Accom Thailand

May 20, 2009

ลด ละ เลิกบุหรี่ ร่วมงาน “5 ภารกิจ พิชิตบุหรี่” เนื่องในวัน งดสูบบุหรี่โลก


โรงพยาบาลกรุงเทพ ขอเชิญผู้ที่รักสุขภาพ และ ผู้ที่สนใจ
ลด ละ เลิกบุหรี่
ร่วมงาน “5 ภารกิจ พิชิตบุหรี่”
เนื่องในวัน งดสูบบุหรี่โลก

ร่วมฟังสัมมนาเรื่อง

ภัยจากบุหรี่ที่เราไม่ได้สูบ

ภัยจากบุหรี่ที่เราไม่ได้สูบ


“ภัยจากบุหรี่ที่เราไม่ได้สูบ”
“ใครกันแน่เสี่ยง มะเร็งปอด” และ
“สูบบุหรี่ ดีจริงหรือ”

พร้อมทั้งกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย อาทิ
ร่วมยืดเส้นสาย ขยายปอด โดยนักกายภาพ บำบัดโรคทรวงอก ชมกลวิธี การตรวจหามะเร็ง ด้วยเครื่อง PET/CT
สนุกกับเกมส์ ทดสอบพลังปอด โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ในวันอาทิตย์ ที่ 31 พฤษภาคม 2552 เวลา 8.00-11.30 น.
ณ ห้องประชุมชั้น 7 อาคารเวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลกรุงเทพ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และ สำรองที่นั่ง ได้ที่ Contact Center โทร. 1719
ศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพ Contact Center โทร. 1719

ศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพ Contact Center โทร. 1719


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : ฝ่ายสื่อสารการตลาด ศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพ
ปานฤทัย คงยิ้มละมัย (ปิงปอง) เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ โทร 02 755 1639

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below
Advertisements

May 9, 2009

พบผู้หญิงแคนาดา เสียชีวิตจาก ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ เป็น รายแรก ในรัฐแอลเบอร์ตา


แคนาดา พบ ผู้ติดเชื้อ H1N1 เสียชีวิตรายแรก – ลามถึงปานามาแล้ว
English Alberta reports first Canadian death from H1N1 flu

เอเอฟพี/เอเจนซี – พบ ชาวแคนาดา เสียชีวิต จากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ รายแรกเป็นผู้หญิง อายุประมาณ 30 ปี ในรัฐแอลเบอร์ตา ขณะที่ การแพร่ระบาดของ เชื้อไวรัส ล่าสุดไปถึง ปามานา หลังพบ ผู้ติดเชื้อแล้ว
Albertan farmers wearing masks to protect themselves from the flu. ชาวแคนาดา จาก เอลเบอร์ตา สวมหน้ากากป้องกันตน จากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H1N1 เมื่อครั้งระบาดใหญ่ 1918 flu pandemic ในรัฐแอลเบอร์ตา

Albertan farmers wearing masks to protect themselves from the flu. ชาวแคนาดา จาก เอลเบอร์ตา สวมหน้ากากป้องกันตน จากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H1N1 เมื่อครั้งระบาดใหญ่ 1918 flu pandemic ในรัฐแอลเบอร์ตา



“เราพบ ผู้เสียชีวิตรายแรก ใน เอลเบอร์ตา ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับ ไข้หวัด เอช1เอ็น1″ อันเดร คาร์ริเวอู หัวหน้าแพทย์ของ รัฐแอลเบอร์ตา บอกกับ ผู้สื่อข่าว “นี่คือ รายแรก ใน แคนาดา ที่เรามีหลักฐาน สนับสนุนว่า มีความเชื่อมโยง กับ เชื้อไวรัสเอช1เอ็น1″

คาร์ริเวอู กล่าวต่อว่า ผู้หญิงรายนี้ อายุ 30 ต้นๆ และไม่เคยเดินทางไป เม็กซิโก ศูนย์กลาง ของ การแพร่ระบาดของ ไข้หวัดมาก่อน โดยเธอเสียชีวิต เมื่อวันที่ 28 เมษายน ที่ผ่านมา ทั้งนี้ใน แคนาดา พบ ผู้ติดเชื้อไวรัส สายพันธุ์ใหม่ นี้แล้ว 224 ราย แต่เธอเป็น ผู้ป่วยรายแรก ที่เสียชีวิต

กัปตันเครื่องบิน ณ สนามบินใน บราซิล สวมหน้ากากป้องกัน เชื้อหวัด ซึ่งล่าสุดได้แพร่ไปถึง ปานามา แล้ว

กัปตันเครื่องบิน ณ สนามบินใน บราซิล สวมหน้ากากป้องกัน เชื้อหวัด ซึ่งล่าสุดได้แพร่ไปถึง ปานามา แล้ว


ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ สาธารณสุข ปานามา เมื่อวันศุกร์(8) ยืนยันพบ ผู้ติดเชื้อ ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ เป็น รายแรก ของ ประเทศแล้ว โดยเป็น หนุ่มวัยรุ่น ที่เพิ่ง เดินทางกลับ จาก สหรัฐอเมริกา

โรซาริโอ เทอร์เนอร์ รัฐมนตรีสาธารณสุข เรียกร้อง ประชาชน ให้อยู่ในความสงบ โดยเวลานี้ ได้กักตัววัยรุ่น คนดังกล่าวไว้แล้ว แต่ปฏิเสธที่จะ เปิดเผยว่า เขาเดินทาง มาถึงเมื่อไหร่ หรือ ชื่ออะไร

“เขากำลังได้รับการรักษา อาการของเขา ทรงตัว และยังไม่จำเป็น ต้องนำเขา เข้ารักษาตัว ที่โรงพยาบาล” รัฐมนตรีสาธารณสุขบอก พร้อมกันนั้น ยังระบุต่อว่า ครอบครัว ของวัยรุ่นรายนี้ รวมถึง เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ที่ไปสัมผัสตัวเขา ก็จะได้รับการตรวจร่างกาย และ ดูแลเช่นกัน

ด้าน อิตาลี ในวันศุกร์(8) ก็ออกมายืนยัน เช่นกันว่าพบ ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัส เอช1เอ็น1 ที่ติดจาก คนสู่คนเป็น รายแรกของประเทศ หลังชายสูงวัย อายุ 70 ปี ถูกพบว่า ติดเชื้อ ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ จาก หลานชายวัย 11 ขวบ ที่เพิ่งเดินทาง กลับมาจากไปพักผ่อนใน เม็กซิโก

ในอิตาลี พบผู้ติดเชื้อไวรัส เอช1เอ็น1 จำนวน 8 ราย แต่กรณี ก่อนหน้านี้ ล้วนแต่ ติดเชื้อ มาจากต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข แดนมะกะโรนี กล่าวใน แถลงการณ์ ทั้งนี้ผู้เฒ่า คนดังกล่าว อาการ เริ่มดีขึ้น หลังเข้ารับการรักษาตัว ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง

Related links – เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง :
sig-eng
Influenza A(H1N1) in Canada web site
Daily updates will be posted on this site. มีการปรับปรุงข้อมูลทุกวัน จาก สาธารณสุขแคนาดา

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 9 พฤษภาคม 2552 04:05 น.
http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9520000051698


