Accom Thailand

May 20, 2009

ลด ละ เลิกบุหรี่ ร่วมงาน “5 ภารกิจ พิชิตบุหรี่” เนื่องในวัน งดสูบบุหรี่โลก


โรงพยาบาลกรุงเทพ ขอเชิญผู้ที่รักสุขภาพ และ ผู้ที่สนใจ
ลด ละ เลิกบุหรี่
ร่วมงาน “5 ภารกิจ พิชิตบุหรี่”
เนื่องในวัน งดสูบบุหรี่โลก

ร่วมฟังสัมมนาเรื่อง

ภัยจากบุหรี่ที่เราไม่ได้สูบ

ภัยจากบุหรี่ที่เราไม่ได้สูบ


“ภัยจากบุหรี่ที่เราไม่ได้สูบ”
“ใครกันแน่เสี่ยง มะเร็งปอด” และ
“สูบบุหรี่ ดีจริงหรือ”

พร้อมทั้งกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย อาทิ
ร่วมยืดเส้นสาย ขยายปอด โดยนักกายภาพ บำบัดโรคทรวงอก ชมกลวิธี การตรวจหามะเร็ง ด้วยเครื่อง PET/CT
สนุกกับเกมส์ ทดสอบพลังปอด โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ในวันอาทิตย์ ที่ 31 พฤษภาคม 2552 เวลา 8.00-11.30 น.
ณ ห้องประชุมชั้น 7 อาคารเวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลกรุงเทพ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และ สำรองที่นั่ง ได้ที่ Contact Center โทร. 1719
ศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพ Contact Center โทร. 1719

ศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพ Contact Center โทร. 1719


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : ฝ่ายสื่อสารการตลาด ศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพ
ปานฤทัย คงยิ้มละมัย (ปิงปอง) เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ โทร 02 755 1639

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

April 30, 2009

คดีทุจริตคลองด่าน – ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ไม่รับอุทธรณ์ “วัฒนา”


ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ไม่รับอุทธรณ์ “วัฒนา” ทุจริตคลองด่าน!


นายวัฒนา อัศวเหม ภาพจากแฟ้ม

นายวัฒนา อัศวเหม ภาพจากแฟ้ม


ที่ประชุมใหญ่ ศาลฎีกา ไม่รับอุทธรณ์ คดี “วัฒนา อัศวเหม” อดีต รมช.มหาดไทย ทุจริต จูงใจ จนท. ที่ดิน สมุทรปราการ ออกโฉนด คลองด่าน ทับที่สาธารณะ ส่งผล คดีถึงที่สุด รอตามตัว ที่หลบหนี ไปต่างประเทศ กลับมา รับโทษจำคุก 10 ปี ภายใน อายุความ 15 ปี


วันนี้ (30 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา มีคำสั่ง ไม่รับอุทธรณ์ คดีที่ นายวัฒนา อัศวเหม อดีต รมช.มหาดไทย เป็นจำเลย ซึ่ง ศาลฎีกา แผนกคดีอาญา ของ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาให้ จำคุก นายวัฒนา เป็นเวลา 10 ปี ในความผิด ต่อ ตำแหน่ง หน้าที่ ราชการ ตาม ประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา 148

ที่ใช้ อำนาจหน้าที่ โดยมิชอบ ข่มขืนใจ หรือ จูงใจ ให้เพื่อให้ บุคคลใด มอบให้ ซึ่งทรัพย์สิน ด้วย การบังคับซื้อ ที่ดิน ต.บางเหี้ย (คลองด่าน) อ.บางเหี้ย (บางบ่อ) จ.สมุทรปราการ จาก ราษฎร หลายราย และ ข่มขืนใจ หรือ จูงใจ ด้วย การบังคับขู่เข็ญ หรือ กระทำการ โดยวิธีการ อื่นใด ให้ ข้าราชการ สังกัดกรมที่ดิน และ กรมการปกครอง ปฏิบัติ หรือ ละเว้น ปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบ หรือ โดยทุจริต ในการออกโฉนด ที่ดิน 5 แปลง

คดีนี้ หลังจากที่ ศาลฎีกา มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 18 ส.ค. 2551 แล้ว ทนายความ นายวัฒนา ได้ใช้สิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ ปี 2550 กำหนดไว้ ในมาตรา 278 วรรคสาม ยื่นอุทธรณ์ ต่อ ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 2551 โดยฝ่ายจำเลย ระบุว่า มีพยานบุคคล รวม 17 ปาก เป็น หลักฐานใหม่

เมื่อจำเลย ยื่นอุทธรณ์แล้ว ที่ประชุมใหญ่ จึงแต่งตั้ง องค์คณะผู้พิพากษา รวม 5 คน พิจารณาอุทธรณ์ เพื่อทำบันทึกความเห็น สรุปสำนวน เสนอ ที่ประชุมใหญ่ ซึ่งองค์คณะ พิจารณา ตามบทบัญญัติ รธน.มาตรา 278 วรรคสาม ประกอบ กับ ระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ว่าด้วย หลักเกณฑ์ การอุทธรณ์ คำพิพากษา ศาลฎีกา แผนกคดีอาญา ของ ผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง ในกรณี มีพยานหลักฐานใหม่ ซึ่งอาจทำให้ ข้อเท็จจริง เปลี่ยนแปลงไป ในสาระสำคัญ พ.ศ.2551 ข้อ 3 และ 4 แล้วเห็นว่า

พยานหลักฐาน ที่จำเลย ยกขึ้นอ้าง ไม่ใช่ พยานหลักฐานใหม่ ที่อาจจะทำให้ ข้อเท็จจริงเปลี่ยน แปลงไป ในสาระสำคัญ และ ไม่ใช่พยานหลักฐาน ที่ จำเลยไม่รู้ หรือ มีเหตุอันควรรู้ว่า พยานหลักฐาน ดังกล่าว มีอยู่ ดังนั้น จึงไม่ควร ที่จะรับอุทธรณ์ของ จำเลย ไว้พิจารณา

ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา พิจารณาแล้ว ก็เห็นด้วยกับ ความเห็น สรุปสำนวน องค์คณะ ซึ่งพิจารณา 3 ประเด็น คือ


1. พยานหลักฐาน ประเด็นว่า การออกโฉนดที่ดิน ชอบด้วย ระเบียบ และ กฎหมายหรือไม่ ซึ่งจำเลยอ้าง

นายไพฑูรย์ สุนทรวิภาค อดีต ผู้ว่าฯ จ.สมุทรปราการ ปี 2533-2547, นายวีระ รอดเรือง อดีต ผู้ว่าฯ จ.สมุทรปราการ ปี 2537-2542, นายวิเชียร รัตนพีระพงศ์ อดีต อธิบดีกรมที่ดิน, พล.ต.ต.ยงยุทธ สาระสมบัติ อดีตเลขาธิการ ครม., นายกำธร จันทรแสง อดีต รองเลขาธิการ ครม., นายประพันธ์ ชลวีระวงศ์ อดีต รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ, นางอุบล เอื้อศรี อดีต ปลัดจังหวัด สมุทรปราการ, นายสมมาตร ดลมินทร์ อดีตเจ้าพนักงานที่ดิน จ.สมุทรปราการ, นายคมชิต วิชญะเดชา อดีตเจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดิน จ.สมุทรปราการ สาขาบางพลี และ ม.ล.พีพล นพวงศ์ อดีตนายอำเภอบางบ่อ ปี 2535-2536 เป็นพยาน เพื่อเสนอข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2531 ครม. มีมติให้ออก หนังสือแสดงสิทธิ์ ในที่ดินให้กับ ราษฎร บริเวณ ที่ดิน พิพาท ดังกล่าว ซึ่ง จ.สมุทรปราการ ได้แจ้งให้ สำนักงานที่ดิน จ.สมุทรปราการ ทราบ และ ปฏิบัติ ตามมติ ครม. อย่างเคร่งครัด และ มีการออกโฉนด ให้กับ รายอื่นหลายราย โดยไม่ปรากฏว่า มี ข้อขัดข้อง หรือ โต้แย้ง ของ ราษฎร ในพื้นที่แต่อย่างใด

