Accom Thailand

May 19, 2009

ลองชิม สุนัขย่าง ดูหรือยัง? ฮานอย ปิดร้าน หมาย่าง 2 สัปดาห์ หลังอหิวาต์ระบาด


ฮานอย ปิดร้านหมาย่าง 2 สัปดาห์ หลังอหิวาต์ระบาด
พ่อค้าเนื้อสุนัข กำลังชั่ง ให้ลูกค้า ภาพถ่ายวันที่ 18 พ.ค.2552 แม้ทางการ จะสั่งปิด โรงชำแหละ ในเมืองหลวงไปแล้ว นับสิบแห่ง ร้านอาหาร ที่เสิร์ฟเมนูใน กรุงฮานอย หยุดให้บริการ เป็นเวลา 15 วัน แต่ก็ยังมี เนื้อจำหน่าย ตามปกติ คนจำนวนมาก ไม่เชื่อว่า เนื้อสุนัข เป็นแหล่งแพร่ เชื้อบักเตเรีย ที่ทำให้ เกิดอหิวาตกโรค

พ่อค้าเนื้อสุนัข กำลังชั่ง ให้ลูกค้า ภาพถ่ายวันที่ 18 พ.ค.2552 แม้ทางการ จะสั่งปิด โรงชำแหละ ในเมืองหลวงไปแล้ว นับสิบแห่ง ร้านอาหาร ที่เสิร์ฟเมนูใน กรุงฮานอย หยุดให้บริการ เป็นเวลา 15 วัน แต่ก็ยังมี เนื้อจำหน่าย ตามปกติ คนจำนวนมาก ไม่เชื่อว่า เนื้อสุนัข เป็นแหล่งแพร่ เชื้อบักเตเรีย ที่ทำให้ เกิดอหิวาตกโรค


ASTVผู้จัดการออนไลน์ – ลองชิม สุนัขย่าง ดูหรือยัง? แต่อย่าเพิ่งไป ในช่วงนี้ เพราะร้านอาหาร ที่เสิร์ฟเมนูจาก สุนัขทุกแห่งในเมืองหลวง ถูกปิดตาย อย่างน้อย 2 สัปดาห์ หลังจากเกิด อหิวาตกโรคระบาด และ พบผู้ป่วย ที่มีอาการท้องร่วง อย่างรุนแรง นับสิบราย


ในนครโฮจิมินห์ ร้านอาหารที่ เสิร์ฟเมนูสุนัข ยังคงเปิดให้บริการ และ ลูกค้ายังคับคั่ง เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถึงแม้ทางการ จะประกาศว่า พบเชื้อบักเตเรีย ชนิดที่เป็นสาเหตุ ทำให้เกิด อหิวาตกโรค ใน เนื้อสุนัข และใน ผัก เช่นเดียวกัน

ส่วนในเมืองหลวง กรุงฮานอย ทางการ ได้สั่งเจ้าหน้าที่อนามัย ลงตรวจสอบ ร้านชำแหละ สุนัขทุกแห่ง ในเขต อ.ห่าดง (Ha Dong) หลังจาก ตรวจพบ เชื้ออหิวาต์ ในเนื้อ ที่จำหน่ายทั่วไป รวมทั้ง ให้ปิด ร้านอาหารทุกแห่ง ทั่วอาณาบริเวณนิคม เพื่อฉีดพ่น สารคลอรามินบี (Cloramin B) กำจัดทำลายเชื้อ ทั้งนี้ เป็นการเปิดเผยของ นายด่าววันบี่ง (Dao Van Binh) รองประธาน คณะกรรมการ ประชาชน ฮานอย

ตามรายงาน ที่ตีพิมพ์บน เว็บไซต์ของ พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม เมื่อวันจันทร์ (18 พ.ค.) เจ้าหน้าที่ สถาบันอนามัย และ การแพร่ระบาดแห่งชาติ (National Institute of Hygiene and Epidemiology) กับ ศูนย์ป้องกัน เวชศาสตร์ กรุงฮานอย ได้ลงตรวจตัวอย่าง เนื้อของสุนัข ในตลาดย่านเดืองโนย (Duong Noi) ระหว่าง วันที่ 7-8 พ.ค. และได้พบ การติดเชื้ออหิวา ดังกล่าว

โรงชำแหละสุนัข ในย่านเดืองโนย ส่งเนื้อไปจำหน่าย ในย่านต่างๆ ทั่ว กรุงฮานอย รวมทั้ง ร้านอาหารต่างๆ ในย่าน ถนนฮั่งเทิน (Hang Than) หว่างมาย (Hoang Mai) เญิตเติ่น (Nhat Tan) ซวนดี่ง (Xuan Dinh) และ เกอเญ้ (Co Nhue)

พ่อค้า ยืนอยู่หลังโต๊ะ ที่แขวนสุนัขย่าง 2 ตัว รอลูกค้า ภาพถ่าย วันที่ 18 พ.ค.2552 ซึ่งทางการ กรุงฮานอย ประกาศปิด โรงชำแหละนับสิบแห่ง แต่สื่อของทางการ กล่าวว่า ตามร้าน และ ตามแผง ในหลายย่าน ยังมีเนื้อสุนัข จำหน่ายตามปกติ

พ่อค้า ยืนอยู่หลังโต๊ะ ที่แขวนสุนัขย่าง 2 ตัว รอลูกค้า ภาพถ่าย วันที่ 18 พ.ค.2552 ซึ่งทางการ กรุงฮานอย ประกาศปิด โรงชำแหละนับสิบแห่ง แต่สื่อของทางการ กล่าวว่า ตามร้าน และ ตามแผง ในหลายย่าน ยังมีเนื้อสุนัข จำหน่ายตามปกติ

แม้ว่าโรงชำแหละ จะปิดลงชั่วคราวแล้ว ก็ยังมีผู้ค้าเนื้อสุนัข ค้าขายอยู่ต่อไป แต่สำนักข่าวเวียดนามเน็ต รายงานขณะเดียวกัน ร้านอาหาร ที่มีชื่อเสียง หลายแห่ง ที่เสิร์ฟเมนูเนื้อสุนัข ในย่านถนนเญิตเติ่น ได้ปิดลง โดยปริยาย เนื่องจากไม่มีลูกค้า

ภัตตาคารยอดนิยมในย่านอื่น เช่น เติ่นหมึก (Tran Muc) และ ห่าแบ๋ว (Ha Beo) แม้จะยังเสิร์ฟ เมนูอื่นๆ ต่อไป แต่ก็ดูเงียบงัน

จนถึงวันที่ 18 พ.ค. ที่ผ่านมา โรงพยาบาล ต่างๆ ใน 11 จังหวัด กับ นครในภาคเหนือ รับผู้ป่วยท้องร่วงอย่างรุนแรง เข้ารับการรักษาแล้ว จำนวน 540 คน ในนั้่น มี 53 ราย ตรวจพบ เชื้ออหิวาตกโรค รวมทั้งใน นครหายฟ่อง (Hai Phong) นามดี่ง (Nam Dinh) บั๊กนีง (Bac Ninh) กว๋างนีง (Quang Ninh) และ จ.แทงฮว้า (Thanh Hoa) ในภาคกลาง ตอนบน แต่หลายคน ก็ยังไม่เชื่อว่า เนื้อสุนัข เป็นบ่อเกิดแห่ง การแพร่ระบาดของ อหิวาตกโรค

“ชาวฮานอย นับพันๆ คน รับประทาน เนื้อสุนัข ถ้าเนื้อ มีเชื้อบักเตเรีย ทำไมจึงมี ผู้ป่วยเพียงไม่กี่คน?” นายเกือง เจ้าของ โรงชำแหละเนื้อสุนัข เตี๋ยนเกือง (Tien Cuong) ตั้งคำถาม ที่นี่ ซื้อสุนัข ไปจาก จ.หายซเวือง (Hai Duong) และ จังหวัดอื่นๆ รอบๆ กรุงฮานอย