พิมพ์ ข่าวนี้ แคนาดา พบ ผู้ติดเชื้อH1N1 เสียชีวิตรายแรก – ลามถึง ปานามา แล้ว


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 6, 2009

กองทัพเรือสหรัฐฯ ให้ ลูกเรือ ที่ประจำการ ณ ฐานทัพเรือ พอยท์ โลมา ในเมืองซานดิเอโก รายงานตัว เพื่อตรวจเชื้อไวรัส Influenza A(H1N1)


เชื้อมรณะ คร่าชีวิต มะกัน รายแรก พบติดเชื้ออีก 403 รายใน 38 มลรัฐ

เอเจนซี / เอเอฟพี – พบชาวอเมริกัน เสียชีวิต จากเชื้อไวรัส ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ เป็นรายแรกแล้ว ขณะที่ เชื้อมรณะ ยังลุกลามไม่เลิก ล่าสุดพบ ผู้ติดเชื้อ 403 ราย ในพื้นที่ 38 มลรัฐ ของ สหรัฐฯ

ขณะที่ ยอดผู้ติดเชื้อ ทั่วโลก เพิ่มเป็น 1,491 ราย ใน 22 ประเทศ

*** พบชาวอเมริกัน รายแรก ที่เสียชีวิต จาก ไข้หวัดพันธุ์ใหม่ ***


เจ้าหน้าที่ สาธารณสุข ของสหรัฐฯ ยืนยัน เมื่อ วันอังคาร (5) ว่า พบ ชาวอเมริกัน รายแรก ที่เสียชีวิตจาก เชื้อไวรัส ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ แล้ว โดย ผู้เสียชีวิต เป็น หญิง วัย 30 กว่าปี ที่อาศัยอยู่ใน มลรัฐเทกซัส และ ถือเป็น ผู้เสียชีวิต นอกประเทศเม็กซิโก เป็นรายที่ 2 ต่อจาก เด็กวัย 23 เดือน ชาวเม็กซิกัน ที่มาเสียชีวิต ในมลรัฐเทกซัส ของ สหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ก่อน

ดัก แม็คไบรด์ โฆษกหน่วยงาน ด้านสาธารณสุข ประจำ มลรัฐเทกซัส เปิดเผย กับ สำนักข่าว เอเอฟพี ว่า หญิงชาวอเมริกัน รายนี้ เสียชีวิต เมื่อวันจันทร์ (4) หลังเข้ารักษาตัว ที่โรงพยาบาล นานถึง 3 สัปดาห์ และในเบื้องต้น พบว่า ผู้เสียชีวิต ไม่น่าจะเดินทางไป เม็กซิโก ในช่วงท ี่ผ่านมา แต่เธออาศัย อยู่ใน เขต คาเมรอน เคาน์ตี ซึ่งเป็นเขต ที่อยู่ใต้สุด ของ เทกซัส และ อยู่ติดกับ พรมแดน ของ เม็กซิโก

ด้าน ริชาร์ด อี. เบสเซอร์ รักษาการ ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุม และป้องกันโรคของ สหรัฐฯ เปิดเผยว่า จำนวนผู้ติดเชื้อ ไวรัสไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ใน สหรัฐฯ ได้เพิ่มเป็น 403 รายแล้ว ในขณะนี้ และ พบผู้ติดเชื้อ ใน 38 มลรัฐ โดย มลรัฐจอร์เจีย และ มลรัฐเมน ถือเป็น 2 มลรัฐ ล่าสุด ที่มี การยืนยันว่า พบ ผู้ติดเชื้อไวรัส ชนิดนี้

U.S. Human Cases of H1N1 Flu Infection (As of May 6, 2009, 11:00 AM ET)

Cases of H1N1 Flu Virus (Human Swine Flu) in Canada
Summary of laboratory-confirmed cases of H1N1 flu virus (Human Swine Flu) reported to the Public Health Agency of Canada, by the provinces and territories as of May 5, 2009.

ขณะที่ แคธลีน เซเบเลียส รัฐมนตรีสาธารณสุข ของ สหรัฐฯ ออกมาเตือนว่า มีแนวโน้ม จะพบผู้ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ เพิ่มมากขึ้นใน สหรัฐฯ แม้ว่า สถานการณ์การ แพร่ระบาดใน สหรัฐฯ จะไม่ร้ายแรง เท่ากับ ใน เม็กซิโก ก็ตาม

*** กัวเตมาลาพบผู้ติดเชื้อรายแรก ***


กัวเตมาลา กลายเป็น ประเทศที่ 22 ของโลกแล้ว ที่ยืนยันว่า ตรวจพบ ผู้ติดเชื้อไวรัส ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ ในประเทศ เมื่อวันพุธ (6)

ประธานาธิบดี อัลบาโร โกลอม กาบาเยโรส ออกมาแถลงที่ กรุงกัวเตมาลา ซิตี ซึ่งเป็น เมืองหลวงของ ประเทศ โดยระบุว่า พบผู้ติดเชื้อ จำนวน 1 ราย ใน กัวเตมาลา แต่ปฏิเสธ ที่จะให้ รายละเอียด ใดๆ เกี่ยวกับ ผู้ติดเชื้อรายนี้ รวมทั้ง ยังไม่ได้ระบุว่า ผู้ติดเชื้อ คนดังกล่าว เคยเดินทางไปยัง เม็กซิโก ซึ่งเป็น ประเทศ เพื่อนบ้าน ทางทิศเหนือ ของ กัวเตมาลา ด้วยหรือไม่

ขณะที่ ราฟาเอล เอสปาดา รองประธานาธิบดี กัวเตมาลา ยืนยันว่า ทางการ จะดำเนินมาตรการป้องกัน การแพร่ระบาดขั้นสูงสุด ในประเทศ และ พร้อมให้ ความร่วมมือ อย่างเต็มที่ กับ องค์การอนามัยโลก และ คณะเจ้าหน้าที่ สาธารณสุข นานาชาติ

*** เม็กซิโก ระบุยอดตาย พุ่งเป็น 29 ศพ แล้ว ***

 A worker prepares a restaurant in Mexico City for its reopening on May 6, 2009. Mexico emerged Wednesday from a five-day lockdown, reopening businesses and restaurants shuttered by influenza A(H1N1) (swine flu), as a second death from the virus was recorded over the border in the United States. Today Mexico raised its swine flu death toll to 42 from 29, and said there were now more than 1,000 infections, according to Health Minister Jose Angel Cordova. - Getty Images

A worker prepares a restaurant in Mexico City for its reopening on May 6, 2009. Mexico emerged Wednesday from a five-day lockdown, reopening businesses and restaurants shuttered by influenza A(H1N1) (swine flu), as a second death from the virus was recorded over the border in the United States. Today Mexico raised its swine flu death toll to 42 from 29, and said there were now more than 1,000 infections, according to Health Minister Jose Angel Cordova. - Getty Images



โฮเซ อังเฆล กอร์โดบา รัฐมนตรีสาธารณสุข ของ เม็กซิโก แถลง เพิ่มจำนวน ผู้เสียชีวิตจาก การติดเชื้อ ไวรัสไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ เป็น 29 รายแล้ว ส่วน จำนวน ผู้ติดเชื้อ ก็เพิ่มเป็น 913 ราย

นอกจากนั้น กอร์โดบา ยังเปิดเผยว่า ทางการ พบผู้เสียชีวิต อีก 39 คน ซึ่งยังไม่ได้รับ การยืนยันว่า เสียชีวิต เพราะติดเชื้อ ไวรัสไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ หรือไม่ โดยคนเหล่านี้ เป็นผู้ที่เสียชีวิต ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ ที่ผ่านมา จากปัญหา เกี่ยวกับ ระบบทางเดินหายใจ ทั้งสิ้น

