Accom Thailand

May 9, 2009

พบผู้หญิงแคนาดา เสียชีวิตจาก ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ เป็น รายแรก ในรัฐแอลเบอร์ตา


แคนาดา พบ ผู้ติดเชื้อ H1N1 เสียชีวิตรายแรก – ลามถึงปานามาแล้ว
English Alberta reports first Canadian death from H1N1 flu

เอเอฟพี/เอเจนซี – พบ ชาวแคนาดา เสียชีวิต จากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ รายแรกเป็นผู้หญิง อายุประมาณ 30 ปี ในรัฐแอลเบอร์ตา ขณะที่ การแพร่ระบาดของ เชื้อไวรัส ล่าสุดไปถึง ปามานา หลังพบ ผู้ติดเชื้อแล้ว
Albertan farmers wearing masks to protect themselves from the flu. ชาวแคนาดา จาก เอลเบอร์ตา สวมหน้ากากป้องกันตน จากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H1N1 เมื่อครั้งระบาดใหญ่ 1918 flu pandemic ในรัฐแอลเบอร์ตา

Albertan farmers wearing masks to protect themselves from the flu. ชาวแคนาดา จาก เอลเบอร์ตา สวมหน้ากากป้องกันตน จากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H1N1 เมื่อครั้งระบาดใหญ่ 1918 flu pandemic ในรัฐแอลเบอร์ตา



“เราพบ ผู้เสียชีวิตรายแรก ใน เอลเบอร์ตา ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับ ไข้หวัด เอช1เอ็น1″ อันเดร คาร์ริเวอู หัวหน้าแพทย์ของ รัฐแอลเบอร์ตา บอกกับ ผู้สื่อข่าว “นี่คือ รายแรก ใน แคนาดา ที่เรามีหลักฐาน สนับสนุนว่า มีความเชื่อมโยง กับ เชื้อไวรัสเอช1เอ็น1″

คาร์ริเวอู กล่าวต่อว่า ผู้หญิงรายนี้ อายุ 30 ต้นๆ และไม่เคยเดินทางไป เม็กซิโก ศูนย์กลาง ของ การแพร่ระบาดของ ไข้หวัดมาก่อน โดยเธอเสียชีวิต เมื่อวันที่ 28 เมษายน ที่ผ่านมา ทั้งนี้ใน แคนาดา พบ ผู้ติดเชื้อไวรัส สายพันธุ์ใหม่ นี้แล้ว 224 ราย แต่เธอเป็น ผู้ป่วยรายแรก ที่เสียชีวิต

กัปตันเครื่องบิน ณ สนามบินใน บราซิล สวมหน้ากากป้องกัน เชื้อหวัด ซึ่งล่าสุดได้แพร่ไปถึง ปานามา แล้ว

กัปตันเครื่องบิน ณ สนามบินใน บราซิล สวมหน้ากากป้องกัน เชื้อหวัด ซึ่งล่าสุดได้แพร่ไปถึง ปานามา แล้ว


ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ สาธารณสุข ปานามา เมื่อวันศุกร์(8) ยืนยันพบ ผู้ติดเชื้อ ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ เป็น รายแรก ของ ประเทศแล้ว โดยเป็น หนุ่มวัยรุ่น ที่เพิ่ง เดินทางกลับ จาก สหรัฐอเมริกา

โรซาริโอ เทอร์เนอร์ รัฐมนตรีสาธารณสุข เรียกร้อง ประชาชน ให้อยู่ในความสงบ โดยเวลานี้ ได้กักตัววัยรุ่น คนดังกล่าวไว้แล้ว แต่ปฏิเสธที่จะ เปิดเผยว่า เขาเดินทาง มาถึงเมื่อไหร่ หรือ ชื่ออะไร

“เขากำลังได้รับการรักษา อาการของเขา ทรงตัว และยังไม่จำเป็น ต้องนำเขา เข้ารักษาตัว ที่โรงพยาบาล” รัฐมนตรีสาธารณสุขบอก พร้อมกันนั้น ยังระบุต่อว่า ครอบครัว ของวัยรุ่นรายนี้ รวมถึง เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ที่ไปสัมผัสตัวเขา ก็จะได้รับการตรวจร่างกาย และ ดูแลเช่นกัน

