Accom Thailand

May 28, 2009

Bali 4d3n by Thai Airways – มนต์เสน่ห์ บาหลี 4 วัน 3 คืน


Tour Code BALI 01 (TG – Bali 4d3n)

บาหลี 4 วัน 3 คืน
กรุงเทพฯ – บาหลี – กรุงเทพฯ
เมืองแห่งมนต์เสน่ห์ ของ ขุนเขา และ อ่าวยอดนิยม แห่ง อินโดเนเซีย
โดย สายการบินไทย (TG)

กรุงเทพฯ – บาหลี –
ผ่านชมอนุสาวรีย์บิม่า เทพเจ้าแห่งท้องทะเล ย่าน Kartika Plaza ชมทัศนียภาพ ที่เขียวขจีด้วยต้นข้าว –
หน้าผาอูรูวาตู – CELUK หมู่บ้านเครื่องเงิน – ชมย่าน UBUD หมู่บ้านศิลปินศูนย์กลาง –
KINTAMANI ที่ท่านจะ ตะลึงกับความงาม ของขุนเขา –
ชมความงามของภูเขาไฟ กุหนุงอากุง – TEMPAK SIRING วิหารศักดิ์สิทธิ์ภัคศิริงค์ สร้างในศตวรรษที่13 –
ชมความมหัศจรรย์ของบ่อน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ TERTA EMPUL –
ขึ้นสู่ เทือกเขาเบดูกัล – ชมวิหารกลางมหาสมุทรอินเดีย TANAH LOT ทานาล็อต –
บาหลี ช้อปปิ้งตามอัธยาศัย – กรุงเทพฯ
สุดเที่ยวสุดคุ้ม ช้อปปิ้งสบาย สบาย!!!
พักโรงแรม International Class 3-5 Stars อาหาร 8 มื้อ

ออกเดินทางได้ ทุกวัน ตั้งแต่ 2 ท่าน ระหว่างวันที่ 1 มิ.ย. – 31 ก.ค. 52

อัตราค่าบริการ ผู้ใหญ่ พักห้องคู่
ราคา รวมตั๋วเครื่องบิน สายการบินไทย (ตั๋วราคาพิเศษเท่านั้น)
เริ่มต้นที่ 19,500.- บาท

อัตราค่าบริการรวม :
– ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ สายการบินไทย (ตั๋วราคาพิเศษเท่านั้น) เส้นทางตามระบุ ชั้นทัศนาจร
– ค่าประกันภัยสายการบินและค่าน้ำมันที่มีการเรียกเก็บจากสายการบิน
– ค่าที่พัก 3 คืน, อาหารตามรายการ, ค่าเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ และ รถรับ-ส่ง ตามที่ระบุในรายการ
– ค่าน้ำหนักสัมภาระท่านละไม่เกิน 20 ก.ก.

อัตราค่าบริการ ไม่รวม :
– ค่าภาษีสนามบิน Denpasar 17USD
– ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าทำหนังสือเดินทาง ,ค่าโทรศัพท์ส่วนตัว , ค่าซักรีด , มินิบาร์ในห้องพัก เป็นต้น
– ค่าวีซ่า ( ในกรณีที่ไม่ใช่หนังสือเดินไทย )
– ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น และคนขับรถ
– ค่าสัมภาระที่หนักเกินสายการบินกำหนด
– ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 %

ติดต่อขอโปรแกรม Viva Voyage (วีว่า โวยาจ ) 518/3 ชั้น 3 ถนนเพลินจิต กทม. 10330 โทร 02-2548381 , 026520702 หรือ E-Mail : viva.voyage@gmail.com
หรือ คลิกที่นี่ เพื่อ Download ข้อมูล หรือ ดูโปรแกรมของ วันที่ 1 วันที่ 2 วันที่ 3 วันที่ 4
รายละเอียด เอกสารใช้ยื่นประกอบ การทำวีซ่า สาธารณรัฐอินโดนีเซีย

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below
Advertisements

September 22, 2008

“สนธิ” แฉ ความอัปยศ ของ รัฐบาลขายชาติ ปล่อยเขมรให้สัมปทานฝรั่ง ขุดน้ำมัน ในเขตทับซ้อนไทย

Filed under: กัมพูชา,การเมืองภาคประชาชน,การแก้ไข รธน.,ก่อความไม่สงบ,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข่าวเศรษฐกิจ,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,คอร์รัปชั่น,คำพิพากษา,คำสั่งศาล,คุณธรรม,คุณภาพชีวิต,จริยธรรม,จีน,ชายแดนภาคใต้,ชุมนุมประท้วง,ซาอุดิอาระเบีย,ญี่ปุ่น,ตรวจสอบ,ตะวันออกกลาง,ธรรมาภิบาล,พม่า,พลังงาน,สหรัฐอเมริกา,อังกฤษ,อัฟกานิสถาน,อินโดนีเซีย,อิหร่าน,เวียตนาม — accomthailand @ 01:36
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

สนธิ ลิ้มทงกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่ประชาธิปไตย จวก รัฐบาลขายชาติ ปล่ยเขมรให้สัมปทานฝรั่ง ขุดน้ำมันเขตทับซ้น

สนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย จวก รัฐบาลขายชาติ ปล่อยเขมรให้สัมปทานฝรั่ง ขุดน้ำมันเขตทับซ้อน