ผู้เสียชีวิต จากการติดเชื้อ ไวรัสไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ใน เม็กซิโก ส่วนใหญ่ จะเป็นผู้ที่มีอายุ ระหว่าง 20 – 39 ปี โดยผู้เสียชีวิต รายล่าสุด ที่ได้รับการยืนยันว่า ติดเชื้อชนิดนี้ ได้เสียชีวิต ตั้งแต่เมื่อ วันที่ 29 เมษายน ที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า ท้องถนนใน กรุงเม็กซิโก ซิตี กลับมา มีชีวิตชีวา อีกครั้ง ตั้งแต่เมื่อวันพุธ (6) หลังจากที่ ประธานาธิบดีเฟลิเป กัลเดรอน อิโนโฮซา ประกาศ ยกเลิก คำสั่ง (click to see video) ห้ามดำเนินกิจกรรม ต่าง ๆ ของ ภาครัฐ และ เอกชน ทำให้ธุรกิจต่าง ๆ รวมทั้ง โรงเรียน ระดับมัธยมปลาย และ มหาวิทยาลัย จะเปิด ทำการเรียนการสอน อีกครั้ง ขณะที่ ร้านค้า และ ร้านอาหาร ต่าง ๆ เริ่มทำความสะอาด เพื่อเตรียมต้อนรับลูกค้า อีกครั้ง เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม อกุสติน การ์สเตนส์ รัฐมนตรีคลังของ เม็กซิโก ยอมรับว่า การแพร่ระบาดของ เชื้อไวรัส ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ อาจส่งผลกระทบ ต่อ ตัวเลข ผลิตภัณฑ์มวลรวม ภายในประเทศ หรือ จีดีพี ของ เม็กซิโก ที่คาดว่า น่าจะชะลอตัวลง ร้อยละ 0.3-0.5 ในปีนี้

Situación actual de la epidemia (05 de mayo del 2009)

Situación actual de la epidemia (05 de mayo del 2009)


นอกจากนั้น นาย การ์สเตนส์ ยังเปิดเผยว่า รัฐบาลเม็กซิโก อาจต้องสูญเสีย รายได้จาก การจัดเก็บภาษีอีก กว่า 752 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากการที่ ภาคธุรกิจ และ อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว ของ ประเทศ ต้องหยุดชะงัก ในช่วงที่ผ่านมา แต่รัฐบาล พร้อมดำเนินมาตรการ ด้านภาษี และ เงินทุนฉุกเฉิน เพื่อช่วยเหลือ ธุรกิจภาคต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบ จาก การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ชนิดนี้


*** จีนงดออกวีซ่าด่วนสำหรับชาวอเมริกัน ***


เว็บไซต์สถานทูตจีนใน กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ แถลง เมื่อวันพุธ (6) ว่า ทางการจีน จะขอระงับ การให้บริการวีซ่าด่วน และ วีซ่าด่วนพิเศษ สำหรับ ชาวอเมริกัน แต่ไม่ได้ระบุเหตุผลว่า มีความเกี่ยวข้องกับ มาตรการป้องกัน การแพร่ระบาดของ เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ สายพันธุ์ใหม่ หรือไม่

ในแถลงการณ์ ดังกล่าว ระบุว่า จีน จะขอเปลี่ยนแปลง กระบวนการ ขอวีซ่า เป็น 6 วันทำการ รวมทั้ง จะขอระงับ การให้บริการวีซ่าแบบด่วน และ ด่วนพิเศษ โดยไม่ได้ระบุว่า เป็น มาตรการ เพื่อสกัดกั้น เชื้อไวรัส เอช1เอ็น1 ไม่ให้เข้าระบาดใน จีน หรือไม่ ขณะเดียวกัน ก็ไม่มีการระบุว่า มาตรการนี้ของจีน จะครอบคลุม ไปถึง ประเทศอื่นๆ นอกเหนือจาก สหรัฐฯ ด้วยหรือไม่ เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม เจมส์ สไตน์เบิร์ก รัฐมนตรีช่วย กระทรวงต่างประเทศ ของ สหรัฐฯ ระบุว่า การที่ ทางการจีน ออกมาตรการดังกล่าว น่าจะเป็น การเพิ่มความเข้มงวด เพื่อป้องกัน การแพร่ระบาด ของ เชื้อไวรัส ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ เช่นเดียวกับ มาตรการ กักตัวนักท่องเที่ยว ชาวเม็กซิกัน และ ชาวแคนาดา ในช่วงก่อนหน้านี้ ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯ มีความเข้าใจดี ถึงจุดมุ่งหมาย ของ ทางการจีน ที่ไม่ต้องการให้ เชื้อไวรัส ชนิดนี้ แพร่ระบาดเข้าไป ในประเทศ แต่ก็เรียกร้องให้ จีน ยกเลิกมาตรการดังกล่าว โดยเร็ว หากสถานการณ์การ แพร่ระบาด กลับเข้าสู่ภาวะปกติ

*** พบลูกเรือมะกัน ราว 50 นาย ต้องสงสัย ติดเชื้อ ไข้หวัดพันธุ์ใหม่ ***


กองทัพเรือสหรัฐฯ มีคำสั่งยกเลิก การส่งเรือ ที่ประจำการ ณ ฐานทัพเรือ พอยท์ โลมา ในเมืองซานดิเอโก มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ออกปฏิบัติภารกิจ ด้าน มนุษยธรรม เป็นการชั่วคราว พร้อมมีคำสั่ง สั่งให้ เจ้าหน้าที่กองทัพเรือ และ พลเรือน จำนวน 22,000 คน ที่ประจำการ ในฐานทัพเรือแห่งนี้ มารายงานตัว เพื่อรับการตรวจเชื้อไวรัส ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ เป็นการด่วน หลังจาก มีการยืนยันว่า พบ ลูกเรือ ที่มีอาการต้องสงสัยว่า อาจติดเชื้อไวรัส ชนิดนี้

โฆษก กองทัพเรือสหรัฐฯ ระบุว่า พบ ลูกเรือบนเรือรบ “ยูเอเอส ดูบูเก” ราว 50 นาย ที่ต้องสงสัยว่า อาจติดเชื้อไวรัส ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ โดยในขณะนี้ ลูกเรือ ที่คาดว่า จะติดเชื้อ ต่างได้รับการรักษา ด้วย ยาต้านไวรัสทามิฟลู แล้ว และ กำลังฟื้นตัว จากอาการป่วย ส่งผลให้ ต้องมีการยกเลิก การส่งเรือรบลำดังกล่าว และ เรือรบลำอื่นๆ อีกหลายลำ ในฐานทัพ แห่งนี้ ออกไปปฏิบัติภารกิจ ให้ความช่วยเหลือ ด้านมนุษยธรรม ในพื้นที่ มหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ แบบไม่มีกำหนด ซึ่งรวมทั้ง การให้ความช่วยเหลือ ด้านการแพทย์ และ การก่อสร้าง สาธารณูปโภค ต่างๆ ด้วย เช่นกัน

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า ลูกเรือ อีก 370 นาย ของเรือรบ ลำดังกล่าว ซึ่งไม่แสดงอาการป่วย ได้เริ่มเข้ารับการรักษา เพื่อป้องกัน การติดเชื้อแล้ว ขณะที่ ตัวเรือ ก็ถูกทำความสะอาด และ ฆ่าเชื้อ แล้วเช่นกัน

