการดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี ของ พล.อ. เปรม ก็เป็นยุค ที่ส่งเสริมคนดีมากมาย


นายสนธิ ยังได้แนะนำให้ไปหาหนังสือ พระมหาชนก มาอ่านกัน เพราะถือว่าเป็น ธรรมขั้นสูง และจะเห็น แนวคิด ของ พระองค์ท่าน ที่ทรงให้เน้น ความเพียร ในสิ่งที่ดี เหมือนกับ พวกเรา ที่เอาธรรมนำหน้า มีความเพียร


“มาวันนี้จะถึงฝั่งหรือไม่ ไม่ใช่ประเด็นแล้ว แต่อยู่ที่ว่า พี่น้องเชื่อในสิ่งที่มาวันนี้ หรือไม่ ต่างหาก และ สิ่งที่พี่น้องพันธมิตรฯ ทำมา ร้อยกว่าวัน ได้เปลี่ยน ฐานความคิด ของคนส่วนใหญ่ ไปแล้ว และ ครั้งนี้ ไม่เหมือนทุกครั้ง เพราะเป็นการต่อสู้ ด้วยปัญญา และทำให ้สังคมได้เปลี่ยนไปแล้ว มากกว่า ปี 49 หรือ ต้นปี 51 ด้วยซ้ำไป” นายสนธิ ระบุ


นายสนธิ ได้อ้างผลสำรวจ ของบริษัทสำรวจ ของฝรั่งที่ชื่อว่า บริษัทเอซี นีลเสน ซึ่งเป็นบริษัทที่ องค์กรธุรกิจ ในประเทศไทย ให้ความเชื่อถือ เพราะ สามารถใช้เป็นฐาน ในการลงโฆษณาประชาสัมพันธ์ โดยทำการสำรวจ เมื่อสามเดือน ก่อนการชุมนุมของ พันธมิตรฯ เมื่อวันที่ 25 พ.ค. ที่ผ่านมา เปรียบเทียบผู้ชม “เอเอสทีวี” กับ “ฟรีทีวี” ผลปรากฎว่า มีผู้ชมข่าวเอเอสทีวี มาเป็นอันดับ 3 เป็นรอง ช่อง 3 และ ช่อง 7 ตามลำดับ ซึ่งในช่วงนั้น ก็เป็นช่วง ที่มีละครเป็นส่วนใหญ่ด้วย คนก็ยังดู ข่าวเอเอสทีวี มากกว่า ช่องอื่นๆ

กรณี ทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 190 กรณี ��กแถลงการณ์ร่วม ไทย-กัมพูชา เรื่�งปราสาทพระวิหาร โดยมิช�บ ปรากฎว่าล่าสุด ได้มีคนใน ป.ป.ช. โทรศัพท์มาบ�กว่า คำพูดดังกล่าว ทำให้ พวกเขา เดื�ดร้�นมาก และ ได้ชี้แจงว่า เรื่�งคดีกระทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 190 กำลังเร่งดำเนินการ�ย่างเต็มที่

กรณี ทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 190 กรณี ออกแถลงการณ์ร่วม ไทย-กัมพูชา เรื่องปราสาทพระวิหาร โดยมิชอบ ปรากฎว่าล่าสุด ได้มีคนใน ป.ป.ช. โทรศัพท์มาบอกว่า คำพูดดังกล่าว ทำให้ พวกเขา เดือดร้อนมาก และ ได้ชี้แจงว่า เรื่องคดีกระทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 190 กำลังเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่


จากนั้น นายสนธิ ได้เล่าว่า หลังจากได้กล่าวตำหนิ ป.ป.ช. บางคน ที่เตะถ่วง การพิจารณา เรื่องทุจริต ที่เกี่ยวข้องกับ ครอบครัว ของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ในหลายคดี เช่น คดีทุจริตสนามบินสุวรรณภูมิ หรือ คดีถอดถอน ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณี ทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 190 กรณี ออกแถลงการณ์ร่วม ไทย-กัมพูชา เรื่องปราสาทพระวิหาร โดยมิชอบ ปรากฎว่าล่าสุด ได้มีคนใน ป.ป.ช. โทรศัพท์มาบอกว่า คำพูดดังกล่าว ทำให้ พวกเขา เดือดร้อนมาก และ ได้ชี้แจงว่า เรื่องคดีกระทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 190 กำลังเร่งดำเนินการ อย่างเต็มที่ ซึ่งตนเอง ก็ไม่ได้ติดใจ


อย่างไรก็ดี นายสนธิ กล่าวว่า สิ่งที่ข้องใจก็คือ ทำไม คดีทุจริตในสนามบินสุวรรณภูมิ ส่งไปตั้ง 24 เดือนแล้ว ยังไม่สรุป ออกมา แม้แต่ คดีเดียว ซึ่งเรื่องแบบนี้ ไม่ต้องมาเอาใจ พันธมิตรฯ หรือเอาใจใคร แต่ขอให้ ทำหน้าที่เพื่อชาติ ทำงานด้วย ความตรงไป ตรงมา ด้วยความรวดเร็ว แค่นี้ ก็พอแล้ว