“สนธิ” จวก รัฐบาลขายชาติ ปล่อยเขมรให้สัมปทานฝรั่ง ขุดน้ำมันเขตทับซ้อน


“สนธิ” ย้ำ “การเมืองใหม่” ต้องให้ประชาชน มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง และเปิดให้ถอดถอน นักการเมืองง่ายกว่าเดิม 100 เท่า พร้อมให้ ปชช. มีส่วนร่วม จัดการทรัพยากรของชาติ ให้ตกเป็นของคน 64 ล้านคน จวก รัฐบาลขายชาติ ปล่อยเขมร ให้สัมปทาน “เชฟรอน” เจาะน้ำมัน เขตทับซ้อน ระบุเบื้องหลัง ความวุ่นวายของโลก มี “น้ำมัน” อยู่เบื้องหลัง แฉต่างชาติจ้องฮุบ แหล่งก๊าซ-น้ำมันมหาศาล ในอ่าวไทย


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (56 K) นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (256 K) นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย


เมื่อเวลา 21.38 น. วันที่ 21 ก.ย. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นเวทีปราศรัยที่ ทำเนียบรัฐบาล ว่า ใน การประชุม เรื่องการเมืองใหม่วันนี้ ไม่ได้มาประชุมด้วย เพราะพิษไข้ แต่ได้บอกกับ แกนนำคนอื่นๆ แล้วว่า ความเห็นส่วนตัว เรื่องการเมืองใหม่ คือ


1. การที่ภาคประชาชน ได้มีส่วนร่วม ทางการเมืองจริงๆ โดยมีกฎหมายรองรับ และ
2. เราต้องมีกระบวนการ ถอดถอนนักการเมืองชั่ว ที่ง่ายกว่าเดิมสักร้อยเท่า คือสามารถถอดถอนได้ โดยตรง ไม่ต้องผ่าน อัยการสูงสุด ไม่ผ่าน ศาลรัฐธรรมนูญ นั่นคือ ประชาชน สามารถอดถอน ส.ส. ได้ การเมืองใหม่ จึงไม่ใช่ การเมืองของพวกที่ซื้อเสียง เข้าไป แต่ต้องเป็น การเมือง ของ ประชาชน ที่มีส่วนร่วม อย่างแท้จริง


หลังจากนั้น นายสนธิได้กล่าวถึง ประเด็นสำคัญนั่นคือ เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมดที่เกิด จากน้ำมัน โดยอธิบายว่า สาเหตุที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เคยทำธุรกิจโทรศัพท์มือถือ ขายหุ้นให้ เทมาเส็ก และไปร่วมเจรจากับ ประเทศต่างๆ เป็น เรื่องพลังงาน ทั้งสิ้น


นายสนธิ กล่าวต่อว่า ในโลกนี้ ไม่มีอะไรมีความหมาย ทางเศรษฐกิจ เท่ากับ น้ำมัน โดยเฉพาะ ในประเทศตะวันตก ที่ใช้น้ำมัน ในการพัฒนา อุตสาหกรรม ความกินดีอยู่ดี ของคนตะวันตก จึงขึ้นกับการพึ่งพา แหล่งน้ำมัน ซึ่งอยู่ใน ตะวันออกกลาง ทำให้ ประเทศตะวันตก เข้าไปเกี่ยวข้อง กับ ปัญหาทางการเมือง ในตะวันออกกลาง โดยในปี พ.ศ. 2499


นายก โมซาเด็ก ของอิหร่าน ที่รักชาติได้ยึดบ่อน้ำมัน ของบริษัทต่างชาติ มาเป็น ของ อิหร่าน แล้วจ่ายค่าชดเชยให้ ทาง สหรัฐอเมริกา และ อังกฤษ จึงหาทาง ล้มรัฐบาลนายโมซาเด็ก แล้วให้ ซีไอเอ และ สายลับ เอ็มไอ 6 โค่นล้ม นายโมซาเด็ก ลงแล้วให้ พระเจ้าชาห์ ขึ้นมาปกครอง ประเทศ และ คืนบ่อน้ำมัน ให้บริษัทต่างชาติ ตามเดิม


ส่วนที่ ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็น แหล่งน้ำมัน ร้อยละ 50 ของ ตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำมัน ร้อยละ 70 ของทั้งโลก สหรัฐอเมริกา ได้จับมือ เซ็นสัญญา ซื้อน้ำมันระยะยาว และรับประกัน ราคานำมัน ให้ โดยสัญญาสิ้นสุด ในปี พ.ศ. 2539 โดยก่อนที่จะสิ้นสุดสัญญานั้น บริษัทน้ำมัน อาทิ เชฟรอน เอสโซ่ เชลล์ ได้สำรวจแหล่งน้ำมันทั่วโลก ซึ่งทำให้รู้ว่า มีที่ไหนบ้าง แต่ยังไม่ขุด เพราะยังสามารถซื้อ น้ำมันราคาถูก จากซาอุฯ ได้ จึงเก็บ เป็นความลับ เอาไว้


