Accom Thailand

May 20, 2009

เจนเนอรัล มอเตอร์ส ล้มละลาย แน่ – More trouble ahead ? If General Motors files Chapter 11


GM หลบหนี ภาวะล้มละลาย ไม่พ้นแน่ ผู้เชี่ยวชาญชี้ จะยุ่งกว่า”ไครสเลอร์” ด้วย
If General Motors must files Chapter 11

If General Motors must files Chapter 11


เอเจนซี – หลังจากดำเนินธุรกิจมา หนึ่งร้อยปี และ ดำเนินการปรับโครงสร้าง อย่างดุเดือด แต่ล้มเหลว อยู่ 10 เดือน เจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) ก็เหลือเวลา อีกไม่กี่สัปดาห์ ก่อนที่จะต้อง ยื่นเรื่องต่อศาล ขอเข้าสู่ ภาวะล้มละลาย ซึ่งพวกผู้เชี่ยวชาญ บอกว่า นั่นกลับเป็น สิ่งจำเป็น ด้วยซ้ำ เพื่อให้บรรลุ สิ่งที่คณะรัฐบาลประธานาธิบดี บารัค โอบามา ตั้งข้อเรียกร้อง ในการดำเนินการ ยกเครื่องปรับโฉม บริษัท ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นแม่แบบ ของอุตสาหกรรมอเมริกัน แห่งนี้ี้

คณะรัฐบาลโอบามา ขีดเส้นตายให้ จีเอ็ม ต้องดำเนินการ ปรับโครงสร้าง ให้เสร็จก่อน วันที่ 1 มิถุนายน โดยสิ่งที่ บริษัทรถยนต์ใหญ่ ที่สุดของ สหรัฐฯ แห่งนี้ จะต้องกระเสือกระสน ทำให้สำเร็จ มีทั้ง การเจรจา กับพวกเจ้าหนี้ เพื่อลดมูลหนี้ จากหุ้นกู้ ที่มีอยู่ ทั้งหมด 27,000 ล้านดอลลาร์ ,การเจรจาเกลี้ยกล่อม ให้ทาง สหภาพแรงงาน ยินยอมอ่อนข้อ ซึ่งจะเป็น การลดต้นทุน ค่าแรง และ สวัสดิการลงไป, รวมทั้ง การลดตัวแทนจำหน่าย ลง 1,600 แห่ง ทั่วสหรัฐฯ

แต่ด้วยเวลา ที่เหลือน้อยลงทุกที พวกผู้เชี่ยวชาญ จึงมองว่า ในที่สุดแล้ว จีเอ็ม ก็จะต้องเดินตามรอยของ ไครสเลอร์ ไปสู่ ศาลล้มละลาย อย่างแน่นอน

“ผมคิดว่า มันหลีกเลี่ยงไม่ได้” อีริค เมอร์เคิล นักวิเคราะห์ อุตสาหกรรมรถยนต์อิสระ ให้ความเห็น “ผมมองไม่เห็นทาง เลยว่า จีเอ็ม จะหลีกเลี่ยงได้ยังไง”

ปัญหาจำนวนมาก ที่ไหลบ่าทับถมเข้าใส่ จีเอ็ม จนอยู่ในอาการซวนเซ ในขณะนี้ มีทั้ง เรื่องยอดขาย ที่ดิ่งลงต่อเนื่อง, ราคาหุ้นตกต่ำ, ไปจนถึง รถยนต์รุ่นต่าง ๆ ที่ออกมา ในช่วง 10 ปี มานี้ ไม่ค่อย ได้รับ ความนิยม, ตลอดจน การตกเป็น ผู้ตาม พวกผู้นำด้านวิศวกรรม อย่างเช่น โตโยต้า มอเตอร์และ ฮอนดา มอเตอร์ ในเรื่อง เทคโนโลยี รถไฮบริด