ใครเป็นคนคุม คดีทุจริตในสนามบินสุวรรณภูมิ ถ้าไม่รู้ชื่� บ�กให้ก็ได้ ชื่� ภักดี โพธิศิริ

ใครเป็นคนคุม คดีทุจริตในสนามบินสุวรรณภูมิ ถ้าไม่รู้ชื่อ บอกให้ก็ได้ ชื่อ ภักดี โพธิศิริ


“เรื่องที่เกิดขึ้น ให้ไปถาม คนใน ป.ป.ช. กันเองว่า ใครเป็นคนคุม คดีทุจริตในสนามบินสุวรรณภูมิ ถ้าไม่รู้ชื่อ บอกให้ก็ได้ ชื่อ ภักดี โพธิศิริ ไงเล่า” นายสนธิ ระบุ พร้อมทั้ง เรียกร้องให้ นายปานเทพ กล้าณรงต์ราญ นายกล้านรงค์ จันทิก หรือ ป.ป.ช. คนอื่นๆ ไปสอบถามดู ถ้าจริง ก็ไป ตำหนิกันเอาเอง เพราะ นายภักดี ทำให้ ป.ป.ช. เสียชื่อ


“เรื่องอื่น ผมไม่สนใจ แต่ทำไม ทีคดีทุจริตสุวรรณภูมิ ที่เกี่ยวข้อง กับ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และ นายสมชาย ด้วย ผ่านมา 2 ปี แล้ว ทำไม ไม่ออกมา ซักเรื่องเดียว” นายสนธิ ระบุ

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
2 ตุลาคม 2551 22:46 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000117122


พิมพ์ ข่าวนี้ “สนธิ”ข้องใจ ป.ป.ช.เฉ่ง”ภักดี โพธิศิริ”ดองคดีโกงสุวรรณภูมิ 2 ปีไม่คืบ


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Advertisements

September 24, 2008

“สนธิ” แฉ (ตอนที่ 2) ความอัปยศ เน่าเฟ็ะ ของการเมืองเก่า ในอดีต จน ปัจจุบัน ปปช. ดองคดี “แม้ว” ทุกคดี

Filed under: การคมนาคม,การสื่อสาร,การเมืองภาคประชาชน,การแก้ไข รธน.,ข่าวการเมือง,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,คอร์รัปชั่น,คำพิพากษา,คำสั่งศาล,คุณธรรม,จริยธรรม,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ทุจริต,ธรรมาภิบาล,ประวัติศาสตร์ไทย,วิกฤติ,สนามบินสุวรรณภูมิ,อาชญากรรม — accomthailand @ 23:53
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,
นายสนธิ กล่าวตบโต้ นางสดศรี สัตยธรรม

นายสนธิ กล่าวตอบโต้ นางสดศรี สัตยธรรม


“สนธิ” แฉ ป.ป.ช. บางคน ดองคดีช่วย “แม้ว” ชี้การเมืองใหม่ ต้องตรวจสอบยิบ


“สนธิ” ชำแหละ 2 กกต. ต้นตอ ก่อวิกฤตให้กับบ้านเมือง ทุจริตรับเงินช่วยเหลือ ยื้อคดียุบพรรค พปช. พร้อมเปิดโปง ป.ป.ช. บางคน ที่เป็น อดีตเลขาฯ อย. มีความสัมพันธ์ส่วนตัว กับ “แม้ว” ดองทุจริต ในสนามบินสุวรรณภูมิ ทุกคดี ย้ำ “การเมืองใหม่” คือการตรวจสอบ นักการเมืองชั่ว อย่างละเอียดยิบ และต้องเดินหน้า ทำให้สำเร็จ


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (56 K) นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (256 K) นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย


เมื่อเวลา ประมาณ 22.00 น. วันที่ 24 ก.ย. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไคย ได้ขึ้นปราศรัย ที่เวทีทำเนียบรัฐบาล ได้เริ่มกล่าวถึง รัฐบาลชุดใหม่ ว่าเป็นการเหมาะสมแล้ว ที่ออกมาแบบนี้ เหมือนกับ เหี้*ตั้งเหี้*มาเป็น รัฐบาล


จากนั้น นายสนธิ กล่าวตอบโต้ นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง ที่ขัดขวางการเมืองใหม่ และบอกว่า ทุกอย่าง ต้องมาจาก การเลือกตั้ง 100% เท่านั้น ทั้งที่วิกฤตการเมือง ในวันนี้ มีต้นเหตุสำคัญ คือ กกต. เพราะเป็นด่านแรก ในการปล่อยให้ นักการเมืองชั่ว เข้ามา อยากให้ กกต. พวกนี้ ส่องกระจกดูตัวเอง ว่ามีส่วนสำคัญ ที่ทำความฉิบหาย ให้กับบ้านเมือง ทุกวันนี้ หรือไม่


“มี กกต.2 ใน 5 คน มีความระยำ ไม่มีจริยธรรม และ ความซื่อสัตย์ ดังนั้น อย่าหลอกตัวเอง” นายสนธิ ระบุ และ ยกตัวอย่าง กรณีของ นายยงยุทธ ติยะไพรัช ที่ทุจริตเลือกตั้ง ถ้าให้ใบแดง ตั้งแต่แรก โดยไม่ซื้อเวลา เวลานี้ พรรคพลังประชาชน ถูกยุบพรรคไปแล้ว ดังนั้น กกต. บางคน อย่าไปสะเออะพูด เรื่องความยุติธรรม