นอกจากนี้ ยังได้รับการยืนยัน จาก คณะกรรมการป้องกัน และ หยุดยั้ง การบุกรุก ที่ดินป่าชายเลน ที่ทำการ ตรวจสอบที่ดิน แล้วว่า ไม่มีการบุกรุก และ ที่ดินไม่มีสภาพ เป็นทางสาธารณะ และ

2. พยานหลักฐาน ในประเด็นว่า จำเลย ข่มขืนใจ หรือ จูงใจ ให้ เจ้าพนักงาน ฝ่ายปกครอง และ เจ้าพนักงาน สำนักงานที่ดิน จ.สมุทรปราการ สาขาบางพลี ออกโฉนดที่ดิน โดยมิชอบด้วยระเบียบ หรือ กฎหมาย หรือไม่ จำเลยอ้าง

นายสุทัศน์ ธรรมรักคิด ซึ่งอ้างว่า เป็นผู้ติดต่อใกล้ชิด กับ เจ้าหน้าที่ สำนักงานที่ดิน จ.สมุทรปราการ สาขาบางพลี, นายจำเนียร ปานพุ่มชื่น นายอำเภอ บางบ่อ ในช่วงเกิดเหตุ, นายสมบัติ เลาประเสริฐ สารวัตรกำนัน ต.คลองด่าน ในช่วงเกิดเหตุ, นายวีระวงศ์ สุวรรณวานิช เจ้าหน้าที่ สำนักงานที่ดิน จ.สมุทรปราการ สาขาบางพลี ในช่วงเกิดเหตุ, นายบุญเชิด คิดเห็น สำนักงานที่ดิน จ.สมุทรปราการ สาขาบางพลี, นายวีระ รอดเรือง, ท่านเจ้าคุณ พิพิธธรรมสุนทร ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดสุทัศน์ และ พล.ต.ชิณเสน ทองโกมล เป็นพยาน นำเสนอข้อเท็จจริง เพื่อยืนยันว่า จำเลย ไม่เคยข่มขู่ เจ้าหน้าที่ รวมทั้ง นายไพศาล กาญจนประพันธ์ และ นายสมชัย แตงน้อย แต่อย่างใด ในการรังวัด โฉนดที่ดิน และ ฝ่ายรังวัด ก็ไม่ได้แจ้งขัดข้อง ในการออกโฉนด ว่า ทับที่ สาธารณะ รวมทั้งประเด็น การมอบ พระเครื่องผงสุพรรณ เพื่อจูงใจ เจ้าพนักงาน ในการออกโฉนด

ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา เห็นว่า พยานหลายปาก ไม่เคย มาเบิกความต่อศาล ขณะที่เรื่องมติ ครม. ไม่ใช่ พยานหลักฐาน ที่อาจทำให้ ข้อเท็จจริง เปลี่ยนแปลง และ ไม่ใช่ พยานหลักฐาน ที่ จำเลย ไม่รู้ถึง ความมีอยู่ ของ พยานหลักฐาน นั้น


3. พยานหลักฐาน ในประเด็นว่า การที่จำเลย ใช้อำนาจ ข่มขืนใจ หรือ จูงใจ ให้ เจ้าพนักงาน สำนักงานที่ดิน จ.สมุทรปราการ สาขาบางพลี และ เจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง ออกโฉนด ให้ โดยมิชอบ นั้น เป็นการใช้อำนาจ โดยตำแหน่ง อันเป็นความผิด ตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา 148 หรือไม่ จำเลยอ้าง

พล.ต.ต.ยงยุทธ สาระสมบัติ อดีตเลขาธิการ ครม., นายกำธร จันทรแสง อดีตรองเลขาธิการ ครม. เป็น พยาน เพื่อเสนอข้อเท็จจริงว่า จำเลย ไม่มีอำนาจ ให้คุณ ให้โทษกับ กรมที่ดิน เพราะ จำเลย ไม่มีหน้าที่ ดูแล รับผิดชอบ กรมที่ดิน โดยตรง การแต่งตั้ง เสนอ ข้าราชการ ที่จะนำเข้าสู่ ครม. จะเป็นการพิจารณาแต่งตั้ง ระดับ 10 ขึ้นไป และ การแต่งตั้ง โยกย้าย เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด หรือ เจ้าหน้าที่ กรมที่ดิน เป็นอำนาจของ กรมที่ดิน โดยตรง

ที่ประชุมใหญ่ ศาลฎีกา พิจาณาแล้ว เห็นว่า พยานดังกล่าว ไม่ใช่หลักฐาน ที่อาจทำให้ ข้อเท็จจริง เปลี่ยนแปลงไป ซึ่ง ข้อเท็จจริง รับกันว่า ในช่วงเกิดเหตุ จำเลย ไม่ได้รับมอบหมาย ให้มีอำนาจ การสั่ง อนุญาต อนุมัติ การปฏิบัติ หน้าที่ราชการ เกี่ยวกับ กรมที่ดิน แต่ที่ ศาลวินิจฉัยว่า เป็นการใช้อำนาจ ในตำแหน่ง ของ จำเลย เนื่องจากเห็นว่า จำเลย มีอำนาจตาม พ.ร.บ. ระเบียบ บริหาร ราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534, พ.ร.บ. ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2534 และ มีอำนาจ ในการบริหารราชการแผ่นดิน ตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 218 ลงวันที่ 29 ก.ย.2515 มีสิทธิ์เข้าร่วม ประชุมครม. เพื่อมีข้อเสนอแนะ ให้ความเห็น และ มีมติในกิจการงานกรม หรือกระทรวงอื่น รวมทั้งมีสิทธิ์แสดงความเห็น และการมีมติ แต่งตั้ง ข้าราชการระดับ 10 และ 11 ซึ่งเป็นการวินิจฉัยประเด็น โดยอาศัยข้อกฎหมาย ดังนั้นข้ออ้าง ทางปฏิบัติของจำเลย จึงไม่ใช่พยานหลักฐาน ที่ทำให้ข้อเท็จจริง เปลี่ยนแปลงไป ในสาระสำคัญ

ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา จึงมีมติว่า อุทธรณ์ของ จำเลย ทุกข้อ ไม่เข้าตามบทบัญญัติ รธน. มาตรา 278 วรรคสาม ประกอบกับ ระเบียบ ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ว่าด้วย หลักเกณฑ์ การอุทธรณ์ คำพิพากษา ศาลฎีกา แผนกคดีอาญา ของ ผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง ในกรณี มี พยาน หลักฐาน ใหม่ ซึ่งอาจทำให้ ข้อเท็จจริง เปลี่ยนแปลงไป ในสาระสำคัญ พ.ศ.2551 ข้อ 3 และ 4 จึงมีคำสั่ง ไม่รับอุทธรณ์ ของ จำเลย ไว้พิจารณา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ เมื่อ ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา มีคำสั่ง ไม่รับอุทธรณ์ นายวัฒนา แล้ว ได้นำลงประกาศไว้ใน ราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ที่ผ่านมา สำหรับ นายวัฒนา ขณะนี้ อยู่ระหว่างการหลบหนคดี

โดยศาลฎีกา ได้ออกหมายจับ เพื่อให้ติดตามตัวมารับโทษแล้ว และ เมื่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ไม่รับอุทธรณ์ จึงทำให้ คดีถึงที่สุด ซึ่งหากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถจับกุมตัว นายวัฒนา ได้ ก็จะถูกนำตัวคุมขังที่ เรือนจำทันที ตามโทษที่ ศาลฎีกา พิพากษา ลงโทษจำคุก 10 ปี อย่างไรก็ดี สำหรับคดีดังกล่าว มีอายุความ 15 ปี ที่จะติดตามตัว นายวัฒนา มารับโทษ

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 30 เมษายน 2552 19:49 น.
http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000048711


พิมพ์ ข่าวนี้ ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ไม่รับอุทธรณ์ “วัฒนา” ทุจริตคลองด่าน!


