Accom Thailand

February 8, 2009

กก. สิทธิฯ หนุน “มาร์ค” คลี่ คดีทนายสมชาย หวัง กู้ภาพละเมิดสิทธิ

Filed under: ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,คดีทนายสมชาย,คดีอาญา,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,คำพิพากษา,คุณธรรม,คุณภาพชีวิต,จริยธรรม,ชายแดนภาคใต้,ตรวจสอบ,ตำรวจฆ่าประชาชน,ธรรมาภิบาล,รัฐสั่งฆ่าประชาชน,สิทธิมนุษยชน,องค์กรสิทธิมนุษยชน,อาชญากรรม — accomthailand @ 14:56
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

กก. สิทธิฯ หนุน “มาร์ค” คลี่คดีทนายสมชาย หวังกู้ภาพละเมิดสิทธิ

คณะกก.รณรงค์ เพื่อสิทธิมนุษยชน หนุนรัฐบาล เร่งคลี่คลาย คดีอุ้มทนายสมชาย ชี้ จะช่วยกู้ภาพ ละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่ตกต่ำ เชื่อ คดี เป็น พฤติการณ์ ระดับนโยบาย เกี่ยวพันหลายส่วน แนะโยกย้าย คนเตะถ่วงออก ทั้ง ดีเอสไอ – สตช. พร้อมจี้ แก้กฎหมาย เอาผิด คดีอุ้ม เทียบเท่า เจตนาฆ่า


วันนี้ (8 ก.พ.) นายเมธา มาสขาว เลขาธิการ คณะกรรมการรณรงค์ เพื่อสิทธิมนุษยชน (ครส.) กล่าวว่า ขอเป็นกำลังใจให้ นายกรัฐมนตรี เร่งคลี่คลาย คดีการอุ้ม ทนาย สมชาย นีละไพจิตร ให้โลกรับรู้ ก่อนครบรอบ 5 ปี ในเดือนมีนาคม นี้ ซึ่งจะสร้าง ความต่าง จาก รัฐบาล ในอดีต และ สามารถกู้ภาพลักษณ์ สิทธิมนุษยชน ที่ตกต่ำลง ในขณะนี้ได้

แต่คดีนี้มี เจ้าหน้าที่รัฐ ที่อาจเข้ามาเกี่ยวข้องหลายคน จนรัฐบาล จะทำคดีแบบปกติไม่ได้ ทั้งนี้ ที่ นายกรัฐมนตรี บอกว่า มีการเตะถ่วงคดี นั้น ขณะนี้ ก็ยังมีความพยายามอยู่

ไม่ใช่ เฉพาะจาก นักการเมืองในอดีต แต่ผู้เกี่ยวข้องบางส่วน ยังอยู่ในอำนาจ เพราะ การอุ้มทนายสมชาย เป็นการกระทำ ในระดับนโยบาย

นายสมชาย นีละไพจิตร �ดีตทนายความ นักสิทธิมนุษยชน ที่ถูก�ุ้มหายไป

นายสมชาย นีละไพจิตร อดีตทนายความ นักสิทธิมนุษยชน ที่ถูกอุ้มหายไป


นายเมธา กล่าวอีกว่า ตนอยากจะเตือนความจำให้ นายกรัฐมนตรี ว่า อดีตผู้ต้องหา 5 ราย เป็น ตำรวจต่างสังกัดกัน คือ


พ.ต.ต.เงิน ทองสุก,

พ.ต.ท.สินชัย นิ่มปุญญกำพงษ์,
จ.ส.ต.ชัยเวง พาด้วง,
ส.ต.อ.รันดร สิทธิเขต และ
พ.ต.ท.ชัดชัย เลี่ยมสงวน


แต่เมื่อ วันที่ 12 มกราคม 2549 ศาลตัดสินจำคุก
พ.ต.ต.เงิน ทองสุก คนเดียว ในข้อหาขืนใจ ทำให้สูญเสียอิสรภาพ แต่ผู้ต้องหา ที่เหลือ ยกฟ้อง เนื่องจาก ไม่มีหลักฐาน ที่เพียงพอ แต่ระบุใน สำนวนคดีว่า การอุ้ม เกิดจาก การกระทำร่วมกัน กับบุคคล 3-5 คน

ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ ยังไม่สามารถ สอบสวนต่อได้ว่า ใครเกี่ยวข้องบ้าง ขณะที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ เคยแถลงว่า มีหลักฐาน ที่จะจับกุมเพิ่ม ได้มาก กว่า 10 ราย แต่เรื่อง ก็เงียบหายไป และ อดีตผู้ต้องหา บางส่วน ยังได้รับความดีความชอบ ในราชการ ต่อไป จนที่ผ่านมา มีข้อครหาว่า มีการใช้ อำนาจ เข้าแทรกแซง สำนวนสอบสวน และ หลักฐานต่างๆ มากมาย เพื่อสู้คดี ในชั้นศาล

ดังนั้น เรื่องการอุ้ม ทนายสมชาย จึงเป็นการทำ ในระดับนโยบาย ของ ฝ่ายความมั่นคง ที่เกี่ยวข้อง กับ นโยบาย ในการแก้ไข ปัญหาความไม่สงบ ในภาคใต้ ของ รัฐบาลทักษิณ

นี่เป็นปัญหา ของการเตะถ่วงคดี ที่แท้จริง ที่รัฐบาล จะต้องทำ แบล็กลิสต์เจ้าหน้าที่ และ นักการเมือง ที่เป็นถุงมือดำ ให้ชัดเจน


เขายังระบุ อีกว่า รัฐบาล จะต้องโยกย้าย เจ้าหน้าที่รัฐ ในกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ สตช. ที่อาจจะเป็นปัญหา ของการเตะถ่วงคดี ออกด้วย และ เฝ้าระวัง การทำลาย หลักฐาน สำนวนสอบสวนสืบสวน ต่างๆ รวมถึง การดำเนินการ ปฏิรูปตำรวจ และ กระบวนการยุติธรรม ทั้งระบบ

คดีที่ ตำรวจ มีส่วนเกี่ยวข้อง ตำรวจ จะต้องไม่สืบสวน สอบสวนกันเอง จะต้องมี คณะสอบสวน ที่มาจาก ภายนอกด้วย โดยมี องค์ประกอบของ ทนายความ อัยการ และ ศาล และ จะต้องแก้กฎหมาย ให้เอาผิด คดีอาญา ในคดีอุ้มหาย เทียบเท่าการ คดีเจตนาฆ่า ได้เหมือนในหลายประเทศ เพราะจะเป็นช่องว่าง ให้เกิดการอุ้มหาย แล ะทำลายศพ โดยเอาผิด ผู้ต้องหาไม่ได้

เพราะ สามารถฟ้องเพียง ในฐาน ร่วมกันปล้นทรัพย์ และ ข่มขืนใจผู้อื่น โดยใช้กำลังประทุษร้าย แต่ไม่สามารถ ตั้งข้อหา ฆาตกรรม หรือ ข้อหาอื่น ที่หนักกว่าได้ เนื่องจาก ยังไม่พบศพ หรือ หลักฐาน ที่บ่งชี้ว่า ทนายสมชาย ตายแล้ว

ทั้งนี้ ครส. และ คณะทำงาน ยุติธรรมเพื่อสันติภาพ จะแถลงปัญหา คดี ดังกล่าว และ กรณีภาคใต้ ซึ่งสำนักงานของ คณะทำงานยุติธรรม เพื่อสันติภาพ ถูกทหาร กองทัพภาคที่ 4 บุกค้นที่ ปัตตานี ในวันพรุ่งนี้ และ จะเข้าพบ รัฐมนตรียุติธรรม เพื่อปรึกษาหารือ คดีต่างๆ ใน วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ นี้

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 8 กุมภาพันธ์ 2552 19:25 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000014552


พิมพ์ ข่าวนี้ ครส. หนุน “มาร์ค” คลี่คดี “ทนายสมชาย” แนะ ย้ายคนเตะถ่วง



อ่านเรื่อง ที่เกี่ยวข้องได้จาก

  • “อภิสิทธิ์” แฉ อดีต คดี “สมชาย” ไม่คืบ เพราะมีสัญญาณให้เตะถ่วง
    จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 8 กุมภาพันธ์ 2552 14:39 น.
  • อังคณา นีละไพจิตร ลงร่วม สังเกตการณ์ ตรวจพื้นที่ จ.ราชบุรี เกี่ยวโยงกับ คดีอุ้มฆ่า ทนายสมชาย สามี
    จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 7 กุมภาพันธ์ 2552 16:40 น.
  • “อังคณา” จี้สอบ การหายตัวไปของ “พ.ต.ต.เงิน ทองสุก” หนึ่งในผู้ต้องหา ทีมอุ้มทนายสมชาย
    จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 24 กันยายน 2551 17:51 น.
  • 4 ปี แห่งการหายตัวไป ของ “ทนายสมชาย” กับ อำนาจรัฐ!
    จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 12 มีนาคม 2551 08:13 น.

  • ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below
    Advertisements

    February 7, 2009

    อังคณา นีละไพจิตร ลงร่วม สังเกตการณ์ ตรวจพื้นที่ จ.ราชบุรี เกี่ยวโยงกับ คดีอุ้มฆ่า สามี


    “อังคณา” ชี้ คดีอุ้มทนายสมชาย สุดอืด การเมือง แทรกซ้ำซาก!
    �ังคณา ชี้ คดี�ุ้มทนายสมชาย สุด�ืด

    อังคณา นีละไพจิตร ชี้ คดีอุ้มทนายสมชาย สุดอืด


    “เมียทนายสมชาย” ลงร่วม สังเกตการณ์ ตรวจพื้นที่พบ กระดูก-ตะปู ที่คาดเป็น จุดเผาทำลายศพสามี กับ คณะทีมงาน “ธานี-พีระพันธุ์” ชี้ คดียังอืด เพราะมีการเมืองแทรก เรียกร้องให้ “แม้ว” ผู้รู้ดีว่า ทนายสมชายเสียชีวิต มาร่วมเป็นพยาน ในคดี แต่ที่ผ่านมา ดีเอสไอ เมินเฉยไม่ร่วมมือ


    วันนี้ ( 7 ก.พ.) ก่อนที่ คณะทำงาน ชุด พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร. และ คณะนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม โดยมี แพทย์หญิง คุณหญิง พรทิพย์ โรจน์สุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อธิบดี ดีเอสไอ พร้อมทีมงาน จะเดินทางไป จ.ราชบุรี เพื่อตรวจสอบพื้นที่ 2 จุด ที่ชุดสืบสวนพบ เศษชิ้นส่วน โครงกระดูกมนุษย์


    โดยจุดแรกอยู่ใน พื้นที่ ทำลายวัตถุระเบิด ของทหาร จุดที่ 2 ท่าน้ำร้านอาหารเรือนแพ ซึ่งตั้งอยู่ ริมฝั่งแม่น้ำแม่กลอง


    ซึ่งข้อมูลเบื้องต้น ระบุว่า เศษชิ้นส่วนโครงกระดูก ที่เคยเจอมี ดีเอ็นเอ ตรงกัน แต่ยังไม่ทราบผลว่า ดีเอ็นเอ ตรงกับ นายสมชาย หรือไม่


    วันนี้ เมื่อเวลา ประมาณ 15.00 น. ที่ค่ายภาณุรังษี จ.ราชบุรี รมว.ยุติธรรม จึงลงตรวจสอบพื้นที่ ที่เคยพบ เศษกระดูกมนุษย์ และตะปู อีกครั้ง ซึ่งน่าจะ เกี่ยวโยงกับ คดีอุ้มฆ่า นายสมชาย นีละไพจิตร อดีตทนายความ นักสิทธิมนุษยชน ที่ถูกอุ้มหายไป

    เนื่องจาก รับเป็นทนายความ ให้ผู้ต้องหาคดีความมั่นคง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต่อมา นางอังคณา นีละไพจิตร ภรรยา ทนายสมชาย ได้เดินทาง มา เพื่อร่วม ดูการตรวจสอบพื้นที่ของ คดีอุ้มฆ่านายสมชาย ด้วย

    โดยกล่าวว่า ตนเองเชื่อว่า ถ้าคณะกรรมการสอบสวน เข้าทำงาน ด้วยความมีอิสระแท้จริง ก็จะมีข่าวดีได้ ซึ่งขณะนี้ ก็มีข่าวดีบ้าง คือ พบ ชิ้นส่วน กระดูกมนุษย์ แต่ตนยังเสียใจว่า อธิบดี ดีเอสไอ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง น่าจะแจ้งให้ ผู้เสียหาย ทราบบ้าง

    อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวมองว่า คดีนี้ยังมีความล่าช้า เนื่องจาก มีการแทกแซง ทางการเมือง ตลอดเวลา ซึ่งเมื่อ การเมืองเปลี่ยน ด้านโยบายทำคดี ก็เปลี่ยน ตามไปด้วย

    พ.ต.ต.เงิน ท�งสุก (เสื้�ขาว)ในวันที่ถูกพิพากษา

    พ.ต.ต.เงิน ทองสุก (เสื้อขาว)ในวันที่ถูกพิพากษา


    โดยรัฐบาล ที่ผ่านมา ดีเอสไอ ถูกกดดัน อย่างหนัก ดังนั้น ตนขอตั้งคำถามผ่านถึง นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม ว่าจะมี วิธีการอย่างไร ช่วยเหลือ คนที่มีปัญหากับ เจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ให้หมดหวัง ทำอย่างไรให้ พยานกล้าพูด โดยเฉพาะข่าว การถูกกระแสน้ำพัดพา พ.ต.ต.เงิน ทองสุก จำเลย คดีอุ้มทนายสมชาย จนลือว่า หายสาบสูญไปแล้ว แต่ยังไม่มีใคร พบศพดังกล่าว ตนก็ยังเชื่อว่า พ.ต.ต.เงิน ไม่ได้หายไปไหน