นายสนธิ กล่าวต่อว่า บริษัทน้ำมันของ ต่างชาติ ได้ใช้ดาวเทียมสำรวจน้ำมัน ซึ่งเคยถ่ายภาพ บริเวณ อ่าวไทย และ พบว่า เป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ ด้วยน้ำมัน ที่ไม่น้อยกว่า ซาอุดีอาระเบีย แต่เก็บเป็นความลับเอาไว้ เพราะเขาลงทุน เป็นพันเป็นหมื่นล้าน ในการสำรวจ ประกอบกับ ราคาน้ำมัน ขณะนั้น ยังไม่ขึ้น จนกระทั่งช่วง 18 เดือน ที่ผ่านมา ที่น้ำมันขึ้นราคาจาก บาร์เรลละ 40 เหรียญ เป็น 100 กว่าเหรียญ แล้วตกไป 90 กว่า และ จะ ไม่มีวันต่ำกว่า 80 เหรียญ หลังจากนี้ เพราะ อาหรับ หันไปใช้ ราคาทองคำเป็นตัวกำหนดราคา เป็นราคาที่ ชาวอาหรับ พอใจ ขณะที่ บริษัทน้ำมัน ก็ไม่สนใจว่า ผู้ใช้จะเดือดร้อน หรือไม่ รวมถึง ปตท. ของไทย ที่ขายให้เอกชน ไปแล้ว


นายสนธิ กล่าวต่อว่า บริษัทน้ำมัน มีอิทธิพลสูงมาก จนสามารถ ล้มรัฐบาลชาติไหนก็ได้ ที่ไม่ตอบสนอง เรื่องพลังงานให้เขา เรื่องนี้ มีบทพิสูจน์ นายจอร์จ ดับเลิลยู. บุช ขึ้นมาเป็น ประธานาธิบดีได้เพราะ อิทธิพลบริษัทน้ำมัน เมื่อขึ้นมา ก็ส่งเสริม บริษัทน้ำมัน บินมาเอเชีย ก็เพื่อเจรจา เรื่องน้ำมัน


หลังปี พ.ศ. 2539 เป็นต้นมา สหรัฐฯ เริ่มเปิดลิ้นชัก ผลสำรวจแหล่งน้ำมัน ที่เก็บเป็นความลับ ซึ่งในแผนที่ลับ จะชี้ว่า ที่ใดมีน้ำมันบ้าง เป็นที่ทราบ มานาน สำหรับคนที่เรียน วิศวปิโตรเลียม ว่า พื้นที่ใดที่มีแม่นำไหลลง ทะเล ปากแม่น้ำ จะมี น้ำมันมหาศาล ซึ่ง ไทย กัมพูชา และ เวียดนาม มี แม่น้ำโขง ไหลลงมา พื้นที่ อ่าวไทย ทั้งหมด จึงคือ ขุมทรัพย์มหาศาล ของ น้ำมัน และ ก๊าซธรรมชาติ ซึ่งฝรั่งรู้มานานแล้ว แต่เก็บเป็น ความลับ เอาไว้ จนราคาน้ำมัน ขึ้นมา


ขณะที่ พ.ต.ท. ทักษิณ เริ่มสนใจน้ำมัน ปี 2547-2548 เพราะเป็นช่วงที่ ราคาน้ำมันกระโดด จาก 20 เป็น 30 เหรียญ นาย โมฮัมเหม็ด อัลฟาเยด เจ้าของห้างแฮร์รอดส์ ได้บินมาไทย เพราะมีข้อมูลน้ำมัน ในอ่าวไทย แต่เป็นที่ทับซ้อน ไทย-กัมพูชา เมื่อมาเจรจา ขอสัมปทาน แต่จะต้องคุยทั้ง ไทย และ กัมพูชา ก่อน จึงถอยฉากออกไป พร้อมกับทิ้งข้อมูล ไว้ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วยเหตุนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ จึงคิดที่จะขาย ชินคอร์ป เพื่อเอาเงิน เทมาเส็ก มา โดยส่วนหนึ่ง จะเอามาลงหุ้น กฟผ. ที่จะแปรรูป ส่วนหนึ่ง จะตั้ง บริษัท ขุดเจาะน้ำมัน ในอ่าวไทย


ทั้งนี้ แหล่งน้ำมัน ในอ่าวไทย นั้น พื้นที่ที่อยู่ใกล้ฝั่งนั้น เป็นของแต่ละประเทศ อย่างชัดเจน แต่พื้นที่ตรงกลาง ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิ์ จึงถือเป็น พื้นที่ทับซ้อน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ เขมร นั้น เชฟรอน ได้เข้ามาขุดสำรวจ 4 หลุม พบว้ามี น้ำมัน และ ก๊าซธรรมชาติ 3 หลุม แสดงว่า ในอ่าวไทย เต็มไปด้วย น้ำมัน และ ก๊าซธรรมชาติ โดย เชฟรอน อ้างในรายงานว่า ในหลุม ที่ขุดพบ มีน้ำมัน ประมาณ 1 ล้าน-ล้าน บาร์เรล


แต่เว็บไซต์ของ ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมัน บอกว่า ตามธรรมดาแล้ว บริษัทน้ำมัน ที่ไปรับสัมปทาน ในประเทศโลกที่ 3 จะโกหก โดยข้อเท็จริง จะมีมากกว่าที่บอก ประมาณ 50-100 เท่า เพราะเขาไม่ต้องการให้รู้ว่า มีประมาณมากขนาดนั้น