แต่สำหรับสิ่งที่ทำให้ จีเอ็ม ต้องเผชิญกับวิกฤต ในเฉพาะหน้านี้ ก็คือ งบดุล ที่เต็มไปด้วย หนี้มหาศาล และเป็น เหตุผลเดียว ที่ทำให้ บรรดาผู้เชี่ยวชาญ ด้านการปรับโครงสร้าง องค์กร,นักวิเคราะห์, และ ผู้บริหาร ในอุตสาหกรรมรถยนต์ คนอื่น ๆ มองไม่เห็นทางที่ จีเอ็ม จะหลีกเลี่ยง การล้มละลาย ที่ต้องเจ็บปวด ยุ่งยาก และ ซับซ้อน ได้เลย

GM หลบหนี ภาวะล้มละลาย ไม่พ้นแน่ ผู้เชี่ยวชาญชี้ จะยุ่งกว่า ไครสเลอร์ ด้วย

GM หลบหนี ภาวะล้มละลาย ไม่พ้นแน่ ผู้เชี่ยวชาญชี้ จะยุ่งกว่า ไครสเลอร์ ด้วย

“หนทางเดียว ที่เหลืออยู่ ที่จะทำให้ เลี่ยงการล้มละลายได้ ก็คือ รัฐบาล จะต้องยอมรับ จำนวน ผู้ถือหุ้นกู้ ของ จีเอ็ม ที่ยอมแลก หุ้นกู้ กับ หุ้นสามัญ ของ จีเอ็ม ซึ่งอาจจะเป็น 40, 50 หรือ 60% ก็ได้ทั้งนั้น” ปีเตอร์ คอฟแมน ประธาน และ หัวหน้าหน่วยงาน ด้านการปรับโครงสร้าง และ พัฒนาการ ควบรวมกิจการ ที่ประสบปัญหา ของ กอร์เดียน กรุ๊ป ในนิวยอร์ก กล่าว

ทาง จีเอ็ม นั้นพูดเรื่อยมาว่า พวกผู้ถือหุ้นกู้ ที่มีตัวเงินสูง ถึง 27,000 ล้านดอลลาร์ นั้น จะต้องมี สัดส่วน 90% ที่เข้าร่วม การแลกหุ้น บริษัท จึงจะอยู่รอดได้ ไม่เช่นนั้น ก็จะต้อง ยื่นขอ ล้มละลาย

ทั้งนี้สิ่งที่ จีเอ็ม เสนอ แลกเปลี่ยน กับ ผู้ถือหุ้นกู้ ก็คือ จะให้หุ้นของ บริษัท ที่ผ่าน การปรับโครงสร้าง แล้ว เป็นจำนวน 10%

ตัวแทน ของ ผู้ถือหุ้นกู้รายใหญ่ ของ จีเอ็ม เรียกข้อเสนอนี้ว่า ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเปรียบเทียบกับ สิ่งที่ จีเอ็ม เสนอให้กับ สหภาพแรงงาน

เรื่องที่ ชี้ให้เห็นชัดว่า ทั้งสองฝ่าย มีจุดยืนที่ แตกต่างกันมากขนาดไหน ก็คือ พวกผู้ถือหุ้นกู้ ได้เสนอกลับว่า ต้องการได้ถือหุ้น ส่วนข้างมากใน บริษัทจีเอ็ม ใหม่ โดยที่ ฐานะ การมีอำนาจควบคุม บริษัทใหม่ ได้เช่นนี้ คือสิ่งที่ จีเอ็ม เสนอไปแล้วว่า จะยกให้แก่ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ

หลังจากที่ กระทรวงการคลัง ได้ปล่อยเงินกู้อัดฉีดให้แก่ จีเอ็ม รวมเป็นเงิน 15,400 ล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่ ต้นปีนี้มา ทางกระทรวง จึงจะเป็นเจ้าของ จีเอ็มใหม่ อย่างน้อยที่สุด 50% ทั้งนี้ ตามเงื่อนไข ที่บริษัท เสนอออกมา