เวียดนามเน็ต กล่าวว่า สถานการณ์ใน นครโฮจิมินห์ ต่างไปจากใน ฮานอย ร้านอาหารเมนูสุนัข นครใหญ่ทางภาคใต้ ยังคลาคล่ำ ด้วยลูกค้าตามปกติ แม้จะมีการตรวจพบ บักเตเรีย ทั้งใน เนื้อ และ ใน ผัก ที่รับประทานร่วมกับ เนื้อสุนัข ก็ตาม

แต่ละวัน ตั้งแต่เช้าตรู่ จนถึง 4 ทุ่ม ร้านจำหน่ายเนื้อสุนัข ที่ถนนฝั่มวันหาย (Pham Van Hai) ในท้องที่ อ.เติ่นบี่ง (Tan Binh) จำหน่ายได้วันละ นับร้อยกิโลกรัม ร้านอาหาร ที่เสิร์ฟเมนูสุนัข ที่ถนนแก๊กมางถั่งเติม (Cach Mang Thang Tam) และ ที่ถนนกงกวีง (Cong Quynh) ยังมีลูกค้าหนาแน่น ตามปกติ ลูกค้าประจำ ที่นั่นยังคงเป็น กลุ่มนักศึกษา และเยาวชน ทั่วไป

นายเหวียนวันมีง (Nguyen Van Minh) สมาชิกสภาประชาชนโฮจิมินห์ กล่าวว่า ที่นั่น ไม่เคยอนุญาต ให้เปิดโรงชำแหละสุนัข แต่ก็มีเนื้อจำหน่าย เป็นปกติ และยังไม่สามารถ ควบคุมได้ ผู้บริโภค ต้องระวัง ในการซื้อหา ไปประกอบอาหาร

astv_mgr-200จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 19 พฤษภาคม 2552 15:48 น.

พิมพ์ ข่าวนี้ ฮานอย ปิดร้านหมาย่าง 2 สัปดาห์ หลังอหิวาต์ระบาด



อ่านข่าว และ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ จากที่นี่

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below
Advertisements

January 10, 2009

เวียดนาม ได้ประดับ เหรียญชัยแรงงานชั้น 3 ให้แก่ สมาชิกฟุตบอลทีมชาติ ทุกคน


เวียดนาม ให้เหรียญฯ – อัดฉีด
ทีมบอลหลังชนะไทย


ASTVผู้จัดการออนไลน์– สมาชิกทีมชาติเวียดนาม ทุกคนจะได้รับเงินขวัญถุง คนละหลายแสนบาท เป็นกำลังใจ ที่สามารถเอาชนะ ทีมชาติไทยได้ และ ครองแชมป์ฟุตบอล AFF Suzuki Cup 2008 เจ้าหน้าที่ทุกระดับ จะได้รับรางวัลแบ่ง เป็นสัดส่วน ตามผลงาน


ในโอกาสนี้ ทางการเวียดนาม ได้ประดับ เหรียญชัยแรงงานชั้น 3 ให้แก่ นักฟุตบอลทีมชาติ รวมทั้ง หัวหน้าผู้ฝึกสอน ชาวโปรตุเกสคือ เฮ็นริเก้ คาลิสโต (Henrique Calisto) ด้วย
เวียดนามได้ประดับเหรียญชัยแรงงานชั้น 3 ให้แก่ หน้าผู้ฝึกสภ??ชาวโปรตุเกส เฮนริเก คาลิสโต (Henrique Calisto)

เวียดนามได้ประดับเหรียญชัยแรงงานชั้น 3 ให้แก่ หน้าผู้ฝึกสอนชาวโปรตุเกส เฮนริเก คาลิสโต (Henrique Calisto)

สื่อต่างๆ ตีพิมพ์เผยแพร่ภาพ และข่าวในพิธีต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เป็นกำลังใจให้แก่ ทีมชาติ หนังสือพิมพ์ และ สำนักข่าวหลายแห่ง พาดหัวข่าวหรา ด้วยข้อความ “เราภูมิใจในพวกคุณ”

ขณะนี้ ปัจจุบัน สมาคมฟุตบอลเวียดนาม มีงบประมาณ อยู่ 9,300 ล้านด่ง หรือ 530,670 ดอลลาร์ (ประมาณ 18 ล้านบาทเศษ ด้วยอัตราแลกเปลี่ยน 35.2 บาท ต่อดอลลาร์) เป็นเงินรางวัลจาก VFF และ สปอนเซอร์ต่างๆ ของทีม และ กำลังระดมทุนสมทบ อีกจำนวนหนึ่ง ทั้งนี้เป็นรายงานของ สื่อออนไลน์ ในเวียดนาม

นอกจากเงินรางวัลแล้ว ยังมีสิ่งของรางวัลอีกหลายรายการ สำหรับทุกๆ คน รวมทั้ง รถยนต์ซูซูกิ 1 คัน กับ โทรทัศน์แอลซีดี

สมาคมฟุตบอลเวียดนาม กล่าวว่า รางวัลจะมอบให้แก่ทุกคน รวมทั้งโค้ช นักเตะเจ้าหน้าที่ต่างๆ จนถึง แพทย์ประจำทีม โดยแบ่งเป็น กลุ่มรางวัลสูงสุด 300 ล้านด่ง (630,000 บาท) 200 ล้านด่ง (421,000) 150 ล้านด่ง (316,000 บาท) และ กลุ่มน้อยที่สุด 100 ล้านด่ง หรือ 210,000 บาทเศษ

นอกจาก เงินรางวัลกองกลาง จำนวนนี้แล้ว สมาคมฟุตบอลฯ ยังจัดสรรเงิน อีกจำนวนหนึ่งเป็น “ส่วนตัว” สำหรับอีกหลายคน รวมทั้งโค้ช ชาวโปรตุเกส ที่จะได้รับอีกต่างหาก 430 ล้านด่ง (903,000 บาท) กับ

เวียดนามได้ประดับเหรียญชัยแรงงานชั้น 3 ให้แก่นักฟุตบภ??ทีมชาติ

เวียดนามได้ประดับเหรียญชัยแรงงานชั้น 3 ให้แก่นักฟุตบอลทีมชาติ


เวียดนามได้ประดับเหรียญชัยแรงงานชั้น 3 ให้แก่นักฟุตบภ??ทีมชาติ

เวียดนามได้ประดับเหรียญชัยแรงงานชั้น 3 ให้แก่นักฟุตบอลทีมชาติ

อีกคนละ 230 ล้านด่ง (484,000 บาทเศษ) สำหรับ นักเตะยอดเยี่ยม 3 คน ของทีม ซึ่งได้แก่
ซเวืองห่งม์เซิน (Duong Hong Son)
เลกงวีง (Le Cong Vinh) กับ
เหวียนหวูฟง (Nguyen Vu Phong)

ห่งม์เซิน ยังได้รับรางวัล “ผู้เล่น ที่ทรงคุณค่ามากที่สุด” อีก 5,000 ดอลลาร์ (176,000 บาท) จาก VFF Cup

ทีมเวียดนาม สามารถเอาชนะ ทีมชาติไทย ได้ด้วยคะแนนรวม 3 ประตูต่อ 2 และ เอาชนะทีมสิงคโปร์ ในรอบรองสุดท้ายด้วย คะแนน 1 ประตูต่อ 0 ชนะทีมไทย 1 ประตูต่อ 0 ในรอบชิงชนะเลิศ

ชาวเวียดนาม ฉลองชัยชนะครั้งนี้ อย่างเอิกเหริก เนื่องจากทีมฟุตบอลเวียดนาม สามารถยกระดับขึ้น เทียบชั้น ทีมแข็งแกร่งที่สุด ในอนุภูมิภาคได้ เป็นครั้งแรก หลังจากเพียรพยายาม มานานกว่า 10 ปี