ด้าน อิตาลี ในวันศุกร์(8) ก็ออกมายืนยัน เช่นกันว่าพบ ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัส เอช1เอ็น1 ที่ติดจาก คนสู่คนเป็น รายแรกของประเทศ หลังชายสูงวัย อายุ 70 ปี ถูกพบว่า ติดเชื้อ ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ จาก หลานชายวัย 11 ขวบ ที่เพิ่งเดินทาง กลับมาจากไปพักผ่อนใน เม็กซิโก

ในอิตาลี พบผู้ติดเชื้อไวรัส เอช1เอ็น1 จำนวน 8 ราย แต่กรณี ก่อนหน้านี้ ล้วนแต่ ติดเชื้อ มาจากต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข แดนมะกะโรนี กล่าวใน แถลงการณ์ ทั้งนี้ผู้เฒ่า คนดังกล่าว อาการ เริ่มดีขึ้น หลังเข้ารับการรักษาตัว ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง

Related links – เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง :
sig-eng
Influenza A(H1N1) in Canada web site
Daily updates will be posted on this site. มีการปรับปรุงข้อมูลทุกวัน จาก สาธารณสุขแคนาดา

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 9 พฤษภาคม 2552 04:05 น.
http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9520000051698


พิมพ์ ข่าวนี้ แคนาดา พบ ผู้ติดเชื้อH1N1 เสียชีวิตรายแรก – ลามถึง ปานามา แล้ว


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below
Advertisements

April 30, 2009

ประเทศไทย ยกระดับ มาตรการ ควบคุมโรค ไข้หวัดเม็กซิโก อยู่ ในระดับเข้มข้น


จนท.พ่นยาฆ่าเชื้อบนเครื่องบิน หวั่น “หวัดเม็กซิโก” ระบาดในไทย

เจ้าหน้าที่ได้ ทำการ พ่นยาฆ่าเชื้อ และ ทำความสะอาด เครื่องบินแอร์บัส 340-500 ซึ่งเดินทางกลับจาก นครลอสแองเจลิส

เจ้าหน้าที่ได้ ทำการ พ่นยาฆ่าเชื้อ และ ทำความสะอาด เครื่องบินแอร์บัส 340-500 ซึ่งเดินทางกลับจาก นครลอสแองเจลิส


เจ้าหน้าที่ ทำการพ่นยา ฆ่าเชื้อบนเครื่องบิน เพื่อป้องกัน การแพร่ระบาดของ “ไข้หวัดเม็กซิโก” หลังไทย ประกาศยกระดับ มาตรการ ควบคุมโรค ให้อยู่ในระดับ เข้มข้น พร้อมตรวจเข้ม ผู้โดยสาร ขาเข้า ด้วยเครื่อง เทอร์โมสแกนเนอร์ หาก อุณหภูมิร่างกายสูงผิดปกติ เครื่องส่งสัญญาณ – ตรวจจับ ได้ทันที

นอกจากนี้ มีการแจก แบบฟอร์ม กรอกประวัติ การเดินทางผู้โดยสาร หากอยู่ใน กลุ่มเสี่ยง ต้องตรวจร่างกาย ก่อนเข้าประเทศ

วันนี้ (30 เม.ย.) ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่ได้ ทำการ พ่นยาฆ่าเชื้อ และ ทำความสะอาด เครื่องบินแอร์บัส 340-500 ซึ่งเดินทางกลับจาก นครลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยขณะนี้ ประเทศไทย ได้ยกระดับ มาตรการควบคุมโรค ดังกล่าวให้อยู่ ในระดับ ที่เข้มข้น ตามที่ องค์การอนามัยโลก ได้ประกาศ ยกระดับ การแพร่ระบาด เชื้อโรคดังกล่าว ให้อยู่ใน ระดับ 5 หรือ หมายถึง มีการแพร่ระบาด และ ติดต่อ ระหว่างประเทศแล้ว จึงทำให้ ประเทศไทย ต้องเข้มงวด และ เฝ้าระวัง ผู้โดยสาร รวมทั้ง ความสะอาด ของพาหนะ และ ยวดยาน ขนส่ง ต่างๆ ซึ่งอาจนำเชื้อโรค ดังกล่าว เข้าสู่ประเทศไทย ได้