“ก่อนหน้านี้ ช่วงเวลาที่เขา จัดตัดสินให้ ใบเหลืองใบแดง มี กกต.สองคน ถูกเชิญไปพบที่ โรงแรมเรดิสัน ขากลับ มีคนหิ้วกระเป๋า ใบใหญ่ 2 ใบ ตามหลัง ของแบบนี้ ปิดก็ไม่มิด คนแบบนี้อย่ามาสะเออะ มาต่อต้าน การเมืองใหม่ เพราะบางคน รับเงินรับทอง เปลี่ยนแดง เป็นเหลือง เปลี่ยนเหลือง เป็นขาว หรือถ้าเลี่ยงไม่ได้ ก็ซื้อเวลา” นายสนธิกล่าวถึง กกต. บางคน ที่ทุจริต


จากนั้น นายสนธิ ได้กล่าวถึง ป.ป.ช. บางคน ที่ทำหน้าที่ ส่อไปในทาง ไม่ซื่อสัตย์ โดยเฉพาะบางคน ที่ดูแลงาน เกี่ยวกับ รัฐวิสาหกิจ เช่น คดีทุจริต สนามบิน สุวรรณภูมิ ทั้งที่ มีเอกสารหลักฐาน ส่งเข้าไปมากมาย แต่กลับไม่พิจารณา


ซึ่ง ป.ป.ช.คนนั้น เป็นอดีตเลขาธิการ อย. และ มี ความ สนิทสนม กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อย่างมาก ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจ ที่คดีทุจริต ของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ คดี ของ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ คดีทุจริต ท่อร้อยสายไฟ เรื่องรถเข็นกระเป๋า การทุจริต ก่อสร้างอาคารสนามบิน หรือ รันเวย์ร้าว ถึงไม่ไปถึงไหน


นายสนธิ ยังได้กล่าวถึง พระราชดำรัสของ พระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงกล่าวถึง เศรษฐกิจพอเพียง เพื่อรับมือ วิกฤตเศรษฐกิจ และ เรื่องให้ คนดีปกครอง บ้านเมือง รวมทั้งให้ ข้าราชการ ทำหน้าที่ ของตัวเองให้ดีที่สุด แต่คนพวกนี้ เมื่อรับใส่เกล้าแล้ว ก็ไม่เคยปฏิบัติตาม


นายสนธิ ยังได้กล่าว ย้อนถึง การเมืองเก่า ที่พวกนักการเมืองเก่าๆ ชอบไปขอเงิน นักธุรกิจ มาลงขันเพื่อเข้า พรรคการเมือง ในการเลือกตั้ง เมื่อ หัวหน้าพรรคการเมือง คนนั้นได้เงินมาแล้ว ก็จะหัก เข้ากระเป๋าตัวเอง ประมาณ 10 เปอร์เซ็น ที่เหลือ ก็เอาไปใช้จ่าย ในการเลือกตั้ง และ เมื่อได้เป็น รัฐบาลนักธุรกิจ พวกนี้ ก็จะมาทวงบุญคุณ เพื่อแลกผลประโยชน์ ทางธุรกิจ แลกโครงการ ต่างๆ


นายสนธิ เล่าถึง วิธีการเก็บเงิน ของนักการเมืองว่า ถ้าเป็นยุคเก่า ก็จะใช้วิธี ตั้งแต่ใส่เงินเอาไว้ ในตู้เย็น หรือเก็บใน ห้องใต้ดิน ต่อมาในปัจจุบัน ก็เปลี่ยน ไปรับเงินใน ต่างประเทศ โดยเฉพาะที่ สิงคโปร์


โดยยกตัวอย่าง มีหลานของ นักการเมืองใหญ่ คนหนึ่ง ขนเงินใส่ กระเป๋าใบใหญ่ ไป สิงคโปร์ สัปดาห์ ละสองครั้ง ตลอด 3 ปี นำเงินออกไป นับ พันกระเป๋า เบ็ดเสร็จ มีเงินถูกขนออกไป สิงคโปร์ โดยคนคนนี้ 2-3 หมื่นล้านบาท และเมื่อรวมแล้ว มีเงินบาทใน สิงคโปร์ เกือบ 2 แสนล้านบาท ทั้งนี้ เพระธนาครในสิงคโปร์ นั้นถูกห้าม ไม่ให้เปิดเผย ความลับลูกค้า อย่างไรก็ดี ยังมีพวกที่ใช้วิธีโบราณ คือ รับเงินใส่กล่อง เบียร์ และ เก็บเงินไว้ใน ห้องใต้ดิน ที่บ้าน