เมื่อปี 2549 เวียดนามได้กวาดล้างนักเตะฝีเท้าดีที่สุดของ ทีมเกือบทั้งหมด หลังพบว่า มีการ “ฮั้ว” อย่างเป็นขบวนการ เพื่อเปลี่ยนแปลง ผลการแข่งขัน ในฟุตบอลซีเกมส์ที่ ฟิลิปปินส์เป็นเจ้าภาพจัด โดยได้รับเงินตอบแทน จากโต๊ะพนันบอลใหญ่ ในประเทศ

ศาลได้พิพากษาจำคุก และ รอลงอาญา นักฟุตบอลจำนวน 7 คนในปี 2550 ซึ่งทำให้สมาคมฯ ต้องสร้างทีมใหม่ ขึ้นมา และ เมื่อปีที่แล้วได้ว่าจ้าง คาลิสโต เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน แทนคนเดิม ชาวออสเตรีย ที่สุขภาพไม่ดี

สัปดาห์ที่แล้วเช่นกัน ทางการโดยแนวร่วมปิตุภูมิเวียดนาม ซึ่งเป็นองค์กรมหาชน ศูนย์รวมของกลุ่ม กับ องค์กรทาง สังคมและวัฒนธรรมทั่วประเทศ ได้มอบเหรียญชัยแรงงานชั้น 3 ให้แก่สมาชิกทีมฟุตบอล ทุกคน

พิธีมอบจัดขึ้น อย่างสมเกียรติ ที่บริเวณจตุรัสบาดิ่ง (Ba Dinh) กรุงฮานอย

ด้านหน้าภ??ุสรณ์สถานใจกลางกรุงฮานภ??

ด้านหน้าอนุสรณ์สถานใจกลางกรุงฮานอย


สมาชิกทีมทุกคนรวมทั้งเจ้าหน้าที่ได้เข้าคารวะ ศพภ??ีตประธานโฮจิมินห์

สมาชิกทีมทุกคนรวมทั้งเจ้าหน้าที่ได้เข้าคารวะ ศพอดีตประธานโฮจิมินห์

สมาชิกทีมทุกคน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ได้เข้าคารวะ อดีตประธานโฮจิมินห์ ณ อนุสรณ์สถานใจ กลางกรุงฮานอยอีกด้วย ซึ่งถือเป็นเกียรติสูงสุด

คลิกอ่านข่าวนี้ We’re so proud of you, boys – 10:35′ 08/01/2009 (GMT+7) จาก VietNamNet Bridge


ภาพประกอบทั้งหมดจาก : VietnamNet

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 10 มกราคม 2552 22:45 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9520000002603


พิมพ์ ข่าวนี้ เวียดนามให้เหรียญฯ-อัดฉีดทีมบอลหลังชนะไทย

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

September 23, 2008

ไต้ฝุ่นฮาจูปิ๊ต (Hagupit) ถล่มเวียดนาม ลาวไทยอ่วมแน่


หายนะมาอีก “ฮาจูปิ๊ต” ถล่มเวียดนามลาวไทยอ่วมแน่


ดักหัวลงสู่ แขวงพงสาลี – หลวงน้ำทา ในภาคเหนือลาว ในอีกสองวันข้างหน้า คาดว่าจะทำให้ เกิดฝนตกหนัก และเกิดอุทกภัย อีกรอบหนึ่ง คล้าย พายุกัมมูริ เมื่อเดือนที่แล้ว (ภาพ: TSR)


ผู้จัดการออนไลน์ — ไต้ฝุ่น ฮาจูปิ๊ต (Hagupit) ได้อ่อนกำลังลงใน เช้าวันอังคาร (23 ก.ย.) หลังอาละวาดใน มหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ มา 3 วัน กับ 15 ชั่วโมง และ กลายเป็น พายุโซนร้อน ที่ยังมีพลานุภาพ ที่จะทำเกิด ฝนตกหนัก ในภาคเหนือเวียดนาม มณฑลหยุนหนัน ของจีน ภาคเหนือของไทย และ ในลาวภาคเหนือ ระหว่างวันที่ 24-28 ก.ย.นี้


ตามการพยากรณ์ของ ศูนย์อุตุนิยมวิทยา หลายแห่ง ในเขตแปซิฟิก เส้นทางเคลื่อนที่ของ พายุฮาจูปิ๊ต จะพาดผ่าน ภาคตะวันออก ของ จีน มุ่งตะวันตก ก่อนจะหักหัวลง เข้าสู่ ภาคเหนือเวียดนาม และ ลาว ไม่ต่างกับ เส้นทางของ พายุโซนร้อน กัมมูริ (kammuri) ที่ทำให้ เกิดฝนตกหนัก ในประเทศแถบนี้ เดือนที่แล้ว


พายุ กัมมูริ ทำให้เกิด น้ำท่วมฉับพลับ น้ำป่าไหลหลาก ในเวียดนาม มีผู้เสียชีวิตราว 130 คน อีกราว 30 คน ยังสูญหาย พายุ ลูกนี้ยัง ทำให้ เกิดฝนตกหนักใน ภาคเหนือลาว และ ไทย ลำน้ำสายต่างๆ ไหลเอ่อ ขึ้นท่วมสองฝั่ง ระดับน้ำใน ลำน้ำโขง ที่ นครเวียงจันทน์ สูงที่สุด ในรอบกว่า 40 ปี สร้างความเสียหายให้ นาข้าว เกือบล้านไร่ มีผู้เสียชีวิต อย่างน้อย 4 คน


ไต้ฝุ่นฮาจูปิ๊ตมาไกล ..อ่อนแรงลง แต่ยังทรงพลานุภาพ และแผ่อิทธิพล ทั่วอาณาบริเวณตอนเหนือของ อนุภูมิภาค (ภาพ: TSR)


ไต้ฝุ่น ฮาจูปิ๊ต ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 คน ใน ฟิลิปปินส์ ก่อนจะเข้าอาละวาดที่ เกาะไต้หวัน และ เข้าไปอ่อนแรง ในภาคใต้ของจีน ในคืน วันจันทร์


ศูนย์อุตุนิยมวิทยา และ อุทกศาสตร์แห่งชาติ เวียดนาม ได้ออกเตือน ในเช้าตรู่ วันอังคาร ระบุว่า พายุฮาจูปิ๊ต ขนาด 14 บนมาตราโบฟอร์ต (Beaufort Scale) ได้เคลื่อนตัว ด้วยความเร็ว ลม 150-166 กม./ชม. จะเข้าถึง ภาคตะวันตกเฉียงใต้ ของจีน ในวันพุธ และ จะเคลื่อนไปใน แนว ตะวันตก ในช่วง วันสองวัน ข้างหน้า


เวลาประมาณ 16.00 น. วันพฤหัสบดี ศูนย์กลางของ ฮาจูปิ๊ต ซึ่งคาดว่าจะมี ความเร็วลม 62-88 กม./ชม. จะพัดผ่านจังหวัด ทางภาคเหนือเวียดนาม ซึ่งจะทำให้ เกิดฝนตกหนัก และฝนตกปานกลาง ในพื้นที่ ใต้ลงไป


อย่างไรก็ตาม คาดว่า อิทธิพลของ พายุฮาจูปิ๊ต จะทำให้เกิดฝนตกใน ภาคเหนือเวียดนาม ตั้งแต่ เย็นวันอังคาร นี้เป็นต้นไป ทั้งนี้ เป็นรายงานของ หนังสือพิมพ์ แท็งเนียน


ศูนย์อุตุนิยมวิทยา และ อุทกศาสตร์ ได้เตือนให้ ทางการจังหวัดต่างๆ ทางตอนเหนือ ระวังการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และ เกิดน้ำท่วม จะกินที่ อาณาบริเวณกว้าง ซ้ำรอย พายุกัมมูริ


ภาพถ่าย อินฟราเรดจาก ดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา แสดงศูนย์กลางของ ไต้ฝุ่นฮาจูปิ๊ต หลังพัดถล่มเ กาะลูซอนของ ฟิลิปปินส์ ตอนเช้าตรู่ วันจันทร์ (ภาพ: TSR)