นอกจากนี้ ภายในบริเวณ ท่าอากาศสุวรรณภูมิ ยังมี การตรวจตราผู้โดยสาร ที่เดินทางเข้ามา ยังประเทศไทย อย่างเข้มงวด ด้วย เครื่อง เทอร์โม สแกนเนอร์ ซึ่งสามารถ ตรวจจับ วัดอุณหภูมิ และ ความผิดปกติ ของ ร่างกายมนุษย์ ได้อย่างแม่นยำ โดยหาก บุคคลใด มีอุณหภูมิร่างกาย สูงผิดปกติ เครื่องจะแสดง สัญญาณ บ่งบอก ทันที

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็น การป้องกัน การแพร่ระบาด เชื้อไข้หวัดเม็กซิโก ขณะนี้ ทางการไทย ได้มีการแจก แบบฟอร์มให้ ผู้โดยสาร ที่จะเดินทาง เข้ามายัง ประเทศไทย ได้กรอกประวัต ิการเดินทาง ว่า มีการเดินทาง ไปยัง ประเทศ ที่มีการแพร่ระบาด ของเชื้อ ดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งหาก ผู้โดยสาร คนใด มีประวัติ ให้จัดว่า อยู่ใน กลุ่มเสี่ยง ต้องทำการ ตรวจเช็คร่างกาย อย่างละเอียด ก่อนจะเดินทาง เข้าประเทศไทย เพื่อสร้างมั่นใจ และ หยุดยั้ง การแพร่ระบาด ของเชื้อโรค

เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล บำราศนราดูร ได้ทำการตรวจเช็ค และ ทำความสะอาดอุปกรณ์ รวมทั้งเครื่องมือ ดูแลผู้ป่วย ให้อยู่ในสภาพ พร้อมใช้งาน

เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล บำราศนราดูร ได้ทำการตรวจเช็ค และ ทำความสะอาดอุปกรณ์ รวมทั้งเครื่องมือ ดูแลผู้ป่วย ให้อยู่ในสภาพ พร้อมใช้งาน


ทั้งนี้ นอกจาก ที่บริเวณ ท่าอากาศสุวรรณภูมิ แล้ว ยังมีการตรวจตรา และป้องกัน การแพร่ระบาดของ เชื้อหวัดเม็กซิโก ตามสถานที่ สาธารณะ ต่างๆ โดยตั้งศูนย์ ปฏิบัติการ เฝ้าระวัง ไว้ที่ โรงพยาบาล บำราศนราดูร เพื่อเป็น ศูนย์กลาง การให้ข้อมูล และตรวจเช็ก การแพร่ระบาดของ โรค อย่างใกล้ชิด


ซึ่งในวันนี้ ทางเจ้าหน้าที่ โรงพยาบาล บำราศนราดูร ได้ทำการตรวจเช็ค และ ทำความสะอาด อุปกรณ์ รวมทั้งเครื่องมือ ดูแลผู้ป่วย ให้อยู่ในสภาพ พร้อมใช้งาน โดยหากมี การส่งตัวผู้ป่วย ที่อยู่ใน กลุ่มเสี่ยง มายังโรงพยาบาล ก็มีการเตรียม ความพร้อม ด้วยการ จัดหาห้องพัก สำหรับดูแล อาการไว้ จำนวน 5 ห้อง

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 30 เมษายน 2552 20:24 น.
http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9520000048734


พิมพ์ ข่าวนี้ จนท.พ่นยาฆ่าเชื้อบนเครื่องบิน หวั่น “หวัดเม็กซิโก” ระบาดในไทย


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

April 27, 2009

สธ. ใช้แผน รับไข้หวัดนก ปรับใช้ รับมือ “ไข้หวัดเม็กซิโก” หาก WHO เพิ่มระดับความอันตราย


สธ. เตรียมใช้แผน รับ หวัดนก
หาก WHO เพิ่มความรุนแรง “หวัดหมู”
เตรียมทำ คู่มือแจก ปชช.

เจ้าหน้าที่กับเครื่องเทอร์โมแสกนที่สุวรรณภูม

เจ้าหน้าที่กับเครื่องเทอร์โมแสกนที่สุวรรณภูม


สธ. เตรียมพร้อม เสนอ แผนรับมือหวัดนก ใช้ป้องกัน หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เม็กซิโก หากองค์การอนามัยโลก ประกาศระดับความรุนแรง ของโรค เพิ่ม เผยเตรียม จะทำคู่มือโรค แจกปประชาชน 1 แสน เล่ม ด้าน “วิทยา” ควง “มานิต” พร้อมทัพกระทรวงหมอ แท็กทีม ตรวจสุวรรณภูมิ


นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข พร้อมด้วย นายมานิต นพอมรบดี รมช. สาธารณสุข นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัด กระทรวงสาธารณสุข และ นพ. ม.ล. สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เดินทางไปตรวจเยี่ยม การเฝ้าระวัง โรคไข้หวัดใหญ่ ที่ระบาดใน เม็กซิโก ที่สนามบินสุวรรณภูมิ

นายวิทยา กล่าวว่า มาตรการ ในการดูแล ผู้ที่เดินทางมาจาก ต่างประเทศ ที่เป็น แหล่งระบาด เพื่อป้องกัน การแพร่กระจายของโรค โดยได้มีการติดตั้ง เครื่องวัด อุณหภูมิ เทอร์โมสแกน ในสนามบินนานาชาติ ทั้ง 3 แห่ง คือ สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินเชียงใหม่ และ สนามบินภูเก็ต เพื่อเฝ้าระวัง ผู้โดยสาร ที่เดินทาง มาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะ ประเทศที่มี การแพร่ระบาด เช่น เม็กซิโก สหรัฐฯ และ แคนาดา

ซึ่งหาก องค์การอนามัยโลก ประกาศเพิ่มระดับ ความรุนแรงของโรคจาก ระดับ 3 ที่มีการติดต่อจาก คนสู่คน เป็นวงแคบไม่แพร่หลาย เป็น ระดับ 4 ที่มีการติดต่อจาก คนสู่คน กว้างขวาง ภายในประเทศ

อาจต้องเพิ่ม มาตรการเฝ้าระวัง ที่เข้มงวดมากขึ้น โดยมีการจัดพื้นที่ ให้มีการคัดกรอง ผู้โดยสาร เฉพาะเที่ยวบิน เช่น อเมริกา แคนาดา เป็นช่องทางพิเศษ เพื่อป้องกัน โรคไม่ให้แพร่กระจาย ไปยังผู้อื่น

“มาตรการ ในการเฝ้าระวังโรค ถือว่า มีความพร้อมเต็มที่ โดยที่ไม่พบ เชื้อไข้หวัดใหญ่เม็กซิโก ในประเทศไทย อีกทั้งไม่ต้องกังวลว่า จะมีการแพร่ระบาด มาจากเพื่อนบ้าน ที่มีอาณาเขต ติดกัน เช่น กัมพูชา พม่า ลาว เนื่องจาก ประเทศดังกล่าว เหล่านี้ ยังไม่พบว่า มีการระบาดเช่นเดียวกัน ดังนั้น ที่จะต้องเฝ้าระวัง อย่างใกล้ชิด คือ ที่ท่าอากาศยาน นานาชาติ ทั้ง 3 แห่ง โดย ในวันที่ 28 เมษายน นี้ เตรียมนำข้อมูลทั้งหมด รายงานให้ ครม. ทราบด้วย” นายวิทยา กล่าว

เครื่องเทอร์โมแสกน ที่ สุวรรณภูมิ

เครื่องเทอร์โมแสกน ที่ สุวรรณภูมิ

นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัด กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สำหรับ เครื่องวัดอุณหภูมิ เทอร์โมสแกน ที่ติดตั้งที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ทั้ง 3 จุด รวมถึงการติดตั้ง เครื่องตรวจวัดอุณหภูมิ ที่ สนามบินนานาชาติ เชียงใหม่ และ ภูเก็ต ด้วย แห่งละ 1 จุด มีประสิทธิภาพ การทำงาน เป็นอย่างดี

โดยขั้นตอนการทำงาน เมื่อผู้โดยสารเดินผ่านจุด ที่มีการติดตั้ง เครื่องดังกล่าว จะมีการส่งภาพจาก เครื่องตรวจวัดอุณหภูมิ เชื่อมต่อมายัง จอคอมพิวเตอร์แสดงเป็น ภาพเคลื่อนไหวขาวดำ หากผู้โดยสาร มีอุณหภูมิร่างกาย สูงเกินกว่าค่า ที่ตั้งไว้ ภาพจะแสดงเป็นสีแดง ที่ผู้โดยสารทันที พร้อมแสดง ระดับอุณหภูมิด้วย ซึ่งผู้โดยสาร จะไม่รู้สึกอึดอัด ในการตรวจ เพราะสะดวก ง่าย และ ทำให้ประชาชน ในประเทศ เกิดความมั่นใจ มากขึ้นด้วย