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

February 10, 2009

World Heritage in China:Dazu Rock Carvings – หินสลักยุคหลัง ที่ เมืองฉงชิ่ง


World Heritage in China世界遗产在中国: Dazu Rock Carvings大足石刻1/3 – June 30, 2008

World Heritage in China世界遗产在中国: Dazu Rock Carvings大足石刻2/3 – June 30, 2008

World Heritage in China世界遗产在中国: Dazu Rock Carvings大足石刻3/3 – July 01, 2008

The Dazu Rock Carvings (Chinese: 大足石刻; pinyin: Dàzú Shíkè) are a series of Chinese religious sculptures and carvings, dating back as far as the 7th century A.D., depicting and influenced by Buddhist, Confucian and Taoist beliefs. Listed as a World Heritage Site, the Dazu Rock Carvings are made up of 75 protected sites containing some 50,000 statues, with over 100,000 Chinese characters forming inscriptions and epigraphs. The sites are located on the steep hillsides within Dazu County (near the city of Chongqing, China), with the high points being the carvings found on Mount Baoding and Mount Beishan.

กลุ่มหินสลักที่ ต้าจู๋ เป็นตัวแทนของความเชื่อใน เทพเจ้า ของสังคมชาวจีน โดยตลอดระยะเวลา ของวิวัฒนาการ ในความเชื่อเรื่องศาสนา ของสามัญชน ได้ถ่ายทอดออกมา ในงานศิลปะทั้ง ในแง่ความเชื่อในพุทธศาสนา ศาสนาเต๋า และ หลักคำสอนของ สำนักปรัชญาขงจื๊อ ซึ่งมีทั้งที่ขัดแย้งกัน และ สอดคล้องกลมกลืนกัน โดยทั้งผลงานแกะสลัก ตามความเชื่อ ในศาสนาเต๋า และ ตามหลักคำสอนของขงจื๊อนั้น มีพื้นฐานศิลปะ ที่เจริญงอกงาม มาจากศิลปะถ้ำ แนวพุทธศิลป์ของจีน

The earliest carvings were begun in 650 A.D. during the early Tang Dynasty, but the main period of their creation began in the late 9th century, when Wei Junjing, Prefect of Changzhou, pioneered the carvings on Mount Beishan, and his example was followed after the collapse of the Tang Dynasty by local and gentry, monks and nuns, and ordinary people during the Five Dynasties and Ten Kingdoms Period (907-65). In the 12th century, during the Song Dynasty, a Buddhist monk named Zhao Zhifeng began work on the elaborate sculptures and carvings on Mount Baoding, dedicating 70 years of his life to the project.

The carvings were listed as a World Heritage Site in 1999, citing “…their aesthetic quality, their rich diversity of subject matter, both secular and religious, and the light that they shed on everyday life in China during this period. They provide outstanding evidence of the harmonious synthesis of Buddhism, Taoism and Confucianism.”


ข้อมูล


มรดกโลกทางวัฒนธรรม ปีค.ศ.1999
ที่ตั้ง : อำเภอต้าจู๋ ทางทิศตะวันตกเหนือใน นครฉงชิ่ง
สร้างเมื่อ : ราว ค.ศ.650 ปีแรก แห่งรัชสมัยหย่งฮุย ต้นราชวงศ์ถัง (ค.ศ.618-907) จนถึง ราชวงศ์หมิง-ชิง (ราวคริสต์ศตวรรษที่ 14-19)
อาณาเขต : กินอาณาบริเวณของหินสลัก ที่ภูเขาทั้ง 5 ได้แก่ เป่ยซัน เป๋าติ่งซัน หนันซัน สือจ้วนซัน และ สือเหมินซัน และ เทือกเขาอื่นๆโดยรอบ ในเขตปกครอง 28 หมู่บ้านของพื้นที่ 32 ตำบล ทั่วอำเภอต้าจู๋

ข้อมูลท่องเที่ยว
การเดินทาง เดินทางโดยรถไฟหรือรถบัสจากเมืองฉงชิ่ง ลงที่สถานีอำเภอต้าจู๋ และต่อรถโดยสารไปตามจุดท่องเที่ยวต่างๆได้ การเที่ยวชมหินสลัก อ.ต้าจู๋ จากตัวเมือง ฉงชิ่ง สามารถไปเช้าเย็นกลับได้

ราคาบัตร (ปรับเมื่อปี 2003) ชมหินสลัก บนยอดเป๋าติ่ง 80 หยวน ชมทิวทัศน์ในเขต เป่ยซันจิ่งชีว์ 60 หยวน ราคาบัตรเหมา เข้าชมทั้ง 2 แห่ง 120 หยวน

ปฏิทินงานเทศกาล อ.ต้าจู๋

เทศกาลงานวัดบนยอดเป๋าติ่ง วันที่ 19 เดือนยี่ (ตามปฏิทินจันทรคติของจีน) ซึ่งเชื่อว่าเป็นวันเกิดของพระโพธิสัตว์กวนอิม

นิทรรศการดอกบัว เดือนกรกฎาคม-สิงหาคมทุกปี เป็นงานแสดงดอกบัว ที่ปลูกอยู่ใน อำเภอนี้ หลากหลายพันธุ์ รวมถึงศิลปวัฒนธรรม ที่เกี่ยวข้องกับดอกบัว

นิทรรศการศิลปะหินสลักต้าจู๋ ชมศิลปะการแกะสลัก และงานแสดงดนตรีที่อำเภอต้าจู๋ ในเดือนตุลาคม

ติดตามข่าวท่องเที่ยว อ.ต้าจู๋ ที่ http://www.accomthailand.com


ปรับปรุง จาก ข้อมูล และ คลิป ของ juanpingz

คลิปจาก http://www.youtube.com



อ่านเรื่อง ที่เกี่ยวข้อง กับ Dazu Rock Carvings from

  • Wikipedia , the free encyclopedia
    http://en.wikipedia.org/wiki/Dazu_Rock_Carvings
  • UNESCO World Heritage Centre
  • หินสลักยุคหลัง ที่ เมืองฉงชิ่ง ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 10 พฤษภาคม 2547 12:06 น.
  • Dazu Rock Carving
  • About Dazu Rock Carving (in Englisch)
  • Baodingshan of Dazu Rock Carving (in Englisch)
  • จาก ข้อมูล และ ภาพ ของ http://www.cndz.net/english/


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    February 9, 2009

    Massive devastation in Australian bushfires – ไฟป่า ออสเตรเลีย ยังลุกลาม ยอดตาย พุ่งทะลุ 130


    Massive devastation in Australian bushfires

    YouTube

    An emotional Kevin Rudd, Australia’s prime minister, has described the deaths of scores of people in wildfires as “mass murder”.


    The fires spread through rapidly through communities in southern Australia, as desperate residents tried to flee the flames.


    ไฟป่าออสเตรเลีย ยังลุกลาม ยอดตาย พุ่งทะลุ 130 บ้านเมือง พินาศ
    เจ้าหน้าที่ดับไฟป่าที่ยังคงลุกลาม�ย่างต่�เนื่�ง

    เจ้าหน้าที่ดับไฟป่าที่ยังคงลุกลามอย่างต่อเนื่อง


    เอเอฟพี – ทหาร และ เจ้าหน้าที่ ผจญเพลิง ยังต่อสู้กับไฟป่า ที่ยังคงลุกลาม หลายพื้นที่ ใน ออสเตรเลีย ซึ่งทำให้ มียอด ผู้เสียชีวิต เพิ่มขึ้น ไม่ต่ำกว่า 131 ราย บ้านเรือน หลายร้อยหลัง และ เมืองหลายแห่ง ถูกเผาผลาญ เป็นเถ้าถ่าน


    เหตุไฟป่าครั้งนี้ กลายเป็น ครั้งร้ายแรงที่สุด ที่เคยเกิดขึ้นใน ประวัติศาสตร์ ของ ออสเตรเลีย สร้างความพินาศ ให้แก่ เมือง หลายเมือง และ ชีวิตผู้คน นับร้อย แต่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เชื่อว่า ต้องมี ใครบางคน เป็นต้นเพลิง ดังกล่าว

    ไฟป่า ยังคง เผาผลาญอีกราว 31 จุด ในพื้นที่ ทางตะวันออกเฉียงใต้ ของ รัฐวิกตอเรีย ซึ่งเป็นบริเวณ ที่พบผู้เสียชีวิต ทั้งหมด และ ชุมชนต่างๆ ได้รับแจ้งเตือน ให้เตรียมพร้อมรับมือ กับไฟป่า ที่เผาทุกสิ่งทุกอย่าง ตลอดทาง ตามกระแส ที่ไม่แน่นอน