คณะกรรมการแห่งชาติ กำกับดูแล การกู้ภัยจาก พายุและ อุทกภัย ได้แจ้งให้ เจ้าของเรือหาปลา ทุกลำ แจ้งเตือนไปยัง เรือหาปลา ทุกลำ ใน ทะเลจีนใต้ ให้กลับเข้าสู่ฝั่ง หรือ หาที่กำบัง คลื่นลมแรง อันเกิดจาก อิทธิพล พายุฮาจูปิ๊ต


คณะกรรมการ ยังแจ้งเตือน ไปยัง ชาวนา และ เกษตรกร ในเขตเสี่ยงภัยต่างๆ ให้เร่ง เก็บเกี่ยวพืชผล เตือนไปยัง ทางการท้องถิ่น ที่เสี่ยงภัย ให้ อพยพราษฎร ออกจากเขต แม่น้ำลำคลอง เพื่อป้องกัน เหตุร้าย เหตุด่วน อันอาจจะเกิดจาก พายุลูกนี้


หมายเหตุ: Hagupit (ฮาจูปิ๊ต) เป็นภาษา ตากาล๊อก (Tagalog) ภาษาพื้นเมืองฟิลิปินส์ มีความหมายว่า ขันที, ผู้ชาย ที่ถูกตอน

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
23 กันยายน 2551 15:19 น.
http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000112815


พิมพ์ ข่าวนี้ หายนะมาอีก “ฮาจูปิ๊ต” ถล่มเวียดนามลาวไทยอ่วมแน่


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

September 22, 2008

“สนธิ” แฉ ความอัปยศ ของ รัฐบาลขายชาติ ปล่อยเขมรให้สัมปทานฝรั่ง ขุดน้ำมัน ในเขตทับซ้อนไทย

Filed under: กัมพูชา,การเมืองภาคประชาชน,การแก้ไข รธน.,ก่อความไม่สงบ,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข่าวเศรษฐกิจ,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,คอร์รัปชั่น,คำพิพากษา,คำสั่งศาล,คุณธรรม,คุณภาพชีวิต,จริยธรรม,จีน,ชายแดนภาคใต้,ชุมนุมประท้วง,ซาอุดิอาระเบีย,ญี่ปุ่น,ตรวจสอบ,ตะวันออกกลาง,ธรรมาภิบาล,พม่า,พลังงาน,สหรัฐอเมริกา,อังกฤษ,อัฟกานิสถาน,อินโดนีเซีย,อิหร่าน,เวียตนาม — accomthailand @ 01:36
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

สนธิ ลิ้มทงกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่ประชาธิปไตย จวก รัฐบาลขายชาติ ปล่ยเขมรให้สัมปทานฝรั่ง ขุดน้ำมันเขตทับซ้น

สนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย จวก รัฐบาลขายชาติ ปล่อยเขมรให้สัมปทานฝรั่ง ขุดน้ำมันเขตทับซ้อน


“สนธิ” จวก รัฐบาลขายชาติ ปล่อยเขมรให้สัมปทานฝรั่ง ขุดน้ำมันเขตทับซ้อน


“สนธิ” ย้ำ “การเมืองใหม่” ต้องให้ประชาชน มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง และเปิดให้ถอดถอน นักการเมืองง่ายกว่าเดิม 100 เท่า พร้อมให้ ปชช. มีส่วนร่วม จัดการทรัพยากรของชาติ ให้ตกเป็นของคน 64 ล้านคน จวก รัฐบาลขายชาติ ปล่อยเขมร ให้สัมปทาน “เชฟรอน” เจาะน้ำมัน เขตทับซ้อน ระบุเบื้องหลัง ความวุ่นวายของโลก มี “น้ำมัน” อยู่เบื้องหลัง แฉต่างชาติจ้องฮุบ แหล่งก๊าซ-น้ำมันมหาศาล ในอ่าวไทย


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (56 K) นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (256 K) นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย


เมื่อเวลา 21.38 น. วันที่ 21 ก.ย. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นเวทีปราศรัยที่ ทำเนียบรัฐบาล ว่า ใน การประชุม เรื่องการเมืองใหม่วันนี้ ไม่ได้มาประชุมด้วย เพราะพิษไข้ แต่ได้บอกกับ แกนนำคนอื่นๆ แล้วว่า ความเห็นส่วนตัว เรื่องการเมืองใหม่ คือ


1. การที่ภาคประชาชน ได้มีส่วนร่วม ทางการเมืองจริงๆ โดยมีกฎหมายรองรับ และ
2. เราต้องมีกระบวนการ ถอดถอนนักการเมืองชั่ว ที่ง่ายกว่าเดิมสักร้อยเท่า คือสามารถถอดถอนได้ โดยตรง ไม่ต้องผ่าน อัยการสูงสุด ไม่ผ่าน ศาลรัฐธรรมนูญ นั่นคือ ประชาชน สามารถอดถอน ส.ส. ได้ การเมืองใหม่ จึงไม่ใช่ การเมืองของพวกที่ซื้อเสียง เข้าไป แต่ต้องเป็น การเมือง ของ ประชาชน ที่มีส่วนร่วม อย่างแท้จริง


หลังจากนั้น นายสนธิได้กล่าวถึง ประเด็นสำคัญนั่นคือ เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมดที่เกิด จากน้ำมัน โดยอธิบายว่า สาเหตุที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เคยทำธุรกิจโทรศัพท์มือถือ ขายหุ้นให้ เทมาเส็ก และไปร่วมเจรจากับ ประเทศต่างๆ เป็น เรื่องพลังงาน ทั้งสิ้น


นายสนธิ กล่าวต่อว่า ในโลกนี้ ไม่มีอะไรมีความหมาย ทางเศรษฐกิจ เท่ากับ น้ำมัน โดยเฉพาะ ในประเทศตะวันตก ที่ใช้น้ำมัน ในการพัฒนา อุตสาหกรรม ความกินดีอยู่ดี ของคนตะวันตก จึงขึ้นกับการพึ่งพา แหล่งน้ำมัน ซึ่งอยู่ใน ตะวันออกกลาง ทำให้ ประเทศตะวันตก เข้าไปเกี่ยวข้อง กับ ปัญหาทางการเมือง ในตะวันออกกลาง โดยในปี พ.ศ. 2499


นายก โมซาเด็ก ของอิหร่าน ที่รักชาติได้ยึดบ่อน้ำมัน ของบริษัทต่างชาติ มาเป็น ของ อิหร่าน แล้วจ่ายค่าชดเชยให้ ทาง สหรัฐอเมริกา และ อังกฤษ จึงหาทาง ล้มรัฐบาลนายโมซาเด็ก แล้วให้ ซีไอเอ และ สายลับ เอ็มไอ 6 โค่นล้ม นายโมซาเด็ก ลงแล้วให้ พระเจ้าชาห์ ขึ้นมาปกครอง ประเทศ และ คืนบ่อน้ำมัน ให้บริษัทต่างชาติ ตามเดิม


ส่วนที่ ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็น แหล่งน้ำมัน ร้อยละ 50 ของ ตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำมัน ร้อยละ 70 ของทั้งโลก สหรัฐอเมริกา ได้จับมือ เซ็นสัญญา ซื้อน้ำมันระยะยาว และรับประกัน ราคานำมัน ให้ โดยสัญญาสิ้นสุด ในปี พ.ศ. 2539 โดยก่อนที่จะสิ้นสุดสัญญานั้น บริษัทน้ำมัน อาทิ เชฟรอน เอสโซ่ เชลล์ ได้สำรวจแหล่งน้ำมันทั่วโลก ซึ่งทำให้รู้ว่า มีที่ไหนบ้าง แต่ยังไม่ขุด เพราะยังสามารถซื้อ น้ำมันราคาถูก จากซาอุฯ ได้ จึงเก็บ เป็นความลับ เอาไว้