นพ.ไพจิตร์ กล่าวต่อว่า แนวทาง การป้องกันโรค ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ที่ระบาดใน เม็กซิโก และ สหรัฐอเมริกา นี้ จะมีการใช้แผน แม่บทเดียวกัน กับ แผนแม่บท ในการป้องกัน โรคไข้หวัดนก ที่มีการนำเข้า คณะรัฐมนตรี ก่อนหน้านี้ แต่ก็ยังไม่ได้รับการอนุมัติ เนื่องจากเป็น สายพันธุ์หนึ่งของ ไวรัสโรคไข้หวัดใหญ่ ที่มีหลากหลายสายพันธุ์

“ข้อมูลที่ สธ.จะนำเสนอ ต่อ ครม.ในวันที่ 28 เม.ย. จะเป็นเรื่องสถานการณ์ การระบาด ที่เกิดขึ้น รวมถึงมาตรการ ของ สธ. และ ของประเทศไทย ที่ดำเนินการป้องกันโรค ว่า ดำเนินการอะไร ไปแล้ว บ้าง ซึ่งจะใช้ แผนแม่บทเดิม กับ มาตรการ การป้องกันโรค ไข้หวัดนก แต่จะตัดในส่วนของ มาตรการ การควบคุมสัตว์ปีก ทิ้ง เพื่อมาปรับใช้ กับ การระบาด ไข้หวัดใหญ่เม็กซิโก นี้” นพ.ไพจิตร์ กล่าว

นพ.ไพจิตร์ กล่าวว่า คงต้องรอดู สถานการณ์จาก องค์การอนามัย อีกครั้ง หากมีการเลื่อนระดับความรุนแรง คงจำเป็น ต้องทำเอกสารคู่มือแจก ประชาชน ประมาณ 1 แสนเล่ม เพื่อความเข้าใจ โรคดังกล่าว รวมถึง วิธีการป้องกัน ซึ่งเป็นการป้องกัน โรคไข้หวัดใหญ่ ทั่วๆ ไป


astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 27 เมษายน 2552 20:00 น.
http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9520000047251


พิมพ์ ข่าวนี้ สธ.เตรียมใช้แผนรับหวัดนก หาก WHO เพิ่มความรุนแรง “หวัดหมู” เตรียมทำคู่มือแจก ปชช.


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

June 29, 2008

Germany 0:1 Spain – Euro 2008 Final – เยอรมัน 0:1 สเปน

แพ้ชนะ อยู่ที่ กราบซ้าย เยอรมัน ซึ่งเท่ากับ กราบขวา ของสเปน
สเปนไม่แพ้ใครมา 21 นัด และมีทีมที่แข็งแกร่งทุกตำแหน่ง และ มีกองกลางที่ยิงได้ทุกตำแหน่ง
หัวหน้าทีมโคช หลุยซ์ อาราโกเนส ของ สเปน มีความรู้ และ ประสพการณ์ที่ เหนือ กว่า โจคิม เลิฟ ของเยอรมัน หลายช่วงตัว กราบขวา ของเยอรมัน ไม่มีทางต่อกรกับ กราบซ้าย ของ สเปน
เรา คาดผลว่า เยอรมัน จะแพ้ราบคาบ เฟอร์นันโด โตเรสจะแผลงฤทธิ์ แน่นอน และ สเปนจะชนะอย่างน้อย 2 ประตู ผลฟลุกอย่างอื่นค่อนข้าง ยาก
ผู้ตัดสิน โรเซ็ตติ จาก อิตาลี ดีที่สุดในทัวร์นาเม็นท์นี้ และจะปล่อยเกมส์ให้เดินได้ดี


Full Time
Spain leads 1-0 ( Torres 33 min.)
statistics 1st Half
Fernando Torres
spain celebrates torres\'s goal
Torres 1-0
Spain leads 1-0
Torres celebrates
Both captains received yellow
Germany

* 01 Lehmann
* 03 Friedrich
* 21 Metzelder
* 17 Mertesacker
* 16 Lahm
* 15 Hitzlsperger
* 08 Frings
* 20 Podolski
* 13 Ballack
* 07 Schweinsteiger
* 11 Klose

Spain

* 01 Casillas
* 15 Sergio Ramos
* 05 Puyol
* 04 Marchena
* 11 Capdevila
* 19 Senna
* 06 Iniesta
* 10 Fabregas
* 08 Xavi
* 21 Silva
* 09 Torres

Torres strike ends Spain’s long wait
Spain have been crowned European champions for the second time as Fernando Torres’s first-half goal in Vienna proved enough to defeat Germany in the final of UEFA EURO 2008™.