*** บรูไน สั่งกักตัวทหารอังกฤษ 200 นาย ***


สำนักข่าวรอยเตอร์ ระบุว่า ทหารของ กองทัพอังกฤษ ราว 200 นาย ซึ่งเพิ่งเดินทาง มาถึงยัง บรูไนดารุสซาลาม เพื่อปฏิบัติภารกิจ ซ้อมรบ ถูกทางการบรูไน สั่งกักบริเวณ หลังพบว่า มี ทหาร ที่มีอาการ ต้องสงสัยว่า อาจติดเชื้อไวรัส ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่

รายงานข่าว ระบุว่า ทหารอังกฤษ ประมาณ 200 นาย ถูกสั่งให้อยู่แต่ภายใน อพาร์ทเมนต์ แห่งหนึ่ง ใกล้กับ สนามบินนานาชาติของ บรูไน หลังจาก พบว่า มีทหาร อย่างน้อย 3 นาย ที่มีอาการ ต้องสงสัย

อย่างไรก็ตาม นายซูโวย อุซมัน รัฐมนตรีสาธารณสุข ของ บรูไน ออกมาเปิดเผย เมื่อวันพุธ (6) ว่า ทางการบรูไน ได้สั่งปล่อยตัว ทหารอังกฤษ ทั้งหมด แล้ว เนื่องจาก ผลการตรวจร่างกาย ของ ทหาร ที่ต้องสงสัย ออกมาเป็นลบ โดยในขณะนี้ ทหารอังกฤษ ทั้งหมด ได้ถูกย้ายไปยัง สถานที่ปลอดภัย แห่งหนึ่ง ซึ่งไม่เปิดเผย

ทั้งนี้ รายงานข่าว ระบุว่า ทหารเหล่านี้ เดินทางมาจาก อังกฤษโดยแวะที่ ฮ่องกง ซึ่งเป็นสถานที่ ที่เพิ่งพบผู้ติดเชื้อเป็น รายแรก ของ ทวีปเอเชีย เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก่อนที่จะ เดินทางต่อ มายัง บรูไน เพื่อร่วมการซ้อมรบ

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 6 พฤษภาคม 2552 21:26 น.
http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9520000050877


พิมพ์ ข่าวนี้ เชื้อมรณะ คร่าชีวิต มะกัน รายแรก พบติดเชื้อ อีก 403 รายใน 38 มลรัฐ


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

April 30, 2009

ประเทศไทย ยกระดับ มาตรการ ควบคุมโรค ไข้หวัดเม็กซิโก อยู่ ในระดับเข้มข้น


จนท.พ่นยาฆ่าเชื้อบนเครื่องบิน หวั่น “หวัดเม็กซิโก” ระบาดในไทย

เจ้าหน้าที่ได้ ทำการ พ่นยาฆ่าเชื้อ และ ทำความสะอาด เครื่องบินแอร์บัส 340-500 ซึ่งเดินทางกลับจาก นครลอสแองเจลิส

เจ้าหน้าที่ได้ ทำการ พ่นยาฆ่าเชื้อ และ ทำความสะอาด เครื่องบินแอร์บัส 340-500 ซึ่งเดินทางกลับจาก นครลอสแองเจลิส


เจ้าหน้าที่ ทำการพ่นยา ฆ่าเชื้อบนเครื่องบิน เพื่อป้องกัน การแพร่ระบาดของ “ไข้หวัดเม็กซิโก” หลังไทย ประกาศยกระดับ มาตรการ ควบคุมโรค ให้อยู่ในระดับ เข้มข้น พร้อมตรวจเข้ม ผู้โดยสาร ขาเข้า ด้วยเครื่อง เทอร์โมสแกนเนอร์ หาก อุณหภูมิร่างกายสูงผิดปกติ เครื่องส่งสัญญาณ – ตรวจจับ ได้ทันที

นอกจากนี้ มีการแจก แบบฟอร์ม กรอกประวัติ การเดินทางผู้โดยสาร หากอยู่ใน กลุ่มเสี่ยง ต้องตรวจร่างกาย ก่อนเข้าประเทศ

วันนี้ (30 เม.ย.) ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่ได้ ทำการ พ่นยาฆ่าเชื้อ และ ทำความสะอาด เครื่องบินแอร์บัส 340-500 ซึ่งเดินทางกลับจาก นครลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยขณะนี้ ประเทศไทย ได้ยกระดับ มาตรการควบคุมโรค ดังกล่าวให้อยู่ ในระดับ ที่เข้มข้น ตามที่ องค์การอนามัยโลก ได้ประกาศ ยกระดับ การแพร่ระบาด เชื้อโรคดังกล่าว ให้อยู่ใน ระดับ 5 หรือ หมายถึง มีการแพร่ระบาด และ ติดต่อ ระหว่างประเทศแล้ว จึงทำให้ ประเทศไทย ต้องเข้มงวด และ เฝ้าระวัง ผู้โดยสาร รวมทั้ง ความสะอาด ของพาหนะ และ ยวดยาน ขนส่ง ต่างๆ ซึ่งอาจนำเชื้อโรค ดังกล่าว เข้าสู่ประเทศไทย ได้

นอกจากนี้ ภายในบริเวณ ท่าอากาศสุวรรณภูมิ ยังมี การตรวจตราผู้โดยสาร ที่เดินทางเข้ามา ยังประเทศไทย อย่างเข้มงวด ด้วย เครื่อง เทอร์โม สแกนเนอร์ ซึ่งสามารถ ตรวจจับ วัดอุณหภูมิ และ ความผิดปกติ ของ ร่างกายมนุษย์ ได้อย่างแม่นยำ โดยหาก บุคคลใด มีอุณหภูมิร่างกาย สูงผิดปกติ เครื่องจะแสดง สัญญาณ บ่งบอก ทันที

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็น การป้องกัน การแพร่ระบาด เชื้อไข้หวัดเม็กซิโก ขณะนี้ ทางการไทย ได้มีการแจก แบบฟอร์มให้ ผู้โดยสาร ที่จะเดินทาง เข้ามายัง ประเทศไทย ได้กรอกประวัต ิการเดินทาง ว่า มีการเดินทาง ไปยัง ประเทศ ที่มีการแพร่ระบาด ของเชื้อ ดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งหาก ผู้โดยสาร คนใด มีประวัติ ให้จัดว่า อยู่ใน กลุ่มเสี่ยง ต้องทำการ ตรวจเช็คร่างกาย อย่างละเอียด ก่อนจะเดินทาง เข้าประเทศไทย เพื่อสร้างมั่นใจ และ หยุดยั้ง การแพร่ระบาด ของเชื้อโรค

เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล บำราศนราดูร ได้ทำการตรวจเช็ค และ ทำความสะอาดอุปกรณ์ รวมทั้งเครื่องมือ ดูแลผู้ป่วย ให้อยู่ในสภาพ พร้อมใช้งาน

เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล บำราศนราดูร ได้ทำการตรวจเช็ค และ ทำความสะอาดอุปกรณ์ รวมทั้งเครื่องมือ ดูแลผู้ป่วย ให้อยู่ในสภาพ พร้อมใช้งาน


ทั้งนี้ นอกจาก ที่บริเวณ ท่าอากาศสุวรรณภูมิ แล้ว ยังมีการตรวจตรา และป้องกัน การแพร่ระบาดของ เชื้อหวัดเม็กซิโก ตามสถานที่ สาธารณะ ต่างๆ โดยตั้งศูนย์ ปฏิบัติการ เฝ้าระวัง ไว้ที่ โรงพยาบาล บำราศนราดูร เพื่อเป็น ศูนย์กลาง การให้ข้อมูล และตรวจเช็ก การแพร่ระบาดของ โรค อย่างใกล้ชิด