วิธีการของมันที่ทำ คือ ส่วนที่ขุดออกมา มันก็ส่งออก และ จ่ายค่าสัมปทาน แต่ อีกส่วนหนึ่ง มันก็ทำ แบบที่ ปตท. ก็ทำอยู่ คือ เอา เรือบรรทุกน้ำมัน ลักลอบ มารับ จากท่อขุดเจาะ โดยตรง แล้วเอาไปขาย


อีกจุดที่มีน้ำมันเยอะ ถ้าลากเส้นจาก จังหวัดยะลา นราธิวาส ปัตตานี ตรงดิ่งเข้าไปในทะเล ประมาณ 120 กิโลเมตร เป็นแหล่งนำมัน มหาศาล ที่ยังไม่มีใครรู้ นี่ไง 3 จังหวัดภาคใต้จึงยังไม่สงบ


เหมือน ติมอร์ ที่แยกไปจาก อินโดนีเซีย เพราะมันมี น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ แร่ดีบุก ทองคำ และ แพลททินัม ประเทศที่สนับสุนให้ ติมอร์ แยกตัวออกไปคือ ออสเตรเลีย แล้วบริษัทที่ ขุดเจาะน้ำมันใน ติมอร์ และผูกขาดทำเหมือง ก็จาก ออสเตรเลีย ทั้งหมด เหมือนกับ ที่ อาเจะห์ แหล่งน้ำมันใหญ่ อีกแห่ง


การทำให้ 3 จังหวัดภาคใต้ วุ่นวายตลอด เป็นความพยายามให้ 3 จังหวัด ประกาศตนเป็นอิสระ โดยมี บริษัทน้ำมัน สนับสนุน เพื่อพวกมันจะได้ เข้าไป ฮุบผลประโยชน์ ที่ 3 จังหวัด มีสิทธิ ตามระยะเข็มไมล์ ตามกฎหมายทางทะเล นายสนธิ กล่าว


นายสนธิ กล่าวต่อว่า ที่เราทะเลาะกับ เขมร ตอนนี้มีตัวเล่นเพิ่ม คือ จีน ที่พัฒนาตัวเอง ในรอบ 15 ปีมานี้ จนร่ำรวย และ เติบโตมหาศาล แต่เริ่มเดิน ไม่ออก เพราะเริ่มขาดแคลน น้ำมัน จากเดิม ที่มีบ่ำน้ำมันที่ ต้าชิง และ ส่งออก ตอนนี้ต้องนำเข้า ต้องค้าขายกับ อิหร่าน เพิ่ม และ ออกไป ลงทุน ทำบ่อน้ำมันใน อาฟกานิสถาน ไปสนับสนุน รัฐบาลพม่า เพราะมี แหล่งก๊าซฯ


ส่วนที่ต้องมาเกี่ยวกับ เขาพระวิหาร เพราะถ้าลากเส้นไป ก็จะกินพื้นที่เข้าไป ในเขตทับซ้อน มีการสร้างถนน จาก สีหนุวิลล์ วิ่งไปทางเขาวิหาร และ ทะลุไป คุนหมิง ซึ่งไม่ใช่แค่เส้นทางรถวิ่ง แต่เป็นแนวท่อส่งน้ำมันไปให้ จีน


สหรัฐฯ จึงเข้ามาขวางเพราะกลัว จีน จะแผ่อิทธิพล ถึงขนาดลงไว้ใน ยุทธศาสตร์ความมั่น ของ สหรัฐฯ ว่า ศัตรูหมายเลขหนึ่งของเขาคือ จีน


ในที่สุด เขมร ก็จะเป็นประเทศ ที่มี ก๊าซธรรมชาติ มีแหล่งพลังงาน เยอะ และกำลังให้ บริษัทฝรั่งมาตรวจสอบ แหล่งก๊าซฯ และ น้ำมัน ที่มีอยู่ใน ทะเลสาบ (Tonle Sap) ที่ เขมรจับปลามาทำ ปลากรอบ ที่นั่นคือ แหล่งก๊าซ และ น้ำมัน แต่ไม่ต้องห่วง เขมร จะมี น้ำมัน มากแค่ไหน ก็จะเหมือน ไนจีเรีย ซึ่งในรอบ 30 ปี ที่ผ่านมา เจอน้ำมันแต่ให้ ต่างชาติรับประโยชน์ไป 600,000 ล้านเหรียญ ในขณะที่ ประชาชน กว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ของ ไนจีเรีย ยังยากจน ถึงขั้นไม่มีข้าวกิน


“เขมร ก็จะเป็นแบบนั้น เพราะมันมี รัฐบาล และ นายกฯ ที่ชาติชั่ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัว เขมร มันเป็น ประเทศที่ถูกสาป ไม่ถูกสาปได้ไง ขนาด พระสังฆราช ยังเล่นของ แล้วจะเจริญได้อย่างไร เราไม่ต้องไปกลัว แต่กำลังชี้ให้เห็นว่า การเมืองระหว่างประเทศ กำลังมีบทบาท ใน ไทย เรื่องน้ำมัน เมื่อ สหรัฐฯ จีน เข้ามา ฝรั่งเศส ก็เข้ามา ญี่ปุ่น ก็เข้ามา กรรมการ ที่จะมาดูแลพื้นที่ เขาพระวิหาร ที่เป็นมรดกโลก ก็คือ 6 ประเทศ ที่อยากได้ นำมัน” นายสนธิ กล่าว