ในที่สุดศึกยูโร 2008 ก็เดินทางมาถึงเกมสุดท้าย ซึ่ง “เต็งหนึ่ง” ประจำการแข่งขันก็เอาตัวรอดผ่านเข้ามาชิงชนะเลิศจนได้ โดยจะเข้าไปพบกับ สเปน ทีมทะลุเข้ามาชิงถ้วย อองรี เดอ ลาเน ได้แบบไม่เคยพ่ายแพ้ให้กับทีมใดเลยในศึกยูโรครั้งนี้

เยอรมัน VS สเปน , รัสเซีย ที่แอร์นส์ท ฮัปเปิล สตาดิโอน กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย คืนวันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน เวลา 01.45 น.

ฝ่าฟอร์มอินทรีเหล็ก

นับจากเจอร์เกน คลินสมันน์ นำลูกทีมชูถ้วยอองรี เดอ ลาเน คว้าแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปได้สำเร็จในปี 1996 ไม่น่าเชื่อว่าหลังจากนั้น ทีม “อินทรีเหล็ก” จะไม่สามารถควานหาชัยชนะได้เลยในศึกยูโรรอบสุดท้าย ทั้งในยูโร 2000 ที่ฮอลแลนด์และเบลเยียม รวมไปถึงยูโร 2004 ที่โปรตุเกส จนทำให้ทีมแชมป์ยุโรป 3 สมัย กระเด็นตกรอบแรกถึง 2 ครั้งติดต่อกัน ทว่าใน “ยูโร 2008” พวกเขาเปิดฉากด้วยชัยชนะเหนือโปแลนด์ จนกรุยทางมาสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ น่าสนใจว่าการเข้าชิงครั้งที่ 6 ของพวกเขาจะนำมาซึ่งแชมป์ยุโรปสมัยที่ 4 ได้หรือไม่

สภาพทีม : ขุนพล “อินทรีเหล็ก” มีสภาพฟิตเปรี๊ยะสุดขีด โยอาคิม เลิฟ จะสามารถเลือกใช้งานนักเตะในทีมทั้ง 23 คนโดยที่ไม่มีใครติดโทษแบน หรือมีอาการบาดเจ็บรบกวน โดย 11 ตัวจริงกุนซือมาดสุขุมน่าจะยึดตัวผู้เล่นในระบบ 4-2-3-1 จากเกมที่เฉือนตุรกีมาแบบหืดจับ 3-2 เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา โดยจะได้ ทอร์สเทน ฟริงก์ส กลับมาออกสตาร์ทตัวจริงร่วมกับ โธมัส ฮิตเซิลสแพร์เกอร์ อีกครั้ง ส่วนแนวรุก นำทัพโดย มิชาเอล บัลลัค ขึ้นเกมตรงกลาง พร้อมมีบาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ และ ลูคัส โพดอลสกี เดิมเกมริมเส้น โดยมี มิโลสลาฟ โคลเซ เป็นกองหน้าตัวเป้า ส่วนแผงหลังจะใช้ อาร์เน ฟรีดริช ลงประจำการแบ็คขวา และฟิลิปป์ ลาห์ม แมน ออฟ เดอะ แมตช์ จากเกมที่แล้วรับผิดชอบเกมมีรุกและรับทางฝั่งซ้ายเช่นเดิม

ตัวตัดสินเกม : มิชาเอล บัลลัค : ทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่อาถรรพ์รองแชมป์ของบัลลัคอีกครั้ง หลังเพิ่งจะอกหักได้ทริปเปิลรองแชมป์ กับเชลซีมาหมาดๆในฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งหากย้อนไปในปี 2002 “ไกเซอร์น้อย” เคยร่วมทีมเลเวอร์คูเซนซิว 3 รองแชมป์มาแล้ว และในศึกฟุตบอลโลก 2002 อีก 1 เดือนให้หลัง ดาวเตะหมายเลข 13 ก็ร่วมเป็นหนึ่งในทีม “อินทรีเหล็ก” ทำได้เพียงรองแชมป์โลกเท่านั้น ทว่าเกมชิงชนะเลิศในวันนั้นบัลลัคหมดสิทธิ์ลงสนาม ซึ่งแตกต่างกับเกมที่แอร์นส์ท ฮัปเปิล สตาดิโอน คืนวันอาทิตย์นี้อย่างสิ้นเชิง จากความผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า น่าจะทำให้ดาวเตะรายนี้มุ่งมั่นและโชว์ทีเด็ดในฐานะกัปตันทีมออกให้เห็นในเกมนี้อย่างแน่นอน