ในส่วน สหภาพแรงงาน ยูเอดับเบิลยู นั้น จีเอ็ม เสนอจะให้ หุ้น ร่วม 40% ของ บริษัทใหม่ แก่ ทรัสต์ของ สหภาพแรงงาน นี้ แลกกับ การที่ทางสหภาพแรงงาน ยินยอมให้จ่ายหนี้ที่ จีเอ็ม ค้างอยู่ 10,000 ล้านดอลลาร์ ในรูปของหุ้น แทนที่ จะเป็นเงินสด

“ความพยายาม ที่จะให้ ผู้ถือหุ้นกู้, สหภาพแรงงาน, ดีลเลอร์ และ เจ้าหนี้รายอื่น ๆ ให้เห็นด้วยกับ แผนปรับโครงสร้าง เป็นเรื่องยากมาก” บ๊อบ กอร์ดอน ผู้เชี่ยวชาญ ด้านการปรับโครงสร้าง องค์กร ธุรกิจ แห่ง คลาร์ค ฮิลล์ กล่าว

กรณีของ ไครสเลอร์ ซึ่งกลายเป็น การล้มละลาย ที่ใหญ่เป็น อันดับหก ของ สหรัฐฯ ไปแล้ว ถูกมองจาก บรรดานักวิเคราะห์ และ เจ้าหน้าที่รัฐบาล ว่าจะเป็น แนวทางตัวอย่าง ของ จีเอ็ม

ไครสเลอร์ ได้ยื่นต่อศาล ขอเข้าสู่ภาวะล้มละลาย เมื่อวันที่ 30 เมษายน และ ศาลก็อนุญาตให้ บริษัท ขายสินทรัพย์ เกือบทั้งหมด ออกมา ให้แก่ บริษัทที่ตั้งขึ้นใหม่ ซึ่งจะมี เฟียต (Fiat) แห่งอิตาลี เป็นผู้นำ ในการบริหารงาน อันเป็นการเปิดทางให้ มีความเป็นไปได้ ที่จะ เดินหน้าเรื่องต่าง ๆ ให้เสร็จสิ้น ภายในเวลา น้อยกว่า 60 วัน

จีเอ็ม กล่าวเมื่อ สัปดาห์ที่แล้วว่า อาจจะต้อง เดินตามรอย ของไครสเลอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การขายสินทรัพย์ ที่ดีออกมาให้เร็วที่สุด แต่ นักวิเคราะห์ ก็มองกันว่า ขั้นตอน ของ จีเอ็ม น่าจะยากลำบากกว่า ไครสเลอร์ เพราะขนาดของ จีเอ็ม ใหญ่กว่า ไครสเลอร์ มาก รวมทั้ง สถานการณ์ ก็ซับซ้อนกว่ากันมากนัก

ล่าสุดเมื่อวันจันทร์ (18) ก็มีข่าวออกมาว่า จีเอ็ม, ผู้ถือหุ้น และ สหภาพแรงงาน ก็ยังมีความเห็น ไม่ลงรอยกัน ในเรื่อง การปรับโครงสร้างบริษัท หลายอย่าง รวมทั้ง การปิดโรงงาน 16 แห่ง ในสหรัฐฯ ด้วย ซึ่งยิ่งทำให้เห็นชัดเจน ขึ้นว่า จีเอ็ม อาจไม่สามารถหลีกเลี่ยง การเข้าสู่ภาวะล้มละลายได้

astv_mgr-200จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 20 พฤษภาคม 2552 00:27 น.

พิมพ์ ข่าวนี้ GM หลบหนี ภาวะล้มละลาย ไม่พ้นแน่ ผู้เชี่ยวชาญ ชี้จะยุ่งกว่า “ไครสเลอร์” ด้วย



Related links : เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง
More trouble ahead ?
Dealers could be in for more trouble if General Motors files Chapter 11

GM dealers who thought they had months to wind down their businesses after being told the automaker plans to drop them could face much speedier shutdowns if GM files for Chapter 11. Full Story from flag (150 x 30)


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below
Advertisements

October 2, 2008

US Senate backs new bail-out bill – วุฒิสภาสหรัฐฯ ไฟเขียวแผนกู้เศรษฐกิจ 7 แสนล้าน$ แล้ว

วุฒิสภาสหรัฐฯ ไฟเขียวแผนกู้เศรษฐกิจ 7 แสนล้าน$ แล้ว
2 ตุลาคม 2551 09:02 น.