นายสนธิ กล่าวต่อว่า บริษัทน้ำมันของ ต่างชาติ ได้ใช้ดาวเทียมสำรวจน้ำมัน ซึ่งเคยถ่ายภาพ บริเวณ อ่าวไทย และ พบว่า เป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ ด้วยน้ำมัน ที่ไม่น้อยกว่า ซาอุดีอาระเบีย แต่เก็บเป็นความลับเอาไว้ เพราะเขาลงทุน เป็นพันเป็นหมื่นล้าน ในการสำรวจ ประกอบกับ ราคาน้ำมัน ขณะนั้น ยังไม่ขึ้น จนกระทั่งช่วง 18 เดือน ที่ผ่านมา ที่น้ำมันขึ้นราคาจาก บาร์เรลละ 40 เหรียญ เป็น 100 กว่าเหรียญ แล้วตกไป 90 กว่า และ จะ ไม่มีวันต่ำกว่า 80 เหรียญ หลังจากนี้ เพราะ อาหรับ หันไปใช้ ราคาทองคำเป็นตัวกำหนดราคา เป็นราคาที่ ชาวอาหรับ พอใจ ขณะที่ บริษัทน้ำมัน ก็ไม่สนใจว่า ผู้ใช้จะเดือดร้อน หรือไม่ รวมถึง ปตท. ของไทย ที่ขายให้เอกชน ไปแล้ว


นายสนธิ กล่าวต่อว่า บริษัทน้ำมัน มีอิทธิพลสูงมาก จนสามารถ ล้มรัฐบาลชาติไหนก็ได้ ที่ไม่ตอบสนอง เรื่องพลังงานให้เขา เรื่องนี้ มีบทพิสูจน์ นายจอร์จ ดับเลิลยู. บุช ขึ้นมาเป็น ประธานาธิบดีได้เพราะ อิทธิพลบริษัทน้ำมัน เมื่อขึ้นมา ก็ส่งเสริม บริษัทน้ำมัน บินมาเอเชีย ก็เพื่อเจรจา เรื่องน้ำมัน


หลังปี พ.ศ. 2539 เป็นต้นมา สหรัฐฯ เริ่มเปิดลิ้นชัก ผลสำรวจแหล่งน้ำมัน ที่เก็บเป็นความลับ ซึ่งในแผนที่ลับ จะชี้ว่า ที่ใดมีน้ำมันบ้าง เป็นที่ทราบ มานาน สำหรับคนที่เรียน วิศวปิโตรเลียม ว่า พื้นที่ใดที่มีแม่นำไหลลง ทะเล ปากแม่น้ำ จะมี น้ำมันมหาศาล ซึ่ง ไทย กัมพูชา และ เวียดนาม มี แม่น้ำโขง ไหลลงมา พื้นที่ อ่าวไทย ทั้งหมด จึงคือ ขุมทรัพย์มหาศาล ของ น้ำมัน และ ก๊าซธรรมชาติ ซึ่งฝรั่งรู้มานานแล้ว แต่เก็บเป็น ความลับ เอาไว้ จนราคาน้ำมัน ขึ้นมา


ขณะที่ พ.ต.ท. ทักษิณ เริ่มสนใจน้ำมัน ปี 2547-2548 เพราะเป็นช่วงที่ ราคาน้ำมันกระโดด จาก 20 เป็น 30 เหรียญ นาย โมฮัมเหม็ด อัลฟาเยด เจ้าของห้างแฮร์รอดส์ ได้บินมาไทย เพราะมีข้อมูลน้ำมัน ในอ่าวไทย แต่เป็นที่ทับซ้อน ไทย-กัมพูชา เมื่อมาเจรจา ขอสัมปทาน แต่จะต้องคุยทั้ง ไทย และ กัมพูชา ก่อน จึงถอยฉากออกไป พร้อมกับทิ้งข้อมูล ไว้ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วยเหตุนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ จึงคิดที่จะขาย ชินคอร์ป เพื่อเอาเงิน เทมาเส็ก มา โดยส่วนหนึ่ง จะเอามาลงหุ้น กฟผ. ที่จะแปรรูป ส่วนหนึ่ง จะตั้ง บริษัท ขุดเจาะน้ำมัน ในอ่าวไทย


ทั้งนี้ แหล่งน้ำมัน ในอ่าวไทย นั้น พื้นที่ที่อยู่ใกล้ฝั่งนั้น เป็นของแต่ละประเทศ อย่างชัดเจน แต่พื้นที่ตรงกลาง ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิ์ จึงถือเป็น พื้นที่ทับซ้อน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ เขมร นั้น เชฟรอน ได้เข้ามาขุดสำรวจ 4 หลุม พบว้ามี น้ำมัน และ ก๊าซธรรมชาติ 3 หลุม แสดงว่า ในอ่าวไทย เต็มไปด้วย น้ำมัน และ ก๊าซธรรมชาติ โดย เชฟรอน อ้างในรายงานว่า ในหลุม ที่ขุดพบ มีน้ำมัน ประมาณ 1 ล้าน-ล้าน บาร์เรล


แต่เว็บไซต์ของ ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมัน บอกว่า ตามธรรมดาแล้ว บริษัทน้ำมัน ที่ไปรับสัมปทาน ในประเทศโลกที่ 3 จะโกหก โดยข้อเท็จริง จะมีมากกว่าที่บอก ประมาณ 50-100 เท่า เพราะเขาไม่ต้องการให้รู้ว่า มีประมาณมากขนาดนั้น


วิธีการของมันที่ทำ คือ ส่วนที่ขุดออกมา มันก็ส่งออก และ จ่ายค่าสัมปทาน แต่ อีกส่วนหนึ่ง มันก็ทำ แบบที่ ปตท. ก็ทำอยู่ คือ เอา เรือบรรทุกน้ำมัน ลักลอบ มารับ จากท่อขุดเจาะ โดยตรง แล้วเอาไปขาย


อีกจุดที่มีน้ำมันเยอะ ถ้าลากเส้นจาก จังหวัดยะลา นราธิวาส ปัตตานี ตรงดิ่งเข้าไปในทะเล ประมาณ 120 กิโลเมตร เป็นแหล่งนำมัน มหาศาล ที่ยังไม่มีใครรู้ นี่ไง 3 จังหวัดภาคใต้จึงยังไม่สงบ


เหมือน ติมอร์ ที่แยกไปจาก อินโดนีเซีย เพราะมันมี น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ แร่ดีบุก ทองคำ และ แพลททินัม ประเทศที่สนับสุนให้ ติมอร์ แยกตัวออกไปคือ ออสเตรเลีย แล้วบริษัทที่ ขุดเจาะน้ำมันใน ติมอร์ และผูกขาดทำเหมือง ก็จาก ออสเตรเลีย ทั้งหมด เหมือนกับ ที่ อาเจะห์ แหล่งน้ำมันใหญ่ อีกแห่ง


การทำให้ 3 จังหวัดภาคใต้ วุ่นวายตลอด เป็นความพยายามให้ 3 จังหวัด ประกาศตนเป็นอิสระ โดยมี บริษัทน้ำมัน สนับสนุน เพื่อพวกมันจะได้ เข้าไป ฮุบผลประโยชน์ ที่ 3 จังหวัด มีสิทธิ ตามระยะเข็มไมล์ ตามกฎหมายทางทะเล นายสนธิ กล่าว


นายสนธิ กล่าวต่อว่า ที่เราทะเลาะกับ เขมร ตอนนี้มีตัวเล่นเพิ่ม คือ จีน ที่พัฒนาตัวเอง ในรอบ 15 ปีมานี้ จนร่ำรวย และ เติบโตมหาศาล แต่เริ่มเดิน ไม่ออก เพราะเริ่มขาดแคลน น้ำมัน จากเดิม ที่มีบ่ำน้ำมันที่ ต้าชิง และ ส่งออก ตอนนี้ต้องนำเข้า ต้องค้าขายกับ อิหร่าน เพิ่ม และ ออกไป ลงทุน ทำบ่อน้ำมันใน อาฟกานิสถาน ไปสนับสนุน รัฐบาลพม่า เพราะมี แหล่งก๊าซฯ