    เพลิงนรกได้ผลาญพื้นที่ ราว 3,000 กิโลเมตร ซึ่งใหญ่กว่า ประเทศลักเซมเบิร์ก ทั้งประเทศ หรือเกือบ 3 เท่า ของเกาะ ฮ่องกง ด้วยสภาพอากาศ ที่ง่ายต่อการ ติดไฟ สาเหตุมาจาก คลื่นความร้อน

    สำหรับ พื้นที่ประสบภัย จำนวนหนึ่ง ถูกปิดเทปเหลือง ล้อมรอบ สถานที่เกิดเหตุไว้ เพื่อให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ หาข้อพิสูจน์ว่า ใครเป็น ผู้ก่อเหตุ เพลิงไหม้ ครั้งร้ายแรงที่สุด ของประเทศครั้งนี้ โดย
    เควิน รัดด์ นายกรัฐมนตรี ของ ออสเตรเลีย ระบุว่า ผู้วางเพลิง นั้น จะต้องถูกตั้งข้อหา สังหารหมู่

    ทั้งนี้ ใน วันอาทิตย์ ( 8 ) พวกนักผจญเพลิง หลายพันคน ต้องพยายามควบคุมเพลิง อย่างต่อเนื่อง มาเป็นวันที่ 2 ในขณะที่ ผู้เห็นเหตุการณ์ ระบุว่า เปลวเพลิง นั้นโหมสูงเท่ากับตึก 4 ชั้น และ ลุกลามไป อย่างรวดเร็ว เหมือนกับ ขบวนรถไฟด่วน ขณะเดียวกัน ก็พ่นเถ้าถ่านร้อนระอุ ออกไปไกล สุดสายตา ทีเดียว

    ส่วนนักผจญเพลิง กล่าวว่า บ้านเรือน กว่า 750 หลังใน รัฐวิกตอเรีย ถูกเผาวอดวาย ในช่วงสุดสัปดาห์ ที่ผ่านมา โดยพื้นที่ ซึ่งได้รับ ความเสียหาย อย่างหนักที่สุด คือพื้นที่ ทางตอนเหนือ ของ เมืองเมลเบิร์น

    นอกจาก มนุษย์ แล้ว สัตว์เลี้ยงใน ฟาร์ม บ้าน และ สัตว์ป่า นับพันๆ ตัว ก็ต้องมาสังเวยชีวิต ในไฟป่านรก ครั้งนี้ เช่นเดียวกัน


    ขณะที่ ใน รัฐนิวเซาท์เวลส์ มีผู้ถูกตั้งข้อกล่าวหา ลอบวางเพลิง 2 คน เป็น

    ชายวัย 31 ปี หนึ่งคน ถูกตั้งข้อหา เป็นต้นเหตุเพลิงไหม้ ในพื้นที่กว่า 495 เอเคอร์ใน พีทส์รดจ์ ทางเหนือของซิดนีย์ และจะ ขึ้นศาลใน วันนี้ (9) ส่วนอีกคนเป็น เด็กชายวัย 19 ปี ถูกล่าวหาว่า จุดชนวนระเบิด จนทำให้เพลิงไหม้ใน บลูเมาเทนส์

    อันที่จริง การเกิดไฟป่า เป็นภัยธรรมชาติ ที่เกิดขึ้นใน ออสเตรเลีย ทุกปี แต่เนื่องจากใน ปีนี้สภาพอากาศร้อนรุนแรง เกิดภัยแล้ง และ มีเศษกิ่งไม้แห้ง มากมาย บวกกับ ต้นยูคาลิปตัส ที่เป็นพืชพื้นเมืองของ แดนจิงโจ้ ก็เป็นต้นไม้ ที่มีน้ำมัน จึงกลายเป็น เงื่อนไขสำคัญ ที่ทำให้เกิด ไฟป่าลุกลาม และ ยังทำให้ รัฐบาลถูกกดดันอย่างหนัก ให้เอาจริง กับ นโยบาย การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ด้วย

    News Source :: AlJazeeraEnglish
    Al Jazeera’s Tarek Bazley reports 9 Feb 09.

    คลิปจาก http://www.youtube.com/watch?v=Hyq8_sNMX4

    astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 9 กุมภาพันธ์ 2552 10:08 น.
    http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9520000014638


    พิมพ์ ข่าวนี้ ไฟป่าออสเตรเลียยัง ลุกลาม ยอดตาย พุ่งทะลุ 130 บ้านเมือง พินาศ


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    Beijing CCTV Annex Fire – Mandarin Oriental Hotel – เทศกาล “โคมไฟ” ผลาญ ร.ร.หรู 40 ชั้น กลางกรุงปักกิ่ง


    พระเพลิงพิโรธ เทศกาล “โคมไฟ” ผลาญ ร.ร.หรู 40 ชั้น กลางกรุงปักกิ่ง

    Beijing CCTV Annex Fire – Mandarin Oriental Hotel Fire – 9 Feb 2009 approx. 9:06pm

    Note: The fire is in the building immediately next to the new CCTV HQ which will be the Mandarin Oriental Hotel. It is NOT the CCTV HQ building.

    เพลิงลุกไหม้โรงแรมภ??่างรวดเร็ว ขณะที่เหนืภ??่านฟ้ากรุงปักกิ่งจุดดภ??ไม้ไฟไหม้ฉลภ??เทศกาลโคมไฟ ในคืนวันจันทร์(9 ก.พ.) ซึ่งโรงแรมดังกล่าวตั้งภ??ู่ห่างจากสำนักงานซีซีทีวีเพียง 234 เมตรเท่านั้น - ภาพ เภ??ภ??พี

    เพลิงลุกไหม้โรงแรมอย่างรวดเร็ว ขณะที่เหนือน่านฟ้ากรุงปักกิ่งจุดดอกไม้ไฟไหม้ฉลองเทศกาลโคมไฟ ในคืนวันจันทร์(9 ก.พ.) ซึ่งโรงแรมดังกล่าวตั้งอยู่ห่างจากสำนักงานซีซีทีวีเพียง 234 เมตรเท่านั้น - ภาพ เอเอฟพี


    เพลิงลุกไหม้โรงแรม อย่างรวดเร็ว ขณะที่ เหนือน่านฟ้ากรุงปักกิ่ง จุดดอกไม้ไฟ ไหม้ฉลอง เทศกาลโคมไฟ ในคืนวันจันทร์ (9 ก.พ.) ซึ่งโรงแรมดังกล่าว ตั้งอยู่ห่างจาก สำนักงานซีซีทีวีเพียง 234 เมตรเท่านั้น – ภาพ เอเอฟพี

    เอเอฟพี – พระเพลิงโหม โรงแรมหรู ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ในกรุงปักกิ่ง ซึ่งอยู่ทางด้านเหนือ ติดกับสำนักงานใหญ่สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี รายงานล่าสุด เจ้าหน้าที่ดับเพลิง เสียชีวิตแล้ว 1 คน ในเช้าวันนี้ (10 ก.พ.)
      Mandarin Oriental Hotel โรงแรมหรู ที่ภ??ู่ระหว่างการก่ภ??ร้างใน กรุงปักกิ่ง ซึ่งภ??ู่ทางด้านเหนืภติดกับ สำนักงานใหญ่ สถานีโทรทัศน์ ซีซีทีวี

    Mandarin Oriental Hotel โรงแรมหรู ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างใน กรุงปักกิ่ง ซึ่งอยู่ทางด้านเหนือ ติดกับ สำนักงานใหญ่ สถานีโทรทัศน์ ซีซีทีวี



    สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล สูงกว่า 40 ชั้นในกรุงปักกิ่ง เกิดเพลิงลุกไหม่ขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น เมื่อวันจันทร์(9 ก.พ.) ขณะที่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 คน ที่ยังคงรักษาตัวในโรงพยาบาล ส่วนจาง เจี้ยนหย่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเสียชีวิตลงในตอนเช้าตรู่ของวันนี้ เนื่องจากสูดควันพิษเข้าไปขณะเข้าปฏิบัติหน้าที่
    ด้านโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ลระบุในเว็บไซต์ของทางโรงแรมว่า ขณะเกิดเหตุไฟไหม้ ไม่มีคนงานอยู่ในอาคารดังกล่าว จึงคาดว่าไม่น่าจะมีผู้เสียชีวิต

    เนื่องจากโรงแรมอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในปลายปีนี้ โดยทำเลที่ตั้งอยู่ทางด้านเหนือห่างจากสำนักงานใหญ่สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมสุดอลังการของกรุงปักกิ่งเพียง 234 เมตรเท่านั้น

    โรงแรมแมนดาริน โภ??รียนเต็ล สูงกว่า 40 ชั้นในกรุงปักกิ่ง โรงแรมภ??ู่ในระหว่าง การก่ภ??ร้าง

    โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล สูงกว่า 40 ชั้นในกรุงปักกิ่ง โรงแรมอยู่ในระหว่าง การก่อสร้าง

    สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีระบุ เหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวลุกลามอย่างรวดเร็วและเป็นเวลานานราว 4 ชั่วโมง ก่อนที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะสามารถควบคุมเอาไว้ได้

    สำนักข่าวซินหัวรายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นว่า เหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างที่เหนือฟ้าทั่วกรุงปักกิ่งมีการจุด ดอกไม้ไฟเพื่อฉลองเทศกาลโคมไฟ (เทศกาลหยวนเซียว) ขณะที่ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า ไฟเริ่มลุกลามเป็นเปลวเพลิงพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

    เพื่อความปลอดภัยเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องปิดพื้นที่ไม่ให้ประชาชน เข้าไปในบริเวณดังกล่าว จึงทำให้การจราจรบางส่วนติดขัด แต่ขณะนี้ทางการจีนยังไม่ระบุว่าเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการจุด ดอกไม้ไฟหรือไม่

    ตึกซีซีทีวีรูปตัว L คว่ำ 2 ตัวพิงกันอยู่บนฐานเดียวกัน เป็นผลงานการออกแบบของเรม คูลฮาซ จากบริษัทออกแบบ OMA (the Office for Metropolitan Architecture) โดยมีบริษัท Ove Arup รับผิดชอบด้านวิศวกรรม เริ่มก่อสร้างตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2004 ด้วยงบประมาณสูงถึง 5,000 ล้านหยวน ตั้งอยู่ในย่านศูนย์กลางธุรกิจ(CBD) บนถนนตงซันหวน เขตเฉาหยางของปักกิ่ง ซึ่งมีตึกสูงระฟ้ากระจุกตัวอยู่กว่า 300 ตึก

    CCTV แถลงการณ์ ขภัย ต้นเหตุเพลิงไหม้

    CCTV แถลงการณ์ ขออภัย ต้นเหตุเพลิงไหม้



    ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 10 กุมภาพันธ์ 2552 19:43 น. :

    CCTV แถลงการณ์ ขออภัย ต้นเหตุเพลิงไหม้


    เอเจนซี – พระเพลิงเผา โรงแรมหรู สูงกว่า 40 ชั้น ในกรุงปักกิ่ง กลางดึก วันอังคาร ต้นเหตุ คนงานซีซีทีวี ใช้ดอกไม้ไฟ อานุภาพรุนแรง จุดฉลอง เทศกาลโคมไฟ ตำรวจเผย เจ้าของตึก ไม่สนใจ คำตักเตือนผิด ซ้ำไม่ขออนุญาต รัฐบาลท้องถิ่น ควันพิษ คร่านักดับเพลิง 1 ราย ขณะที่ บาดเจ็บอีก 7 ราย

    หลังจากที่ เกิดเหตุเพลิงไหม้ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ในเขต เฉาหยาง ของ กรุงปักกิ่ง ในคืนวันจันทร์ (9) เวลาประมาณ 21.00 น. ตามเวลา ท้องถิ่น

    ล่าสุด สถานีโทรทัศน์ ซีซีทีวี CCTV ได้ออกมา แถลง ผ่าน เว็บไซต์ใน วันอังคาร (10 ก.พ.) ว่า


    “ซีซีทีวี รู้สึกเสียใจ เป็นอย่างยิ่ง ที่การแสดงดอกไม้ไฟ “เทศกาลหยวนเซียว – เทศกาลขโมยผัก” หรือมีการเรียก เทศกาลนี้ อีกอย่างว่า เทศกาลโคมไฟ ที่ทางสถานีฯ จัดขึ้น เป็นต้นเหตุ ให้เกิด ความเสียหาย อย่างใหญ่หลวง แก่ ประเทศชาติ และ ขออภัย ประชาชน ที่อาศัยอยู่ บริเวณ ใกล้เคียง ที่ต้องเผชิญกับ ปัญหาการจราจรติดขัด และความไม่สะดวก จาก เหตุไฟไหม้”

    astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 10 กุมภาพันธ์ 2552 12:33 น. – 10 กุมภาพันธ์ 2552 19:43 น.
    http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9520000015088
    http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9520000015412


    ปรับปรุง จาก ข้อมูล และ คลิป ของ knikkor February 09, 2009

    คลิปจาก http://www.youtube.com


    พิมพ์ ข่าวนี้ พระเพลิงพิโรธเทศกาล “โคมไฟ” ผลาญ ร.ร. หรู 40 ชั้น กลางกรุงปักกิ่ง


    พิมพ์ ข่าวนี้ CCTV แถลงการณ์ ขออภัย ต้นเหตุเพลิงไหม้



    อ่านเรื่อง ที่เกี่ยวข้องต่อได้จาก

  • ASTV ผู้จัดการออนไลน์ CCTV แถลงการณ์ ขออภัย ต้นเหตุเพลิงไหม้
    จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 10 กุมภาพันธ์ 2552 19:43 น.

  • ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    February 7, 2009

    Heavy Flooding in Northeastern Australia


    Heavy Flooding in Northeastern Australia


    YouTube

    ZHANG: In Australia, residents in northeastern Queensland continue cleaning up today after devastating floods. Heavy rain since Monday has seen many towns virtually submerged and thousands of homes have been declared flood affected.


    STORY:
    Although rain subsided on Wednesday the fourth after tropical cyclone Ellie passed through, the water level remained high in low-lying towns in northeast Australia, with many towns virtually underwater.

    62 percent of the more than one million square kilometers of Queensland is still a declared disaster zone.

    Thousands of homes have been declared flood-affected and the damage bill is around $70 million U.S. dollars.

    In Ingham, one of the worst hit towns, residents are pitching in to help each other clean up after the deluge.

    One local resident who was glad a group of men had given up their beer to help her clean up the damage in her home.

    [Local Resident]:
    “Everybody pitches in and helps and they were on the way to the pub.”

    [Local Resident]:
    “You always chuck your hand in there, it doesn’t hurt.”

    Queensland premier Anna Bligh toured Ingham today and says many transport routes were still cut off from the rain, leaving residents relying on boats to get around.

    [Anna Bligh, Queensland Premier]:
    “Currently the road is still cut, the rail is cut, and it’s likely to be several days before we can get full transport links reopened but we do have a monsoonal trough sitting off the coast and no-one is out of the woods yet we might see a lot more rain before this is over.”

    The flooding started last December, and has continued, being fed by a series of rain depressions and a cyclone. A low depression off the coast is currently threatening to form into a cyclone, bringing even more rain.

    News Source :: http://www.youtube.com/ntdtv February 07, 2009
    http://www.youtube.com/watch?v=POtwftxrX1k


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    Australian bush fires have killed dozens of people


    Australian bush fires have killed dozens of people

    YouTube

    Australian bush fires have killed dozens of people and burnt hundreds of homes in the worst fire disaster in three decades.

    News Source ::http://www.euronews.net February 07, 2009


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    January 21, 2009

    Bushfires Threaten Homes in Australia


    Bushfires Threaten Homes in Australia

    YouTube

    Bushfires are threatening homes in Melbourne and a school in Sydney Australia due to searing hot dry conditions around the country. The fires raged across the country yesterday.