    “มีความหวังมากขึ้น จากที่ผ่านมา จากคำพูด ฟ้าเปิดแล้ว ของ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ เชื่อว่า ผู้เสียหาย จะเข้าถึง พยานหลักฐาน ได้มากขึ้น แม้ยังไม่รู้ ท้ายที่สุด จะได้อะไรหรือไม่ แต่อย่างน้อยบอกไว้ว่า ประชาชนที่โดนอุ้ม ญาติพี่น้อง จะเรียกความเป็นธรรม ที่ไหน รัฐ จะรับผิดชอบ อย่างไร ที่ผ่านมาให้ ดีเอสไอ ทำหนังสือถึง พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้เป็นพยานของ คดีนายสมชาย เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์ว่า นายสมชาย เสียชีวิตแล้ว จึงเชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ น่าจะมี หลักฐานสำคัญ แต่ที่ผ่านมา ดีเอสไอ ไม่เคยเชิญ พ.ต.ท.ทักษิณ มาเป็นพยาน และ อีกเรื่องที่ ป.ป.ช. เรียกสอบพยาน ของคดี ปล้นปืนภาคใต้ จนขณะนี้ ยังไม่สรุป ล่าช้ามาก ขอเรียกร้องให้ เร่งดำเนินการด้วย” นางอังคณา กล่าว

    ด้าน นายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความ คดีนายสมชาย กล่าวว่า ปัญหาของ การสอบสวนคดีนี้ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า มีผู้มีอำนาจ คนใด เกี่ยวขอ้งบ้าง ดังนั้น รมต. จะทำอย่างไร ไม่ให้ผู้มีอำนาจ เข้ามาเกี่ยวข้อง กับ คดีนี้ เพราะว่า ยังเกิดการแทรกแซง อยู่การดำเนินคดี ก็ล่าช้า

    ต่อมาเวลา เมื่อเวลา 17.00 น. นายพีระพันธุ์ ได้เดินทางไปยัง สถานที่เผาทำลายวัตถุระเบิด เขาหลวง (โป่งอีเก้ง) จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นหุบเขา อยู่ใน เขต พื้นที่ทหาร โดยภายใน บริเวณดังกล่าว ดีเอสไอ และ สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ เคยเข้าขุดหา เศษซากชิ้นส่วนกระดูก

    ซึ่งล่าสุดพบ เศษกระดูกมนุษย์ และ ตะปู ถูกเผาไหม้ และ ฝังอยู่บริเวณดังกล่าว โดย พญ.คุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ได้ชี้แจงว่า การขุดค้น พบตะปู คลิปหนีบกระดาษ โดยผลการตรวจ เปรียบเทียบเป็น ตะปูที่มีลักษณะถูกเผาไหม้ ด้วยน้ำมันเบนซิน เช่นเดียวกับ ตะปู และ โครงกระดูก ทีพบใน แม่น้ำแม่กลอง

    โดย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรมได้จุดธูป เคารพบริเวณดังกล่าวด้วย จากนั้น นายพีระพันธุ์ ได้เดินทาง มายัง ร้านอาหารเรือนแพ ตั้งอยู่ เชิงสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลอง ซึ่งเป็นอีกจุด ที่ งม พบถุงปุ๋ย บรรจุ เศษโครงกระดูก แขน ขา กระโหลกศีรษะ และ ตะปู ซึ่งถูกเผาไหม้ ด้วยความร้อนสูง

    นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า จะเร่งดำเนินการ อย่างเต็มที เพราะหลักฐาน เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ชิ้นส่วนที่พบ ยังไม่สามารถระบุได้ว่า เป็นชิ้นส่วน ของ นายสมชาย หรือไม่ โดยต้อง รอผลการตรวจพิสูจน์ เป็นเวลา 5 วัน แต่วัตถุ ที่พบ น่าเชื่อได้ว่าเพียงพอว่า นายสมชาย เสียชีวิต แล้วหรือไม่

    ส่วนการจุดธูป ไม่ได้อธิษฐาน ขออะไร แต่เป็นการเคารพ ผู้เสียชีวิต ในบริเวณดังกล่าว เพราะได้รับรายงานว่า เป็นพื้นที่ ที่มีการนำศพ มาเผาทำลาย ดังนั้น จะประสานยัง กองทัพบก ให้นำกำลัง มาช่วยตรวจค้น อย่างละเอียด

    นอกจากนี้ จะประสานให้ กองทัพเรือ นำเครื่องสแกนใต้น้ำ มาช่วยตรวจพิสูจน์ แม่น้ำแม่กลอง

    ขณะที่ นายสุทธิ พยัคฆ์ อายุ 68 ปี อาชีพ งม หาของเก่า ในแม่น้ำแม่กลอง ซึ่งดีเอสไอ ว่าจ้าง ให้ดำน้ำงมหาหลักฐาน ใต้พื้นน้ำแม่กลอง กล่าวว่า พบ ถุงปุ๋ยใส่เศษกระดูก ติดกลางร่องน้ำ บริเวณต่อม่อ สะพาน และ ยังพบเศษชิ้นส่วนกระดูก อยู่ใต้แม่น้ำแม่กลอง จำนวนมาก แต่ไม่สามารถ เก็บขึ้นมา ได้ทั้งหมด

    นายสมชาย นีละไพจิตร �ดีตทนายความ นักสิทธิมนุษยชน ที่ถูก�ุ้มหายไป

    นายสมชาย นีละไพจิตร อดีตทนายความ นักสิทธิมนุษยชน ที่ถูกอุ้มหายไป

    astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 7 กุมภาพันธ์ 2552 16:40 น.
    http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000014345


    พิมพ์ ข่าวนี้ “อังคณา” ชี้ คดีอุ้มทนายสมชาย สุดอืด การเมืองแทรก ซ้ำซาก!



    อ่านเรื่อง ที่เกี่ยวข้องได้จาก

  • “อังคณา” จี้สอบ การหายตัวไปของ “พ.ต.ต.เงิน ทองสุก” หนึ่งในผู้ต้องหา ทีมอุ้มทนายสมชาย
    จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 24 กันยายน 2551 17:51 น.
  • 4 ปี แห่งการหายตัวไป ของ “ทนายสมชาย” กับ อำนาจรัฐ!
    จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 12 มีนาคม 2551 08:13 น.

  • ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    January 13, 2009

    ศาลรู้ทัน ไม่รับฟ้อง “อำนวย” กล่าวหา 9 ป.ป.ช.!

    Filed under: การเมืองภาคประชาชน,ข่าวการศึกษา,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,คดีอาญา,ความขัดแย้ง,ความรุนแรง,คำสั่งศาล,คุณธรรม,คุณภาพชีวิต,จริยธรรม,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ตำรวจฆ่าประชาชน,ประวัติศาสตร์ไทย,รัฐสั่งฆ่าประชาชน,องค์กรสิทธิมนุษยชน,อาชญากรรม — accomthailand @ 18:39
    Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

    ศาลรู้ทัน ไม่รับฟ้อง “อำนวย” กล่าวหา 9 ป.ป.ช. !

    พล.ต.ต.ภ??นวย นิ่มมะโน รภ?? ผบช.น.

    พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น.


    ศาล ไม่รับฟ้อง “อำนวย นิ่มมะโน” ยื่นฟ้อง “ป.ป.ช.ทั้งคณะ” ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตั้งอนุกรรมการไต่สวน กรณีปราบม็อบ บุกสภา 7 ต.ค. ไม่ชอบ เหตุคดีไม่ครบ องค์ประกอบ ความผิด ขณะที่ ทนายเตรียมยื่น อุทธรณ์ต่อ


    ศาลไม่รับฟ้อง “อำนวย นิ่มมะโน” ยื่นฟ้อง “ป.ป.ช.ทั้งคณะ” ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตั้งอนุกรรมการ ไต่สวน กรณี ปราบม็อบบุกสภา 7 ต.ค.ไม่ชอบ เหตุคดีไม่ครบ องค์ประกอบความผิด ขณะที่ ทนายเตรียมยื่น อุทธรณ์ ต่อ

    วันนี้ (13 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ว่า เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ที่ผ่านมา ศาลได้มีคำสั่ง ไม่รับฟ้อง คดีที่ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. มอบอำนาจให้ นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง

    นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน กรรมการป้องกัน และ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช ),
    นายกล้านรงค์ จันทิก,
    นายใจเด็ด พรไชยา,
    นายประสาท พงษ์ศิวาภัย,
    นายภักดี โพธิศิริ,
    นายเมธี ครองแก้ว,
    นายวิชา มหาคุณ,
    นายวิชัย วิวิตเสวี และ
    น.ส.สมลักษณ์ จัดกระบวนพล
    ซึ่งเป็น กรรมการ ป.ป.ช. เป็นจำเลย ที่ 1-9 ในความผิด ฐานเป็น เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือ ละเว้น การปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบ ตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา 157

    กรณีที่ ป.ป.ช. แต่งตั้ง อนุกรรมการไต่สวน การกระทำผิด ต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีสั่งให้ ตำรวจสลายการชุมนุม พื้นที่หน้าบริเวณรัฐสภา เมื่อ วันที่ 7 ต.ค. 51 ไม่ชอบ ไม่ยุติการไต่สวน ทั้งที่ ศาลอาญาได้รับฟ้อง คดีที่ นายสิทธิพร โพธิโสดา ยื่นฟ้อง

    นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี (ขณะนั้น),
    พล.ต.อ.พัชรวาท ผบ.ตร.,
    พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร.,
    พล.ต.ท.สุชาติ ผบช.น. และ
    พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น.
    เป็น จำเลยที่ 1-5 ต่อ ศาลอาญา คดีหมายเลขดำที่ อ.4142 /2551 ในความผิด ฐานเป็น เจ้าพนักงาน ร่วมกันใช้กำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สลาย การชุมนุม เป็นเหตุให้มี ผู้เสียชีวิต และ ได้รับบาดเจ็บแล้ว

    ซึ่งประเด็นเดียวกับ ข้อกล่าวหา ที่ ป.ป.ช.ไต่สวน ซึ่งตาม พ.ร.บ. ว่าด้วย การป้องกัน และ ปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 86 บัญญัติ ห้ามไม่ให้ ป.ป.ช. รับคำกล่าวหา ที่เกี่ยวกับเรื่องที่ ศาลรับฟ้อง ในประเด็นเดียวกัน

    คดีนี้ โจทก์ยื่นฟ้อง เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งศาลได้นัด ไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ ในวันที่ 2 มี.ค.นี้ เวลา 13.30 น. อย่างไรก็ดี เมื่อศาลนำ คำฟ้อง มาตรวจพิจารณา แล้วเห็นว่า คดีไม่ครบองค์ประกอบความผิด จึงมีคำสั่ง ไม่รับฟ้อง และ งดการไต่สวนมูลฟ้อง ดังกล่าว

    ขณะที่ นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความโจทก์ กล่าวว่า เตรียมจะยื่น อุทธรณ์คดี ต่อไป

    แฉเล่ห์ “อำนวย” ล่าชื่อตำรวจ พวกแม้ว ถอด ป.ป.ช. ขวางสอบ 7 ตุลาเลือด

    แฉเล่ห์ฉ้อฉล “อำนวย” ส่งคนแสร้งฟ้องศาล สกัด ป.ป.ช.เชือดคดี 7 ตุลาเลือด

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์
    13 มกราคม 2552 18:39 น.
    http://manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000003854


    พิมพ์ ข่าวนี้ ศาลรู้ทัน ไม่รับฟ้อง “อำนวย” กล่าวหา 9 ป.ป.ช.!

    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    แฉเล่ห์ “อำนวย” ล่าชื่อตำรวจ พวกแม้ว ถอด ป.ป.ช. ขวางสอบ 7 ตุลา เลือด

    Filed under: การเมืองภาคประชาชน,ข่าวการศึกษา,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,คดีอาญา,ความขัดแย้ง,ความรุนแรง,คุณธรรม,คุณภาพชีวิต,จริยธรรม,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ตำรวจฆ่าประชาชน,ปปช,ประวัติศาสตร์ไทย,รัฐสั่งฆ่าประชาชน,องค์กรสิทธิมนุษยชน,อาชญากรรม — accomthailand @ 18:10
    Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


    ศาลรู้ทัน ไม่รับฟ้อง “อำนวย” กล่าวหา 9 ป.ป.ช. !

    พล.ต.ต.ภ??นวย นิ่มมะโน รภ?? ผบช.น.

    พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น.


    ศาล ไม่รับฟ้อง “อำนวย นิ่มมะโน” ยื่นฟ้อง “ป.ป.ช.ทั้งคณะ” ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตั้งอนุกรรมการไต่สวน กรณีปราบม็อบ บุกสภา 7 ต.ค. ไม่ชอบ เหตุคดีไม่ครบ องค์ประกอบ ความผิด ขณะที่ ทนายเตรียมยื่น อุทธรณ์ต่อ


    ศาลไม่รับฟ้อง “อำนวย นิ่มมะโน” ยื่นฟ้อง “ป.ป.ช.ทั้งคณะ” ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตั้งอนุกรรมการ ไต่สวน กรณี ปราบม็อบบุกสภา 7 ต.ค.ไม่ชอบ เหตุคดีไม่ครบ องค์ประกอบความผิด ขณะที่ ทนายเตรียมยื่น อุทธรณ์ ต่อ

    วันนี้ (13 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ว่า เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ที่ผ่านมา ศาลได้มีคำสั่ง ไม่รับฟ้อง คดีที่ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. มอบอำนาจให้ นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง

    นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน กรรมการป้องกัน และ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช ),
    นายกล้านรงค์ จันทิก,
    นายใจเด็ด พรไชยา,
    นายประสาท พงษ์ศิวาภัย,
    นายภักดี โพธิศิริ,
    นายเมธี ครองแก้ว,
    นายวิชา มหาคุณ,
    นายวิชัย วิวิตเสวี และ
    น.ส.สมลักษณ์ จัดกระบวนพล
    ซึ่งเป็น กรรมการ ป.ป.ช. เป็นจำเลย ที่ 1-9 ในความผิด ฐานเป็น เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือ ละเว้น การปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบ ตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา 157

    กรณีที่ ป.ป.ช. แต่งตั้ง อนุกรรมการไต่สวน การกระทำผิด ต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีสั่งให้ ตำรวจสลายการชุมนุม พื้นที่หน้าบริเวณรัฐสภา เมื่อ วันที่ 7 ต.ค. 51 ไม่ชอบ ไม่ยุติการไต่สวน ทั้งที่ ศาลอาญาได้รับฟ้อง คดีที่ นายสิทธิพร โพธิโสดา ยื่นฟ้อง

    นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี (ขณะนั้น),
    พล.ต.อ.พัชรวาท ผบ.ตร.,
    พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร.,
    พล.ต.ท.สุชาติ ผบช.น. และ
    พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น.
    เป็น จำเลยที่ 1-5 ต่อ ศาลอาญา คดีหมายเลขดำที่ อ.4142 /2551 ในความผิด ฐานเป็น เจ้าพนักงาน ร่วมกันใช้กำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สลาย การชุมนุม เป็นเหตุให้มี ผู้เสียชีวิต และ ได้รับบาดเจ็บแล้ว

    ซึ่งประเด็นเดียวกับ ข้อกล่าวหา ที่ ป.ป.ช.ไต่สวน ซึ่งตาม พ.ร.บ. ว่าด้วย การป้องกัน และ ปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 86 บัญญัติ ห้ามไม่ให้ ป.ป.ช. รับคำกล่าวหา ที่เกี่ยวกับเรื่องที่ ศาลรับฟ้อง ในประเด็นเดียวกัน

    คดีนี้ โจทก์ยื่นฟ้อง เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งศาลได้นัด ไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ ในวันที่ 2 มี.ค.นี้ เวลา 13.30 น. อย่างไรก็ดี เมื่อศาลนำ คำฟ้อง มาตรวจพิจารณา แล้วเห็นว่า คดีไม่ครบองค์ประกอบความผิด จึงมีคำสั่ง ไม่รับฟ้อง และ งดการไต่สวนมูลฟ้อง ดังกล่าว

    ขณะที่ นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความโจทก์ กล่าวว่า เตรียมจะยื่น อุทธรณ์คดี ต่อไป

    แฉเล่ห์ “อำนวย” ล่าชื่อตำรวจ พวกแม้ว ถอด ป.ป.ช. ขวางสอบ 7 ตุลาเลือด

    แฉเล่ห์ฉ้อฉล “อำนวย” ส่งคนแสร้งฟ้องศาล สกัด ป.ป.ช.เชือดคดี 7 ตุลาเลือด

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์
    13 มกราคม 2552 18:39 น.
    http://manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000003854


    พิมพ์ ข่าวนี้ ศาลรู้ทัน ไม่รับฟ้อง “อำนวย” กล่าวหา 9 ป.ป.ช.!