เอ เอฟพี – วุฒิสภาสหรัฐฯ เห็นชอบแผนกอบกู้เศรษฐกิจ 700,000 ล้านดอลลาร์ โดยมีมติ 75 ต่อ 25 เสียง ท่ามกลางวิกฤตการเงินที่ขยายวงกว้างไปทั่วโลก อันเนื่องมาจากการล้มละลายของตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐฯ

ร่างกฎหมาย ซึ่งมีการแก้ไขรายละเอียดเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนมากขึ้นนี้จะส่งต่อ ไปยังสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งยังไม่ทราบอนาคตที่แน่นอน หลังจากที่สมาชิกสภานิติบัญญัติเคยโหวตล้มแผนกู้เศรษฐกิจฉบับก่อนหน้านี้ไป แล้วในวันจันทร์ (29) ที่ผ่านมา ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงระนาว

การเห็นชอบของวุฒิสภาได้เพิ่มความหวังว่า แผนกู้เศรษฐกิจฉบับนี้จะได้รับการอนุมัติขั้นสุดท้ายโดยประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุชได้ภายในสุดสัปดาห์นี้ และช่วยลดความตื่นตระหนก ที่ปะทุขึ้นจากการล้มแผนนี้โดยสภาผู้แทนฯ เมื่อจันทร์ที่ผ่านมาด้วย

สำหรับร่างกฎหมายฉบับใหม่ที่ได้รับการแก้ไขแล้วนี้ได้เพิ่มเพดานเงิน ฝากที่รัฐค้ำประกัน จาก 100,000 ดอลลาร์เป็น 250,000 ดอลลาร์ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อให้ความมั่นใจแก่ผู้ฝากเงินว่า เงินของพวกเขาจะปลอดภัยในธนาคารเหล่านั้น และหลีกเลี่ยงการถอนเงินออกไปเป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็ดี ข้อเสียส่วนใหญ่ของกฎหมายดังกล่าวยังคงเดิม เช่นการให้อำนาจเฮนรี พอลสัน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังซื้อหนี้เสียจากการจำนองในธนาคารที่ประสบปัญหา ซึ่งฝ่ายคัดค้านมองว่าเป็นการให้อำนาจคนๆ หนึ่งมากเกินไป โดยยังปฏิเสธการใช้เงินภาษีของประชาชนมาอุ้มบริษัทธุรกิจการเงิน

จาก http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9510000116679


Watch Video Story from Reuters
Senate approves $700 billion bailout
(01:26) Report

Oct. 1 – The U.S Senate approved a $700 billion bailout of the financial industry that political and financial leaders called crucial to averting economic catastrophe.

The bill next goes to the House of Representatives where a vote is likely on Friday.

Deborah Lutterbeck reports.


BBC NEWS
US Senate backs new bail-out bill

The Senate has approved a new version of a $700bn (£380bn) rescue plan for the troubled US financial system.

Senators voted 74 to 25 in favour of the emergency legislation designed to stabilise volatile markets and limit further damage to the economy.

It included an increase in the level of government insurance for bank deposits and a raft of targeted tax breaks.

The plan will now go before the House of Representatives, which narrowly rejected a similar bill on Monday.

US presidential hopefuls John McCain and Barack Obama, who both support the rescue plan, returned from the campaign trail for the vote.

CHANGES TO BILL
Raises government’s guarantee on savings from $100,000 to $250,000
Tax breaks to help small businesses and promote renewable energy
Expansion of child tax credit and help for victims of recent hurricanes

Senate majority leader Harry Reid, a Democrat, said he was happy with the result and praised both candidates.