ส่วนที่ต้องมาเกี่ยวกับ เขาพระวิหาร เพราะถ้าลากเส้นไป ก็จะกินพื้นที่เข้าไป ในเขตทับซ้อน มีการสร้างถนน จาก สีหนุวิลล์ วิ่งไปทางเขาวิหาร และ ทะลุไป คุนหมิง ซึ่งไม่ใช่แค่เส้นทางรถวิ่ง แต่เป็นแนวท่อส่งน้ำมันไปให้ จีน


สหรัฐฯ จึงเข้ามาขวางเพราะกลัว จีน จะแผ่อิทธิพล ถึงขนาดลงไว้ใน ยุทธศาสตร์ความมั่น ของ สหรัฐฯ ว่า ศัตรูหมายเลขหนึ่งของเขาคือ จีน


ในที่สุด เขมร ก็จะเป็นประเทศ ที่มี ก๊าซธรรมชาติ มีแหล่งพลังงาน เยอะ และกำลังให้ บริษัทฝรั่งมาตรวจสอบ แหล่งก๊าซฯ และ น้ำมัน ที่มีอยู่ใน ทะเลสาบ (Tonle Sap) ที่ เขมรจับปลามาทำ ปลากรอบ ที่นั่นคือ แหล่งก๊าซ และ น้ำมัน แต่ไม่ต้องห่วง เขมร จะมี น้ำมัน มากแค่ไหน ก็จะเหมือน ไนจีเรีย ซึ่งในรอบ 30 ปี ที่ผ่านมา เจอน้ำมันแต่ให้ ต่างชาติรับประโยชน์ไป 600,000 ล้านเหรียญ ในขณะที่ ประชาชน กว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ของ ไนจีเรีย ยังยากจน ถึงขั้นไม่มีข้าวกิน


“เขมร ก็จะเป็นแบบนั้น เพราะมันมี รัฐบาล และ นายกฯ ที่ชาติชั่ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัว เขมร มันเป็น ประเทศที่ถูกสาป ไม่ถูกสาปได้ไง ขนาด พระสังฆราช ยังเล่นของ แล้วจะเจริญได้อย่างไร เราไม่ต้องไปกลัว แต่กำลังชี้ให้เห็นว่า การเมืองระหว่างประเทศ กำลังมีบทบาท ใน ไทย เรื่องน้ำมัน เมื่อ สหรัฐฯ จีน เข้ามา ฝรั่งเศส ก็เข้ามา ญี่ปุ่น ก็เข้ามา กรรมการ ที่จะมาดูแลพื้นที่ เขาพระวิหาร ที่เป็นมรดกโลก ก็คือ 6 ประเทศ ที่อยากได้ นำมัน” นายสนธิ กล่าว


นายสนธิ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ เขมร ได้อนุญาตให้ เชฟรอน ตั้งแท่นขุดเจาะ บนพื้นที่ทับซ้อน กับ ไทย แล้ว โดยที่ เราไม่ได้คัดค้านเลย ต่างจาก จีน ที่มีพื้นที่ทับซ้อนกับ เวียดนาม แล้วจู่ๆ เวียดนาม ก็ให้ เชฟรอนรับสัมปทาน จีน จึงแจ้งไปว่า พื้นที่นี้เป็นของ จีน ถ้า เชฟรอน ตั้งแท่นเมื่อไหร่ จะส่งเรือไปถล่มทันที เชฟรอน รีบถอยเลย


“ถ้าเรามีรัฐบาล ที่รักชาติ มีทหาร ที่ไม่ห่วง แค่ยศ แค่ตำแหน่ง กับ งบประมาณซื้ออาวุธ ถ้า มันห่วงทรัพยากรธรรมชาติ ในอ่าวไทย มันต้องขยับแล้ว ต้องแจ้ง เชฟรอน ว่า ตรงที่แท่นคุณไปตั้ง มันของผม ถึง เขมร บอกเป็นของเขา ก็ตาม เมื่อไหร่ที่คุณลงเสา ผมเอาปืนยิงเลย แต่มันทำไมมันไม่ทำ เพราะมันเป็น รัฐบาลขายชาติ นี่ไง เรามาสู้เพื่ออะไร เข้าใจหรือยัง ทรัพยากร นี่คือ สินทรัพย์ของแผ่นดิน ที่เราต้องมา บริหารจัดการเพื่อ คนไทย 64 ล้านคน ไม่ใช่เพื่อ โคตรใครบางคน ที่อยู่ ลอนดอน และไม่ใช่เพื่อ โคตรของ คนตาเหล่”


นายสนธิ กล่าวต่อว่า การเมืองใหม่ มีความหมาย หลายๆ อย่าง มากมายมหาศาล ถ้าเรา เอาเรือปืนเราไปไล่ เชฟรอน ทั้ง อเมริกา จีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น ก็ต้องถอย เพราะคิดว่า ไทย เอาจริง และมาคุยกับ ไทย ดีกว่า เมื่อมาคุยกับ ไทย เราก็ต้องมีเงื่อนไขว่า ฮุนเซน จะไปซี้ซั้ว ให้ใครไมได้ ให้เมื่อไหร่ ยิงเมื่อนั้น ฮุนเซน ก็ต้องถามเราว่า จะเอายังไงบอกมา เราก็บอกให้เขียน แผนที่ กันใหม่ ถ้าไม่ยอม เราก็ไม่ยอม เพราะ คนไทย ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว อยู่แล้ว เราทำมาหากิน เรารวยกว่า เขมร มาก


แต่ก่อนที่ จะทำเช่นนั้นได้ เราต้องเอา บริษัทขายชาติ กลับมาเป็นของเรา นั่นคือ ปตท. ที่มันขายชาติ มันมี แผนที่ข้อมูลหมด ว่าที่ไหน มีน้ำมัน แต่เก็บไว้เอง แล้วทำมาหารับประทาน กับ บริษัทน้ำมัน และ ก๊าซฯ ของ ฝรั่งต่างชาติ จนผู้บริหารร่ำรวย ซึ่งถ้าตนมีอำนาจ จะยึคทรัพย์ ผู้บริหาร ปตท. ทั้งหมด


“นายประเสริฐ บุญสมพันธ์ พูดอย่างภาคภูมิใจว่า ปตท. ร่ำรวย ยอดขาย เท่านั้นเท่านี้ เป็นบริษัทอันดับหนึ่ง ของ ไทย แต่ทุกอย่าง ที่เอาไป แปรรูป นั้น ล้วนแต่เป็นของ ชาติบ้านเมือง ไม่ใช่ ของคุณ ทุกอย่างเป็น ของชาติ แม้แต่ ท่อส่งก๊าซ ศาลปกครอง ก็สั่งให้เป็น ของรัฐ แล้วคุณ ก็ไปบีบ เพื่อให้ ได้เช่าท่อก๊าซ ในราคาถูก ซึ่งถ้ามี การเมืองใหม่ เราไม่ยอมเด็ดขาด”


นายสนธิ ย้ำว่า ทุกอย่างเกี่ยวข้องกับ น้ำมัน เราต้องมี การเมืองใหม่ ที่เจรจาเป็น ไม่ใช่ การเมือง ของ นายกฯ เลขานายก ประธาน ปตท. หรือ คนที่อยู่ ลอนดอน แต่เป็นของ คนไทย 64 ล้านคน เมื่อเป็นเช่นนั้น การเจรจาก็จะไม่ยาก ก็เพราะทุกอย่าง เมื่อเจรจาเสร็จ ผลประโยชน์ เข้ากระเป๋า 64 ล้านใบ แต่ถ้าเป็น การเมือง ของพวกเขาเอง ก็จะแบ่งผลประโยชน์ ระหว่างพวกเขา ไม่กี่คน กับ บริษัทฝรั่ง เหลือเศษเนื้อติดกระดูก ให้ คนไทย