    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    ป.ป.ช. พิจารณา คดี 7 ตุลาเลือด ได้ช้า เพราะ ตำรวจ ส่งคน ฟ้องศาล สกัด ป.ป.ช. เชือด

    Filed under: การเมืองภาคประชาชน,ข่าวการศึกษา,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,คดีอาญา,ความขัดแย้ง,ความรุนแรง,คุณธรรม,คุณภาพชีวิต,จริยธรรม,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ตำรวจฆ่าประชาชน,ปปช,ประวัติศาสตร์ไทย,รัฐสั่งฆ่าประชาชน,องค์กรสิทธิมนุษยชน,อาชญากรรม — accomthailand @ 00:47
    Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


    แฉเล่ห์ ฉ้อฉล “อำนวย” ส่งคนแสร้งฟ้อง ศาล
    สกัดป.ป.ช.เชือดคดี 7 ตุลาเลือด


    พล.ต.ต.ภ??นวย นิ่มมะโน รภ?? ผบช.น.

    พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น.


    แฉเล่ห์ฉ้อฉล ตำรวจ “อำนวย นิ่มมะโน” ส่งเพื่อน คนบ้านเดียวกัน แสร้งฟ้องศาล ให้เอาผิด กรณี 7 ตุลาเลือด เพื่อสกัดให้ ป.ป.ช. หยุดไต่สวน เอาผิด อ้าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ คดีเรื่องเดียวกัน ที่อยู่ในชั้นศาลแล้ว ป.ป.ช.ต้องหยุดไต่สวน


    นอกจากนี้ ยังเล่นแร่แปรธาตุ มอบทนายฟ้อง 9 อรหันต์ ป.ป.ช. ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ เพื่อให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ทั้งคณะ ขณะที่ป.ป.ช.ระบุ เมื่อศาล ยังไม่รับฟ้อง ยังมีอำนาจไต่สวนได้ แต่เมื่อศาลรับฟ้อง จำเลย ต้องพักราชการทั้งหมด ด้าน “ทนายพันธมิตรฯ” ชี้ “เพื่อนอำนวย” ใช้สิทธิ ที่ไม่สุจริต ใช้วิชามาร เป็นการฟ้องร้อง รูปแบบซูเอี๋ย ใช้ศาล เป็นเครื่องมือ

    วานนี้ (12 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ ตำรวจใช้อาวุธ และ แก๊สน้ำตา เข้าสลายการชุมนุม ของ กลุ่มพันธมิตร ประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ซึ่งเดินทางไปปิดล้อม อาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ต.ค.2551 เพื่อไม่ให้รัฐบาล นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ แถลงนโยบาย จนมีผู้เสียชีวิต และ บาดเจ็บจำนวนมาก

    ซึ่งภายหลังเหตุการณ์ ดังกล่าวผ่านพ้นไป คณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชน ที่มี นายสุรสีห์ โกศลนาวิน เป็นประธาน ได้สรุปผลการสอบสวน และ ส่งสำนวนไปยัง คณะกรรมการป้องกัน และ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เพื่อให้ดำเนินการ กับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในการสั่งการ สลายการชุมนุมดังกล่าว

    โดยมีทั้ง นักการเมือง และ นายตำรวจ ที่เกี่ยวข้องหลายนาย เข้าข่ายมีความผิด ฐานเป็น เจ้าพนักงาน ปฏิบัติ และ/หรือ ละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่ โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้ได้รับอันตราย แก่กาย หรือ จิตใจ ทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้ได้รับอันตราย สาหัส ฆ่า และ พยายามฆ่าผู้อื่น โดยไตร่ตรองไว้ก่อน

    ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 295, 297, 288, 289, 83 อาทิ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น พล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ ผบ.ตร. พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผบ.ตร. พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.น. พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.น. ฯลฯ

    ขณะเดียวกัน กลุ่มพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ก็เตรียมดำเนินการ ฟ้องร้องเอาผิด กับ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ดังกล่าว โดยอยู่ระหว่าง การรวบรวมพยานหลักฐาน

    ทั้งนี้ หากป.ป.ช.ดำเนินการสอบสวน และ ชี้มูลความผิด กับ นักการเมือง และ นายตำรวจ ทั้งหมดแล้ว จะส่งผลให้ นายตำรวจทั้งหมด ต้องถูกให้ ออกจากราชการ จึงทำให้มี นายตำรวจ บางนาย พยายามหาช่องทางให้พ้นผิด จากกรณีดังกล่าว

    ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2551 ปรากฏว่า นายสิทธิพร โพธิโสดา ซึ่งอ้างว่าเป็น ทนายความ ได้ฟ้องร้องต่อ ศาลอาญา เพื่อให้ดำเนินการเอาผิด กับ

    นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์
    พล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ ผบ.ตร.
    พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผบ.ตร.
    พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.น. และ
    พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.น. รวม 5 คน

    ในความผิด ต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และ ความผิดเกี่ยว กับ ชีวิตและร่างกาย เป็นจำเลยที่ 1-5 ตามคดี หมายเลขดำ ที่ อ.4142/2551 โดยศาลนัด ไต่สวนมูลฟ้อง ในวันที่ 15 ธ.ค. 2551

    ทว่า เมื่อถึงวันนัดไต่สวนมูลฟ้อง นายสิทธิพร ซึ่งเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ในครั้งนี้ ได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีออกไป โดยอ้างว่า มีอาการท้องเสียอย่างรุนแรง ซึ่งแพทย์ผู้ทำการรรักษา มีความเห็นให้หยุดพัก 1 วัน จึงขอเลื่อนนัด การไต่สวนมูลฟ้องไปนัดหนึ่ง

    ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เป็นที่น่าสังเกตว่า นายสิทธิพร ซึ่งเป็น โจทก์ยื่นฟ้อง ในครั้งนี้ ไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่ใช่ กลุ่มพันธมิตร ประชาชน เพื่อประชาธิปไตย แต่เหตุไฉน จึงได้ไปดำเนินการ ฟ้องร้อง นายสมชาย กับ พวก รวม 5 คนดังกล่าว

    ซึ่งมีรายงานว่า นายสิทธิพร เป็นเพื่อนสนิท และเป็น คน จ.สงขลา บ้านเดียวกัน กับ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.น. การฟ้องร้องครั้งนี้ อาจเป็นไปได้ว่า จะมีการทำสำนวนการฟ้องร้อง ที่ค่อนข้างอ่อน พยานหลักฐาน เพื่อให้ศาลยกฟ้อง และ เพื่อจะได้นำไปอ้าง กับ ป.ป.ช.ว่า ศาลยกฟ้องแล้ว

    ในขณะเดียวกัน ยังหวังผลอีกว่า หากศาลประทับรับฟ้อง ในคดีดังกล่าว การไต่สวน ของ ป.ป.ช. ก็จะต้องหยุดชะงัก เพราะคดีอยู่ในความดูแล ของ ศาล ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วย การป้องกัน และ ปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 86 แล้ว

    ต่อมาเมื่อ วันที่ 26 พ.ย.2551 พล.ต.ต.อำนวย ทำหนังสื่อ ที่ตช.0016.146/5820 เรื่องขอคัดค้าน อำนาจการไต่สวน ของ คณะกรรมการป.ป.ช. ถึง ประธานป.ป.ช. โดยอ้างว่า การไต่สวนคดี ดังกล่าว นายสิทธิพร โพธิโสดา ได้ไปดำเนินการฟ้องร้อง ยังศาลอาญา แล้ว

    ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วย การป้องกัน และ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2542 จึงห้ามมิให้ ป.ป.ช. ดำเนินการไต่สวน ในคดี ดังกล่าว พร้อมทั้ง ยกตัวอย่าง กรณีตำรวจนครบาล 2 จับกุม พล.ต.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ซึ่งต่อมา พล.ต.ขัตติยะ เข้าแจ้งความร้องทุกข์ให้ ดำเนินคดี กับ ตำรวจชุดจับกุม และ พนักงานสอบสวน ได้ส่งสำนวนการสอบสวนไปให้ ป.ป.ช. แต่ต่อมา พล.ต.ต.ขัตติยะ ได้ยื่นฟ้องตำรวจ ชุดจับกุมต่อศาล ทาง ป.ป.ช. จึงมีหนังสือแจ้งไปยัง พนักงานอัยการว่า เรื่องอยู่ระหว่าง การพิจารณาของศาล กรณีจึงต้องห้าม มิให้คณะกรรมการป.ป.ช.รับ หรือ ยกคำกล่าวหา ขึ้นพิจารณา

    ด้วยข้อเท็จจริง และ เหตุผลดังกล่าว จึงขอคัดค้านเพิ่มเติม ในประเด็นอำนาจ การไต่สวนของ คณะกรรมการป.ป.ช. ในเรื่องที่กล่าวหา ทุกข้อ

    นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2551 พล.ต.ต.อำนวย ยังทำหนังสือด่วนที่สุด ที่ตช.0016.146/6340 เรื่องขอคัดค้านอำนาจการไต่สวน ของ ป.ป.ช.(เพิ่มเติม) ถึง ประธานป.ป.ช. อีกครั้ง

    โดยครั้งนี้ ได้นำสำเนาหมายเรียก พยานเอกสาร หรือ พยานวัตถุ (คดีอาญา) ศาลอาญา ตามคดีที่ นายสิทธิพร ฟ้องร้องส่งไปด้วย โดยหนังสือ ดังกล่าว ระบุว่า

    “เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.2551 ศาาลอาญาได้มีหมายเรียก พยานเอกสาร หรือ พยานวัตถุ ตามสิ่งที่ส่งมาด้วย มายัง ประธานกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อให้ส่ง สรรพเอกสาร ที่เกี่ยวข้องกับ กาารไต่สวน ไปยังศาลอาญา ก่อนวันที่ 22 ม.ค. 2552 เพื่อประกอบการพิจารณา ด้วยเหตุดังกล่าว จึงห้ามมิให้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. รับ หรือ ยกคำกล่าวหา ขึ้นพิจารณา ตามมาตรา 86(2) แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกัน และ ปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงขอให้ท่าน และ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เป็นที่ประจักษ์ ยึดถือปฏิบัติตามกฏหมาย โดยเคร่งครัด ฯ”


    การดำเนินการ เพื่อให้ ตนเอง และ พวกพ้อง พ้นผิด ตามช่องทางของกฏหมาย ยังไม่ได้หยุดลง ตรงแค่ให้ นายสิทธิพรไ ปแสร้งฟ้องเอาผิดเท่านั้น โดยเมื่อ วันที่ 7 ม.ค. 2552 พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน ได้มอบอำนาจให้

    นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความ เป็นโจทก์ ฟ้องคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้ง 9 คน ประกอบด้วย
    นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานกรรมการ ป.ป.ช.
    นายกล้านรงค์ จันทิก
    นายใจเด็ด พรไชยา
    นายประสาท พงษ์ศิวาภัย
    นายภักดี โพธิศิริ
    นายเมธี ครองแก้ว
    นายวิชา มหาคุณ
    นายวิชัย วิวิตเสวี และ
    น.ส.สมลักษณ์ จัดกระบวนพล กรรมการ
    เป็นจำเลยที่ 1-9 ฐานเป็น เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือ ละเว้น การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

    คำฟ้องดังกล่าวระบุว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติแต่งตั้ง นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. เป็น ประธานอนุกรรมการไต่สวน
    พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.
    พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.น.
    พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. ฐานกระทำผิดต่อ ตำแหน่งหน้าที่ราชการ

    กรณีสั่งให้ ตำรวจสลายการชุมนุม พื้นที่หน้าบริเวณรัฐสภา ถนนอู่ทองใน และ บริเวณใกล้เคียง เมื่อ วันที่ 7 ต.ค.2551 โดยระหว่างการไต่สวนฯ ดังกล่าว ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 28 ต.ค.2551 นายสิทธิพร โพธิโสดา เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี (ขณะนั้น) กับพวก เป็นจำเลยที่ 1-5 ต่อศาลอาญา แล้ว