นายสนธิ กล่าวว่า เพื่อไม่ให้ นักการเมือง ใช้วิธีถ่ายเท หรือ ซุกซ่อนทรัพย์สิน ด้วยวิธีการดังกล่าว การเมืองใหม่ จะต้องบังคับให้ นักการเมือง แจ้ง บัญชี ทรัพย์สิน และ ที่มาที่ไป ของ ทรัพย์สินเหล่านั้น อย่างละเอียดยิบ และ จะต้องมี สำนักงานตรวจสอบ แห่งชาติ เพื่อคอยตรวจสอบ ความมีอยู่ จริง และ ที่มาที่ไป ของ ทรัพย์สิน และการเสียภาษี ย้อนหลัง อย่างละเอียด ด้วย วิธีการตรวจสอบ แบบนี้ จะทำให้ พวกนักการเมืองชั่ว ไม่อยาก เข้ามาเป็น นักการเมือง หรือ รัฐมนตรี


“ยกตัวอย่าง ลูกสาวของ นางเยาวภา เอาเงินมาจากไหน สองพันล้าน ทั้งที่เพิ่งเรียนจบมา ถ้าบอกว่าแม่ให้มา ก็ต้องไป ตรวจสอบต่อ ว่า แม่ เอามา จากไหน ดังนั้น การเมืองใหม่ ต้องตรวจสอบ นักการเมืองชั่ว ทำให้ บ้านเมือง ถูกปล้นน้อยลง และ การเมืองใหม่ จะจับ พวกนี้แก้ผ้า แล้วเอา สปอตไลต์ ส่องให้เห็นหมด และ การเมืองใหม่ หมายถึง ความโปร่งใส และ เสียสละ ต้องถูกตรวจสอบ” นายสนธิ ระบุ และว่า พวกเรา มาไกล จนถอยไม่ได้ และ เราต้องต่อสู้ เพื่อให้เกิด การเมืองใหม่ ให้ได้

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
25 กันยายน 2551 00:12 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000113565


พิมพ์ ข่าวนี้ “สนธิ” แฉ ป.ป.ช.บางคนดองคดีช่วย “แม้ว” ชี้การเมืองใหม่ต้องตรวจสอบยิบ


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“สมเกียรติ” ตอก ป.ป.ช. เตะถ่วงหลายๆคดี ปล่อยคนชั่ว ลอยหน้า เต็ม ครม. น้องเขยหุ่นเชิด

Filed under: การคมนาคม,การสื่อสาร,การเมืองภาคประชาชน,การแก้ไข รธน.,ข่าวการเมือง,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,คอร์รัปชั่น,คำพิพากษา,คำสั่งศาล,คุณธรรม,จริยธรรม,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ทุจริต,ธรรมาภิบาล,ประวัติศาสตร์ไทย,วิกฤติ,สนามบินสุวรรณภูมิ,อาชญากรรม — accomthailand @ 23:50
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,
นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่ประชาธิปไตย ได้ขึ้นเวทีปราศรัยในทำเนียบรัฐบาล

นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นเวทีปราศรัยในทำเนียบรัฐบาล


“สมเกียรติ” ตอก ป.ป.ช.เตะถ่วงคดีใหญ่ ปล่อยคนชั่วลอยนวล


“สมเกียรติ” ตอก ป.ป.ช. เตะถ่วงคดีใหญ่ ใช้เวลาทำงานเกินจำเป็น ระบุทุกคดีจะมีผลให้ ครม.หุ่นเชิด ต้องติดคุกทั้งคณะ ทั้งเรื่อง “สมชาย” ทุจริต ในสมัยเป็น บอร์ดบินไทย และการยก อธิปไตยเขาพระวิหาร ให้เขมร พร้อมแนะจับตา ลูกสาว นายกฯ นอกทำเนียบ ปีเดียว มีเงินงอกขึ้น ซื้อหุ้น กว่า 2 พันล้าน บาท


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (56 K) นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (256 K) นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ปราศรัย


เมื่อเวลา ประมาณ 21.45 น. วันที่ 24 ก.ย. นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นเวทีปราศรัย ในทำเนียบ รัฐบาล โดยกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ตนได้พูดถึง เรื่องที่จะทำให้ ครม. หุ่นเชิด ต้องมีความผิด ตามที่ ป.ป.ช. กำลังดำเนินการอยู่ ขณะนี้มีผู้ใหญ่ ท่านหนึ่ง ใน ป.ป.ช. ได้ส่งจดหมายลับ มาหาตน เพื่อขอความเห็นใจ และขอเวลา ในการทำงาน


ทั้งนี้ ตนเอง ไม่ได้กล่าวหา ป.ป.ช. แต่อย่างใด แต่อยากบอกว่า ประชาชนกำลัง เฝ้ารอการตัดสิน ในเรื่องดังกล่าว จำนวน 4 คดี ซึ่งเป็นคดี ที่จะทำให้ คณะรัฐมนตรี ต้องติดคุก กันยกชุด โดย


คดีแรก นั้นใช้เวลานานมาก ถึงขณะนี้ ก็กินเวลาไปกว่า 19 เดือนแล้ว เริ่มตั้งแต่ การตั้ง คณะกรรมการไต่สวน เจ๊แดง เรื่อง ร่ำรวยผิดปกติ ในขณะที่ นาย สมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นผู้อำนวยการ การบินไทย และ เกี่ยวข้องกับ การทุจริต ในการจัดการ พื้นที่ของ ร้านค้าปลอดภาษี ในสนามบิน สุวรรณภูมิ รวมถึง ศูนย์ขนส่งสินค้า ในสนามบิน ทำให้ประเทศ ต้องเสียหาย ไปกว่า 1 หมื่นล้านบาท นั้น คดีนี้ ก็ยังไม่มีความคืบหน้า แต่อย่างใด