“สำหรับผม การเมืองใหม่ ที่ต้องมีคือ จะต้องรักษา สินทรัพย์ ที่ผมเล่ามา ให้ตกเป็นของคนไทย ทั้งประเทศ” นายสนธิย้ำ


นายสนธิ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากที่ ตนได้พูด เรื่องวิกฤติการเงินในสหรัฐฯ กรณี เลห์แมน บราเธอร์ส และ เอไอจี แล้ว มีโทรศัพท์มามาก จาก ตัวแทนเอไอเอ ที่เป็นพันธมิตร เข้ามามาก ให้ช่วยชี้แจงว่า เอไอเอ ที่เมืองไทย มีเอไอจี ถือหุ้นเพียงแค่ 1 เปอร์เซ็นต์ครึ่ง เอไอเอ เมืองไทย จึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่อย่างไร ก็ตาม บริษัทประกัน ที่มีน้ำใจ ที่หนักแน่นให้แก พันธมิตร คือ “วิริยะประกันภัย” ที่ยอมขาย กรมธรรม์ ในการประกันตัว นักรบศรีวิชัย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
22 กันยายน 2551 01:36 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000112028


พิมพ์ ข่าวนี้ “สนธิ” จวกรัฐบาลขายชาติ ปล่อยเขมรให้สัมปทานฝรั่ง ขุดน้ำมันเขตทับซ้อน


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

September 12, 2008

โรงแรม Vesna 3 ดาวที่ฮานอย


วันนี้จะมารีวิวโรงแรมอีกแห่งที่ฮานอย เป็นโรงแรมระดับ 3 ดาว ที่อยู่ห่างจากตัวฮานอยไปประมาณ 20 นาที

ถ้าใครไปอ่าวฮาลอง พอข้ามแม่น้ำไป อยู่ทางซ้ายมือ

โดยความเห็นส่วนตัว เป็นโรงแรม 3 ดาวที่ค่อนข้างโอเค มีไม่พร้อมบางจุด ซึ่งจะกล่าวในรายละเอียดต่อไป
มาดูล้อบบี้โรงแรมก่อนเลย ถ้าเดินเลยเคาน์เตอร์ไปจะมีพื้นที่ให้นั่งอีกหน่อย

ล้�บบี้โรงแรม

ล้อบบี้โรงแรม


หันหน้าเข้าโรงแรม เคาน์เตอร์อยู่ซ้าย ลิฟท์อยู่ขวามือ
 เคาน์เต�ร์�ยู่ซ้าย ลิฟท์�ยู่ขวามื�

เคาน์เตอร์อยู่ซ้าย ลิฟท์อยู่ขวามือ


ลิฟท์ที่นี่มีสองตัวเหมือนที่ Heritage Hotel แต่ช้ากว่ามาก
มีส�งตัว

มีสองตัว


แล้วก็ที่แปลก เข้าทางหนึ่งออกทางหนึ่ง
(จะเห็นจากลิฟท์ตัวซ้ายมือนะ ว่า มีเปิดให้ออกอีกด้านด้วย)
วิธีการเปิดเข้าห้อง คล้ายๆ ที่ Heritage Hotel คือเอาการ์ดลงแปะตามลูกศร
ไฟเขียวขึ้นก็เปิดเข้าไปได้
วิธีการเปิดเข้าห้�ง

วิธีการเปิดเข้าห้อง

เข้าไปปุ๊บก็เอาการ์ดเสียบที่บ็อกซ์เพื่อให้ระบบไฟทำงาน
มาดูตัวห้องพัก
รูปแรกยังมืดน่ากลัวอยู่

ห้�งพัก  รูปแรกยังมืด

ห้องพัก รูปแรกยังมืด

เปิดไฟ สว่างแล้ว ห้องค่อนข้างแคบ เป็น ห้อง standard

ห้�งค่�นข้างแคบ เป็น standard

ห้องค่อนข้างแคบ เป็น standard

ไฟเพดานห้อง ผู้นำความสว่างมาให้เรา
(แอบเก๋นิดหน่อย จะเก๋กว่านี้ถ้าไม่ใช่ไฟขาว แต่ก็ดี ใช้อ่านหนังสือได้ด้วย)

ไฟเพดานห้�ง

ไฟเพดานห้อง

อุปกรณ์พื้นฐานในห้อง ทีวีและมินิบาร์

�ุปกรณ์พื้นฐานในห้�ง ทีวีและมินิบาร

อุปกรณ์พื้นฐานในห้อง ทีวีและมินิบาร

ไปที่ข้างๆ เตียงฝั่งประตู บนโต๊ะมีน้ำดื่มฟรี 2 ขวด โรงแรมนี้สามดาวนะ
แต่..มีผลไม้ให้ฟรี ชากาแฟดื่มฟรี (ดีกว่าสี่ดาวที่ฮาลอง)

มีน้ำดื่มฟรี 2 ขวด

มีน้ำดื่มฟรี 2 ขวด

ในตู้ มีตู้เซฟและเสื้อคลุม (สามดาวยังไงเนี่ย ) แล้วก็มีรองเท้าแตะ (อย่างบาง) ให้ด้วย

ตู้เซฟและเสื้�คลุม

ตู้เซฟและเสื้อคลุม

อันดับต่อไปก็สำรวจห้องน้ำ ห้อง standard พื้นที่จะค่อนข้างน้อย
ห้องน้ำก็เลยเล็กไปด้วย เปิดไปก็เจอกับกระจกก่อนเลย มีข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ แถมมีไดร์เป่าผมอีก

ห้�งน้ำ

ห้องน้ำ

สำหรับส่วนอาบน้ำก็แบ่งส่วน shower อยู่ในตู้ แยก แห้ง-เปียกชัดเจน

shower �ยู่ในตู้แยก

shower อยู่ในตู้แยก

ข้อเสียของที่นี่คือวิวเพราะมีตึกล้อมรอบเลย แต่ถ้าชั้นสูงๆ ก็พอได้อยู่

โดยรวม ถ้าใครไม่ซีเรียสว่าไกลจากฮานอยพอสมควร ก็เป็นรร.สามดาวที่น่าสนใจแห่งหนึ่ง

และอาหารค่อนข้าง..ทานยากพอสมควร(เอ่อ..เพิ่งได้ลองกินซอสพริกของที่นี่ แบบว่า..อย่างหลอน รสชาติเหมือนยาแก้ไออะ ) พื้นที่รับก็ได้แค่ประมาณ 80 ที่นั่งเต็มที่นะ

แต่ถ้าไปเอง แล้วเดินทางไป-กลับโรงแรมได้โดยไม่เดือดร้อน ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ


ปรับปรุงจาก ข้อมูล และ ภาพ ของ
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=pakwan&month=08-09-2008&group=13&gblog=6

August 11, 2008

พายุโซนร้อน คัมมุริ พัดถล่ม ทางเหนือ ของเวียดนาม มีผู้เสียชีวิตและ สูญหายกว่า 150 คน


น้ำท่วม และโคลนถล่ม ทางเหนือ ของเวียดนาม ทำให้มีผู้เสียชีวิตและ สูญหายกว่า 150 คน


วันนี้ หน่วยกู้ภัยของเวียดนาม เร่งหาทางช่วยเหลือประชาชน ในพื้นที่ทางเหนือ ที่ถูก น้ำท่วมหนัก ไม่สามารถ ติดต่อกับภายนอกได้ หลังจากที่ถูก พายุโซนร้อน คัมมุริ พัดถล่ม เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้ เสียชีวิตอย่างน้อย 100 คน และ สูญหายอีก 50 คน


โดยทหาร และ เจ้าหน้าที่กู้ภัยนับพันคน ต้องใช้ รถบรรทุก และ เรือในการจัดส่ง อาหาร น้ำ แล ะยาให้แก่ชาวบ้าน ที่ถูกน้ำท่วม ซึ่งบางคน ต้องปีนขึ้นไป อยู่บนหลังคา ฝนที่ตกหนัก ยังทำให้น้ำท่วม และโคลนถล่ม ส่งผลทางหลวงสายหลัก และทางรถไฟเชื่อม ต่อพื้นที่ ทางแถบเทือกเขา ติดพรมแดนทางใต้ ของจีน ถูกตัดขาด