    Melbourne and Sydney recorded highs of up to 40 degrees Celsius, or 104 degrees Fahrenheit, with dry winds fanning the flames.

    The Melbourne bushfire burnt five hectares of bushland near a heavily populated area south of the city before more than 100 firefighters brought it under control with the help of waterbombing equipment and hoses.

    Local media also reported that the fire came within 100 meters of residential properties. No damage was reported to homes and there were no evacuations.

    In Sydney, firefighters worked to contain three fires, one in the city’s north and the other two to the west of the city.

    Fire authorities say the Sydney fires were most likely started by a cigarette butt and arson.

    Authorities expect the hot, dry conditions to continue during the week and warn residents of Sydney and Melbourne to be on high alert for bushfires.

    News Source :: http://www.youtube.com/ntdtv 21 Jan 2009
    http://www.youtube.com/watch?v=N-Ts7pcJJZw


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    December 10, 2008

    วันที่ 10 ธันวาคม วันสิทธิมนุษยชน วันแห่งศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์


    บทวิเคราะห์ : วันสิทธิมนุษยชน
    ตอนที่ 1 วันแห่งศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์


    วันที่ 10 ธันวาคมของ ทุกปี นอกจากจะเป็น วันรัฐธรรมนูญแล้ว ในระดับสากล สหประชาชาติ ได้กำหนดให้เป็น วันสิทธิมนุษยชนสากล ด้วย เพื่อสร้าง ความตระหนักและ พัฒนา ศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ ให้ก้าวหน้าขึ้น โดยเฉพาะปีนี้ ที่ครบ 60 ปี ปฎิญญาสากล ว่าด้วย สิทธิมนุษยชน ของ สหประชาชาติ และเป็นวันท ี่รัฐธรรมนูญของไทย ฉบับพุทธศักราช 2550 เดินหน้า มากว่า 1 ปีแล้ว


    นัยสำคัญแห่ง สิทธิมนุษยชน และพันธกิจ


    นางสุนีย์ ไชยรส กรรมการสิทธิมนุษยชน ได้ให้ คำจำกัดความของคำว่า สิทธิมนุษยชน คือ


    การเคารพ ศักดิ์ศรีความเป็นคน
    เราต้องการให้ ใครทำอย่างไรกับเรา เคารพเราอย่างไร ปฎิบัติต่อเราอย่างไร
    เราก็จะต้องเคารพคนอื่น เช่นนั้นเหมือนกัน
    นี่คือความหมาย ที่มีนัยสำคัญ


    สำหรับประเทศไทย ได้ผูกพันเป็นสมาชิกของ สหประชาชาติ มีพันธะกรณี ที่ต้องช่วยกันรณรงค์ ส่งเสริมและคุ้มครอง สิทธิมนุษยชน และยังมี การรับรอง ในรัฐธรรมนูญ ให้มี คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีไม่กี่ประเทศ ที่มีคณะกรรมการ ที่เป็น องค์กรอิสระ


    สิทธิมนุษยชนด้านแรงงาน


    ในสถานการณ์ที่ ประเทศไทยอยู่ในภาวะ ที่นอกเหนือจาก ความขัดแย้งทางการเมืองแล้ว ก็ยังประสบปัญหา วิกฤตเศรษฐกิจ ที่รุมเร้า


    คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ได้ให้ความสำคัญ ในการทำงานร่วมกับ องค์กรเครือข่าย กว่า 10 องค์กร เพื่อร่วมกันวิเคราะห์ และ ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ ในครั้งนี้ ในฐานะที่เป็น ปัญหาร่วมชาติ ซึ่งวิกฤตเศรษฐกิจ ในประเทศขณะนี้ จะมีผลกระทบ กับ คนทำงาน โดยตรง


    ซึ่งหมายรวมถึง แรงงานที่อยู่ในโรงงาน แรงงานภาคเกษตร แรงงานอิสระ แรงงานที่ รับงานไปทำที่บ้าน หรือแม้แต่ อาชีพอิสระอย่าง คนขับแท็กซี่ ขณะเดียวกัน ก็หมายถึงแรงงานที่ กระจัดกระจาย อยู่ทั่วประเทศ ซึ่งถูกเรียกแตกต่างกันไป รวมถึงคนทำงาน ภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มที่ เดือดร้อน มากที่สุด คือ ลูกจ้างภาครัฐ ซึ่งไม่ค่อยมีสวัสดิการเท่าที่ควร


    แนวคิดในแง่ของ สิทธิมนุษยชน คนวัยทำงาน คือหัวใจหลัก ที่จะช่วยทำให้ สังคมไทยก้าวรุดหน้าไปได้ ดังนั้น กลุ่มคนเหล่านี้ ต้องมีงานทำ มีความมั่นคง ในหน้าที่การงาน มีระบบสวัสดิการประกันสังคม และดูแลไม่ให้เกิดปัญหา เมื่อเขาว่างงาน


    แต่ขณะนี้กฎหมายแรงงานของไทย ยังดูแลไม่ทั่วถึง ซึ่งมักมุ่งเน้นไปเฉพาะ กลุ่มแรงงานที่อยู่ใน ระบบอุตสาหกรรม เป็นหลัก คนทำงาน จำนวนมาก รวมทั้ง ลูกจ้างภาครัฐ ยังไม่สามารถเข้าถึง ระบบประกันสังคม หรือสวัสดิการอื่น อย่างครบถ้วน นับเป็นปัญหาใหญ่ ที่จะต้องช่วยกัน สร้างระบบนี้ ขึ้นให้ได้ และ


    ภาครัฐต้องทำงานเชิงรุก โดยเตรียมรับมือกับ ภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ที่ส่งผลให้ แรงงานเปลี่ยนกลุ่ม เช่น คนตกงาน อาจกลับไปสู่อาชีพอิสระ หรือ กระทั่งกลับไปสู่ ชนบท ก็ต้องย้อนกลับไป ดูแลภาคชนบท และ ภาคแรงงานอิสระ หรือ ลูกจ้างภาครัฐ อาจต้องดูแล กลุ่มอาชีพอิสระ รายย่อย ให้สามารถเข้าถึง กองทุนที่ช่วยเหลือเยียวยา รวมทั้งหา ตลาดรองรับ เชื่อมั่นว่า ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจเช่นนี้ แรงงานในระบบ ก็จะกลับย้อนไปสู่ กลุ่มอาชีพอิสระ และสู่ภาคเกษตรมากขึ้น


    สิทธิมนุษยชนด้าน สิ่งแวดล้อมและชุมชน


    ที่ผ่านมา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวนมาก กรณีผลกระทบจาก โครงการขนาดใหญ่ ที่อาจมีกลุ่มที่คิดว่า การสร้าง โครงการขนาดใหญ่ เช่น โครงการเมกะโปรเจกต์ต่างๆ จะช่วยให้ ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจได้


    แต่ขณะเดียวกัน ก็ลืมทบทวนถึง ผลกระทบ ที่จะเกิดตามมา รวมทั้งได้ละเมิด สิทธิชุมชน ซึ่งมีความหมายสำคัญมาก นั่นก็คือ การเปิดโอกาสให้ประชาชน มีส่วนร่วม ในการตัดสินใจ ส่งผลให้เกิดความเดือดร้อน ทั้งปัญหาที่ดิน การเวนคืน สิ่งแวดล้อม ซึ่งผู้เกี่ยวข้อง ต้องปฎิบัติ ตาม รัฐธรรมนูญ ที่ให้สิทธิประชาชน ในการรับรู้ข้อมูล และมีส่วนร่วม ในการตัดสินใจ อย่างเข้มงวด และถือเป็น เรื่องสำคัญ เพราะหากยัง ดึงดันเดินหน้าต่อ


    สุดท้าย ก็จะส่งผลย้อนกลับมาให้ รัฐต้องแก้ปัญหาเอง โดยต้องใช้เงินภาษีประชาชน ในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิต รวมทั้งปัญหา การชุมนุมประท้วงต่างๆ ที่มีให้เห็น เป็นประจำ