นายสนธิ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ เขมร ได้อนุญาตให้ เชฟรอน ตั้งแท่นขุดเจาะ บนพื้นที่ทับซ้อน กับ ไทย แล้ว โดยที่ เราไม่ได้คัดค้านเลย ต่างจาก จีน ที่มีพื้นที่ทับซ้อนกับ เวียดนาม แล้วจู่ๆ เวียดนาม ก็ให้ เชฟรอนรับสัมปทาน จีน จึงแจ้งไปว่า พื้นที่นี้เป็นของ จีน ถ้า เชฟรอน ตั้งแท่นเมื่อไหร่ จะส่งเรือไปถล่มทันที เชฟรอน รีบถอยเลย


“ถ้าเรามีรัฐบาล ที่รักชาติ มีทหาร ที่ไม่ห่วง แค่ยศ แค่ตำแหน่ง กับ งบประมาณซื้ออาวุธ ถ้า มันห่วงทรัพยากรธรรมชาติ ในอ่าวไทย มันต้องขยับแล้ว ต้องแจ้ง เชฟรอน ว่า ตรงที่แท่นคุณไปตั้ง มันของผม ถึง เขมร บอกเป็นของเขา ก็ตาม เมื่อไหร่ที่คุณลงเสา ผมเอาปืนยิงเลย แต่มันทำไมมันไม่ทำ เพราะมันเป็น รัฐบาลขายชาติ นี่ไง เรามาสู้เพื่ออะไร เข้าใจหรือยัง ทรัพยากร นี่คือ สินทรัพย์ของแผ่นดิน ที่เราต้องมา บริหารจัดการเพื่อ คนไทย 64 ล้านคน ไม่ใช่เพื่อ โคตรใครบางคน ที่อยู่ ลอนดอน และไม่ใช่เพื่อ โคตรของ คนตาเหล่”


นายสนธิ กล่าวต่อว่า การเมืองใหม่ มีความหมาย หลายๆ อย่าง มากมายมหาศาล ถ้าเรา เอาเรือปืนเราไปไล่ เชฟรอน ทั้ง อเมริกา จีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น ก็ต้องถอย เพราะคิดว่า ไทย เอาจริง และมาคุยกับ ไทย ดีกว่า เมื่อมาคุยกับ ไทย เราก็ต้องมีเงื่อนไขว่า ฮุนเซน จะไปซี้ซั้ว ให้ใครไมได้ ให้เมื่อไหร่ ยิงเมื่อนั้น ฮุนเซน ก็ต้องถามเราว่า จะเอายังไงบอกมา เราก็บอกให้เขียน แผนที่ กันใหม่ ถ้าไม่ยอม เราก็ไม่ยอม เพราะ คนไทย ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว อยู่แล้ว เราทำมาหากิน เรารวยกว่า เขมร มาก


แต่ก่อนที่ จะทำเช่นนั้นได้ เราต้องเอา บริษัทขายชาติ กลับมาเป็นของเรา นั่นคือ ปตท. ที่มันขายชาติ มันมี แผนที่ข้อมูลหมด ว่าที่ไหน มีน้ำมัน แต่เก็บไว้เอง แล้วทำมาหารับประทาน กับ บริษัทน้ำมัน และ ก๊าซฯ ของ ฝรั่งต่างชาติ จนผู้บริหารร่ำรวย ซึ่งถ้าตนมีอำนาจ จะยึคทรัพย์ ผู้บริหาร ปตท. ทั้งหมด


“นายประเสริฐ บุญสมพันธ์ พูดอย่างภาคภูมิใจว่า ปตท. ร่ำรวย ยอดขาย เท่านั้นเท่านี้ เป็นบริษัทอันดับหนึ่ง ของ ไทย แต่ทุกอย่าง ที่เอาไป แปรรูป นั้น ล้วนแต่เป็นของ ชาติบ้านเมือง ไม่ใช่ ของคุณ ทุกอย่างเป็น ของชาติ แม้แต่ ท่อส่งก๊าซ ศาลปกครอง ก็สั่งให้เป็น ของรัฐ แล้วคุณ ก็ไปบีบ เพื่อให้ ได้เช่าท่อก๊าซ ในราคาถูก ซึ่งถ้ามี การเมืองใหม่ เราไม่ยอมเด็ดขาด”


นายสนธิ ย้ำว่า ทุกอย่างเกี่ยวข้องกับ น้ำมัน เราต้องมี การเมืองใหม่ ที่เจรจาเป็น ไม่ใช่ การเมือง ของ นายกฯ เลขานายก ประธาน ปตท. หรือ คนที่อยู่ ลอนดอน แต่เป็นของ คนไทย 64 ล้านคน เมื่อเป็นเช่นนั้น การเจรจาก็จะไม่ยาก ก็เพราะทุกอย่าง เมื่อเจรจาเสร็จ ผลประโยชน์ เข้ากระเป๋า 64 ล้านใบ แต่ถ้าเป็น การเมือง ของพวกเขาเอง ก็จะแบ่งผลประโยชน์ ระหว่างพวกเขา ไม่กี่คน กับ บริษัทฝรั่ง เหลือเศษเนื้อติดกระดูก ให้ คนไทย