ส่วนคดีที่ 2 นั้น เริ่มต้นตั้งแต่ 29 มกราคม 2551 ซึ่งเริ่มจาก การมีมติให้ ไต่สวน พ.ต.ท.ทักษิณ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ในการฮั้วประมูล จ้างบริษัท รักษาความปลอดภัย ในสนามบินสุวรรณภูมิ จนทำให้ประเทศเสียหาย กว่า 5 พันล้านบาท และ หากนับเวลาก็ผ่านมากว่า 8 เดือน แล้ว ก็ยังไม่มี ความคืบหน้า เช่นกัน


ส่วนเรื่องที่ 3 นั้นเริ่มต้น ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2551 ในอนุมัติให้ ไต่สวน การทำความผิดของ นายสุริยะ และ นายสมชาย ในกรณี คิงพาวเวอร์ ที่ได้รับพื้นที่ ใน สนามบินสุวรรณภูมิ โดยไม่มีการประมูล


ส่วนเรื่องสุดท้ายนั้น เป็นการที่ ป.ป.ช. ทั้ง 9 ท่าน มีมติ ตั้งแต่ 22 ก.ค. ที่ผ่านมา ในการไต่สวน คณะรัฐมนตรีทั้ง 35 คน ในความผิด เรื่องการเสีย อธิปไตย เขาพระวิหาร ซึ่งทั้งหมดนี้ เป็นเรื่อง ที่ยังไม่มีความคืบหน้า และ ตนเองก็มิได้ตำหนิ การทำงานอะไร แต่มันช้า และ ประชาชน ก็ยังรอ ความจริง จากตรงนี้ ซึ่งหากจะขอเวลาทำงาน ก็คิดว่า น่าจะนานมาก พอแล้ว


“ตอนนี้สังคมไทย แสนเศร้า ต้องปล่อยให้ ประชาชน มาชุมนุมกัน นานขนาดนี้ ตอนนี้เราเหมือน หนีเสือปะจรเข้ หนีตะกวดปะตัวเงินตัวทอง เมื่อเจอ กับ ครม. ชุดนี้ ยิ่งแย่ใหญ่ เหมือน หนีโจรสลัด ปะ สัตว์นรก ซึ่งเราจะถอยไม่ได้ และ พันธมิตร จึงเลือกที่ยืนหยัด สู้ต่อไป” นายสมเกียรติ กล่าว

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
25 กันยายน 2551 01:59 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000113555


พิมพ์ ข่าวนี้ “สมเกียรติ” ตอก ป.ป.ช.เตะถ่วงคดีใหญ่ ปล่อยคนชั่วลอยนวล/font>

ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

September 23, 2008

“สนธิ” แฉ ความอัปยศ เน่าเฟ็ะ ของการเมืองเก่า ในอดีต จน ปัจจุบัน ปปช. ดองคดี “แม้ว” ทุกคดี

Filed under: การคมนาคม,การสื่อสาร,การเมืองภาคประชาชน,การแก้ไข รธน.,ข่าวการเมือง,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,คอร์รัปชั่น,คำพิพากษา,คำสั่งศาล,คุณธรรม,จริยธรรม,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ทุจริต,ธรรมาภิบาล,ประวัติศาสตร์ไทย,วิกฤติ,สนามบินสุวรรณภูมิ,อาชญากรรม — accomthailand @ 23:55
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

นายสนธิ ลิ้มท�งกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่�ประชาธิปไต

นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย


“สนธิ” ย้อนอัปยศการเมืองเก่า นัดแฉ ปปช. ดองคดี”แม้ว” วันนี้


“สนธิ” ย้อนอดีต ชี้ให้เห็น การเมืองเก่าสุดเน่าเฟะ รุมทึ้งทรัพย์สมบัติของชาติ อย่างน่าอัปยศ ขณะเดียวกัน ถึงเวลาการเมืองใหม่ เพื่อ เข้ามาล้าง ความชั่ว ทุกวงการ ให้โปร่งใส พร้อมนัดเปิดโปง ปปช. บางคน ดองคดี “แม้ว” ทุจริตใน วันที่ 24 ก.ย.


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (56 K) นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (256 K) นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย


เมื่อเวลา ประมาณ 21.50 น. วันที่ 23 ก.ย. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นกล่าวปราศรัยที่ ทำเนียบรัฐบาล ว่า ตนจะไม่พูด เรื่อง การเมืองใหม่ มากนัก สาเหตุเป็นเพราะ ต้องการให้ทุกคน ได้ไปคิดกันเอาเอง แต่ทุกคน ก็รู้อยู่แล้วว่า สาเหตุที่ ต้องมาชุมนุม เพราะไม่เอา การเมืองเก่า