ซึ่งในวันนี้ ทางเจ้าหน้าที่ โรงพยาบาล บำราศนราดูร ได้ทำการตรวจเช็ค และ ทำความสะอาด อุปกรณ์ รวมทั้งเครื่องมือ ดูแลผู้ป่วย ให้อยู่ในสภาพ พร้อมใช้งาน โดยหากมี การส่งตัวผู้ป่วย ที่อยู่ใน กลุ่มเสี่ยง มายังโรงพยาบาล ก็มีการเตรียม ความพร้อม ด้วยการ จัดหาห้องพัก สำหรับดูแล อาการไว้ จำนวน 5 ห้อง

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 30 เมษายน 2552 20:24 น.
http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9520000048734


พิมพ์ ข่าวนี้ จนท.พ่นยาฆ่าเชื้อบนเครื่องบิน หวั่น “หวัดเม็กซิโก” ระบาดในไทย


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

April 27, 2009

สธ. ใช้แผน รับไข้หวัดนก ปรับใช้ รับมือ “ไข้หวัดเม็กซิโก” หาก WHO เพิ่มระดับความอันตราย


สธ. เตรียมใช้แผน รับ หวัดนก
หาก WHO เพิ่มความรุนแรง “หวัดหมู”
เตรียมทำ คู่มือแจก ปชช.

เจ้าหน้าที่กับเครื่องเทอร์โมแสกนที่สุวรรณภูม

เจ้าหน้าที่กับเครื่องเทอร์โมแสกนที่สุวรรณภูม


สธ. เตรียมพร้อม เสนอ แผนรับมือหวัดนก ใช้ป้องกัน หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เม็กซิโก หากองค์การอนามัยโลก ประกาศระดับความรุนแรง ของโรค เพิ่ม เผยเตรียม จะทำคู่มือโรค แจกปประชาชน 1 แสน เล่ม ด้าน “วิทยา” ควง “มานิต” พร้อมทัพกระทรวงหมอ แท็กทีม ตรวจสุวรรณภูมิ


นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข พร้อมด้วย นายมานิต นพอมรบดี รมช. สาธารณสุข นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัด กระทรวงสาธารณสุข และ นพ. ม.ล. สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เดินทางไปตรวจเยี่ยม การเฝ้าระวัง โรคไข้หวัดใหญ่ ที่ระบาดใน เม็กซิโก ที่สนามบินสุวรรณภูมิ

นายวิทยา กล่าวว่า มาตรการ ในการดูแล ผู้ที่เดินทางมาจาก ต่างประเทศ ที่เป็น แหล่งระบาด เพื่อป้องกัน การแพร่กระจายของโรค โดยได้มีการติดตั้ง เครื่องวัด อุณหภูมิ เทอร์โมสแกน ในสนามบินนานาชาติ ทั้ง 3 แห่ง คือ สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินเชียงใหม่ และ สนามบินภูเก็ต เพื่อเฝ้าระวัง ผู้โดยสาร ที่เดินทาง มาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะ ประเทศที่มี การแพร่ระบาด เช่น เม็กซิโก สหรัฐฯ และ แคนาดา

ซึ่งหาก องค์การอนามัยโลก ประกาศเพิ่มระดับ ความรุนแรงของโรคจาก ระดับ 3 ที่มีการติดต่อจาก คนสู่คน เป็นวงแคบไม่แพร่หลาย เป็น ระดับ 4 ที่มีการติดต่อจาก คนสู่คน กว้างขวาง ภายในประเทศ

อาจต้องเพิ่ม มาตรการเฝ้าระวัง ที่เข้มงวดมากขึ้น โดยมีการจัดพื้นที่ ให้มีการคัดกรอง ผู้โดยสาร เฉพาะเที่ยวบิน เช่น อเมริกา แคนาดา เป็นช่องทางพิเศษ เพื่อป้องกัน โรคไม่ให้แพร่กระจาย ไปยังผู้อื่น

“มาตรการ ในการเฝ้าระวังโรค ถือว่า มีความพร้อมเต็มที่ โดยที่ไม่พบ เชื้อไข้หวัดใหญ่เม็กซิโก ในประเทศไทย อีกทั้งไม่ต้องกังวลว่า จะมีการแพร่ระบาด มาจากเพื่อนบ้าน ที่มีอาณาเขต ติดกัน เช่น กัมพูชา พม่า ลาว เนื่องจาก ประเทศดังกล่าว เหล่านี้ ยังไม่พบว่า มีการระบาดเช่นเดียวกัน ดังนั้น ที่จะต้องเฝ้าระวัง อย่างใกล้ชิด คือ ที่ท่าอากาศยาน นานาชาติ ทั้ง 3 แห่ง โดย ในวันที่ 28 เมษายน นี้ เตรียมนำข้อมูลทั้งหมด รายงานให้ ครม. ทราบด้วย” นายวิทยา กล่าว

เครื่องเทอร์โมแสกน ที่ สุวรรณภูมิ

เครื่องเทอร์โมแสกน ที่ สุวรรณภูมิ

นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัด กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สำหรับ เครื่องวัดอุณหภูมิ เทอร์โมสแกน ที่ติดตั้งที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ทั้ง 3 จุด รวมถึงการติดตั้ง เครื่องตรวจวัดอุณหภูมิ ที่ สนามบินนานาชาติ เชียงใหม่ และ ภูเก็ต ด้วย แห่งละ 1 จุด มีประสิทธิภาพ การทำงาน เป็นอย่างดี

โดยขั้นตอนการทำงาน เมื่อผู้โดยสารเดินผ่านจุด ที่มีการติดตั้ง เครื่องดังกล่าว จะมีการส่งภาพจาก เครื่องตรวจวัดอุณหภูมิ เชื่อมต่อมายัง จอคอมพิวเตอร์แสดงเป็น ภาพเคลื่อนไหวขาวดำ หากผู้โดยสาร มีอุณหภูมิร่างกาย สูงเกินกว่าค่า ที่ตั้งไว้ ภาพจะแสดงเป็นสีแดง ที่ผู้โดยสารทันที พร้อมแสดง ระดับอุณหภูมิด้วย ซึ่งผู้โดยสาร จะไม่รู้สึกอึดอัด ในการตรวจ เพราะสะดวก ง่าย และ ทำให้ประชาชน ในประเทศ เกิดความมั่นใจ มากขึ้นด้วย

นพ.ไพจิตร์ กล่าวต่อว่า แนวทาง การป้องกันโรค ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ที่ระบาดใน เม็กซิโก และ สหรัฐอเมริกา นี้ จะมีการใช้แผน แม่บทเดียวกัน กับ แผนแม่บท ในการป้องกัน โรคไข้หวัดนก ที่มีการนำเข้า คณะรัฐมนตรี ก่อนหน้านี้ แต่ก็ยังไม่ได้รับการอนุมัติ เนื่องจากเป็น สายพันธุ์หนึ่งของ ไวรัสโรคไข้หวัดใหญ่ ที่มีหลากหลายสายพันธุ์