    โดย ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วย การป้องกัน และ ปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 86 บัญญัติไว้ ห้ามมิให้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. รับ หรือ ยกคำกล่าวหา ตามมาตรา 84 เกี่ยวกับ เรื่องที่ ศาลรับฟ้อง ในประเด็นเดียวกัน และ อยู่ระหว่างการพิจารณา ของ ศาล หรือ ที่ศาลพิพากษา หรือ มีคำสั่งเด็ดขาดแล้ว แต่ปรากฏว่า จำเลยทั้งเก้า ไม่ได้ยุติการไต่สวน จึงย่อมมีความผิด ตามมาตรา 157 จึงขอให้ ศาลพิพากษา ลงโทษ จำเลย ตามความผิดด้วย ทั้งนี้ คดีดังกล่าวศาลรับคำฟ้องไว้ และ นัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ ในวันที่ 2 มี.ค.2552

    ต่อมา เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2552 นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความ ผู้ได้รับมอบอำนาจ จาก พล.ต.ต.อำนวย ได้ทำหนังสือ จาก สำนักงานบัญชา ทนายความ และ การบัญชี เรื่อง ขอให้ปฏิบัติตามกฏหมายโดยเคร่งครัด ถึง นายวิชา มหาคุณ กรรมการป.ป.ช. และ ประธานอนุกรรมการ

    ใจความระบุว่า ขอให้ นายวิชา ในฐานะ อนุกรรมการไต่สวน ยุติการไต่สวน เพื่อมิให้ พล.ต.ต.อำนวย ได้รับความเสียหาย จากการไต่สวน หาก นายวิชา ยังไต่สวนต่อไป โดยไม่ปฏิบัติตามมาตรา 86(2) จึงมีความจำเป็น และ เสียใจอย่างยิ่ง ที่จะต้องดำเนินคดี ในทางอาญา และ ทางแพ่ง ตามกฏหมายต่อไป

    กรณีดังกล่าว มีรายงานจาก ป.ป.ช. ระบุว่า คดีที่ ป.ป.ช. กำลังไต่สวน อยู่นั้น มีกรณีหลายข้อกล่าวหา และ หลายข้อหา ก็ไม่ซ้ำกัน ไม่ใช่ ประเด็นเดียว กับ กรณีที่มีผู้ไปฟ้องตำรวจไว้ และ คดีที่ไปฟ้องนั้น ยังถือไม่ได้ว่า ศาลได้รับฟ้องไว้แล้ว เพราะในคดีอาญา ที่ ราษฎร เป็นโจทก์ฟ้อง นั้น จะมีผลเป็นการรับฟ้อง ต่อเมื่อศาลทำการไต่สวนมูลฟ้องแล้ว มีคำสั่งให้ ประทับรับฟ้อง

    เมื่อศาลยังไม่ประทับรับฟ้อง จึงเท่ากับ ศาลยังไม่รับเป็น คดี ป.ป.ช. จึงมีสิทธิทำการไต่สวนต่อไป นอกจากนั้น ข้อหา ก็มิได้ซ้ำซ้อนกัน ที่สำคัญคือ ผู้ไปฟ้องคดี กับ ตำรวจนั้น ไม่แน่ว่า จะเป็นใคร อาจจะเป็นพวกเดียวกันฟ้องคดี เพื่อช่วยเหลือกันก็ได้ หรือ อาจจะเป็น ผู้เสียหายจริงๆ แล้วฟ้องคดี เพื่อบรรเทาความเสียหาย ของตน ก็ได้ ซึ่งต้องดูข้อเท็จจริงต่อไป แต่เมื่อ ศาลยังไม่รับฟ้อง ก็ยังไม่เป็นคดี และ ถ้าศาลรับฟ้องเมื่อใด ก็คงต้องมี การพักราชการ บรรดาจำเลย ที่ถูกฟ้อง

    “การฟ้องร้องคดีของ พล.ต.ต.อำนวย จึงมิได้สร้างความวิตกกังวล ให้แก่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้ง 9 คน แต่อย่างใด บางท่าน ถึงกับ กล่าวว่า ตำรวจ เขาดูกฏหมาย กันอย่างไร มิน่าเล่า บ้านเมือง จึงตกอยู่ในสภาพ ไร้ขื่แปเช่นนี้” แหล่งข่าวกล่าว

    ขณะที่ นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย กล่าวในเรื่องเดียวกันว่า กรณีที่ นายสิทธิพร โพธิโสดา ทนายความ ได้ยื่นฟ้อง นายสมชาย วงษ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี กับ พวก นั้น ตนขอเวลา ตรวจสอบรายละเอียด เกี่ยวกับตัว นายสิทธิพร ที่อ้างตัวเป็น ทนาย ว่าเป็น ทนายสังกัดใด มีเบอร์ติดต่อ ได้หรือไม่ จาก สภาทนายความก่อน และ จะต้องหาความชัดเจน ในการเชื่อมโยง ว่ามี ความเกี่ยวข้อง เป็นเพื่อน หรือเป็นอะไร กับ พล.ต.ต.อำนวย ตามที่หลายฝ่าย ให้รายละเอียดตนมา

    เพื่อที่จะได้ ยื่นฟ้องต่อศาล ให้ศาลรับรู้ว่า การที่ นายสิทธิพร ไปยื่นฟ้อง บุคคลทั้งหมด ที่กล่าวมาเบื้องต้น เป็นการประพฤติตน ไม่เหมาะสม ถือเป็นการใช้สิทธิ ที่ไม่สุจริต ใช้วิชามาร ซึ่งเป็นการ ฟ้องร้อง รูปแบบซูเอี๋ย เพื่อให้ศาล ได้ทราบว่า ศาล ถูกใช้เป็นเครื่องมือ

    “หากตรวจพบว่า นายสิทธิพร ใช้ตำแหน่งทนายความ ในทางที่ ไม่เหมาะสม ไม่ถูกต้อง จะต้องยื่นเรื่องให้ สภาทนายความ พิจารณา ถอนใบอนุญาติ ว่าความ ต่อไป ซึ่งผมต้องเร่งตรวจสอบ ให้รู้ถึงที่มาที่ไป ว่ามีข้อมูลด้านใด ที่จะมาโยงเรื่องได้” นายสุวัตรกล่าว

    ส่วน คณะกรรมการป้องกัน และ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ปปช. จะดำเนินการเอาผิด กับ รายชื่อที่ทาง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ชี้มูลความผิด นำเสนอให้ทราบแล้วนั้น อย่างไร นายสุวัตร กล่าวว่า ในเรื่องนี้ ป.ป.ช. มีข้อเท็จจริง อยู่ในมืออยู่แล้ว แต่ในด้านของ ศาล เราต้องรีบทำเรื่องให้ ศาล รู้ความเป็นจริง ว่าเป็นอย่างไร ซึ่งตนขอเวลา ตรวจสอบอีกครั้ง

    ด้าน นายวิชา มหาคุณ คณะกรรมการป้องกัน และ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึง ความคืบหน้า ในการไต่สวนคดี ดังกล่าวว่า ขณะนี้กำลังไต่สวนอยู่ และ ยังมีการพิจารณา ข้อโต้แย้งอยู่ แต่การที่พิจารณาได้ช้า เพราะ

    ขณะนี้ พล.ต.ต. อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้ให้ ทนายความยื่นฟ้อง นาย ปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ป.ป.ช. กับ พวก กรรมการ ป.ป.ช. รวม 9 คน ในความผิด ฐานเป็น เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือ ละเว้น การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 อย่างไรก็ตาม เราก็จะทำงานต่อไปเรื่อยๆ และ ไม่รู้สึกหวั่นไหว แต่อย่างใด ซึ่งต่อไปนี้ จะต้องมีกระบวนการ ในการแก้คดีต่อไป

    นายวิชา กล่าวว่า อย่างไรก็ดี ตนจะต้องนำเรื่องนี้ เข้าหารือในที่ประชุม ป.ป.ช. ในวันนี้ (13 ม.ค.) เพราะ เรื่องนี้เป็น เรื่องสำคัญ ถือว่าเป็น อุปสรรค และ ขัดขวาง การทำงานของเรา ทำให้เราไม่สามารถ ไต่สวนคดี ได้โดยสะดวก

    อย่างไรก็ดี เรื่องนี้ ตนไม่ได้เป็น คนขอทำ แต่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมาย ให้ดำเนินการ ในเมื่อมีการฟ้องร้อง เราก็จำเป็นต้อง ปรึกษา คณะกรรมการ ป.ป.ช.

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์
    13 มกราคม 2552 00:47 น.
    http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000003430


    พิมพ์ ข่าวนี้ แฉเล่ห์ฉ้อฉล”อำนวย” ส่งคนแสร้งฟ้องศาล สกัดป.ป.ช.เชือดคดี 7 ตุลาเลือด

    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    October 24, 2008

    “พิภพ” แฉ วิชามาร รัฐตำรวจ ไล่สอบผู้บาดเจ็บ หวังยัดเยียด ให้เป็นจำเลย จวก ส.ส.ร. 3 เล่นเกม ปิศาจ


    “พิภพ” แฉวิชามาร ตร. บีบเหยื่อ 7 ต.ค. เป็น “จำเลย” – เตือน “แม้ว” โกหก ผ่าน NBT หมิ่นศาลแน่

    พิภพ แฉ วิชามาร รัฐตำรวจ ไล่สบผู้บาดเจ็บ หวังยัดเยียด ให้เป็นจำเลย ขณะที่ ตัวเงควรเป็นจำเลย

    พิภพ แฉ วิชามาร รัฐตำรวจ ไล่สอบผู้บาดเจ็บ หวังยัดเยียด ให้เป็นจำเลย ขณะที่ ตัวเองควรเป็นจำเลย


    “พิภพ” แฉ วิชามาร รัฐตำรวจ ไล่สอบผู้บาดเจ็บ หวังยัดเยียด ให้เป็นจำเลย ขณะที่ ตัวเองควรเป็นจำเลย จะพลิกเป็น โจทก์เอง จวก ส.ส.ร. 3 เล่นเกม ปิศาจ เร่งเขียน รธน.ใหม่ เสร็จใน 30 วัน ซ่อนเงื่อนล้ม ม.309 ,237 หวังนิรโทษ 111 ศพ และฟอกผิด “แม้ว” เตือน “สมชาย” ปล่อย “พี่เมีย” พูดเท็จ ผ่าน NBT เจอฟ้องแน่ ฐานหมิ่นศาล – ร่วมทำผิดกับอาชญากร พร้อมเผย ราชนิกุล “โสณกุล” ร่วมบริจาค ช่วยผู้บาดเจ็บ 1.5 แสนบาท


    เมื่อเวลา 21.35 น. วันที่ 23 ต.ค. นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นเวทีปราศรัย ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยได้เปิดเผย ข้อมูลว่า ขณะนี้ ตำรวจ ซึ่งควรจะเป็นจำเลย จากการใช้กำลัง สลายการชุมนุม เมื่อวันที่ 7 ต.ค. กำลังจะทำตัวเป็น โจทก์เสียเอง โดยมีคำสั่ง สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ ไปยัง ผู้บาดเจ็บทุกคน และ ตำรวจ ในจังหวัดที่ผู้บาดเจ็บ มีบ้านอาศัยอยู่ ให้มารายงานตัว เพื่อที่จะสอบ ในฐานะ พยาน ในเหตุการณ์ นี่เป็น วิธีการแอบแฝง เป็นการสอบเพื่อบันทึกว่า ผู้บาดเจ็บ ได้ไปอยู่หน้า รัฐสภา เพราะอะไร และ จะเปลี่ยนจาก การที่จะกันเป็น พยาน ให้เป็น จำเลย


    คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายพิภพ ธงไชย ปราศรัย
    คลิกที่นี่ เพื่อชม นายพิภพ ธงไชย ปราศรัย (56 K)
    คลิกที่นี่ เพื่อชม นายพิภพ ธงไชย (256 K)
    จาก manager multimedia


    นายพิภพ ได้กล่าวแนะนำ ผู้บาดเจ็บ ที่มีแผล ซึ่งมี สะเก็ดระเบิดแก๊สน้ำตา ฝังใน ว่าให้มา ทำแผลใหม่ ที่เต็นท์พยาบาล เพราะต้งคว้านเนื้ เาสะเก็ด กให้หมด

    นายพิภพ ได้กล่าวแนะนำ ผู้บาดเจ็บ ที่มีแผล ซึ่งมี สะเก็ดระเบิดแก๊สน้ำตา ฝังใน ว่าให้มา ทำแผลใหม่ ที่เต็นท์พยาบาล เพราะต้องคว้านเนื้อ เอาสะเก็ด ออกให้หมด




    คลิกที่นี่ เพื่อชม
    นายพิภพ ธงไชย ปราศรัย (56 K) หรือ
    ดาวน์โหลด 12,694 KB จาก 4 shared



    คลิกที่นี่ เพื่อชม
    นายพิภพ ธงไชย ปราศรัย (256 K) หรือ
    ดาวน์โหลด 53,287 KB จาก 4 shared


    เรื่องนี้ มีการร้องเรียน กันมามากว่า จะให้ทำตัวกันอย่างไร เพราะตำรวจเข้าไปจี้ ถ้าไม่ให้การ ก็จะมี หมายตำรวจ ออกมา และ ไปตาม โรงพบยาบาล ด้วย ซึ่งวันนี้ ทนายความ ได้ชี้แจงแล้ว โดยทางที่ดีคือ ไม่ต้องให้การใดๆ ทั้งสิ้น ไม่เช่นนั้น ตำรวจ จะเปลี่ยนจาก พยาน กลายเป็น ผู้ต้องหา เพราะ เข้าไปอยู่ ในบริเวณสภา ทำให้ตำรวจต้อง สลายการชุมนุม ซึ่งเรื่องนี้ จะให้ทนายความ เขียนเป็นคำแนะว่า ควรทำตัวอย่างไร เมื่อถูก ตำรวจ ข่มขู่

    “นี่คือการอยู่ใน บ้านเมืองไทย ที่เราเคย ออกแถลงการณ์ ว่าเป็น รัฐตำรวจ ซึ่ง นักวิชาการ และสื่อมวลชน บางส่วน หาว่า เราพูดเกินจริง แต่วันนี้ พิสูจน์ ชัดเจนแล้วว่า เราอยู่ภายใต้ รัฐตำรวจ ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ ทักษิณเป็นนายก ที่ส่งเสริมให้ ตำรวจทำผิดกฎหมาย สามารถวิสามัญ ประชาชนได้ มาจนถึง รัฐบาลนายสมชาย ที่ให้ ตำรวจยิงประชาชน กลางเมืองหลวง ได้” นายพิภพกล่าว