“I think it shows that when we work together we can accomplish good things,” he said.

“I think it speaks volumes that both of our presidential candidates are here and voting – both supporting this legislation.”

Speaking a few hours before the vote, President George W Bush said the bill needed to pass in order to calm volatile markets.

“It’s very important for us to pass this piece of legislation so as to stabilise the situation – so that it doesn’t get worse and then our fellow citizens lose wealth and work,” he said.

The House of Representatives is expected to vote on the revised version on Friday.

The BBC’s Jonathan Beale, in Washington, says senators from both parties are congratulating each other for rising above party politics and acting in the interests of the US.

But he says the bill has passed only the first hurdle, and such celebrations could yet prove to be premature.
Story from BBC NEWS:
http://news.bbc.co.uk/go/pr/fr/-/2/hi/americas/7647622.stm

Published: 2008/10/02 02:03:43 GMT

© BBC MMVIII


May 21, 2008

Oil hits new record in overnight trade – ราคาน้ำมันดิบทะลุ 133 ดอลล่าร์ ต่อ บาร์เรล

World oil prices have reached new peaks.

Crude oil futures rose more than $4 in busy overnight trade to settle at a new record high of $US133.17.

Markets were rocked by an unexpected drop in US oil inventories.
http://www.abc.net.au/news/stories/2008/05/22/2252065.htm

April 27, 2008

UK Pumps No Fuel after Strike in Scotland – คนงานโรงกลั่นน้ำมันสกอตแลนด์ หยุดงานประท้วงเรื่องสวัสดิการ

Read in English [Video Reports from Reuters]


เกิดการประท้วงของพนักงาน 1,200 คน ของโรงกลั่นน้ำมันเมืองเกรนจ์มัธ ในสกอตแลนด์ ตามที่เคยขู่จะก่อเหตุประท้วงขึ้นในวันนี้ เนื่องจากไม่พอใจระบบเบี้ยบำนาญ ขณะที่โรงกลั่นน้ำมันดังกล่าว ได้ระงับการผลิตน้ำมันก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งเป็นผลให้บริษัทบีพี ต้องปิดท่อส่งน้ำมันไปด้วยเหตุ


ประท้วงดัง กล่าวส่งผลให้ปั๊มน้ำมันหลายแห่งจำกัดปริมาณการเติมน้ำมัน และบางแห่งคิดราคาน้ำมันแพงกว่าปกติ อย่างไรก็ตามทางการสกอตแลนด์ ยืนยันว่า ปริมาณเชื้อเพลิงยังมีเพียงพอต่อการใช้งาน ขณะที่รัฐมนตรีด้านธุรกิจ เรียกร้องให้ประชาชนช่วยกันประหยัดน้ำมัน โดยหันมาใช้ระบบขนส่งมวลชน ด้านกลุ่มกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซในอังกฤษ คาดว่า การประท้วงครั้งนี้ จะสร้างความเสียหายให้อังกฤษ วันละ 50 ล้านปอนด์ หรือกว่า 3,000 ล้านบาท


รัฐบาลอังกฤษวอนประชาชนอย่ากักตุน น้ำมันโดยยืนยันว่า จะไม่มีการขาดแคลนอย่างแน่นอน แม้ว่าคนงานโรงกลั่นน้ำมันในสก็อตแลนด์นัดหยุดงานในวันนี้


ทั้งนี้ การประท้วงของคนงานโรงกลั่นน้ำมัน เกร็นจ์เมาธ์ ในสก็อตแลนด์จะเริ่มขึ้นในช่วงเช้าตรู่วันนี้ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งตรงกับเวลาเที่ยงของไทย โดยคนงานซึ่งมีอยู่ราว 1,200 คน จะผละงานประท้วงเป็นเวลา 48 ชั่วโมง เพื่อเรียกร้องให้เจ้าของบริษัท ปรับปรุงสวัสดิการเบี้ยบำนาญ ให้ดีกว่าที่เป็นอยู่