“ข้อมูลที่ สธ.จะนำเสนอ ต่อ ครม.ในวันที่ 28 เม.ย. จะเป็นเรื่องสถานการณ์ การระบาด ที่เกิดขึ้น รวมถึงมาตรการ ของ สธ. และ ของประเทศไทย ที่ดำเนินการป้องกันโรค ว่า ดำเนินการอะไร ไปแล้ว บ้าง ซึ่งจะใช้ แผนแม่บทเดิม กับ มาตรการ การป้องกันโรค ไข้หวัดนก แต่จะตัดในส่วนของ มาตรการ การควบคุมสัตว์ปีก ทิ้ง เพื่อมาปรับใช้ กับ การระบาด ไข้หวัดใหญ่เม็กซิโก นี้” นพ.ไพจิตร์ กล่าว

นพ.ไพจิตร์ กล่าวว่า คงต้องรอดู สถานการณ์จาก องค์การอนามัย อีกครั้ง หากมีการเลื่อนระดับความรุนแรง คงจำเป็น ต้องทำเอกสารคู่มือแจก ประชาชน ประมาณ 1 แสนเล่ม เพื่อความเข้าใจ โรคดังกล่าว รวมถึง วิธีการป้องกัน ซึ่งเป็นการป้องกัน โรคไข้หวัดใหญ่ ทั่วๆ ไป


astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 27 เมษายน 2552 20:00 น.
http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9520000047251


พิมพ์ ข่าวนี้ สธ.เตรียมใช้แผนรับหวัดนก หาก WHO เพิ่มความรุนแรง “หวัดหมู” เตรียมทำคู่มือแจก ปชช.


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

April 25, 2009

สหรัฐฯ-เม็กซิโก เร่งยับยั้ง “ไข้หวัดหมู” หลังเสียชีวิต ไปแล้วกว่า 60 คน ก่อนระบาดท่วมโลก


สหรัฐฯ-เม็กซิโก เร่งยับยั้ง “ไข้หวัดหมู” – WHO ส่งผู้เชี่ยวชาญช่วยเหลือ

สหรัฐฯ และเม็กซิโก ดำเนินมาตรการเร่งด่วน เพื่อยับยั้ง การระบาดของ ไข้หวัดหมู สายพันธุ์ใหม่ หลัง คร่าชีวิตประชาชน ไปแล้วกว่า 60 คน ใน เม็กซิโก และ มีผู้ติดเชื้อ 8 คนใน สหรัฐฯ


ขณะที่ทางการเม็กซิโก สั่งปิดสถานที่สาธารณะ ในกรุงเม็กซิโกซิตี เมืองหลวง เป็นการชั่วคราว เมื่อวานนี้ พร้อมกำลัง ตรวจสอบ ผู้ต้องสงสัย ติดเชื้อ อีก 943 คน
WHO ส่งผู้เชี่ยวชาญช่วยเหลือยับยั้ง ไข้หวัดหมู Swine Flu

WHO ส่งผู้เชี่ยวชาญช่วยเหลือยับยั้ง ไข้หวัดหมู Swine Flu


ส่วนในแคนาดา เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ยืนยันว่า ยังไม่พบ ผู้ติดเชื้อนี้ ในประเทศ


ด้านองค์การอนามัยโลก (WHO) อยู่ในภาวะ เตรียมพร้อม ขั้นสูงสุด รวมทั้งส่งผู้เชี่ยวชาญ ระดับสูง ไปยัง สหรัฐฯ และ เม็กซิโก ท่ามกลาง ความวิตกว่า ไข้หวัดหมู สายพันธุ์ใหม่ อาจลุกลามไป ทั่วโลก


สำหรับไข้หวัดหมู ดังกล่าว เป็นเชื้อไวรัส สายพันธุ์ใหม่ ที่นักวิจัย ไม่เคยพบมาก่อน เป็นการผสมกัน ระหว่าง เชื้อไวรัส ชนิดที่พบ ใน หมู นก และ คน อีกทั้งยังเป็น สายพันธุ์ ที่แพร่ระบาด จาก คนสู่คน ได้ด้วย

astv_mgr-200จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 25 เมษายน 2552 12:38 น.

พิมพ์ ข่าวนี้ สหรัฐฯ-เม็กซิโก เร่งยับยั้ง “ไข้หวัดหมู” – WHO ส่งผู้เชี่ยวชาญช่วยเหลือ
อ่านข่าว และ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ จากที่นี่ (ภาษาอังกฤษ)
ไข้หวัดเม็กซิโก ทำไม คนหนุ่มสาว ตายก่อน?

สายด่วน ใข้หวัดหมู กระทรวงสาธาณะสุข โทร. 02-590 3333


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

February 9, 2009

Massive devastation in Australian bushfires – ไฟป่า ออสเตรเลีย ยังลุกลาม ยอดตาย พุ่งทะลุ 130


Massive devastation in Australian bushfires

YouTube

An emotional Kevin Rudd, Australia’s prime minister, has described the deaths of scores of people in wildfires as “mass murder”.


The fires spread through rapidly through communities in southern Australia, as desperate residents tried to flee the flames.


ไฟป่าออสเตรเลีย ยังลุกลาม ยอดตาย พุ่งทะลุ 130 บ้านเมือง พินาศ
เจ้าหน้าที่ดับไฟป่าที่ยังคงลุกลาม�ย่างต่�เนื่�ง

เจ้าหน้าที่ดับไฟป่าที่ยังคงลุกลามอย่างต่อเนื่อง


เอเอฟพี – ทหาร และ เจ้าหน้าที่ ผจญเพลิง ยังต่อสู้กับไฟป่า ที่ยังคงลุกลาม หลายพื้นที่ ใน ออสเตรเลีย ซึ่งทำให้ มียอด ผู้เสียชีวิต เพิ่มขึ้น ไม่ต่ำกว่า 131 ราย บ้านเรือน หลายร้อยหลัง และ เมืองหลายแห่ง ถูกเผาผลาญ เป็นเถ้าถ่าน


เหตุไฟป่าครั้งนี้ กลายเป็น ครั้งร้ายแรงที่สุด ที่เคยเกิดขึ้นใน ประวัติศาสตร์ ของ ออสเตรเลีย สร้างความพินาศ ให้แก่ เมือง หลายเมือง และ ชีวิตผู้คน นับร้อย แต่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เชื่อว่า ต้องมี ใครบางคน เป็นต้นเพลิง ดังกล่าว

ไฟป่า ยังคง เผาผลาญอีกราว 31 จุด ในพื้นที่ ทางตะวันออกเฉียงใต้ ของ รัฐวิกตอเรีย ซึ่งเป็นบริเวณ ที่พบผู้เสียชีวิต ทั้งหมด และ ชุมชนต่างๆ ได้รับแจ้งเตือน ให้เตรียมพร้อมรับมือ กับไฟป่า ที่เผาทุกสิ่งทุกอย่าง ตลอดทาง ตามกระแส ที่ไม่แน่นอน

เพลิงนรกได้ผลาญพื้นที่ ราว 3,000 กิโลเมตร ซึ่งใหญ่กว่า ประเทศลักเซมเบิร์ก ทั้งประเทศ หรือเกือบ 3 เท่า ของเกาะ ฮ่องกง ด้วยสภาพอากาศ ที่ง่ายต่อการ ติดไฟ สาเหตุมาจาก คลื่นความร้อน

สำหรับ พื้นที่ประสบภัย จำนวนหนึ่ง ถูกปิดเทปเหลือง ล้อมรอบ สถานที่เกิดเหตุไว้ เพื่อให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ หาข้อพิสูจน์ว่า ใครเป็น ผู้ก่อเหตุ เพลิงไหม้ ครั้งร้ายแรงที่สุด ของประเทศครั้งนี้ โดย
เควิน รัดด์ นายกรัฐมนตรี ของ ออสเตรเลีย ระบุว่า ผู้วางเพลิง นั้น จะต้องถูกตั้งข้อหา สังหารหมู่