    สิทธิมนุษยชนด้านการเมือง


    ต้องยอมรับว่า สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน นอกจากการต้องมี ปัจจัย 4 เพื่อดำรงชีวิตแล้ว ยังต้องมี พื้นฐานศักยภาพ ทางการเมือง ขณะนี้ สังคมไทย มีความขัดแย้ง เพราะมีความเห็นแตกต่าง ทางการเมือง


    ดังนั้นพี่น้องคนไทย ต้องใจกว้างต่อกันคือ เคารพความเห็นแตกต่าง และนำมาสู่ การปรึกษาหารือ แก้ไขปัญหาด้วยกัน ทุกคนทุกฝ่าย เพราะว่า ขณะนี้ ถือเป็นช่วง หัวเลี้ยวหัวต่อ ที่จะต้องช่วยกัน ฝ่าฟัน ซึ่งความเชื่อมั่น ทางการเมือง ที่ต่างกัน ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ที่มีเสรีภาพ ทางความคิด


    ขณะเดียวกัน ก็ต้องใจกว้าง เคารพว่านี่คือ เสรีภาพทางการเมือง และการจะตัดสินใจ ไม่ว่าฝ่ายไหนก็ตาม ก็ต้องคำนึงเสมอว่า อะไรคือ ผลประโยชน์หลัก ของส่วนรวม โดยไม่ละเมิดสิทธิของ บุคคลทั่วไปด้วย


    ส่วนเหตุการณ์ การชุมนุมที่ สนามบินของ กลุ่มพันธมิตรฯ ที่ผ่านมา แน่นอนว่า ไทยถูกวิจารณ์อย่างมาก แต่ขณะนี้ เหตุการณ์ได้คลี่คลายแล้ว รัฐควรใช้โอกาสนี้ เร่งฟื้นฟูภาพลักษณ์ ที่ดีกลับคืนมาโดยเร็ว เพราะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ที่ยังรอคอย สถานการณ์การเมืองไทยสงบ และพวกเขา พร้อมจะกลับมา ชื่นชม เสน่ห์ของเมืองไทย อีกครั้ง


    สถานการณ์สิทธิมนุษยชน ในประเทศไทย


    ในรอบ 7 ปี ที่ผ่านมา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ได้รับเรื่อง ร้องเรียน ประมาณ 5,000 เรื่อง โดยเรื่องที่ได้รับการร้องเรียน สูงสุด ค่อนข้างเกี่ยวข้อง กับ กระบวนการยุติธรรม การถูกทำร้ายทุบตี การถูกจับกุม อย่างไม่เป็นธรรม คิดเป็น ร้อยละ ประมาณ 30- 40


    รองลงไปคือเรื่องการแย่งชิง ฐานทรัพยากรทั้งจาก กลุ่มทุนและ จากนโยบายของรัฐ ซึ่งอาจเป็น การละเมิดสิทธิมนุษยชน ในเชิงชุมชน มีประมาณ ร้อยละ 10 ซึ่งแม้ว่า จะมีอัตราส่วนที่น้อย แต่ส่งผลกระทบ ต่อผู้คนจำนวนมาก เพราะว่า แต่ละชุมชน ไม่ว่า ป่า หรือนิคมอุตสาหกรรม แต่ละที่ ก็จะมี เป็นร้อย เป็นพันครอบครัว


    โดยเฉพาะปัญหาที่ดิน ที่ทุกวันนี้ มีคนจำนวนมาก ที่ยังไม่มีเอกสารสิทธิ์ แล้วโครงการของรัฐ แม้แต่ การประกาศเขตป่า เขตทหาร ที่ไปครอบทับ พื้นที่ราษฎร มากมายแล้วยัง ไม่ได้รับการแก้ไข เป็นเรื่องใหญ่ ที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ได้ให้ความสำคัญ ที่จะช่วยเร่งแก้ไขโดยเร็ว


    นอกจากนี้ ยังมีปัญหา สิทธิแรงงาน ที่ได้รับร้องเรียน ประมาณ 300 กว่าเรื่อง และเรื่องสิทธิของ กลุ่มคนต่างๆ เช่น
    สิทธิคนพิการ
    สิทธิ ความหลากหลาย ทางเพศ
    สิทธิผู้ป่วย
    รวมทั้ง สิทธิคนไร้สัญชาติ และ
    สิทธิแรงงาน ทั้งคนไทย ที่ไปทำงานต่างประเทศ หรือ
    คนงานข้ามชาติ ที่เข้ามาทำงานในไทย เป็นต้น


    คำว่าสิทธิมนุษยชน แท้จริง คือการเอาใจเขามาใส่เรา นึกถึงความเดือดร้อน ของผู้อื่น ดังนั้น หากทุกคน เริ่มต้นเคารพสิทธิ ซึ่งกันและกัน เชื่อว่า คนไทย จะฝ่าวิกฤต ความขัดแย้งทางการเมือง หรือวิกฤตทางเศรษฐกิจ ไปด้วยกันได้อย่างแน่นอน

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ : http://thainews.prd.go.th วันที่ข่าว 10 ธันวาคม 2551 เลขที่ข่าว 255112100099
    ผู้สื่อข่าว : ชุติมา สุขวาสนะ Rewriter : ชูชาติ เทศสีแดง


    พิมพ์ ข่าวนี้ บทวิเคราะห์ : วันสิทธิมนุษยชน ตอนที่ 1

    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    August 24, 2008

    “สมเกียรติ” แฉแหลก “รัฐบาลโจร” นพดล งุบงิบ เซ็นสัญญา 3 เขื่อน โกงชาติ อีกกว่า 2 แสน ล.


    ผู้ว่าฯ ธปท. มีโอกาสได้เข้าเฝ้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
    พระองค์ท่าน มีพระราชดำรัส ขอบใจ
    ที่เหน็ดเหนื่อย เรื่องการเงิน ซึ่งเป็นงานหนัก และสามารถปฏิบัติงานด้านการเงิน เป็นที่ เรียบร้อย ไม่ให้ บ้านเมืองล่มจม แม้ตอนนี้ ใกล้ล่มจมแล้ว ซึ่งอาจเพราะใช้เงิน ไม่ระวัง



    “สมเกียรติ” แฉ รบ.งุบงิบเซ็นสัญญา 3 เขื่อน โกงชาติกว่า 2 แสน ล.


    อ่าน ที่ “สมเกียรติ”

    แฉ หุ่นเชิดเตรียมยึด 3 แหล่งเงินชาติ -เป็นเหตุ พันธมิตรฯ เร่งเป่านกหวีด


    “สมเกียรติ” แฉแหลก “รัฐบาลโจร” งุบงิบเซ็นสัญญาสร้าง “3 เขื่อน” โกงเงินภาษีชาติมูลค่ากว่า 2 แสนล้าน ก่อนเปิดโปง “หมัก” หักดิบยึดที่ดิน “เกียกกาย” สร้างรัฐสภาแห่งใหม่ หวังกิน อย่างรวบรัด พร้อมเรียกร้องให้ “พี่น้องพันธมิตรฯ” สลัดพันธนาการทั้งหมด เพื่อร่วมกันต่อสู้ ลั่นไม่ชนะ ไม่กลับบ้าน

    สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์

    สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์


    คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ปราศรัย
    คลิกที่นี่ เพื่อชม (56 K) นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ปราศรัย
    คลิกที่นี่ เพื่อชม (256 K) นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ปราศรัย


    วันนี้ (24 ส.ค.) นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นเวทีปราศรัย โดยกล่าวถึง วันชุมนุมครั้งใหญ่ เพื่อขับไล่ รัฐบาลขายชาติ ว่า


    ในวันจันทร์ที่ 25 ส.ค. นี้ ถือเป็นวันสุกดิบ เพราะในช่วงเช้า เราจะเคลื่อนขบวนไปยัง ร.ร.โยธินบูรณะ เนื่องจาก รัฐบาล กำลังจะสร้าง รัฐสภาแห่งใหม่ ส่วนการเป่านกหวีด ครั้งสุดท้ายนั้น เนื่องจาก เราไม่ต้องการให้ชาติล่มจม เพราะรัฐบาลชุดนี้


    โดยเรื่องที่ เราต้องออกมาต่อต้าน เพราะ รัฐบาลชุดนี้ กอบโกยทรัพยากร ของชาติ และ ท้าทาย สถาบันหลักของชาติ เรื่องแรก คือ