“สำหรับผม การเมืองใหม่ ที่ต้องมีคือ จะต้องรักษา สินทรัพย์ ที่ผมเล่ามา ให้ตกเป็นของคนไทย ทั้งประเทศ” นายสนธิย้ำ


นายสนธิ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากที่ ตนได้พูด เรื่องวิกฤติการเงินในสหรัฐฯ กรณี เลห์แมน บราเธอร์ส และ เอไอจี แล้ว มีโทรศัพท์มามาก จาก ตัวแทนเอไอเอ ที่เป็นพันธมิตร เข้ามามาก ให้ช่วยชี้แจงว่า เอไอเอ ที่เมืองไทย มีเอไอจี ถือหุ้นเพียงแค่ 1 เปอร์เซ็นต์ครึ่ง เอไอเอ เมืองไทย จึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่อย่างไร ก็ตาม บริษัทประกัน ที่มีน้ำใจ ที่หนักแน่นให้แก พันธมิตร คือ “วิริยะประกันภัย” ที่ยอมขาย กรมธรรม์ ในการประกันตัว นักรบศรีวิชัย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
22 กันยายน 2551 01:36 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000112028


พิมพ์ ข่าวนี้ “สนธิ” จวกรัฐบาลขายชาติ ปล่อยเขมรให้สัมปทานฝรั่ง ขุดน้ำมันเขตทับซ้อน


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

September 20, 2008

อินโดนีเซีย จัดการหารือ ระหว่างรัฐบาลไทย และ ตัวแทนจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อแก้ปัญหา ความขัดแย้ง รุนแรง


อินโดนีเซีย เป็นเจ้าภาพ จัดเจรจา แก้ปัญหาไฟใต้ไทย

�ินโดนีเซีย เป็นเจ้าภาพ จัดเจรจา แก้ปัญหาไฟใต้ไทย

อินโดนีเซีย เป็นเจ้าภาพ จัดเจรจา แก้ปัญหาไฟใต้ไทย


เอเอฟพี – อินโดนีเซีย รับเป็นเจ้าภาพ จัดการเจรจาหารือ ระหว่างรัฐบาลไทย และ ตัวแทนจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อแก้ปัญหา ความขัดแย้ง รุนแรง


สำนักข่าว อันตาราของ อินโดนีเซีย รายงานว่า การประชุมปิดครั้งนี้ จัดขึ้นที่ พระราชวังโบกอร์ ชานเมือง จาการ์ตา มี รองประธานาธิบดี ยูซุฟ กัลลา เป็นคนกลาง และจะร่วมหารือกัน จนถึงวันอาทิตย์ (21) ขณะที่ เจ้าหน้าที่ ด้านสื่อของ การประชุมคนหนึ่ง เผยว่า ขั้นตอน ในการ ประชุม ครั้งนี้ จะไม่ได้รับการถ่ายทอด รายงานออกมา


ทั้งนี้ สำนักข่าวทางการของ อินโดนีเซีย ระบุว่า ความตึงเครียด ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ของไทย เริ่มคุกรุ่น นับตั้งแต่ การผนวกดินแดน ซึ่ง ประชากร ส่วนใหญ่ มีเชื้อชาติมาเลย์ ในปี 1902 เข้ากับ ประเทศไทย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
20 กันยายน 2551 18:03 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000111743


พิมพ์ ข่าวนี้ อินโดนีเซียเป็นเจ้าภาพจัดเจรจาแก้ปัญหาไฟใต้ไทย


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 24, 2008

นักศึกษาอินโดนีเซียประท้วงหลังรัฐบาลปรับขึ้นราคาน้ำมันเกือบร้อยละ 30

นักศึกษาอินโดนีเซียจัดการชุมนุม ประท้วงขว้างปาระเบิดขวดเข้าใส่ตำรวจ หลังจากที่รัฐบาลอินโดนีเซียปรับขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเกือบร้อยละ 30
ตำรวจ อินโดนีเซียแถลงวันนี้ว่า เจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ประท้วงกว่า 100 คนในช่วงที่นักศึกษาจุดไฟเผายางรถยนต์ตามท้องถนน และขว้างปาระเบิดที่ด้านนอกของมหาวิทยาลัยแห่งชาติในกรุงจาการ์ตา เพราะไม่พอใจที่รัฐบาลตัดสินใจขึ้นราคาน้ำมัน ซึ่งมีผลเมื่อเที่ยงคืนที่ผ่านมา นอกจากกรุงจากาตาร์แล้ว ยังมีการประท้วงที่เมืองสุราบายา เมืองใหญ่อันดับ 2 ซึ่งกลุ่มนักศึกษายังได้ยึดรถบรรทุกน้ำมันจากบริษัทน้ำมันและแก๊สเปอร์ตามิ นา และที่เมืองบันดุงก็มีการชุมนุมประท้วงของกลุ่มชาวมุสลิมสายอนุรักษ์นิยม ด้วย
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีซูซิโล บัมบัง ยุดโดโยโน เคยให้คำมั่นจะไม่ขึ้นราคาน้ำมันจนกว่าจะผ่านพ้นการเลือกตั้งในปีหน้า แต่ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ส่งผลให้รัฐบาลต้อง ตัดสินใจขึ้นราคาน้ำมัน