นอกจากนี้ ต้นไม้ และ เสาไฟฟ้า ยังโค่นล้ม อีกเป็นจำนวนมาก ขณะที่ การติดต่อทางโทรศัพท์ ใช้การไม่ได้ และ เพื่อความปลอดภัย ของประชาชน คณะกรรมการกลาง จัดการเกี่ยวกับ น้ำท่วม และพายุ ของเวียดนาม ได้มีคำสั่งให้ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นตรวจสอบ สภาพของ เขื่อนและ กำแพงกั้นน้ำ ของแม่น้ำหลายสาย ที่มีน้ำเอ่อล้น ตลิ่งแล้วด้วย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์์ วันที่ข่าว 11 สิงหาคม 2551 เลขที่ข่าว 255108110312
http://thainews.prd.go.th/view.php?m_newsid=255108110312&tb=N255108&return=ok
พิมพ์ ข่าวนี้
ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 1, 2008

กัมพูชา ยึดสัตว์ลักลอบที่นำเข้าจาก ประเทศไทย

กลุ่มพันธมิตรอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า หรือไวด์ไลฟ์ อัลไลอันซ์ เปิดเผยว่า ..


ทางการกัมพูชาได้ยึดงูและเต่ามีชีวิตหนักรวมเกือบครึ่งตันที่ลักลอบนำเข้า จากประเทศไทย เพื่อส่งต่อไปยังประเทศเวียดนาม


ทางการกัมพูชาได้จับกุมและยึดสัตว์ลักลอบได้เมื่อวันจันทร์ที่ ผ่านมา ในจังหวัดพระตะบอง ห่างจากกรุงพนมเปญไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ 300 กิโลเมตร สัตว์ที่ยึดได้มี งูเหลือม 11 ตัว งูหลาม 13 ตัว และเต่าหลากชนิด 257 ตัว มีน้ำหนักรวม 418.5 กิโลกรัม


ในจำนวนนี้พบว่ามีเต่าบึงหัวเหลือง 12 ตัว ซึ่งเป็นสัตว์ที่เชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ ตามตำนานพื้นบ้านของกัมพูชารวมอยู่ด้วย


สัตว์ส่วนใหญ่ จะถูกลักลอบจับในประเทศ กัมพูชา แล้วนำไปเก็บไว้ที่ โรงงานขนาดใหญ่ใน ประเทศไทย จากนั้นจะลำเลียงต่อไปยังประเทศเวียดนาม โดยใช้เส้นทางผ่านกัมพูชา


อย่างไรก็ตาม ทางการกัมพูชาได้นำสัตว์ที่ยึดได้ไปปล่อยสู่ธรรมชาติตามแหล่งต่างๆ แล้ว


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

April 30, 2008

“นักข่าวไร้พรมแดน” ประณามเวียดนามที่จับกุมผู้ต่อต้านการวิ่งคบเพลิงโอลิมปิก

กลุ่มพิทักษ์สื่อและกลุ่มพิทักษ์สิทธิ มนุษยชนที่มีชื่อว่า “นักข่าวไร้พรมแดน” เรียกร้องในวันนี้ให้เวียดนามปล่อยตัวนักเคลื่อนไหวทั้งหมดที่ถูกควบคุมตัว ก่อนที่จะมีการวิ่งคบเพลิงโอลิมปิกเมื่อวันก่อน
กลุ่มนักข่าวไร้ พรมแดนระบุว่า ทางการเวียดนามจับกุมผู้ชุมนุมประท้วงอย่างน้อย 8 คนที่มีแผนการประท้วงต่อต้านนโยบายหลายอย่างของจีน รวมทั้งเรื่องที่จีนอ้างกรรมสิทธิ์เหนือหมู่เกาะสแปรตลี่ย์ในทะเลจีนใต้ ซึ่งหลายประเทศรวมทั้งเวียดนามก็อ้างกรรมสิทธิ์เช่นกัน ด้านตำรวจเวียดนามยืนยันว่า มีการจับกุมนักเคลื่อนไหว 8 คน แต่ปฏิเสธรายงานของกลุ่มนักข่าวไร้พรมแดน ของนักเคลื่อนไหวชาวเวียดนามและ บล็อกเกอร์ในเว็บไซต์ที่ว่า มีการจับกุมประชาชนกว่า 100 คน อย่างไรก็ตาม การวิ่ง คบเพลิงโอลิมปิกในเมืองโฮจิมินห์ ซิตี้ ของเวียดนามเมื่อเย็นวานนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และไม่มีเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้น ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

April 26, 2008

เวียดนามห้ามส่งออกข้าวจนถึง เดือนมิถุนายน


รัฐบาลเวียดนาม ห้ามทำ ข้อตกลงส่งออกข้าว ครั้งใหม่ จนถึงเดือนมิถุนายนนี้ แม้ว่า เริ่มปลูกข้าวจำนวนมากแล้วก็ตาม เพื่อเป็นหลักประกัน ความปลอดภัย ด้านอาหาร และ ทำให้ข้าวมีราคาดี ทั้งนี้ เวียดนาม เป็นผู้ส่งออกข้าว อันดับสองของโลก รองจาก ไทย


โดยขณะนี้ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวของ เวียดนาม มีรายได้จากการปลูกข้าวมากขึ้น หลังจาก ราคาข้าวในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างฮวบฮาบ แต่ผู้บริโภคภายในประเทศกลับได้รับผลกระทบ อย่างรุนแรงจากภาวะเงินเฟ้อ ที่เพิ่มสูงขึ้นจากเดิมถึงสองเท่า


นายเหงียน ตานห์ เบียน รัฐมนตรีช่วยอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนามกล่าวว่า คำสั่งห้ามส่งออกข้าวจะยังมีผลต่อไป แม้ว่า ชาวนาเริ่มปลูกข้าวจำนวนมาก ในบริเวณตอนใต้ของ สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นอู่ข้าวของเวียดนามแล้ว ก็ตาม


โดยมาตรการดังกล่าว มีจุดประสงค์เพื่อลดปริมาณและเพิ่มมูลค่าและรายได้ จาก การส่งออก ในขณะเดียวกันก็จะเป็นหลักประกันความมั่นคง ด้านอาหาร และ ทำให้ประชากรภายในประเทศ มีข้าวบริโภคอย่างเพียงพอ


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

April 19, 2008

ดาวเทียม วินาแซต-1 ของเวียดนาม และ สตาร์วัน ซี 2 ของบราซิล ขึ้นสู่ห้วงอวกาศแล้ว


จรวดเอเเรี่ยน 5 นำ ดาวเทียม วินาแซต-1 ของเวียดนาม และ ดาวเทียม สตาร์วัน ซี 2 ของบราซิล ขึ้นสู่ห้วงอวกาศแล้ว


โดยถูกส่งออกจากเฟรนช์ เกียนา เมื่อวานนี้ สำหรับ ดาวเทียมวินาแซต-1 นั้น สร้างขึ้นโดย บริษัท ลอคฮีท มาร์ติน ของ สหรัฐ นับเป็นดาวเทียมสื่อสารดวงแรกของเวียดนาม ซึ่งจะให้บริการด้านวิทยุ โทรทัศน์ และโทรศัพท์ ทั่วประเทศ


ซึ่งบรรดาผู้นำเวียดนามไ ด้เฝ้าชมการถ่ายทอดสด การปล่อยดาวเทียม ครั้งนี้ จากเฟรนช์ เกียนา ด้วย


เฟรนช์เกียนา (French Guiana) [ฝรั่งเศส: กียานฟรองแซส (Guyane française), ชื่อทางการ: กียาน (Guyane)]


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

..

Next Page »

Blog at WordPress.com.