ทั้งนี้ ใน วันอาทิตย์ ( 8 ) พวกนักผจญเพลิง หลายพันคน ต้องพยายามควบคุมเพลิง อย่างต่อเนื่อง มาเป็นวันที่ 2 ในขณะที่ ผู้เห็นเหตุการณ์ ระบุว่า เปลวเพลิง นั้นโหมสูงเท่ากับตึก 4 ชั้น และ ลุกลามไป อย่างรวดเร็ว เหมือนกับ ขบวนรถไฟด่วน ขณะเดียวกัน ก็พ่นเถ้าถ่านร้อนระอุ ออกไปไกล สุดสายตา ทีเดียว

ส่วนนักผจญเพลิง กล่าวว่า บ้านเรือน กว่า 750 หลังใน รัฐวิกตอเรีย ถูกเผาวอดวาย ในช่วงสุดสัปดาห์ ที่ผ่านมา โดยพื้นที่ ซึ่งได้รับ ความเสียหาย อย่างหนักที่สุด คือพื้นที่ ทางตอนเหนือ ของ เมืองเมลเบิร์น

นอกจาก มนุษย์ แล้ว สัตว์เลี้ยงใน ฟาร์ม บ้าน และ สัตว์ป่า นับพันๆ ตัว ก็ต้องมาสังเวยชีวิต ในไฟป่านรก ครั้งนี้ เช่นเดียวกัน


ขณะที่ ใน รัฐนิวเซาท์เวลส์ มีผู้ถูกตั้งข้อกล่าวหา ลอบวางเพลิง 2 คน เป็น

ชายวัย 31 ปี หนึ่งคน ถูกตั้งข้อหา เป็นต้นเหตุเพลิงไหม้ ในพื้นที่กว่า 495 เอเคอร์ใน พีทส์รดจ์ ทางเหนือของซิดนีย์ และจะ ขึ้นศาลใน วันนี้ (9) ส่วนอีกคนเป็น เด็กชายวัย 19 ปี ถูกล่าวหาว่า จุดชนวนระเบิด จนทำให้เพลิงไหม้ใน บลูเมาเทนส์

อันที่จริง การเกิดไฟป่า เป็นภัยธรรมชาติ ที่เกิดขึ้นใน ออสเตรเลีย ทุกปี แต่เนื่องจากใน ปีนี้สภาพอากาศร้อนรุนแรง เกิดภัยแล้ง และ มีเศษกิ่งไม้แห้ง มากมาย บวกกับ ต้นยูคาลิปตัส ที่เป็นพืชพื้นเมืองของ แดนจิงโจ้ ก็เป็นต้นไม้ ที่มีน้ำมัน จึงกลายเป็น เงื่อนไขสำคัญ ที่ทำให้เกิด ไฟป่าลุกลาม และ ยังทำให้ รัฐบาลถูกกดดันอย่างหนัก ให้เอาจริง กับ นโยบาย การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ด้วย

News Source :: AlJazeeraEnglish
Al Jazeera’s Tarek Bazley reports 9 Feb 09.

คลิปจาก http://www.youtube.com/watch?v=Hyq8_sNMX4

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 9 กุมภาพันธ์ 2552 10:08 น.
http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9520000014638


พิมพ์ ข่าวนี้ ไฟป่าออสเตรเลียยัง ลุกลาม ยอดตาย พุ่งทะลุ 130 บ้านเมือง พินาศ


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Beijing CCTV Annex Fire – Mandarin Oriental Hotel – เทศกาล “โคมไฟ” ผลาญ ร.ร.หรู 40 ชั้น กลางกรุงปักกิ่ง


พระเพลิงพิโรธ เทศกาล “โคมไฟ” ผลาญ ร.ร.หรู 40 ชั้น กลางกรุงปักกิ่ง

Beijing CCTV Annex Fire – Mandarin Oriental Hotel Fire – 9 Feb 2009 approx. 9:06pm

Note: The fire is in the building immediately next to the new CCTV HQ which will be the Mandarin Oriental Hotel. It is NOT the CCTV HQ building.

เพลิงลุกไหม้โรงแรมภ??่างรวดเร็ว ขณะที่เหนืภ??่านฟ้ากรุงปักกิ่งจุดดภ??ไม้ไฟไหม้ฉลภ??เทศกาลโคมไฟ ในคืนวันจันทร์(9 ก.พ.) ซึ่งโรงแรมดังกล่าวตั้งภ??ู่ห่างจากสำนักงานซีซีทีวีเพียง 234 เมตรเท่านั้น - ภาพ เภ??ภ??พี

เพลิงลุกไหม้โรงแรมอย่างรวดเร็ว ขณะที่เหนือน่านฟ้ากรุงปักกิ่งจุดดอกไม้ไฟไหม้ฉลองเทศกาลโคมไฟ ในคืนวันจันทร์(9 ก.พ.) ซึ่งโรงแรมดังกล่าวตั้งอยู่ห่างจากสำนักงานซีซีทีวีเพียง 234 เมตรเท่านั้น - ภาพ เอเอฟพี


เพลิงลุกไหม้โรงแรม อย่างรวดเร็ว ขณะที่ เหนือน่านฟ้ากรุงปักกิ่ง จุดดอกไม้ไฟ ไหม้ฉลอง เทศกาลโคมไฟ ในคืนวันจันทร์ (9 ก.พ.) ซึ่งโรงแรมดังกล่าว ตั้งอยู่ห่างจาก สำนักงานซีซีทีวีเพียง 234 เมตรเท่านั้น – ภาพ เอเอฟพี

เอเอฟพี – พระเพลิงโหม โรงแรมหรู ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ในกรุงปักกิ่ง ซึ่งอยู่ทางด้านเหนือ ติดกับสำนักงานใหญ่สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี รายงานล่าสุด เจ้าหน้าที่ดับเพลิง เสียชีวิตแล้ว 1 คน ในเช้าวันนี้ (10 ก.พ.)
  Mandarin Oriental Hotel โรงแรมหรู ที่ภ??ู่ระหว่างการก่ภ??ร้างใน กรุงปักกิ่ง ซึ่งภ??ู่ทางด้านเหนืภติดกับ สำนักงานใหญ่ สถานีโทรทัศน์ ซีซีทีวี

Mandarin Oriental Hotel โรงแรมหรู ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างใน กรุงปักกิ่ง ซึ่งอยู่ทางด้านเหนือ ติดกับ สำนักงานใหญ่ สถานีโทรทัศน์ ซีซีทีวี



สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล สูงกว่า 40 ชั้นในกรุงปักกิ่ง เกิดเพลิงลุกไหม่ขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น เมื่อวันจันทร์(9 ก.พ.) ขณะที่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 คน ที่ยังคงรักษาตัวในโรงพยาบาล ส่วนจาง เจี้ยนหย่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเสียชีวิตลงในตอนเช้าตรู่ของวันนี้ เนื่องจากสูดควันพิษเข้าไปขณะเข้าปฏิบัติหน้าที่
ด้านโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ลระบุในเว็บไซต์ของทางโรงแรมว่า ขณะเกิดเหตุไฟไหม้ ไม่มีคนงานอยู่ในอาคารดังกล่าว จึงคาดว่าไม่น่าจะมีผู้เสียชีวิต