May 19, 2008

คาดว่า แผ่นดินไหวที่ เกาะสุมาตรา ไม่กระทบไทย

ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ รายงานว่า เมื่อเวลา 21.26 น. แผ่นดินไหวบนบกบริเวณเกาะสุมาตรา ขนาด 6.2 ริกเตอร์ ศูนย์กลาง 485 กม. ห่างจาก อ.เบตง จ.ยะลา คาดว่าไม่มีผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สิน และให้ติดตามข้อมูลจากศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ โทรศัพท์ 1860 หรือ www.ndwc.or.th

กรมอุตุนิยมวิทยาตรวจพบว่าเกิดแผ่นดินไหว เวลา 21.27 น. วันที่ 19 พฤษภาคม 2551 ที่เกาะสุมาตราตอนเหนือ (ละติจูด 2.1 N, ลองติจูด 99.4E) ห่างจากเกาะภูเก็ตไปทางทิศใต้ระยะทางประมาณ 700 กม. ขนาด 6.3 ริคเตอร์ เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหาย

เกิดแผ่นดินไหวบนเกาะสุมาตราของ อินโดนีเซีย แต่ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือความเสียหาย รวมทั้งไม่มีการประกาศเตือนภัยคลื่นสึนามิ

สำนักงาน สำรวจธรณีวิทยา ของสหรัฐ รายงานว่า แผ่นดินไหววัดแรงสั่นสะเทือนได้ 5.9 ริคเตอร์ เกิดขึ้นเมื่อเวลา 21.26 น.ตามเวลาในท้องถิ่น ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับประเทศไทย พื้นที่เกิดแผ่นดินไหว อยู่ทางเหนือของเกาะสุมาตรา ห่างจากเขตซิโบลกาไปทาง ตะวันออก 43 กิโลเมตร และลึกประมาณ 10 กิโลเมตร

ขณะที่เจ้าหน้าที่ของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาอินโดนีเซีย รายงานว่า ศูนย์กลางของแผ่นดินไหว อยู่ในดินแดนตอนใน ใกล้เขตตารูตุง และมีความเป็นไปได้ ที่จะเกิดความเสียหายด้วย เพราะระดับของแรงสั่นสะเทือนค่อนข้างสูง และศูนย์กลางไม่ลึกมาก

May 13, 2008

แผ่นดินไหว 5.7 ริกเตอร์ ที่ อินโดนีเซียห่างฝั่งอาเจะห์ 112 ก.ม.

indonesia_earthquake

เมื่อ เวลาประมาณ 17.29 น. ของวันที่ 13 พฤษภาคม 2551 กรมอุตุนิยมวิทยาตรวจพบการเกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.7 ริคเตอร์ มีศูนย์กลางอยู่บริเวณตอนเหนือของเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย หรือ ละติจูดที่ 4.5 องศาเหนือ ลองจิจูดที่ 95.0 องศาตะวันออก ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาและธรณีฟิสิกส์ในอินโดนีเซีย รายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.7 ริกเตอร์ ห่างไปทางชายฝั่งตะวันตกของจังหวัดอาเจะห์ในอินโดนีเซียวันนี้


ศูนย์กลางของแผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 17.29 น.ตามเวลาท้องถิ่น (เวลาเดียวกันในไทย) โดยอยู่ลึกใต้พื้นดิน 68 กิโลเมตร ห่างไปทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองบันดาอาเจะห์ราว 112 กิโลเมตร ขณะนี้ไม่มีแนวโน้มว่าจะมีคลื่นสูงและไม่มีรายงานความเสียหาย


ทั้งนี้ จังหวัดอาเจะห์ เคยประสบภัยแผ่นดินไหว และคลื่นสึนามิเมื่อปี 2547 ทำให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 2 แสน คน

อ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ – ผู้จัดการออนไลน์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 6, 2008

โคลนถล่ม ในจังหวัดปาปัว อินโดนีเซีย เสียชีวิต 12 คน

เกิดเหตุโคลนถล่มในจังหวัดปาปัว ทางภาคตะวันออก ของอินโดนีเซีย เมื่อวานนี้


ซึ่งขณะนั้นมีคนงานเหมืองทองแดง กำลังลักลอบทำงานอยู่ในบริเวณดังกล่าว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 12 คน โดยเจ้าหน้าที่ได้พบศพทั้งหมดแล้ว และ


คาดว่าจะมีคนงานอีกอย่างน้อย 9 คนถูกฝังอยู่ใต้กองโคลน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ใช้ เครื่องจักรกลหนัก เพื่อค้นหาผู้ที่อาจรอดชีวิต


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

April 30, 2008

อินโดนีเซียมีผู้เสียชีวิตอีกจากไข้หวัดนก

กระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซียเปิดเผยวันนี้ ว่า
มีผู้เสียชีวิตด้วยไข้หวัดนกอีกราย
เป็นเด็กชายวัย 3 ขวบ อาศัยอยู่ในจังหวัดชวากลาง