    นายพิภพ ได้กล่าวแนะนำ ผู้บาดเจ็บ ที่มีแผล ซึ่งมี สะเก็ดระเบิดแก๊สน้ำตา ฝังใน ว่าให้มา ทำแผลใหม่ ที่เต็นท์พยาบาล เพราะต้องคว้านเนื้อ เอาสะเก็ด ออกให้หมด เพื่อไม่ให้ อักเสบกินเนื้อลึก เข้าไป และให้มา ทำแผลเรื่อยๆ อย่าเพิ่ง กลับต่างจังหวัด เพราะ แพทย์ในต่างจังหวัด อาจไม่รู้จัก พิษของระเบิด ดีพอ


    นายพิภพ กล่าวต่อว่า วันนี้เป็นวันที่ 16 แล้ว หลังจาก น้องโบว์ และ สารวัตรจ๊าบ เสียชีวิต แต่การทำงานของ ตำรวจยังไม่คืบหน้า มีแต่ ผลการสอบสวน ของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เท่านั้น ที่มีข้อสรุปออกมา ขณะที่ รัฐบาล ยังโยนกลองกันไป โยนกลองกันมา และ นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการ หัวหน้าพรรคไทยรักไทย ยังออกมาให้ข่าว บิดเบือนหาว่า เราทำให้เกิดความรุนแรง เพื่อช่วย นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ให้พ้นจากความผิด ขณะที่ นายสมชาย เอง ก็ยังไม่รับผิดชอบ ซึ่งขณะนี้ ทนายความ ของพันธมิตรฯ กำลังรวบรวมหลักฐาน เพื่อบังคับให้ นายสมชาย ต้องรับผิดชอบ ด้วยการรับโทษทางอาญา ให้ได้


    สำหรับ การช่วยเหลือ ผู้บาดเจ็บ จากเหตุการณ์ วันที่ 7 ต.ค. นั้น นายพิภพกล่าวว่า วันนี้ เราได้ช่วยเหลือ ผู้บาดเจ็บ เพิ่มอีก 10 ราย มูลค่า การช่วยเหลือ เพิ่ม 6 แสนกว่า รวมยอด การช่วยเหลือ ถึงวันนี้ ประมาณ 4.4 ล้านบาทเศษ ซึ่งเรา จะช่วยเหลือ เต็มที่ และ ยกระดับ การช่วยเหลือ ให้ถึงมือ ผู้บาดเจ็บ ให้ถึงยอด 28 ล้านบาท


    ขณะที่ การบริจาค ยอดถึงวันที่ 21 ต.ค. มีทั้งสิ้น 34 ล้านบาทเศษ ซึ่งขณะนี้ได้ หยุดรับแล้ว แต่ก็ยังมี บริจาคมาประปราย อาทิ ชมรมหาความจริง และ โปร่งใส บริจาค เงินสด 3 หมื่นกว่าบาท เช็ก 2 หมื่นบาท พนักงานบริษัทโรม 9,400 กว่าบาท คุณเสริมศักดิ์ พงษ์จันทร์พิไล 2 หมื่นบาท ผู้บริจาค รายย่อย 5 พันกว่าบาท และ อีกยอด 22,000 กว่าบาท


    นอกจากนี้ ม.ร.ว.นิวัตวาร ณ ป้อมเพชร บริจาค 50,000 บาท ม.ร.ว.สุพิชชา โสณกุล (ธิดาของ เสด็จในกรม พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า ธานีนิวัต กรมหมื่น พิทยลาภพฤฒิยากร อดีตประธานองคมนตรี และ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ) บริจาค 100,000 บาท และ ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม บริจาค ผ่าน พล.ต.จำลอง ศรีเมืองอีก 50,000 บาท


    นายพิภพ ยังได้แจ้งว่า วันอาทิตย์ที่ 26 ต.ค. นี้ เวลา 14.00 น. จะมีพิธีฌาปณกิจศพ นายสมเลิศ เกษมสุขปราการ ที่วัดพระยาสุเรนทร ซอยรามอินทรา 109 ขอเชิญ พันธมิตรฯ ไปร่วมงาน ดังกล่าว ซึ่งนายสมเลิศ นั้นมาร่วมต่อสู้กับพันธมิตรฯ ตั้งแต่ต้น และ เสียชีวิต ด้วยอาการ หัวใจวาย ระหว่างร่วมชุมนุม ในทำเนียบรัฐบาล ดังนั้นถึงแม้ไม่เสียชีวิต ในเหตุการณ์วันที่ 7 ต.ค. แต่พันธมิตรฯ ก็ยกให้ เป็นวีระบุรุษด้วย


    นายพิภพ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ รัฐบาลกำลังเร่งเขียน รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยตั้ง ส.ส.ร. 3 ขึ้นมา ซึ่งทีแรก จะใช้เวลา 240 วัน แล้ว ลดลงมาเหลือ 120 วัน ล่าสุด มีข่าวว่า จะใช้แค่ 30 วัน เท่านั้น ในการเร่งเขียนให้เสร็จ


    “นี่มันเป็น เกมอะไรกัน เกมปิศาจ ใช่หรือเปล่า จะหลอกลวง สังคมไทย แท้ที่จริง ซ่อนเงื่อนงำ เอาไว้ จะเอามาตรา 309 มาตรา 237 และ มาตรา 190 ออก(จากรัฐธรรมนูญ2550) เพื่อนิรโทษกรรม ให้ 111 คน และ ทักษิณ ชินวัตร เขากำลังดูถูก คิดว่า สังคมไทย โง่ อยากทำอะไร เพื่อ นายของตน ก็จะทำ โดยไม่คำนึง ถึงความเสียหาย ของประเทศ” นายพิภพกล่าว


    นายพิภพ กล่าวถึง กรณี พ.ต.ท. ทักษิณ จะใช้รายการ ความจริงวันนี้ ทางสถานีโทรทัศน์ เอ็นบีที ถ่ายทอดสด มาจากลอนดอน ว่า เรื่องนี้ นายสมชาย บอกว่า ไม่มีผลกระทบต่อรัฐบาล ซึ่งมันก็ใช่ เพราะรัฐบาลนี้ เป็นนอมินี ของ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่เราเห็นว่า ช่อง 11 นั้น เป็น เงิน ภาษีอากร ของประชาชน ไม่มีสิทธิ ที่คนที่ถูกลงโทษ เป็นอาชญากร จะมาแถลง ความเท็จ


    ถ้ารัฐบาล นายสมชาย ยังให้ อาชญากร มาแถลงความเท็จ นอกศาล ทั้งที่ศาล ได้ให้โอกาส สู้คดีแล้ว แต่ พ.ต.ท. ทักษิณ สละสิทธิ โดยการ หนีศาล เมื่อศาลตัดสิน ลงโทษ ไปแล้ว นายสมชาย ที่เป็น อดีตผู้พิพากษา จะให้ พ.ต.ท. ทักษิณ แถลงความเท็จ ผ่านสื่อของรัฐ ทั้งหมด แสดงว่า นายสมชาย ต้องการหักหน้าศาล นี่เป็นการทำลาย กระบวนการยุติธรรม หักศาล ทั้งที่ นายสมชาย ควรจะเอาบทสรุป ของศาล ที่ตัดสิน มา ออกอากาศ ทุกวัน เพื่อให้ประชาชนเข้าใจ


    นายพิภพ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ คนที่นิยม พ.ต.ท. ทักษิณ ในภาคเหนือ ภาคอีสาน หรือที่ไหน ก็ตาม ยังคิดว่า คมช. ตุลาการภิวัตน์ กลั่นแกล้ง พ.ต.ท. ทักษิณ และ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็บอกว่า ตนเองถูกกลั่นแกล้ง เพราะเป็น นักการเมือง จึงถูกตัดสินให้ติดคุก แต่เขาไม่บอกว่า ตัวเองเป็น นักการเมือง ที่มีผลประโยชน์ ทับซ้อน ใช้อำนาจ ในทางมิชอบ เอื้อประโยชน์ ให้เมียตัวเอง จึงถูกตัดสิน ให้มีความผิด


    “ขอเตือนไว้ว่า เราจะฟ้อง นายกฯ สมชาย และ ทีวีที่ถ่ายทอดสด พ.ต.ท. ทักษิณ ว่า หมิ่นประมาทศาล เราจะถือว่า รัฐบาล ที่คุมสื่อ อยู่แล้ว ร่วมทำผิด กับ อาชญากร ที่ถูกตัดสิน ลงโทษแล้ว 2 ปี อันนี้เรากล่าวหา รัฐบาลได้ หรือ ถ้าให้ ทักษิณ พูดต่อสาธารณะได้ ก็ต้องให้ นักโทษ เรือนแสน ได้พูดกับ สาธารณะด้วย ไม่เข้าใจว่า ทำไม อดีตผู้พิพากษา กำลังจะปล่อย ให้มีการทำลาย กระบวนการยุติธรรม ทำลายศาล ที่ตนเคยอยู่ เคยประกอบอาชีพ ถามหน่อยว่า สำนึกแบบนี้ ควรอยู่กับคน หรืออยู่กับอย่างอื่น”


    นายพิภพ กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ ต้องพูดถึง รัฐบาล พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ ด้วย เพราะ บาปกรรมครั้งนี้ พล.อ. สุรยุทธ์ มีส่วน ตอนตัดสินยุบพรรค ก็ไม่ใส่ใจ เอาคำพิพากษา ยุบพรรคไทยรักไทย ว่ามีสาเหตุอะไร ออกเผยแพร่ ทำให้พวกเรา ต้องมาประท้วงอีก ดังนั้น การกระจาย ข้อมูลข่าวสาร เป็นเรื่องสำคัญ ขอให้พี่น้อง ช่วยกัน กระจายความจริง และเชื่อมั่นว่า ความจริง ต้องชนะความเท็จ เป็นภารกิจ ทางประวัติศาสตร์ ของเรา ที่จะเอา ความจริง ไปสู้กับ ความเท็จ


    นายพิภพ กล่าวว่า วันที่ 1 พ.ย. นี้ หาก พ.ต.ท. ทักษิณ ถ่ายทอดสด ไปยังคนของพวกเขา พันธมิตรฯ จะจับตาดูว่า มีความเท็จ อะไรบ้าง และ จะอธิบาย บนเวทีนี้


    “เป็นเรื่อง ที่เหนื่อย ในการสู้กับ คนไร้ยางอาย ไม่รู้อะไรถูกผิด อะไร ควรทำไม่ควรทำ นายสมชาย จะบอก ไม่รู้ไม่ได้ เพราะเคยเป็น ผู้พิพากษา และ อยากเตือน เรื่องการปล่อยให้ สื่อหมิ่นสถาบัน ทางเว็บไซต์ ทั้งที่รัฐบาลคุมได้ แต่ไม่ทำ และยังบอกว่า ทักษิณ พูด วันที่ 1 ไม่กระทบรัฐบาล แล้วจะมี รัฐบาล ไว้ทำไม เคยถวายสัตย์แล้ว รัฐธรรมนูญ ก็มีแล้วว่า รัฐบาลต้องดูแล สถาบันต่างๆ รวมถึง สถาบันตุลาการ แต่กลับปล่อยให้ อาชญากร มาทำลาย ศาล เพราะฉะนั้น จะถือว่า รัฐบาลร่วมทำผิดด้วย ถือเป็น อาชญากร ด้วย”

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 24 ตุลาคม 2551 05:21 น.
    http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000126153


    พิมพ์ ข่าวนี้ “พิภพ” แฉวิชามาร ตร.บีบเหยื่อ 7 ต.ค. เป็น“จำเลย” – เตือน “แม้ว” โกหกผ่าน NBT หมิ่นศาลแน่


    ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


    ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    จำลอง” จี้ “เขยแม้ว” หยุดเฉไฉ – รับผิดชอบ 7 ต.ค. ให้จริงจัง


    “ลุง จำลอง” จี้ “เขยแม้ว” หยุดเฉไฉ – รับผิดชอบ 7 ต.ค. ให้จริงจัง


    “พล.ต.จำลอง” จี้ “น้องเขยแม้ว” หันมารับผิดชอบ เหตุสังหาร ปชช. 7 ต.ค. อย่างจริงจัง เลิกเบี่ยงเบนความสนใจด้วยการตั้ง ส.ส.ร.3 ย้ำต้องนำ ผลสรุป กก. สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นบรรทัดฐาน เผยพร้อมเปิด เส้นทางมัฆวานฯ อีกรอบ 14 พ.ย.