นายสนธิ ยังกล่าวย้อนอดีตสมัยเป็น บรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ประชาธิปไตย ได้เห็นการเมือง มามาก หลายยุคสมัย มี นักหนังสือพิมพ์ หลายคน พัฒนากาวหน้า มาไกล แต่บางคน ก็ตรงกันข้าม พร้อมทั้ง ยกตัวอย่าง หนังสือพิมพ์มติชน ที่คนคิดว่าเป็น หัวก้าวหน้า แต่ไม่ใช่ วันนี้ เห็นภาพที่ นายขรรค์ชัย บุญปาน ผู้บริหารมติชน นำกระเช้าดอกไม้ ไปแสดงความยินดี กับ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อย่างไรก็ดี จะได้เห็นกันชัดขึ้น เพราะเป็น อีแอบ มานานแล้ว


นอกจากนี้ นายสนธิ ยังย้อนอดีต ให้เห็นถึงสมัยที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นไม้เบื่อไม่เมากับ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เนื่องจาก ร.ต.อ.เฉลิม ได้รับ คำสั่ง จากอดีตนายกฯ ให้ไปปิดผับ เดอะพาเลซ เนื่องจากไม่พอใจ ที่แฉเรื่องคู่ขาของตัวเอง สมัยที่เป็น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ และ ตั้งหน่วย เฉพาะกิจ ขึ้นมา ปราบปรามอบายมุข บังหน้า
สนธิ ลิ้มท�งกุล ปราศรัย

สนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย



นายสนธิ ยังกล่าวอีกว่า ในสมัยก่อน เคยถูกทาบทาม ให้เป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เพียงแค่ให้ช่วย บริจาคเงิน เข้าพรรคการเมือง เพียง 50 ล้านบาท แต่ได้ปฏิเสธไป โดยขอเป็น รัฐมนโท ข้างนอกดีกว่า


นายสนธิ ยังได้ย้อนอดีต ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สมัยที่ หิ้วก๋วยเตี๋ยวไปตามตื้อ ร.ต.อ.เฉลิม สมัยที่ เป็น รัฐมตรีประจำสำนักนายกฯ เพื่อขอ สัมปทานเคเบิ้ลทีวี กับ อสมท.แต่ต่อมาเมื่อ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรีขณะนั้น สั่งให้ ร.ต.อ.เฉลิม อนุมัติเคเบิ้ลทีวีให้กับ กลุ่ม กาญจนพาส ในนามของไทยสกายทีวี ทำให้ความสัมพันธ์ของ ทั้งคู่บาดหมางกัน ช่วงหนึ่ง


นายสนธิ กล่าวว่า ยุคการเมืองน้ำเน่าอย่างแท้จริง ได้เริ่มขึ้นในยุค โทรคมนาคม ในยุคที่ นายมนตรี พงษ์พานชิ เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวง คมนาคม และ คนๆนี้ เป็นต้นแบบ ทุกอย่าง ทางการเมือง ของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ในปัจจุบัน และ ยุคนี้เป็นยุค ที่ถูกเรียกว่า เป็นยุค บุพเฟร์คาบิเนต


นายสนธิ กล่าวอีกว่า เป็นยุคที่มีการนำ สัมปทานของชาติ มาแบ่งขายกันเอง ในหมู่นักธุรกิจ กับนักการเมือง ซึ่งยุคนี้มี พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าไป เกี่ยวข้อง อย่างสำคัญ ในเรื่องของการวิ่งเต้นขอ สัมปทานโทรศัพท์มือถือ และว่าทุกอย่าง ต้องแลกกัน ด้วยผลประโยชน์ ทั้งที่ทาง ที่ถูก ต้องมี การเปิดประมูล ให้บ้านเมือง ได้ประโยชน์สูงสุด


“สิ่งเหล่านี้คือ การเมืองเก่า ที่ไม่มีการตรวจสอบ อย่างข้าราชการบางคน ถ้าอยากได้เป็นอธิบดี ก็จะมีพ่อค้า ลงขันกัน ซื้อเก้าอี้ให้ เมื่อ ข้าราชการ คนนั้น ได้เป็นอธิบดี ก็จะตอบแทน โครงการให้กับ พ่อค้าเหล่านั้น ซึ่งเป็นแบบนี้ มานานจนเน่าเฟะ มาเรื่อย จะหา ข้าราชการ ที่ทำเพื่อชาติบ้านเมือง สมเป็น ข้าราชการของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยากมาก และเป็นการเมือง ที่อัปยศที่สุด” นายสนธิ ระบุ


อย่างไรก็ดี แกนนำพันธมิตรฯ ผู้นี้กล่าวอีกว่า การทุจริตแบบนี้ จะไม่เกิดขึ้นในสมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี โดยยกตัวอย่าง อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม คนหนึ่งที่พยายามทุจริต ในโครงการ ไทยเดินเรือทะล มูลค่าในสมัยนั้น ประมาณถึง 2 พันล้านบาท แต่ พล.อ.เปรม รู้และขัดขวาง และ ต่อมาเมื่อปรับคณะรัฐมนตรี รัฐมนตรีคนนั้น จึงหลุดจากตำแหน่ง

"สนธิ" แฉ ความ�ัปยศ  เน่าเฟ็ะ ข�งการเมื�งเก่า ใน�ดีต จน ปัจจุบัน ปปช. ด�งคดี "แม้ว" ทุกคดี

สนธิ แฉ ความอัปยศ เน่าเฟ็ะ ของการเมืองเก่า ในอดีต จน ปัจจุบัน ปปช. ดองคดี แม้ว ทุกคดี