ฝ่าฟอร์มกระทิงดุ

หากจะย้อนประวัติศาสตร์กันไป แฟนบอลทีม “กระทิงดุ” หลายคนอาจจะยังไม่ทันเห็นวินาทีที่ มาเชลินโญ มาร์ติเนซ ยิงประตูชัยเอาชนะสหภาพโซเวียต คว้าแชมป์ยูโรปี 1964 ได้ในถิ่นของตัวเอง นับจากนั้นมา สเปน กลายเป็นทีมที่ได้รับความคาดหมายให้เป็นทีมเต็งอันดับต้นๆประจำศึกยูโรรอบสุดท้ายมาโดยตลอด แต่ทว่าพลพรรค”เอสปันญา” ทำได้ดีที่สุดด้วยการคว้ารองแชมป์ยูโร 1984 ที่ฝรั่งเศสเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ด้วยตัวผู้เล่นในทีมที่ดูจะพร้อมที่สุดในทัวร์นาเมนต์ การเข้าชิงสมัยที่ 2 ในประวัติศาสตร์ อาจนำมาซึ่งแชมป์ยุโรปสมัยที่ 2 ก็เป็นได้

สภาพทีม : พลพรรคกระทิงดุ พบกับข่าวร้ายหลังเกมถล่มรัสเซีย 3-0 เมื่อ ดาวิด บีญา ดาวซัลโวประจำทีม มีอาการเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาและน่าจะวืดลงสนามในเกมชิงชนะเลิศค่อนข้างแน่นอนแล้ว ทำให้ หลุยส์ อราโกเนส อาจต้องปรับระบบมาเป็น 4-5-1 โดยให้ เฟอร์นานโด ตอร์เรส ยืนเป็นศูนย์หน้าตัวเป้าคนเดียว แล้วเติม เชส ฟาเบรกาส ลงมาเสริมในแดนกลาง แม้ว่า ดาเนียล กีซา ดาวซัลโวลาลีกา จะโชว์ฟอร์มได้ดีก็ตาม ขณะที่ตำแหน่งอื่นๆ ยังเป็นผู้เล่นชุดเดิมตั้งที่เล่นกันมาตั้งแต่นัดแรก ไล่ตั้งแต่ คาร์เลส ปูโยล คุมแนวรับ และมาร์กอส เซนนาคอยบู๊อยู่ในแดนกลาง

ตัวตัดสินเกม : เฟอร์นานโด ตอร์เรส : แม้จะถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามเป็นครั้งที่ 3 ในยูโรครั้งนี้ และมีข่าวไม่ลงรอยกับ กุนซือขรัวเฒ่าอย่าง อราโกเนส แต่ยังไงเสีย “เอลนินโญ” ก็จะได้ลงสนามเป็นกองหน้าตัวจริงในเกมนี้อย่างแน่นอน ซึ่งการที่สเปนขาด ดาวิด บีญา ในเกมนัดชิงชนะเลิศ จะทำให้ภาระทั้งหมดมาตกที่ดาวซัลโวประจำทีมลิเวอร์พูล แต่ เกมนี้หากแผงหลังเยอรมันเกิดงุ่มง่ามขึ้นมาอีกล่ะก็ โอกาสที่จะถูกหลอกแบบเสียผู้เสียคนก็มีสูงพอสมควร และหากเปิดโอกาสให้ดาวยิงรายนี้เมื่อไหร่ ก็จะเป็นงานหนักของเยนส์ เลห์มันน์ ทันที

สถิติการพบกันในอดีต : เยอรมันและสเปนไม่เคยพบกันมาก่อนในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปในอดีตที่ผ่านมา โดยทั้งคู่พบกันมาทั้งหมดเพียง 7 ครั้ง และเป็นเกมกระชับมิตรถึง 6 เกม ซึ่งผลปรากฏว่า ต่างฝ่ายต่างเอาชนะได้ทีมละ 2 ครั้ง และเสมอกันไป 3 ครั้ง ส่วนในฟุตบอลรายการใหญ่ที่ทั้งคู่เดยพบกัน มีเพียง เกมฟุตบอลโลก ปี 1994 ที่สหรัฐอเมริกา เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ซึ่งครั้งนั้นเสมอกันไป 1-1