    วันที่ 23 ต.ค. พล.ต. จำลภ?? ศรีเมืภ?? แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่ภ??ระชาธิปไตย ขึ้นเวทีปราศรัย ที่ทำเนียบรัฐบาล

    วันที่ 23 ต.ค. พล.ต. จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นเวทีปราศรัย ที่ทำเนียบรัฐบาล

    เมื่อเวลา 20.55 น. วันที่ 23 ต.ค. พล.ต. จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นเวทีปราศรัย ที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า ใน วันสำคัญของชาติ คือวัน ปิยะมหาราช ในวันนี้ ภาพการนำพวงมาลา มาถวายพระบรมรูปทรงม้า ที่เราคุ้นเคย ตั้งแต่ยังเป็นนักเรียน ได้กลับมา มีแตรวงนำหน้า และขบวนทหารสวยงาม ผ่านสะพานมัฆวาน ซึ่งเรื่องนี้แกนนำ ได้ประชุมแล้วประชุมอีก เห็นว่าเป็นงานสำคัญ เราจึงเปิดเส้นทาง และ ลงแรงรื้อเวที รวมทั้งเต็นท์เพื่อเปิดช่องจราจร ทั้ง 6 ช่อง ไม่มีอะไรขวาง แม้แต่นิดเดียว


    คลิกที่นี่ เพื่อฟัง พลตรี จำลอง ศรีเมือง ปราศรัย
    คลิกที่นี่ เพื่อชม พลตรี จำลอง ศรีเมือง ปราศรัย (56 K)
    คลิกที่นี่ เพื่อชม พลตรี จำลอง ศรีเมือง (256 K)

    พลตรี จำลภ?? ศรีเมืภ?? ปราศรัย

    พลตรี จำลอง ศรีเมือง ปราศรัย



    คลิกที่นี่ เพื่อชม

    พลตรี จำลอง ศรีเมือง ปราศรัย (56 K) หรือ
    ดาวน์โหลด 6,376 KB จาก 4 shared



    คลิกที่นี่ เพื่อชม

    พลตรี จำลอง ศรีเมือง ปราศรัย (256 K) หรือ
    ดาวน์โหลด 26,587 KB จาก 4 shared


    พล.ต.จำลองกล่าวต่อว่า นอกจากนั้น เพื่อให้เกิดความสวยงาม เราได้ซื้อผ้าเหลืองมาขึง 2 ข้างทาง และบางจุด มีโต๊ะหมู่บูชาด้วย เป็นภาพที่ ประชาชนที่เห็นก็ดีใจ ที่ไม่มีสิ่งกีดขวาง ตำรวจก็ดีใจ ที่เราเปิดเส้นทางจราจร แต่เนื่องจาก เรามีความจำเป็น ที่เราไม่สามารถ รื้อบริเวณข้างๆ ออกไปได้ เพราะคนเรามีมากข้าวของก็มีมาก แต่ตำรวจ ก็เห็นว่า ยังไม่ปลอดภัยเพียงพอ จึงจัดเส้นทางเสด็จ เลี่ยงไปทางอื่น ที่ประชุมเรามีมติ อีกว่า เมื่อเปิดเส้นทางแล้ว เราจะไม่เอาเวที หรือเอาเต็นท์ ไปตั้งอีก เพื่อเปิดการจรจร ทั้งวันทั้งคืน


    แต่ปรากฏว่าวันนี้ กลางวันแสกๆ ที่เรากำลัง รื้อเต็นท์ มีนรกป่วนกรุง เอาประทัดยักษ์ มาโยนใส่เรา จนแตกตื่นกันไปทั่ว ขณะรื้อเต็นท์ เราจึงเห็นว่า ชีวิตสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ทางแกนนำ จึงตกลงกันว่า คงจะต้องปิด แต่ไม่ปิดแบบเกะกะ แต่ปิดแบบโล่งๆ มีคนตรวจตรา ก่อนเข้าออก เพื่อความปลอดภัย ของพวกเรา ซึ่งเราทำได้แค่นี้ ตำรวจก็ดีใจแล้ว เพราะไม่รู้ว่า จะย้ายคน ย้ายของ ไปตรงไหน


    ส่วนวันที่ 14-19 พ.ย. นี้ เราอาจต้องเสี่ยง ถ้ามีพิธีเป็นมั่นเป็นเหมาะ เช่น ถ้าจะมี ขบวนเสด็จพระราชดำเนิน ไปสนามหลวง พวกนั้น คงไม่กล้า เข้ามาทำอะไร เราคงต้องพิจารณา อีกครั้ง เพราะการเปิดไม่ยาก เนื่องจากไม่มีเวทีอยู่แล้ว ซึ่งทั้งหมด ที่เราทำ ไม่มีใครขอร้อง เมื่อเราเห็นว่า มีความจำเป็นเราก็ทำ


    พล.ต. จำลอง กล่าวต่อว่า วันนี้ เราชุมนุมมาเป็น วันที่ 152 แล้ว และ เหตุการณ์ที่ น้องโบว์ และ สารวัตรจ๊าบ จากเราไป ก็ผ่านมา หลายวันแล้ว แต่ ตำรวจ ยังไม่ออกมา รับผิดชอบ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็ไม่รับผิดชอบ ไม่รู้เป็นนายกฯ อยู่ได้อย่างไร มีแต่ทำแบบ ขอไปที ด้วยการตั้ง คณะกรรมการ มาสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นเรื่อง ที่ไม่ถูกต้อง เพราะ นายสมชาย เป็นหัวหน้ารัฐบาล ที่สั่งการ จึงเป็นจำเลย ในเหตุการณ์ แล้ว จำเลยจะตั้งกรรมการ มาสอบสวน จำเลย ได้อย่างไร


    นอกจากนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ ซึ่งเป็น องค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญได้สอบสวน และมีข้อสรุป ออกมาแล้ว ว่า รัฐบาล และ ตำรวจ ผิดทั้งคู่


    นายสมชาย ควรจะเอามติของ คณะกรรมการสิทธิฯ มาเป็นบรรทัดฐาน ไม่ต้องตั้งกรรมการ ให้เสียเวลา แต่เขาก็ทำ ตามแบบฉบับ เพราะเขา ไม่รับผิดชอบ ผลกรรมเลยตกไปอยู่ กับตำรวจ และ นายสมชายเอง ไม่ยอมรับผิดชอบ และไม่ขอโทษแม้คำเดียว ไปไหนจึงถูก มือตบไล่ และ เพิ่มคำว่า “ฆาตกร” เข้าไปด้วย และถึงขนาด ที่มีอะไรก็ขว้าง มีอะไรก็เหวี่ยง แล้วรองเท้า ก็ลอยมา แต่ นายสมชาย ก็ยังไม่รู้สึกอีก


    “ผู้สื่อข่าว ก็ถามเราว่า ทำไมรองเท้าลอยมา ผมก็ตอบว่า เพราะพันธมิตร ถูกตำรวจต่อย แต่รองเท้าลอย ไม่เกิดอะไร แค่รู้สึกว่าแย่ แต่เราถูกต่อย เราเจ็บ”


    พล.ต. จำลอง กล่าวต่อว่า การตั้ง ส.ส.ร. 3 เป็นวิธีการที่ รัฐบาลจะเบี่ยงเบนความสนใจ จากเหตุการณ์ วันที่ 7 ต.ค. ซึ่งก็ไม่ได้รับความสนใจ เพราะไม่มีใครเอาด้วย อ้างว่าเป็น มติ 4 ฝ่าย ที่จริงเป็นแค่ ฝ่ายเดียว นักวิชาการบางคน บอกว่าเป็นแค่ ปาหี่ เพราะฉะนั้น นายสมชาย ต้องเลิกคิด เบี่ยงเบนความสนใจ หันมารับผิดชอบ เรื่องที่ พันธมิตรต้องเสียชีวิต และบาดเจ็บ อย่างเต็มที่

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 24 ตุลาคม 2551 01:39 น.
    http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000126140


    พิมพ์ ข่าวนี้ “ลุงจำลอง” จี้ “เขยแม้ว” หยุดเฉไฉ – รับผิดชอบ 7 ต.ค.ให้จริงจัง


    ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


    ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    October 22, 2008

    กรรมการสิทธิมนุษยชน ชี้แจงว่า ก่อนเกิดเหตุการณ์ 7 ตุลาคม มีการละเมิด สิทธิมนุษยชน หลายกรณี


    ฝ่ายค้านโชว์ ซีดี ตร.ฆ่า ปชช. กลางสภา – พปช.โวยลั่น คกก.สิทธิฯ เข้าข้าง ปชช.

    ตั้งท่าปากันเต็มที่ โดย�้างเป็นกระสุนแก๊สน้ำตาแบบลูกขว้าง

    ตร.ยิงแก๊สน้ำตา ใส่ผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ เมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา ตั้งท่าปากันเต็มที่ โดยอ้างเป็น กระสุนแก๊สน้ำตา แบบลูกขว้าง

    สภาพิจารณา ผลงาน คกก.สิทธิมนุษยชนฯ ไร้เงา “สมชาย” และ รมต. ส่วน “อภิวันท์” อ้างประสานผิดพลาด ส.ส.ปชป. รุมยำ รัฐบาล – ตร. ในเหตุการณ์ 7 ต.ค.พร้อมแจก ซีดี “ตร.ฆ่าประชาชน” ตอกย้ำพฤติกรรมโฉด วอนอย่าใช้ ตร.ชุดฆ่า ปชช. เหมือนที่ผ่านมา ต้องใช้ ตร. มีความรู้ ความคิด ขณะที่ ส.ส.พปช. โวย กก.สิทธิฯ วางตัวไม่เป็นกลาง เข้าข้าง ปชช. ด้าน กก.สิทธิฯ เตรียมทำรายงาน สรุปเหตุการณ์ 7 ตุลาฯ รับสลดใจ น้องโบว์ – ตี๋ ถูกกล่าวหา พกระเบิด จวกตร. ใช้แก๊สน้ำตา มากเกินไป

    วันนี้ (22 ต.ค) การประชุมสภาผู้แทนราษฎร มี นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม ได้แจ้งให้ ที่ประชุม ทราบว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ในฐานะ ประธานคณะกรรมการ ติดตามสถานการณ์ร่วม ทำหนังสือตอบกลับ ข้อหารือ ของ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เรื่องการรักษาความไม่สงบเรียบร้อย ในวันประชุมสภา ว่า


    ตามที่ ประธานสภาได้ขอหารือ หากสภาผู้แทนราษฎร จะมีการนัดประชุมสภา ตามปกติ จะมีเหตุให้เกิดความวุ่นวาย หรือ ความไม่สงบเรียบร้อย หรือไม่ และกองทัพบก จะมีแผนการรักษาความปลอดภัย อย่างไร นั้น


    ขอชี้แจงว่า คณะกรรมการติดตาม สถานการณ์ร่วม จะมีอำนาจหน้าที่ ในการติดตาม ตรวจสอบ และ ประเมินแนวโน้มของ สถานการณ์ที่อาจ ส่งผลกระทบ ต่อความสงบเรียบร้อย ต่อประชาชน และเป็นภัยต่อ ความมั่นคงของรัฐ พร้อมกับเสนอ มาตรการ และแนวทางปฏิบัติ เพิ่มต่อ นายกรัฐมนตรี


    ทั้งนี้ สถานการณ์ ความไม่สงบเรียบร้อย ในพื้นที่กรุงเทพฯ ยังอยู่ใน ความรับผิดชอบหลัก ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ในการแก้ปัญหา และกองทัพบก จะสนับสนุน ภารกิจการรักษาความสงบเรียบร้อย ในฐานะ ผู้ช่วยเหลือ เจ้าพนักงาน ตามแผนและขั้นตอน ที่ สตช. กำหนดไว้ ดังนั้น หากเกิดเหตุการณ์ ความไม่สงบเรียบร้อย ต่อรัฐสภา ต้องถือว่า เป็นภาระหน้าที่ ที่สตช. จะให้การรักษาความปลอดภัย


    นายสามารถ กล่าวว่า ผบ.ทบ. ยังระบุว่า กองทัพบก ในฐานะ ผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงาน จะสนับสนุนกำลังเพิ่มเติม เมื่อได้รับการร้องขอ อย่างเต็มขีด ความสามารถ เนื่องจากการใช้กำลังทหาร เข้าปฏิบัติภารกิจ การรักษาความสงบเรียบร้อย ในพื้นที่กรุงเทพฯ ยังไม่มีกฎหมายรองรับ การปฏิบัติของ เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร


    อย่างไรก็ดี รัฐสภา สามารถพิจารณา ความเหมาะสม ในประเด็น ห้วงเวลา และสถานที่ ในการประชุม ให้มีความสอดคล้อง กับสถานการณ์ หากกรณี มีสิ่งบอกเหตุ ที่จะมีการเผชิญหน้ากัน ระหว่างมวลชน ฝ่ายต่างๆ เพื่อลดความตึงเครียด จนกว่าสถานการณ์ จะคลี่คลายในทางที่ดีขึ้น เพื่อใช้ ประกอบ การพิจารณา กำหนดการประชุมสภา ได้เช่นเดียวกัน


    นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ประธานวิปฝ่ายค้าน อภิปรายว่า หากมีการชุมนุม หน้ารัฐสภา ขึ้นอีก รัฐสภา มีแผน รองรับเหตุการณ์ หรือไม่ เพราะวันที่ 7 ตุลาคม รัฐบาลอ้างความจำเป็นว่า ต้องแถลง นโยบายของรัฐบาล ให้ได้ทันตามกรอบเวลา ที่รัฐธรรมนูญ กำหนดไว้ ภายใน 15 วัน หลังได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น นายกรัฐมนตรี ซึ่งจะครบกำหนด ในวันที่ 9 ตุลาคม และในวันนั้น ประธานรัฐสภา เตรียมแผน การเลื่อนประชุม หรือเปลี่ยน สถานที่ประชุม ได้หรือไม่ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนไว้ อย่างชัดเจนว่า จำเป็นต้องแถลงนโยบาย ที่รัฐสภา หรือไม่ แต่ประธานรัฐสภา ยืนยันว่า ต้องแถลง ที่รัฐสภา จะไปที่อื่นได้อย่างไร ในที่สุด ก็มี เหตุการณ์สลายการชุมนุม เกิดขึ้น


    นาย บุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายโดยนำ วีซีดี “ตำรวจฆ่าประชาชน” ที่บันทึกเหตุการณ์ สลายชุมชุม เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม มาแสดง ในที่ประชุม พร้อมระบุว่า หากมีการชุมนุมเกิดขึ้น ที่รัฐสภาอีก อย่าใช้ตำรวจ ชุดฆ่าประชาชน เหมือนที่ผ่านมา ต้องใช้ตำรวจ ที่มีความรู้ มีความคิด สามารถควบคุมประชาชน ได้อย่างแท้จริง


    ขณะที่ ส.ส.พรรคพลังประชาชน อาทิ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน อภิปรายว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมี วีซีดีอยู่ 2 ชุด สำหรับตนมีชุด “พันธมิตรฯ ฆ่าประชาชน” ซึ่งตนไม่อยาก ให้ด่วนสรุปเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น ควรรอผลการสอบสวน โดยคณะกรรมการ ที่นายกรัฐมนตรีตั้งขึ้น ซึ่งไม่ว่า กรณีคาร์บอมบ์ หน้าพรรคชาติไทย หรือ น้องโบว์ (น.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ ) ที่เสียชีวิต ในเหตุการณ์นั้น ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐสภา


    ทั้งนี้ ตนสนับสนุน การตัดสินใจ เปิดประชุมของ ประธานรัฐสภา ส่วนการบอยคอต ของ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จะเกี่ยวข้องกับ เหตุการณ์ คาร์บอมบ์ ที่มีคนของ กลุ่มพันธมิตรฯ เสียชีวิต ในที่เกิดเหตุ และ จะมีการเตรียมการ ทำอะไรในสภา หรือไม่ คงต้องติดตาม การตรวจสอบ ต่อไป แต่มีข้อสังเกตว่า วันนั้นกล้องวงจรปิด รัฐสภา มีผ้าสีดำ ปิดไว้หมด และมีความพยายาม พังประตูรัฐสภา เข้าไป