ซึ่งการประท้วงดังกล่าว จะส่งผลกระทบถึง ธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิง ของอังกฤษ ทั้งระบบ ทั้งการจำหน่ายภายในประเทศและการส่งออก โดยคาดว่า จะสร้างความเสียหายให้กับบริษัทไม่ต่ำกว่าวันละ 3 พันล้านบาท เนื่องจากโรงกลั่น แห่งนี้ผลิตน้ำมันมากกว่า ร้อยละ 30 ของ ตลาดน้ำมันในทะเลเหนือ ของเกาะอังกฤษ


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


Scotland Strike No Fuel

Fuel queues after UK refinery strike


Apr 28 – A two-day shutdown at a Scottish oil refinery causes a major pipeline to close, leading to fuel supply fears


The refinery operator Ineos said that assuming it got power back as soon as the strike ended and Forties fields resumed production rapidly, the pipeline could be back in operation within 24 hours but might take a few more days to get back to full flow.



See Reuter’s Video (00:55) Report
[Benet Allen reports]Scotland_Refinery

Oil pipeline hit by strike threat


Apr 26 – Fuel shortages hit parts of Scotland as motorists ignore official advice against panic buying.


Management at the Grangemouth refinery, owned by international chemical company Ineos, met officials of the UNITE union on Saturday but failed to get a deal that would allow the pipeline to continue operating.


See Reuter’s Video (01:05) Report [Benet Allen reports]

Read inThai —– English


External Links Below Use Browser “Back Button” Back to Here..

April 15, 2008

Delta and Northwest Airlines merge – สายการบินเดลต้า และนอร์ธเวสต์ แอร์ไลนส์ ตกลงที่จะควบกิจการกันแล้ว


สายการบินเดลต้า แอร์ไลนส์ และนอร์ธเวสต์ แอร์ไลนส์ ของสหรัฐ ตกลงที่จะควบกิจการกันแล้ว ภายใต้ข้อตกลงซึ่งมีมูลค่ากว่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


เพื่อมุ่งลดค่าใช้จ่ายท่ามกลางภาวะราคาน้ำมันแพง และการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดโลก การควบกิจการจะ ทำให้สายการบินมีสถานะเป็น สายการบินใหญ่ที่สุดในโลก และตามเงื่อนไขของข้อตกลง


ผู้ถือหุ้นของนอร์ธเวสต์จะได้รับหุ้นของเดลต้า ในอัตราส่วน 1.25 หุ้น ต่อหุ้นนอร์ธเวสต์ที่ถืออยู่ 1 หุ้น นอกจากนี้สายการบินเดลต้า แอร์ไลนส์ใหม่ จะยังคงมีสำนักงานใหญ่ในนครแอตแลนตา และใช้สัญลักษณ์ของเดลต้าต่อไป แต่จะมีรายได้ปีละกว่า 35,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีพนักงาน 75,000 คน ส่วนนายริชาร์ด แอนเดอร์สัน หัวหน้าคณะผู้บริหารของเดลต้า ก็จะยังคงเป็นผู้บริหารของสายการบินหลังการควบกิจการแล้ว


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

Delta and Northwest Airlines merge


See this video report from
REUTERS

Apr.15 – Two American airlines have agreed a merger deal which will make them the world’s largest airline.


Delta Air Lines Inc and Northwest Airlines Corp have agreed to merge in a deal valued at more than $3 billion.


Delta will acquire Northwest in an all-stock deal in which Northwest shareholders will receive 1.25 Delta shares for each Northwest share they own.


The deal creates an airline which will have headquarters in Atlanta and operate under Delta’s flag, with over $35 billion in annual revenue and about 75,000 employees.