เนื่องจากโรงแรมอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในปลายปีนี้ โดยทำเลที่ตั้งอยู่ทางด้านเหนือห่างจากสำนักงานใหญ่สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมสุดอลังการของกรุงปักกิ่งเพียง 234 เมตรเท่านั้น

โรงแรมแมนดาริน โภ??รียนเต็ล สูงกว่า 40 ชั้นในกรุงปักกิ่ง โรงแรมภ??ู่ในระหว่าง การก่ภ??ร้าง

โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล สูงกว่า 40 ชั้นในกรุงปักกิ่ง โรงแรมอยู่ในระหว่าง การก่อสร้าง

สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีระบุ เหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวลุกลามอย่างรวดเร็วและเป็นเวลานานราว 4 ชั่วโมง ก่อนที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะสามารถควบคุมเอาไว้ได้

สำนักข่าวซินหัวรายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นว่า เหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างที่เหนือฟ้าทั่วกรุงปักกิ่งมีการจุด ดอกไม้ไฟเพื่อฉลองเทศกาลโคมไฟ (เทศกาลหยวนเซียว) ขณะที่ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า ไฟเริ่มลุกลามเป็นเปลวเพลิงพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

เพื่อความปลอดภัยเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องปิดพื้นที่ไม่ให้ประชาชน เข้าไปในบริเวณดังกล่าว จึงทำให้การจราจรบางส่วนติดขัด แต่ขณะนี้ทางการจีนยังไม่ระบุว่าเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการจุด ดอกไม้ไฟหรือไม่

ตึกซีซีทีวีรูปตัว L คว่ำ 2 ตัวพิงกันอยู่บนฐานเดียวกัน เป็นผลงานการออกแบบของเรม คูลฮาซ จากบริษัทออกแบบ OMA (the Office for Metropolitan Architecture) โดยมีบริษัท Ove Arup รับผิดชอบด้านวิศวกรรม เริ่มก่อสร้างตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2004 ด้วยงบประมาณสูงถึง 5,000 ล้านหยวน ตั้งอยู่ในย่านศูนย์กลางธุรกิจ(CBD) บนถนนตงซันหวน เขตเฉาหยางของปักกิ่ง ซึ่งมีตึกสูงระฟ้ากระจุกตัวอยู่กว่า 300 ตึก

CCTV แถลงการณ์ ขภัย ต้นเหตุเพลิงไหม้

CCTV แถลงการณ์ ขออภัย ต้นเหตุเพลิงไหม้



ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 10 กุมภาพันธ์ 2552 19:43 น. :

CCTV แถลงการณ์ ขออภัย ต้นเหตุเพลิงไหม้


เอเจนซี – พระเพลิงเผา โรงแรมหรู สูงกว่า 40 ชั้น ในกรุงปักกิ่ง กลางดึก วันอังคาร ต้นเหตุ คนงานซีซีทีวี ใช้ดอกไม้ไฟ อานุภาพรุนแรง จุดฉลอง เทศกาลโคมไฟ ตำรวจเผย เจ้าของตึก ไม่สนใจ คำตักเตือนผิด ซ้ำไม่ขออนุญาต รัฐบาลท้องถิ่น ควันพิษ คร่านักดับเพลิง 1 ราย ขณะที่ บาดเจ็บอีก 7 ราย

หลังจากที่ เกิดเหตุเพลิงไหม้ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ในเขต เฉาหยาง ของ กรุงปักกิ่ง ในคืนวันจันทร์ (9) เวลาประมาณ 21.00 น. ตามเวลา ท้องถิ่น

ล่าสุด สถานีโทรทัศน์ ซีซีทีวี CCTV ได้ออกมา แถลง ผ่าน เว็บไซต์ใน วันอังคาร (10 ก.พ.) ว่า


“ซีซีทีวี รู้สึกเสียใจ เป็นอย่างยิ่ง ที่การแสดงดอกไม้ไฟ “เทศกาลหยวนเซียว – เทศกาลขโมยผัก” หรือมีการเรียก เทศกาลนี้ อีกอย่างว่า เทศกาลโคมไฟ ที่ทางสถานีฯ จัดขึ้น เป็นต้นเหตุ ให้เกิด ความเสียหาย อย่างใหญ่หลวง แก่ ประเทศชาติ และ ขออภัย ประชาชน ที่อาศัยอยู่ บริเวณ ใกล้เคียง ที่ต้องเผชิญกับ ปัญหาการจราจรติดขัด และความไม่สะดวก จาก เหตุไฟไหม้”

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 10 กุมภาพันธ์ 2552 12:33 น. – 10 กุมภาพันธ์ 2552 19:43 น.
http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9520000015088
http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9520000015412


ปรับปรุง จาก ข้อมูล และ คลิป ของ knikkor February 09, 2009

คลิปจาก http://www.youtube.com


พิมพ์ ข่าวนี้ พระเพลิงพิโรธเทศกาล “โคมไฟ” ผลาญ ร.ร. หรู 40 ชั้น กลางกรุงปักกิ่ง


พิมพ์ ข่าวนี้ CCTV แถลงการณ์ ขออภัย ต้นเหตุเพลิงไหม้



อ่านเรื่อง ที่เกี่ยวข้องต่อได้จาก

  • ASTV ผู้จัดการออนไลน์ CCTV แถลงการณ์ ขออภัย ต้นเหตุเพลิงไหม้
    จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 10 กุมภาพันธ์ 2552 19:43 น.

  • ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    February 7, 2009

    Heavy Flooding in Northeastern Australia


    Heavy Flooding in Northeastern Australia


    YouTube

    ZHANG: In Australia, residents in northeastern Queensland continue cleaning up today after devastating floods. Heavy rain since Monday has seen many towns virtually submerged and thousands of homes have been declared flood affected.


    STORY:
    Although rain subsided on Wednesday the fourth after tropical cyclone Ellie passed through, the water level remained high in low-lying towns in northeast Australia, with many towns virtually underwater.

    62 percent of the more than one million square kilometers of Queensland is still a declared disaster zone.

    Thousands of homes have been declared flood-affected and the damage bill is around $70 million U.S. dollars.

    In Ingham, one of the worst hit towns, residents are pitching in to help each other clean up after the deluge.

    One local resident who was glad a group of men had given up their beer to help her clean up the damage in her home.

    [Local Resident]:
    “Everybody pitches in and helps and they were on the way to the pub.”

    [Local Resident]:
    “You always chuck your hand in there, it doesn’t hurt.”

    Queensland premier Anna Bligh toured Ingham today and says many transport routes were still cut off from the rain, leaving residents relying on boats to get around.

    [Anna Bligh, Queensland Premier]:
    “Currently the road is still cut, the rail is cut, and it’s likely to be several days before we can get full transport links reopened but we do have a monsoonal trough sitting off the coast and no-one is out of the woods yet we might see a lot more rain before this is over.”

    The flooding started last December, and has continued, being fed by a series of rain depressions and a cyclone. A low depression off the coast is currently threatening to form into a cyclone, bringing even more rain.

    News Source :: http://www.youtube.com/ntdtv February 07, 2009
    http://www.youtube.com/watch?v=POtwftxrX1k


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    Australian bush fires have killed dozens of people


    Australian bush fires have killed dozens of people

    YouTube

    Australian bush fires have killed dozens of people and burnt hundreds of homes in the worst fire disaster in three decades.

    News Source ::http://www.euronews.net February 07, 2009


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below
    Next Page »

    Blog at WordPress.com.