    “คนเป็นสมาชิกรัฐสภา ต้องร่วมกันแก้ปัญหา ไม่ใช่ไปพาพวก มาปิดล้อม ผมเชื่อว่า ถ้าผลสอบสวนออกมา ระบุว่า รัฐบาลผิด ไม่มีใครหน้าด้าน อยู่ต่อไป อย่างไรก็ดี ขอถาม พรรคประชาธิปัตย์ ว่า วันนั้น นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.สัดส่วน ได้เข้าประชุม ด้วยหรือไม่ คนเป็นสมาชิก แต่ไม่เข้าทำหน้าที่ แล้วไปร่วมชุมนุม หรือรู้เห็นเป็นใจ ให้เกิดเหตุการณ์ มีแผนการอะไรหรือไม่” นายจตุพร กล่าว


    นพ. อสิ มะหะมัดยังกี ส.ส.สตูล พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ตนเป็นผู้หนึ่ง ที่ถูกสะเก็ดระเบิด เนื่องจากได้เข้าไป สังเกตการณ์ชุมนุมด้วย แต่ยืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการปิดล้อมรัฐสภา เพื่อล้มรัฐสภา หรือทำให้เกิดความรุนแรง มีวิกฤตในบ้านเมือง และตนไม่ได้หนีไปรักษาตัว ที่บ้าน แต่การรักษาตน อาศัยหลักวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่หลักไสยศาสตร์ อย่างไรก็ตาม ทราบว่า มีการปลุกระดม ประชาชนทางเอ็นบีที โดยคนเรียกว่า “สามเกลอหัวขาด” แต่ตนขอเรียกว่า “สามเกลอหัวเสีย” เพราะหัวมันเสียไปแล้ว ทำให้ นายจตุพร ลุกขึ้นประท้วง ให้ถอนคำพูด ดังกล่าว ในที่สุด นพ.อสิ ยอมถอนคำพูด แต่ยังยืนยันว่า ไม่เป็นไร ตนถอนคำพูดได้ แต่ใจยังคิดอยู่


    ด้าน นายสามารถ ชี้แจงว่า ขณะนี้ประธานรัฐสภา มีภารกิจอยู่ที่ต่างประเทศ ตนจะนำข้อคิดเห็น ของสมาชิก นำเสนอ และคงต้อง ประชุม ผู้เกี่ยวข้อง ต่อไป ส่วนวีซีดีในเหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคม ในฐานะประธาน ตนวางตัวเป็นกลาง และมี วีซีดีทั้งสองชุดแล้ว และตัดบท นำเข้าสู่ วาระการประชุม ต่อไป


    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น ที่ประชุมได้พิจารณา วาระรับทราบ รายงานผลการปฏิบัติงาน ประจำปี 2549 ของ คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชน แห่งชาติ อย่างไรก็ดี ส.ส. ทั้งสองฝ่าย ยังหยิบยก เหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคม มาอภิปราย และตอบโต้กัน อย่างเคร่งเครียด โดย ส.ส.พรรค พลังประชาชน ได้ตำหนิการทำหน้าที่ ของคณะกรรมการสิทธิฯ ว่า วางตัวไม่เป็นกลาง


    โดย นายบุญจง วงค์ไตรรัตน์ ส.ส.นครราชสีมา พรรคพลังประชาชน กล่าวว่า สงสัย ความเที่ยงธรรม ในการทำหน้าที่ของ คณะกรรมการสิทธิฯ เหตุการณ์ 7 ตุลาคม ชัดเจนว่า ผู้ชุมนุมวางแผน ไม่ต้องการให้ รัฐบาลแถลงนโยบาย ทั้งที่เป็นหน้าที่ของ รัฐบาล และ สภา การชุมนุม วันนั้น พร้อมก่อ จลาจล แกนนำยั่วยุ ให้ผู้ชุมนุมใช้อาวุธ ส.ส.ข้าราชการ สื่อ ถูกกักขัง หน่วงเหนี่ยวอิสรภาพ หลายชั่วโมง


    หากวันนั้น ผู้ชุมนุมบุกเข้ามาได้ คงไม่เหลือ ที่สำคัญ นายเสน่ห์ จามริก ประธาน คณะกรรมการสิทธิฯ ออกมา แถลงสรุปว่า เหตุการณ์สูญเสีย วันดังกล่าว เกิดจากการที่ รัฐบาลต้องการ แถลงนโยบายให้ได้ ไม่ได้ทำตาม กระบวนการยุติธรรม และเป็นฝ่ายผิด ตนขอถามว่า ทำไมจึงสรุป ด้านเดียว และดูแต่ปลายเหตุ แต่ต้องดูต้นเหตุ คือ การปิดล้อม ไม่ให้สมาชิก มาทำหน้าที่ และขอถามว่า การที่ผู้ชุมนุม ปิดถนนราชดำเนิน ยึดทำเนียบ ยึดสถานีเอ็นบีที คณะกรรมการสิทธิฯ ทำไมไม่นำเรื่อง มาพิจารณาว่า เป็นไปตามมาตรา 63 ของรัฐธรรมนูญหรือไม่


    ด้าน นายสาทิตย์ ขอให้กำลังใจ คณะกรรมการสิทธิฯ ในการกระตุกสำนึก ของคนที่ใช้อำนาจรัฐ ทั้งนี้ รายงานเมื่อ ปี 2549 พบว่า เกิดการละเมิด สิทธิในกระบวนการยุติธรรม มากสุด และ ผู้ถูกกล่าวหามากสุด คือตำรวจ ก็สะท้อน ถึงเหตุการณ์ 7 ตุลา ด้วย ส่วนที่มี ส.ส. หนุนการเปิดทาง ให้ สมาชิกเข้าสภา ในวันดังกล่าว ขอถามว่า มีสมาชิกบาดเจ็บ ขาขาดกี่คน ส.ส.ออกมาพูด ได้อย่างไรว่า คนที่มาชุมนุม จะเข้ามาฆ่า แล้วเลยต้องฆ่า ก่อนหรือ เช้าวันดังกล่าว มีคนขาขาด ที่ประตูทางเข้า เมื่อถึงขั้นนี้ จะให้ผู้แทนข้ามเข้ามา ประชุมหรือ สภาสามารถ เลื่อนประชุมได้อีก 2 วัน แต่มี การอ้างความจำเป็น ถึงกับต้อง สังเวยชีวิต และรัฐบาล ก็ไม่ออกมารับผิดชอบ วันนี้นายกฯ ก็ไม่มาฟัง คนฝ่ายรัฐบาล ก็ประกาศว่า จะทำสงคราม ประชาชน เจตนายั่วยุ ให้เกิดการปะทะ ตนจึงสงสัย ในท่าทีรัฐบาล เพราะที่มี การระดมคน เป็นกลุ่มของรัฐบาล วันนี้ ตนห่วงมากว่า จะเกิด การนองเลือด ครั้งใหญ่


    พ.อ. อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภา คนที่ 2 ทำหน้าที่ ประธานการประชุม ชี้แจงว่า ที่นายกฯ และรัฐมนตรี ไม่มา เพราะตอนแรก คณะกรรมการ สิทธิฯ ประสานมาว่า ไม่พร้อม มาชี้แจง ตนเลยจำต้องนำ กฎหมายมา พิจารณาก่อน แต่ตอนบ่าย คณะกรรมการสิทธิฯ แจ้งว่า พร้อม จึงถือเป็น ความบกพร่อง ของตน ในการประสาน กับ ครม.


    ผู้สื่อข่าว รายงานว่า จากนั้น ส.ส.ฝ่ายค้าน และ รัฐบาล สลับกัน ขึ้นอภิปราย โดย ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลโดยเฉพาะ พรรคพลังประชาชน อภิปรายโจมตี การทำหน้าที่ ของคณะกรรมการสิทธิฯ โดยเฉพาะ นายเสน่ห์ ที่เคยออกมา หนุนรัฐประหาร 49 และ รีบออกมา แถลงว่า เหตุการณ์ 7 ตุลาคม รัฐบาลผิด จึงห่วงใน วุฒิภาวะ ในการทำหน้าที่ ส่วน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสังเกต ถึงการละเมิดสิทธิ์ ในกระบวนการยุติธรรม


    จากนั้น นางสุนี ไชยรส กรรมการสิทธิมนุษยชน ชี้แจงว่า ก่อนเกิดเหตุการณ์ 7 ตุลาคม มีการละเมิด สิทธิมนุษยชน หลายกรณี สำหรับ เหตุการณ์ 7 ตุลาคม คณะกรรมการสิทธิฯ อยู่ระหว่าง การทำรายงาน ตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งหมด โดยได้มีโอกาส ไปเยี่ยม ประชาชนผู้บาดเจ็บ ในเหตุการณ์ สลายการชุมนุม ส่วนตำรวจ ที่ปฏิบัติหน้าที่ ได้ไปเยี่ยมเช่นกัน แต่ไม่สามารถ เข้าไปพบได้ เนื่องจากยังอยู่ระหว่าง การพักรักษาตัว ในห้องไอซียู แต่เสียใจ ที่มี การใช้แก๊สน้ำตา เข้าสลายการชุมนุม ซึ่งทำให้เกิดบรรยากาศ ที่น่ากลัว ทำให้ประชาชน แขนขาด ขาขาด


    ซึ่งคณะกรรมการสิทธิฯ มีมติให้ ตรวจสอบว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีข้อเท็จจริงอย่างไร นอกจากนี้ ยังได้รับ การร้องเรียน จาก นายตี๋ (ชิงชัย เจริญอุดมกิจ ศิลปินนักวาดรูป) ที่ถูกกล่าวหาว่า กำระเบิดในมือ และ น้องโบว์ (น.ส. อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ ) มีระเบิดติดตัวอยู่ ซึ่งเป็นที่น่าสลดใจ ในความสูญเสีย ที่เกิดขึ้นและ เสื่อมเสียเกียรติ ของครอบครัว ทั้งสองคน ที่ถูกกล่าวหา ซึ่งต้องตรวจสอบ ข้อเท็จจริงต่อไป คณะกรรมการสิทธิฯ ไม่ได้ต้องการ ประณามฝ่ายใด ทั้งสิ้น แต่มีหน้าที่ พิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้น โดยยึดหลัก ความเป็นธรรม


    นางสุนี กล่าวว่า จาก การตรวจสอบ ที่เกิดขึ้น ฝ่ายตำรวจได้ออกมา ยอมรับว่า มีการใช้ แก๊สน้ำตา สลายการชุมนุมม มากเกินไป ดังนั้น คณะกรรมการสิทธิฯ ต้องการออกมา ป้องปราม ไม่ให้เกิดความรุนแรง ขึ้นอีก แต่รายงานนี้ ยังไม่สมบูรณ์ หากตรวจสอบ ข้อเท็จจริง เรียบร้อย เมื่อไหร่ จะส่งให้ สภารับทราบต่อไป วันนี้ ต้องเร่งหา ข้อเท็จจริง จากทุกฝ่าย ทั้งนี้ คณะกรรมการสิทธิฯ เน้นการตรวจสอบ การใช้อำนาจ ของ รัฐ เป็นประเด็นหลัก และต้องการให้ ผลการตรวจสอบครั้งนี้ เป็นบรรทัดฐาน ในการควบคุมการชุมนุม ด้วยความสงบ และ ไม่ใช้ความรุนแรงต่อไป

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 22 ตุลาคม 2551 20:20 น.
    http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000125751


    พิมพ์ ข่าวนี้ ฝ่ายค้านโชว์ ซีดี ตร.ฆ่า ปชช. กลางสภา – พปช.โวยลั่น คกก.สิทธิฯ เข้าข้าง ปชช.


    ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


    ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    September 24, 2008

    ตำรวจวัดโบสถ์ ยัน “พ.ต.ต.เงิน ทองสุข” 1 ใน 5 นายตำรวจพัวพันคดี “สมชาย ลีนะไพจิตร” จมหาย ใต้เขื่อน แควน้อย จริง


    ตร.วัดโบสถ์ ยัน “พ.ต.ต.เงิน”1 ใน 5 ตำรวจพัวพัน คดี “สมชาย” จมใต้เขื่อน แควน้อยจริง


    พิษณุโลก – ตำรวจวัดโบสถ์ยัน “พ.ต.ต.เงิน ทองสุข” 1 ใน 5 นายตำรวจพัวพันคดี “สมชาย ลีนะไพจิตร” จมหายใต้เขื่อนแควน้อยจริง แต่ยังหาศพไม่พบ


    รายงานข่าวจาก จังหวัดพิษณุโลก แจ้งว่า เย็นวันนี้ (24 กันยายน 2551) ตำรวจสอบสวนคดีพิเศษ( DSI ) ได้เดินทาง มาพบ ร.ต.อ.อโณทัย ช้างพินิจ ร้อยเวร สภ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก เจ้าของคดีปริศนา การจมน้ำของ พ.ต.ต.เงิน ทองสุข 1 ใน 5 ตำรวจ ที่พัวพัน คดีการหายตัวไป ของ นายสมชาย นีละไพจิตร ประธานชมรม นักกฎหมายมุสลิม โดย พ.ต.ต.เงิน และนายนฤชัย ชินวัณณรัตน์ หลานชาย เจ้าของ รับเหมาก่อสร้าง เขื่อนแควน้อยได้จมน้ำ ใต้เขื่อนแควน้อย หลังไปดูแล แบ็คโฮ ขุดทำนบดิน ที่กั้น ระหว่างเขื่อนแควน้อย และ เขื่อนสันตะเคียน


    ร.ต.อ.อโณทัย ช้างพินิจ ร้อยเวร สภ.วัดโบสถ์ ร้อยเวร ยอมรับว่า ดีเอสไอ. ลงพื้นที่ เพื่อยืนยันว่า ผู้สูญหายอีกราย ที่ยังไม่พบศพ ว่าเป็น พ.ต.ต.เงิน จริง หรือ ไม่ ซึ่งตน ก็ให้ข้อมูลไปว่า จริง เพราะสอบถาม พยานแวดล้อม ต่างยืนยันว่า ใช่ และ หลายคน ที่เห็นเหตุการณ์ ต่างยืนยันว่า ผู้สูญหาย อีกคน คือ พ.ต.ต.เงิน ทองสุข จริง