และ นี่คือสาเหตุที่ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม คนนั้น ที่บัดนี้ กำลังชะตาขาดโกรธ พล.อ.เปรม จนถึงบัดนี้ ซึ่งมันคิดว่า ไม่มีใครรู้เบื้องหน้าเบื้องหลัง เรื่องพวกนี้


ขณะเดียวกันนายสนธิ กล่าวเปรียบเทียบว่า การเมืองใหม่ คือการล้างความชั่ว ในทุกวงการให้โปร่งใส ใครจะทำอะไร ก็มองเห็นหมด และ ยังตีกรอบให้ ข้าราชการ ต้องซื่อสัตย์ต่อแผ่นดิน ให้สมกับเป็น ข้าราชการ ของ พระเจ้าอยู่หัว เพราะถ้าปล่อยให้ การเมืองเก่า เป็นอย่างนี้ต่อไป บ้านเมือง ก็จะสูญสิ้น เวลานี้มี ตุลาการบางคน ตำรวจบางคน และ อัยการบางคน ไม่ซื่อสัตย์ ถ้าเรา พึ่งคนพวกนี้ไม่ได้แล้ว จะไปพึ่งใคร


อย่างไรก็ตามในตอนท้าย นายสนธิ ยังได้เปิดโปง ปปช. คนหนึ่ง ที่สนิทชิดเชื้อกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ดอง ทุกคดี ทุจริต ในสนามบินสุวรรณภูมิ ที่ส่งไปจาก คตส. ซึ่ง ปปช.คนนี้ รับผิดชอบ แต่ดองเอาไว้ทุกคดี ซึ่งพรุ่งนี้ จะแฉว่าเป็นใคร รวมทั้งเบื้องหลังของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตเลขาธิการพรรค ไทยรักไทย ที่ถูกดำเนินคดี ซีทีเอ็กซ์ ด้วย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
24 กันยายน 2551 06:11 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000113033


พิมพ์ ข่าวนี้ “สนธิ” ย้อนอัปยศการเมืองเก่า นัดแฉ ปปช. ดองคดี”แม้ว” วันนี้


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

February 4, 2008

เทวตำนานเรื่อง การกวนเกษียรสมุทร

ประติมากรรม “เทวตำนานการกวนเกษียรสมุทร”
Scene of the Churning of the Milk Ocean


สถานที่ซึ่งเป็นที่สถิตย์ของน้ำอมฤตเป็นสถานที่อมตะ มั่งคง ยืนยงสถาพร เช่นเดียวกับ สุวรรณภูมิ อันเป็นแผ่นดินทอง ความอุดมสมบูรณ์ ความเจริญรุ่งเรือง มั่นคง เป็นอมตะ ความหมายก็คือ ความเจริญรุ่งเรืองที่ไม่มีที่สิ้นสุด


ในการสร้างประติมากรรมโลหะปิดทองประดับกระจก กว้าง 3 เมตร ยาว 21 เมตร สูง 5.50 เมตรโดยใช้งบประมาณ 48 ล้านบาท


กรมศิลปากรต้องระดมทั้งช่างเอกและศิลปินแห่งชาติร่วม 50 ท่าน ร่วมในการออกแบบและก่อสร้าง และมีขั้นตอน การดำเนินงานที่สำคัญ เช่น 9 ม.ค. 2549 พิธีหล่อหมู่หุ่นนาฏกรรม ณ โรงหล่อพระบุญเรือน จังหวัดปทุมธานี โดยมีสมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม และนายอารักษ์ สังหิตกุล อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธี


24 ก.พ. 2549 เคลื่อนย้ายหมู่หุ่นนาฏกรรม จากโรงหล่อพระบุญเรือน สู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
28 ก.พ. 2549 เวลา 19.09 น. ภูมิปโลฤกษ์ ซึ่งถือเป็นฤกษ์ของกำลังแผ่นดิน ทำพิธีอัญเชิญพระวิษณุ (พระนารายณ์) ขึ้นประดิษฐานบนยอด มันทรคีรี