News from Reuters

March 18, 2008

Federal Reserve slashes US rates – เฟดมีมติหั่นดอกเบี้ยลงอีก 0.75%

ธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ประกาศเมื่อวานนี้ลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกร้อยละ 0.75 ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นอยู่ที่ร้อยละ 2.25 ต่ำที่สุดตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2548 และดอกเบี้ยมาตรฐานอยู่ที่ร้อยละ 2.50 เพื่อให้เกิดเสถียรภาพในตลาดการเงินและแก้ปัญหาวิกฤติสินเชื่อ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดน้อยกว่าที่คาดกันไว้ แต่เฟดได้ออกแถลงการณ์หลังการประชุมแสดงท่าทีพร้อมจะลดอัตราดอกเบี้ยอีก หากจำเป็น
สำหรับปฏิกิริยาในตลาดน้ำมัน หลังเฟดประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอยนั้นปรากฏว่า ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอีก โดยราคาน้ำมันดิบชนิดไลท์ที่จะส่งมอบกันในเดือนเมษายนที่ตลาดนิวยอร์กอยู่ที่ 109.42 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบชนิดเบรนท์แถบทะเลเหนือที่จะส่งมอบกันในเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ 105.56 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ขณะที่การซื้อขายหุ้นที่ตลาดวอลสตรีท นครนิวยอร์กเมื่อวานนี้ ดัชนีหุ้นต่างปรับตัวสูงขึ้นเพราะนักลงทุนคาดว่า การตัดสินใจของเฟดจะช่วยเสริมสภาพคล่องในภาคการธนาคาร หลังมีข่าวธนาคารแบร์ สเติร์น ซึ่งเป็นธนาคารเพื่อการลงทุนที่สำคัญแห่งหนึ่งในสหรัฐตกอยู่ในภาวะวิกฤติใกล้ล่มสลายจากปัญหาวิกฤติสินเชื่อ ภาคการเคหะเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยหุ้นอุตสาหกรรมดาวโจนส์พุ่งขึ้น 420.41 จุด ปิดที่ 12,392.66 หุ้นเทคโนโลยีแนสแดคปรับขึ้น 91.25 จุด ปิดที่ 2,268.26 และหุ้นเอสแอนด์พี500 สูงขึ้น 54.14 จุด ปิดที่ 1,330.74


เอเอฟพี – เฟดมีมติลดดอกเบี้ยลงอีก 0.75 เปอร์เซ็นต์ในการประชุมเมื่อวันอังคาร (18) ซึ่งเป็นความพยายามล่าสุดในการรับมือกับวิกฤติสินเชื่อที่ขยายวงกว้างมากขึ้นธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 0.75 เปอร์เซ็นต์หลังการประชุมเฟดเสร็จสิ้นลงเมื่อวันอังคาร (18) ทำให้อัตราดอกเบี้ยฟันด์เรต หรือดอกเบี้ยเงินกู้ข้ามคืนระหว่างธนาคารในปัจจุบันลดลงมาอยู่ที่ 2.25 เปอร์เซ็นต์เฟดยังระบุในแถลงการณ์ว่า เฟดพร้อมที่จะดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอต่อไป“ข้อมูลล่าสุดชี้ว่าทิศทางของกิจกรรมทางเศรษฐกิจยังคงอ่อนแอ ตัวเลขการเติบโตของการใช้จ่ายภาคผู้บริโภคช้าลง เช่นเดียวกับตลาดแรงงาน และตลาดการเงินที่ยังตึงเครียด ซึ่งสภาพสินเชื่อที่ตึงตัวและการหดตัวมากขึ้นของสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยจะเป็นตัววัดการเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วง 2-3 ไตรมาสหลังจากนี้” แถลงการณ์ระบุ

แถลงการณ์ของเฟด ระบุด้วยว่า มาตรการต่างๆ บวกกับความพยายามในการกระตุ้นสภาพคล่องจะช่วยทำให้เศรษฐกิจเติบโตปานกลาง และยังจะช่วยลดความเสี่ยงของกิจกรรมทางเศรษฐกิจลง อย่างไรก็ตามความเสี่ยงอื่นๆ ที่มีต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจยังคงมีอยู่ ดังนั้นคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (เอฟโอเอ็มซี) จะดำเนินมาตรการที่จำเป็นและเหมาะสมกับช่วงเวลาเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและเสถียรภาพทางราคา ที่ยั่งยืนต่อไป