    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ หน่วยกู้ภัยและ นักประดาน้ำ ต่างระดม ค้นหาศพที่เหลืออยู่ 1 ราย ( 21 ก.ย. ที่ผ่านมา ศพของนายนฤชัย ซึ่งเป็นหลาน เจ้าของบริษัทรับเหมา) ลอยขึ้นมา เหนือน้ำ แต่ร่าง พ.ต.ต.เงิน (ที่เป็นคนติดตาม) ยังไม่พบ


    เจ้าหน้าที่กู้ภัยบูรพา พร้อมชุดปฏิบัติการใต้น้ำ ได้ลงเรือท้องแบน ค้นหาร่าง พ.ต.ต.เงิน ทองสุก ที่เกิดอุบัติเหตุ จมในอ่างเก็บน้ำ เขื่อนแควน้อย เมื่อเช้ามืด ของวันที่ 19 กันยายน 2551 ซึ่งร่างของศพ ยังไม่พบ คาดว่า ติดอยู่กอ หรือกิ่งไม้ ใต้เขื่อน ถือว่า เป็นอุปสรรค ที่ไม่สามารถ ค้นหาศพ ได้ในเวลารวดเร็ว ประกอบกับ น้ำสูงกว่า 30 เมตร แม้ยัง ไม่กักเก็บน้ำ 100%


    ส่วนข่าวลือว่า มีการตั้งรางวัล ผู้พบศพ ถึง 5 แสนบาทนั้น ได้รับการยืนยัน จาก เจ้าหน้าที่ระดับสูง ของ โครงการเขื่อนแควน้อย ว่า ไม่เป็น ความจริง


    ทั้งนี้เป้าหมาย การค้นหาศพ ที่ไม่ธรรมดา เนื่องจาก ต้องการ คลี่ปมปริศนา การจมน้ำของ พ.ต.ต.เงิน ว่า จริงหรือเท็จ เพราะเกรงว่า จะมีการแทง จำหน่าย ว่า เสียชีวิตไปแล้ว เพราะ นายตำรวจ คนนี้เป็น 1 ใน 5 ตำรวจ ที่พัวพัน คดีการหายตัวไป ของ นายสมชาย นีละไพจิตร ประธาน นักกฎหมายมุสลิม เมื่อ 2547


    ที่ ศาลอาญา ตัดสินให้ พ.ต.ต.เงิน ทองสุข อดีต สว.กอ.รมน. ช่วยราชการ กองปราบปราม รับโทษ 3 ปี แต่จำเลย อยู่ระหว่างยื่น อุทธรณ์ ส่วนพวก อีก 4 นาย ศาลยกฟ้อง หลังต้องคดี ทำให้ พ.ต.ต.เงิน ทองสุข ถูกให้ออกจากราชการ และมาช่วยญาติ ในบริษัท ยูบีซี ร่วมค้า รับเหมา งานก่อสร้าง เขื่อนแควน้อย อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก


    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 24 กันยายน 2551 22:38 น.
    http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000113538


    พิมพ์ ข่าวนี้ ตร.วัดโบสถ์ยัน “พ.ต.ต.เงิน”1 ใน 5 ตำรวจพัวพัน คดี “สมชาย” จมใต้เขื่อน แควน้อยจริง


    ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    “อังคณา” จี้สอบ การหายตัวไปของ “พ.ต.ต.เงิน ทองสุก” หนึ่งในผู้ต้องหา ทีมอุ้มทนายสมชาย

     การหายไปข�งนายสมชาย นีละไพจิตร

    การหายไปของนายสมชาย นีละไพจิตร


    “อังคณา” จี้สอบ “พ.ต.ต.” ทีมอุ้ม “ทนายสมชาย” อ้างตายพร้อมหลาน!


    “อังคณา นีละไพจิตร” จี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบการหายตัวไปของ “พ.ต.ต.เงิน ทองสุก” หนึ่งในผู้ต้องหา ทีมอุ้มทนายสมชาย ที่อ้างตายพร้อมหลาน แต่ไม่พบศพ ขณะที่ดีเอสไอ รับลูกทันที ตรวจสอบแล้ว พบแต่ศพหลาน พ.ต.ต.เงิน เท่านั้น


    วันนี้ (24 ก.ย.) เมื่อเวลา 14.30 น. นางอังคณา นีละไพจิตร ภรรยาของ ทนายสมชาย นีละไพจิตร กล่าวถึงกรณีเหตุดินถล่ม ใน อ่างเก็บน้ำ แควน้อย จ.พิษณุโลก เป็นเหตุให้ พ.ต.ต.เงิน ทองสุก จำเลย ในคดีหน่วงเหนี่ยวกักขัง นายสมชาย นีละไพจิตร จมน้ำ หายสาบสูญ ว่า ต้องการเรียกร้องให้สื่อ ค้นหาความจริงว่า เกิดอะไรขึ้น


    พ.ต.ต.เงิน หายสาบสูญไป จริงหรือไม่ หรือเป็น การสร้างสถานการณ์ ซึ่งตนได้ประสาน เพื่อตรวจสอบข้อมูล ในการแจ้งความ คนหาย กับ สภ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก แล้ว แต่ยังไม่ได้ ความคืบหน้าและ ความชัดเจน เท่าที่ควร จึงยังไม่ทราบข้อเท็จจริง ที่เกิดขึ้น
    พ.ต.ต.เงิน ท�งสุก (เสื้�ขาว)ในวันที่ถูกพิพากษา

    พ.ต.ต.เงิน ทองสุก (เสื้อขาว)ในวันที่ถูกพิพากษา


    เรื่�งราวที่ทนายสมชายหายตัวไป

    เรื่องราวที่ทนายสมชายหายตัวไป


    อย่างไรก็ตาม ขอเรียกร้องให้ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึง รัฐบาลภายใต้แกนนำของ พรรคพลังประชาชน ออกมา ชี้แจง ในเรื่อง ดังกล่าว ให้กระจ่างชัด โดยเร็ว เพราะส่วนตัว มองว่า การที่ นายตำรวจ ระดับชั้นสัญญาบัตรคนหนึ่ง และเป็น จำเลยที่ 1 ในคดี ของ สามี หายสาบสูญไป ก็ต้อง มีศพให้เห็น และ การจมน้ำ จากน้ำท่วม ก็ต้องมี เจ้าหน้าที่ประดาน้ำ งม หาศพ โดยต้องมี การพยายามค้นหา มากน้อย แค่ไหน และ ควรจะเชื่อถือ ได้หรือไม่ว่า หายสาบสูญ ไปจริง


    “พ.ต.ต.เงิน ทองสุก จำเลย คดีทนายสมชาย หายสาบสูญจาก น้ำท่วม ตรงนี้คดี อยู่ระหว่าง การพิจารณาของ ศาลอุทธรณ์ นานกว่า 2 ปี และ น่าจะมี คำพิพากษา ในเร็วๆ นี้ ถ้าจำเลยหาย จะมีผลต่อคดีมาก


    ตรงนี้ขอเรียกร้องให้ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม คนใหม่ เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง ทำความจริง ให้ปรากฎ การหายไป เป็นการจงใจ ให้หายไป หรือ เป็น อุบัติเหตุ จริง ควรออกติดตาม ค้นหาศพ อย่างจริงจัง ตนรู้สึกกังวลใจ กับเรื่องนี้มาก” นางอังคณา กล่าว


    นางอังคณา กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้รัฐบาล ไม่สามารถ สร้างความเชื่อมั่น ในสถานการณ์ปัจจุบัน ได้ และ ตนเห็นว่า รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม คนใหม่ จะมีความรู้ ด้านกฎหมาย มากน้อยแค่ไหน จะเข้าใจ ระบบการจัดการ ตามกระบวนการยุติธรรม มากเพียงใด


    จึงขอเรียกร้องให้ รัฐบาล และ รัฐมนตรี สร้างความเชื่อมั่น และ มั่นใจ พนักงานสอบสวน ให้ทำงานอย่างอิสระ ใน คดีอุ้มทนายสมชาย ที่สำคัญ การเมือง ไม่ควรเข้าแทรกแซง การทำงาน ควรจริงใจ กับ คดีนี้ ซึ่งก็น่าแปลกใจ คดีนี้เรื่องอยู่ที่ ป.ป.ช. นานมาก เรื่องนี้เกิดขึ้น ตั้งแต่ พรรค ไทยรักไทย เป็นรัฐบาล จนมาถึง พรรค พลังประชาชน คดียังไม่คืบหน้าเลย


    ด้าน พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ ผู้บัญชาการ สำนักคดีอาญาพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า ขณะนี้ ได้ส่งเจ้าหน้าที่คดีพิเศษ จาก สำนักคดีอาญาพิเศษ จำนวน 4-5 คน ลงพื้นที่ ตรวจสอบ บริเวณอ่างเก็บน้ำ เขื่อนแควน้อย จ.พิษณุโลก โดยประสานงาน ร่วมกับ ตำรวจ สภ.วัดโบสถ์


    เบื้องต้น ได้รับแจ้งว่า เหตุการณ์ดินถล่ม และมี ผู้สูญหาย จำนวน 2 ราย คือ พ.ต.ต.เงิน ทองสุก และ นายนฤชัย ชินวัณณรัตน์ ซึ่งเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ พบศพ นายนฤชัย ซึ่งเป็น หลายชายแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ ก็ยังไม่พบศพ พ.ต.ต.เงิน ซึ่งเหตุการณ์ดินถล่ม ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อเวลา 04.00 น.ของวันที่ 19 ก.ย.


    ขณะที่ พ.ต.ต.เงิน และ นายนฤชัย เข้าไปคุม การขุดดินมาใช้ ในการถมเขื่อนแควน้อย จนทำให้ ถูกดินพังทลาย ลงมาทับ โดย ตำรวจในพื้นที่ ยืนยันว่า มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ ยังระดมกำลัง เข้าค้นหา ทั้งนี้ หาก พ.ต.ต.เงิน เสียชีวิตจริง จะต้องพบศพ ในบริเวณใกล้เคียง กับ จุดเกิดเหตุ หรือ ศพอาจจะถูก กระแสน้ำพัดไป ที่ สันเขื่อน หรือ ท้ายเขื่อน


    นอกจากนี้ ยังได้มีการนำ เฮลิคอปเตอร์ บินวน สำรวจศพ บนผิวน้ำ บริเวณจุดที่เกิดเหตุ ด้วย พร้อมกำชับ เจ้าหน้าที่ ดีเอสไอ ให้ตรวจสอบ สภาพศพ ของ นายนฤชัย ว่า ศพอยู่ในสภาพ ถูกดินทับ หรือ ลอยอืด อยู่บนผิวน้ำ เพื่อใช้เป็นแนวทาง ในการค้นหาศพ ของ พ.ต.ต.เงิน ต่อไป และ ต้องพิสูจน์ให้ แน่ชัดว่า พ.ต.ต.เงิน ทองสุก จำเลย คดีหน่วงเหนี่ยว และกักขังผู้อื่น ให้เสียอิสรภาพ เสียชีวิต จริงหรือไม่


    พ.ต.ต.เงิน ทองสุก เป็นจำเลยใน คดีอุ้ม นายสมชาย นีละไพจิตร อดีตประธาน ชมรมนักกฎหมายมุสลิม และ นักเคลื่อนไหว ด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งหายตัวไป อย่างลึกลับ ในช่วงสมัย รัฐบาลทักษิณ 1 เมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ.2547 ขณะขับรถอยู่ บริเวณ โรงแรมชาลีน่า ย่าน รามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ


    หลังจากที่ นายสมชาย ไปรับทำ คดีแก้ต่าง ให้ผู้ต้องหา คดีปล้นอาวุธปืน และ คดีกบฏแบ่งแยกดินแดน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ ดำเนินการ รวบรวม รายชื่อ 50,000 รายชื่อ เสนอผลักดัน ร่างกฎหมาย ให้บังคับใช้ กฎหมายมุสลิม กับ คนไทยมุสลิม


    กระทั่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้สืบสวน และ จับกุม พ.ต.ต.เงิน กับพวกรวม 5 คน ประกอบด้วย พ.ต.ท.สินชัย ปัญญกำพงษ์ พ.ต.ท.ชัดชัย เลี่ยมสงวน จ.ส.ต.ชัยแวง พาด้วง และ ส.ต.อ.รันดร สิทธิเขต ซึ่งทั้งหมด ถูกนำตัวฟ้องศาล และ


    ศาลอาญาพิพากษา จำคุก พ.ต.ต.เงิน ทองสุก 3 ปี ข้อหาหน่วงเหนี่ยว และกักขังผู้อื่น ส่วนจำเลยอีก 4 คน ให้ยกฟ้อง เนื่องจาก หลักฐาน ไม่เพียงพอ ซึ่งคดีนี้ อยู่ระหว่างยื่นอุทธรณ์


    ก่อนหน้านี้ เคยเกิดกรณีคล้ายกับ เหตุการณ์ของ พ.ต.ต.เงิน ทองสุก มาแล้ว โดย พ.ต.ท.ศักดิ์ดา ช่างเรือ อดีตรอง ผกก.จร.สน.ลุมพินี ผู้ต้องหา ในคดี กระทำอนาจาร เด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี และ กระทำชำเรา เด็กหญิง อายุไม่เกิน 13 ปี หลบหนี คำพิพากษา ของศาล โดยมีผู้แจ้ง ไปยัง ศูนย์พิสูจน์ เอกลักษณ์บุคคล ครั้งมหันตภัยสึนามิ ว่า


    ได้หายตัวไปใน ภัยพิบัติ ครั้งนั้น ทว่า ต่อมา พล.ต.อ.นพดล สมบูรณ์ทรัพย์ ออกมายืนยันว่า ไม่จริง ในที่สุด พ.ต.ท.ศักดิ์ดา จึงเข้ามอบตัว ซึ่ง ศาลฎีกา พิพากษาจำคุก เป็นเวลา 16 ปี 4 เดือน แต่ลดโทษให้ เหลือจำคุก 14 ปี 4 เดือน
    �ังคณา นีละไพจิตร ภรรยา นายสมชาย นีละไพจิตร

    อังคณา นีละไพจิตร ภรรยา นายสมชาย นีละไพจิตร

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
    24 กันยายน 2551 17:51 น.
    http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000113401


    พิมพ์ ข่าวนี้ “อังคณา” จี้สอบ “พ.ต.ต.” ทีมอุ้ม “ทนายสมชาย” อ้างตายพร้อมหลาน!


    ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    Create a free website or blog at WordPress.com.