รูปเกมที่คาด : แม้ความเชื่องช้าของ คริสตอฟ เม็ตเซลเดอร์ และเพอร์ เมอร์เตซัคเกอร์ แสดงให้เห็นมาแล้วว่าเยอรมันพร้อมเสียประตูให้คู่แข่งได้ทุกเมื่อ แต่ทีมของเลิฟก็มีเกมโต้กลับอันทรงประสิทธิ เมื่อมีตัวทะลุทะลวงชั้นดีอย่าง บาสเตียน ชไวสไตน์เกอร์ หากเกมนี้ งัดแผนตั้งรับลึกในแดนตัวเองมาใช้ พร้อมทั้งไม่เปิดพื้นที่ให้ดาวิด ซิลบา ได้มีโอกาสทำเกม ก็น่าจะเล่นงานสเปนได้พอสมควร ขณะที่ฝั่งกระทิงดุนอกจากมีทีเด็ดจากตอร์เรสแล้ว ความอัจฉริยะในการจ่ายบอลของ เชส ฟาเบรกาส น่าจะสร้างปัญหาให้กับเยอรมันพอสมควร

“เด็กปั๊ม” ฟันธงสเปเชียล : สเปนแม้จะขาด ดาวิด บีญา แต่จากระบบการเล่นที่ลงตัวไม่น่าจะส่งผลกระทบมากนัก และอาจจะทำเกมเหนือกว่าด้วยซ้ำไป แต่ความช้ำชองในเกมทัวร์นาเมนต์ใหญ่ของเยอรมัน ทำให้ความเหนียวแน่นน่าจะอยู่ฝั่ง “อินทรีเหล็ก” ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว เยอรมัน เบียดคว้าแชมป์ไปครองได้ ด้วยสกอร์ 2-1

พิมพ์จาก http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000076283

June 4, 2008

นิทรรศการประเทศไทยในงาน เอ็กซโป ซาราโกซา 2008 (Expo Zaragoza 2008)

พระภคินีเธอในสมเด็จพระราชาธิบดีสเปน ทรงรับเป็นองค์อุปถัมป์คณะไทยงานเอ็กซโป ซาราโกซา 2008 (Expo Zaragoza 2008) ที่เมือง ซาราโกซา ประเทศสเปน

นายศักดิสิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 14 มิถุนายน-14 กันยายน นี้ กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อม จะไปร่วมจัดนิทรรศการประเทศไทย ในงาน เอ็กซโป ซาราโกซา 2008 (Expo Zaragoza 2008) ที่เมือง ซาราโกซา ประเทศสเปน

ซึ่งหัวข้อหลักของการไปแสดงนิทรรศการครั้งนี้ คือ น้ำคือชีวิต การพัฒนาที่ยั่งยืน และ โครงการในพระราชดำริ ซึ่งรูปแบบการจัดนิทรรศการ จะจัดในศาลาไทยเหมือนที่เคยทำมาแล้ว ในงานเอ็กซโป ที่เมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น โดยครั้งนี้จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ วิถีไทยกับสายน้ำ ,ความสัมพันธ์ไทย-สเปน และ เรื่องมหัศจรรย์ของหญ้าแฝก โดยปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติกล่าวว่า

น่าภาคภูมิใจว่า การไปจัดงานครั้งนี้ ประเทศไทยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระภคินีเธอ มาการิต้า พระภคินีในสมเด็จพระราชาธิบดี ฆวน คาร์ลอส แห่งสเปน ที่ทรงรับเป็นองค์อุปถัมป์ คณะผู้จัดงานของประเทศไทย ตลอดระยะเวลางาน ถือเป็นการให้เกียรติกับประเทศไทยอย่างสูง ที่ทรงรับเป็นองค์อุปถัมถัมป์ครั้งนี้ เนื่องจาก

ก่อนหน้านี้พระองค์เสด็จมาเยือนประเทศไทยเพื่อร่วมงานเฉลิมฉลอง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และทรงพระทับพระทัย กับการถวายการต้อนรับของรัฐบาลไทยอย่างมาก

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Blog at WordPress.com.