    ระบอบทักษิณ ได้ทิ้งมรดก และ ถูกระบอบทักษิณ กลืนกินเกือบหมด โดยเฉพาะการ 13 โครงการ ซึ่ง คตส. ตรวจพบ การโกงชาติบ้านเมือง 1.8 แสนล้าน ซึ่งถ้ารวมความเสียหายทั้งสิ้น ระบอบทักษิณ ปล้นชาติไป 2 แสนล้านบาท


    “คดีแรก พ.ต.ท.ทักษิณ จะถูกชี้ชะตาน อีกไม่กี่วัน เมื่อถึงวันนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ จะเปลี่ยนสถานะ ไปเป็นนักโทษหนีคุก ส่วนการโกง ของรัฐบาล ครั้งใหญ่ ที่ถูกตรวจพบนั้น ก็คือ โครงการขนาดใหญ่ ที่มี อดีต ส.ว. อย่าง นายพิเชฐ พัฒนโชติ ซึ่งออกมาด่าพันธมิตรฯ ว่า มีเพียงหยิบมือเดียว แต่ต้องขอบอกว่า มีหลายเท้า นอกจากนี้ ยังมีเปรตฝูงใหม่เข้ามา โดยมีเมกะโปรเจกต์ มูลค่า 20 แสนล้านบาท ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า ระบอบทักษิณ ถึง 10 เท่า ซึ่งเราตรวจพบ แผนฮุบชาติไทย ภายใต้โครงการนี้ และ ยังไม่รวมกรณีที่ รัฐบาล ยกที่ดินบริเวณเขาพระวิหารให้กับเขมร” นายสมเกียรติ กล่าว


    แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ ทีมงานของเรา ได้ไปพบกับ นพ.นิรันดร์ ที่ จ.อุบลราชธานี ซึ่งเคยเป็น สมาชิกวุฒิสภาฝ่ายก้าวหน้า และเคยขึ้นเวที พันธมิตรฯ เมื่อปี 2549 ส่วน นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ซึ่งเคย ขึ้นเวทีพันธมิตรฯ เพียงครั้งเดียว แต่กลับถูกฟ้อง เรื่องฆ่าตัดตอน นั้น เวลานี้ เดินทางไปดู เรื่องเขี่อน ที่ นาย นพดล ได้มีการเซ็นสัญญากับ รมว.ต่างประเทศ ของประเทศลาว ซึ่งรัฐบาลลงนาม ในแถลงการณ์ร่วม เมื่อวันที่ 25 มี.ค.2551 ที่ผ่านมา โดยมีมูลค่าสูงถึง 120,390 ล้านบาท และในรายงาน ของโครงการนี้ เป็นการลงทุน ที่ไม่คุ้มค่า และมี การซ่อนเงื่อน รับสัมปทาน โดยมี บริษัทเอกชน ขายไฟฟ้าให้กับ ประเทศไทย นั่นคือ การปล้นชาติ ของนายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ


    ส่วนเขื่อนที่ 2 คือ เขื่อนปากธม จ.เลย ซึ่งตั้งอยู่ บริเวณแม่น้ำโขง บนพรมแดน ไทย-ลาว นั้น นายสมเกียรติ กล่าวว่า เขื่อนดังกล่าวมี มูลค่า 69,641 ล้านบาท ซึ่งมีกำลังการผลิตไฟฟ้า ได้เพียง 200 กว่าเมกะวัตต์เท่านั้น ถือว่าเป็นการลงทุนไม่คุ้มค่า และใช้จ่ายเงิน ไม่ระมัดระวัง ทั้งๆ ที่ หัวหน้ารัฐบาล ยืนยันว่า จะรับพระราชดำรัส มาใส่เกล้า ใส่กระหม่อม แต่ก็ไม่ยอม ทำตาม พระราชดำรัส


    “โครงการที่ 3 เรียกว่า แก่งเสือเต้น โดยรัฐบาลตั้งโครงการ เอาไว้มูลค่าสูงถึง 1,175 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ กำลังมี การฟื้นโครงการดังกล่าว ขึ้นมา ทำให้ ประชาชนกำลังต่อต้านกัน อย่างหนัก และ จะมาร่วมชุมนุม กับกุล่มพันธมิตรฯ ในวันอังคารนี้


    ทั้งนี้ 3 โครงการดังกล่าวยังไม่เคยถูกเปิดเผย และวันนี้นายเนวิน ชิดชอบ กำลังยกระดับจากนักการเมืองที่คุมกำลังกลุ่มอีสานพัฒนา กลายเป็น แก๊งออฟโฟว์ ส่วนนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้ยกฐานะ มาเป็น หัวหน้าวายร้าย ของ แก๊งออฟโฟร์ ในเวลานี้” นายสมเกียรติ ระบุ


    นายสมเกียรติ ยังกล่าวถึง กรณีที่ รัฐบาล มีมติสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ ที่ บริเวณเกียกกาย ว่า ในอดีต นายโสภณ เพชรสว่าง ตกลงที่จะเอา กรมสรรพาวุธ ที่ จ.นนทบุรี ซึ่งมีเนื้อที่ 260 กว่าไร ่เป็นสถานที่สร้างรัฐสภาแห่งใหม่ และพอมาถึง สมัยสภานิติบัญญัติ ของ นายสำราญ รอดเพชร นายคำนูณ สิทธิสมาน และ นายประพันธ์ คูณมี ก็ระบุว่า การใช้ที่ดิน บริเวณกรมสรรพาวุธนั้นถูกต้องแล้ว


    แต่เมื่อ 4 สัปดาห์ ที่แล้ว ได้มีการเอา ประธานชมรมคนรักทักษิณ ไปดูที่ดินผืนดังกล่าว แล้วอ้างว่า ใช้จ่ายเงินมาก จึงมีมติ เอาที่ดิน บริเวณ เกียกกาย จะได้ ผลาญเงินชาติมากๆ และที่กล้าพูดอย่างนี้ เพราะมี เอกสารหลักฐาน ยืนยันว่า ได้มีการสรุป เสนอที่ดิน ที่จะสร้างรัฐสภา แห่งใหม่แล้ว แต่นายสมัคร กลับหักดิบ เพื่อกินอย่างเร่งด่วน


    “มหาวิทยาลัยเอกชน ตามไม่ทัน เรื่องการสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ แต่เด็กนักเรียน โรงเรียนโยธิน ตามทัน จึงบุกไปถึง สภา เพื่อทวงถึง กรณีที่เกิดขึ้น ด้วยน้ำตานองหน้า ที่สำคัญ วันนี้ นายสมัคร เสร็จแน่นอน เพราะไม่มีตัวเงินตัวทอง อยู่ด้วยแล้ว ฉะนั้นจึงขอให้ ประชาชน ที่จะมาร่วมชุมนุม เวลา มาร่วมชุมนุม กับ กลุ่มพันธมิตรฯ อย่าทำเหมือนมาเที่ยว เพราะขณะนี้ สถานการณ์ กำลังเหมาะสม


    เนื่องจากรัฐบาล เตรียมที่จะโกงกินกัน นับ แสนล้านบาท ซึ่ง นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ ยืนยันว่า ที่ชุมนุม มีอาหารการกิน อย่างเพียงพอ จึงไม่อยากให้ พี่น้องพันธมิตรฯ ที่เข้าร่วมชุมนุม แล้ว กลับบ้าน ในเวลาเที่ยงคืน ซึ่งการกระทำเช่นนั้น เราจะไม่ชนะ อย่างแน่นอน เพราะเราต้อง สลัดพันธนาการ ทั้งหมดออกไป ฉะนั้น เราจะกลับบ้าน เมื่อเราได้รับชัยชนะเท่านั้น” แกนนำพันธมิตรฯ กล่าว

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 24 สิงหาคม 2551 08:04 น.
    http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000099796


    พิมพ์ ข่าวนี้ “สมเกียรติ” แฉ รบ.งุบงิบเซ็นสัญญา 3 เขื่อนโกงชาติกว่า 2 แสน ล.


    ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
    คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    Next Page »

    Blog at WordPress.com.