โดยเด็กชายผู้นี้เริ่มมีอาการป่วยคล้ายเป็นไข้หวัดนกตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา และเสียชีวิตลงหลังเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลท้องถิ่นได้ 5 วัน ซึ่งผลการตรวจตัวอย่างเลือดในห้องปฏิบัติการ 2 ครั้งพบว่าติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนกเอช 5 เอ็น 1 และ


เจ้าหน้าที่สาธารณสุขพบว่า เด็กชายคนดังกล่าวมีประวัติ สัมผัสกับสัตว์ปีกที่ตายแล้วมาก่อน
การเสียชีวิต ของเหยื่อรายล่าสุด ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตด้วยไข้หวัดนกใน อินโดนีเซียเพิ่มขึ้นเป็น 108 ราย หรือ เกือบครึ่งหนึ่งของ จำนวนผู้เสียชีวิตทั่วโลก 240 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในโลก นับตั้งแต่เกิดการระบาดของไข้หวัดนกในเอเชีย เมื่อปี 2546


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

April 29, 2008

คนงานเหมืองชาวจีน 5 คน ถูกลักพาตัวไปในจังหวัดอาเจะห์ของอินโดนีเซีย

ตำรวจอินโดนีเซียเปิดเผยว่า กลุ่มชายพร้อมอาวุธบุกเข้าไปในเหมืองแร่ดีบุกแห่งหนึ่งในเขตกาโย ลูเอส ของจังหวัดอาเจะห์ เมื่อค่ำวานนี้ พร้อมทั้งได้ลักพาตัวคนงานเหมืองชาวจีน 7 คน และชาวอินโดนีเซีย 1 คนไป โดยเรียกเงินค่าไถ่กว่า 1 แสนเหรียญสหรัฐ ซึ่งต่อมาได้ปล่อยตัวคนงานเหมืองชาวจีน 2 คน และชาวอินโดนีเซีย 1 คนหลังมีการจ่ายเงินค่าไถ่จำนวน 32,500 เหรียญสหรัฐ และกลุ่มดังกล่าวยังต้องการเงินค่าไถ่เพื่อแลกเปลี่ยนกับตัวประกันที่เหลือ ซึ่งขณะนี้ตำรวจกำลังหาทางช่วยเหลือตัวประกันเหล่านี้อยู่

April 21, 2008

Olympic torch relay in Kuala Lumpur completed – การวิ่งคบเพลิงโอลิมปิก ที่มาเลเซีย ผ่านไปท่ามกลางสายฝน


KUALA LUMPUR – The Olympic torch relay went through Kuala Lumpur, the capital of Malaysia, amid cheers, screams and also rain, wrapping up its 13th leg of global journey on Monday.


The relay completed running of 60 torchbearers fine and had to carry the last 20 in rain just after a short break in KL Tower, where a parachuting performance was put on.


Spectators wait for the torch in rain in Kuala Lumpur, Malaysia, April 21, 2008. Kuala Lumpur is the 13th stop of the 2008 Beijing Olympic Games torch relay.(Xinhua Photo)



The Olympic flame is leaving Kuala Lumpur for its 14th stop in global journey in Jakarta on Tuesday.


Read about the 13th Olympic Relay from China Daily

http://www.chinadaily.com.cn/olympics/torch/2008-04/21/content_6633224.htm



การวิ่งคบเพลิงโอลิมปิก ที่มาเลเซียดำเนินไปอย่างราบรื่นท่ามกลางสายฝน จากการวางแผนรับมือการวิ่งคบเพลิงโอลิมปิกอย่างรัดกุม



โดยเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมากกว่า 1,000 นาย พร้อมหน่วยรักษาความปลอดภัยอื่นๆ เพื่อดูแลความเรียบร้อยในการวิ่งคบเพลิงที่มีระยะทางทั้งสิ้น 16.5 กิโลเมตร ซึ่งก็ไปสิ้นสุดที่ “เปโตรนัส ทวิน ทาวเวอร์ส” อาคารแฝดที่สูงที่สุดในโลก ท่ามกลางสายฝน

.


Erfolgreicher Fackellauf in Malaysia


Kuala Lumpur

Der olympische Fackellauf hat am Montag in der malaysischen Hauptstadt Kuala Lumpur erfolgreich stattgefunden.

Die 13. Etappe des Fackellaufes der Beijinger Olympischen Sommerspiele außerhalb des chinesischen Festlandes in Kuala Lumpur hat vier Stunden gedauert. 80 Fackelträger trugen das olympische Feuer 16 Kilometer durch Kuala Lumpur. Es ist das zweite Mal nach den Olympischen Spielen in Tokio 1996, dass das olympische Feuer in Malaysia eintrifft.



Das olympische Feuer soll am Dienstag die indonesische Hauptstadt Jakarta erreichen.


Am Montag betonte der vietnamesischen Ministerpräsident Nguyen Tan Dung, auch sein Land werde mit allen Kräften ein sicheres Tragen des Feuers gewährleisten. Beim Fackellauf solle die Liebe des vietnamesischen Volkes für Sport und Frieden sowie die Freundschaft zwischen Vietnam und China gezeigt werden, so Nguyen Tan Dung weiter.


Am 29. April wird das olympische Feuer in Ho-Chi-Minh-City eintreffen.


Original Nachricht CRI (http://german.cri.cn/221/2008/04/21/1@92227.htm)

Next Page »

Blog at WordPress.com.