ก่อนหน้านี้เฟดได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยดิสเคานต์เรต ซึ่งเป็นดอกเบี้ยเงินกู้ที่เฟดคิดกับสถาบันการเงินต่างๆ ลง 0.25 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยดิสเคานต์เรตลดลงมาอยู่ที่ 2.50 เปอร์เซ็นต์

ทั้งนี้การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดในครั้งนี้นับเป็นความพยายามครั้งล่าสุดของเบน เบอร์นันกี ประธานเฟด ในการฟื้นฟูภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาของสหรัฐฯ และรับมือกับปัญหาสินเชื่อโลกซึ่งอาจส่งผลต่อภาวะชะงักงันของระบบการธนาคาร
http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9510000033131


The Federal Reserve has cut US interest rates sharply in an attempt to restore confidence to nervous financial markets and boost the ailing economy.The central bank lowered rates to 2.25% from 3%, but the cut was smaller than financial markets had expected.Many economists believe the US economy is already in a recession.The Fed has taken strong action this week to avert a financial panic after investment bank Bear Stearns was forced into a fire sale to avoid collapse.US Treasury Secretary Henry Paulson admitted earlier on Tuesday that the economy was facing a “sharp decline” at the moment, but hoped for a recovery later in the year.
Read more from BBC

March 10, 2008

สร้างสะพานเชื่อมฮ่องกง-จูไห่-มาเก๊า

Oil hits record at $108 a barrel – ราคาน้ำมันดิบพุ่งทำสถิติเกือบ 108 ดอลลาร์

The price of crude oil has hit an all-time high for the fifth time in six trading sessions.

New York sweet light crude touched a new high of $108.21 a barrel, before edging down to trade at $107.93.

Analysts say traders are investing in commodities to protect themselves against the falling dollar.

Another factor pushing up prices is last week’s decision by producers’ cartel Opec to keep output unchanged, despite rising demand in China. Read more from BBC


Crude prices hit 108 dollars
NEW YORK, March 10 (Xinhua) — Crude oil futures surged above 108 U.S. dollars a barrel Monday on weak dollar and expectation that Fed would cut interest rates again.

Light, sweet crude for April delivery rose 2.70 dollars to 107.85 dollars on the New York Mercantile Exchange after earlier setting a new trading record of 108.17 dollars.

The dollar fluctuated against the euro on Monday, while many investors believe the greenback is likely to keep falling as the Fed continues to cut rates.

Other energy futures also rose Monday. April heating oil futures rose 3.07 cents to 2.9777 dollars a gallon while April gasoline futures rose 1.57 cent to 2.71 dollars a gallon.

In London, Brent crude futures rose 1.79 dollars to 104.17 dollars a barrel on the ICE Futures exchange.
From – Xinhua


ราคาน้ำมันดิบพุ่งทำสถิติเกือบ 108.21 ดอลลาร์เมื่อวันจันทร์ี (10) ก่อนมาปิดตลาดที่ 107.93 เนื่องจากปัจจัยค่าเงินดอลลาร์อ่อน และองค์การประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) มีมติคงการผลิตไว้เท่าเดิมเมื่อสัปดาห์ก่อน นอกจากนั้นความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มมากขึ้นจาก จีน อย่างมากอีกปัจจัยที่ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงเกิดจาก นักลงทุนเข้าซื้อเก็งกำไร เพื่อหาแหล่งประกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อ รวมถึงปัจจัยเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงอย่างหนักทำสถิติต่ำสุดเมื่อเทียบกับสกุลยูโร สำหรับการซื้อขายที่ตลาดยุโรปกันที่ 104.42

Create a free website or blog at WordPress.com.