airport_bangkok
การกวนเกษียรสมุทร

ตามเทวตำนานการกวนเกษียรสมุทรนั้น พระวิษณุได้เสด็จมาเป็นองค์ประธาน แล้วตรัสให้เหล่าเทวาอสูรช่วยกัน ถอนภูเขามันทรคีรี อันเป็นแหล่งกำเนิดแห่งมณีนพรัตน์ มาตั้งลงในท่ามกลางทะเลน้ำนมที่สถิตย์ อยู่ใน ไวกูณฑ์สวรรค์ แล้วให้ช่วยกัน เก็บหาสมุนไพรนานาชนิด มาผสมลงในเกษียรสมุทร และมอบหมายให้จอมนาควาสุกรี ใช้ลำตัวมาเป็น เสมือนเชือกพันรอบมันทรคีรีต่างสายชักโยง โดยออกอุบายยกยอให้เกียรติอสูร ว่าพวกใดมีกำลังเข้มแข็งที่สุดใน ไตรภพ(สามโลก) ให้มาชักทางฝั่งเศียรนาค เหล่าอสูรหลงกลรีบตรง เข้ายึด ชักทางเศียรพญานาควาสุกิทันที ฝ่าย เทวดาก็มาชักทางหาง ทั้งเทวดาและอสูรช่วยกัน ชักดึงมันทรคีรีกันอย่างเต็มกำลัง ให้ภูเขานั้นหมุนเพื่อกวนสมุนไพรให้ เข้ากับน้ำนมในทะเล ระหว่างนั้น พญาวาสุกรีนาคราชซึ่งเจ็บและเหนื่อยล้า จากการ ที่ร่างกาย ถูกเสียดสีจากการพัน รอบภูเขา ตลอดเวลา ก็อ้าปากคายพิษเป็นไฟกรดออกมาทีละน้อย ยังผลให้เหล่าอสูรอ่อนแรงไปตามๆ กัน พวกอสูร สำรอกพิษออกมา พระศิวะ ต้องกลืนพิษไว้เองหมด เพราะถ้าพิษ ลงไปโลกมนุษย์แล้ว สัตว์โลก จะตาย กันหมด เหล่าเทวดาที่ไม่โดนไอร้อนของไฟกรด เพราะฉุดทางฝั่งหาง ซ้ำยังมีพระลักษมีปติช่วยบันดาลฝน ให้โปรยปรายชุ่มชื่น ตลอดเวลา

ในระหว่างการกวนเกษียรสมุทรอยู่นั้น มันทรคีรี ซึ่งได้ถูกแรงดึงเสียดสีมานานก็เริ่มเอียงคลอน พระนารายณ์ ทราบความ จึงรีบ อวตารไปเป็น เต่า กูรมาวตาร เพื่อหนุนก้นภูเขาให้ตั้งตรงขึ้นดังเดิมอีกครั้ง พิธีระหว่างเทวดา และ อสูร นี้กินเวลายาวนานนับพันๆ ปี การกวนเกษียรสมุทร ทำให้เกิดของ ทิพย์วิเศษสุด 14 อย่างทยอยกันผุดขึ้นมา ตามลำดับ สิ่งที่ 13 และ 14 ที่ผุดขึ้นมาพร้อมๆ กัน คือ ธันวันตริ ผู้เป็นแพทย์สวรรค์ ผุดขึ้นมาทูนหม้อน้ำทิพย์อมฤต ในขณะที่เหล่าเทวดาและอสูรต่างแย่งชิง ของวิเศษ 12 อย่าง ที่ผุดขึ้นมาก่อนหน้านี้ พระนารายณ์ก็ทรงแบ่งอวตารพระกาย เป็นสตรีรูปงามราวกับพระศรีลักษมี นามว่า โมหิณี ตรงมาคอยยั่วยวน เหล่าอสูร เป็นกุศโลบายให้เหล่า เทวดาได้ดื่มน้ำยมฤตหนึ่งในสี่ส่วนก่อน แล้วที่เหลืออีกสามในสี่ส่วน จะให้เหล่าอสูรได้ดื่มบ้าง ในภายหลัง ในฝ่ายอสูรนั้นมีเพียง ราหู ตนเดียวที่ไม่สนใจนางอัปสร และได้แปลงร่างเป็นเทพเข้ามาดื่มน้ำอมฤต แต่พระอาทิตย์และพระจันทร์ซึ่งเห็น ราหู ปลอมตัวมาเป็นเทพจึงได้ไปฟ้องพระนารายณ์ เมื่อพระนารายณ์ทรงทราบ จึงขว้างจักรสุทรรศน์ออกไปตัดร่างราหูออกเป็นสองท่อน ในขณะที่กำลังดื่มกินน้ำอมฤตอยู่ แต่ราหูก็ไม่เสียชีวิตด้วยได้ ดื่มน้ำอมฤตเป็นอมตะไปแล้ว ดังนั้น ราหู จึงโกรธแค้นพระอาทิตย์และพระจันทร์มาก และจะจับกินทุกครั้งที่เจอกัน จากนั้นพระนารายณ์จึงมอบหม้อน้ำอมฤตที่ยังเหลืออยู่ให้แก่พระอินทร์ เพื่อนำไปเก็บรักษายังสวรรค์ ห้ามมิให้ผู้ใด แตะต้องอีก สุดท้ายฝ่ายเทวดาซึ่งได้ดื่มน้ำอมฤตเรียบร้อยแล้ว ก็ขับไล่ฝ่ายอสูรทั้งหมดลงจากสวรรค์ไปได้สำเร็จของทิพย์วิเศษสุด 14 อย่าง


1. ดวงจันทร์ พระศิวะหยิบมาปักไว้บนเกศ
2. เพชรเกาสตุภะ
3. ดอกบัวลอยขึ้นมาพร้อมพระลักษมี
4. วารุณี เทวีแห่งสุรา
5. ช้างเผือกเอราวัณ
6. ม้าอุจฉัยศรพ
7. ต้นปาริชาติ
8. โคสุรภี หรือ โคอุสุภราช พร้อมของหอม
9. หริธนู
10.สังข์
11.ปวงเทพีอัปสรสวรรค์
12.พิษร้าย ฝูงนาคและงูสูบพิษไว้
13.ธันวันตริ แพทย์สวรรค์
14.หม้อน้ำทิพย์อมฤต

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Create a free website or blog at WordPress.com.