Accom Thailand

May 9, 2009

พบผู้หญิงแคนาดา เสียชีวิตจาก ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ เป็น รายแรก ในรัฐแอลเบอร์ตา


แคนาดา พบ ผู้ติดเชื้อ H1N1 เสียชีวิตรายแรก – ลามถึงปานามาแล้ว
English Alberta reports first Canadian death from H1N1 flu

เอเอฟพี/เอเจนซี – พบ ชาวแคนาดา เสียชีวิต จากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ รายแรกเป็นผู้หญิง อายุประมาณ 30 ปี ในรัฐแอลเบอร์ตา ขณะที่ การแพร่ระบาดของ เชื้อไวรัส ล่าสุดไปถึง ปามานา หลังพบ ผู้ติดเชื้อแล้ว
Albertan farmers wearing masks to protect themselves from the flu. ชาวแคนาดา จาก เอลเบอร์ตา สวมหน้ากากป้องกันตน จากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H1N1 เมื่อครั้งระบาดใหญ่ 1918 flu pandemic ในรัฐแอลเบอร์ตา

Albertan farmers wearing masks to protect themselves from the flu. ชาวแคนาดา จาก เอลเบอร์ตา สวมหน้ากากป้องกันตน จากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H1N1 เมื่อครั้งระบาดใหญ่ 1918 flu pandemic ในรัฐแอลเบอร์ตา



“เราพบ ผู้เสียชีวิตรายแรก ใน เอลเบอร์ตา ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับ ไข้หวัด เอช1เอ็น1″ อันเดร คาร์ริเวอู หัวหน้าแพทย์ของ รัฐแอลเบอร์ตา บอกกับ ผู้สื่อข่าว “นี่คือ รายแรก ใน แคนาดา ที่เรามีหลักฐาน สนับสนุนว่า มีความเชื่อมโยง กับ เชื้อไวรัสเอช1เอ็น1″

คาร์ริเวอู กล่าวต่อว่า ผู้หญิงรายนี้ อายุ 30 ต้นๆ และไม่เคยเดินทางไป เม็กซิโก ศูนย์กลาง ของ การแพร่ระบาดของ ไข้หวัดมาก่อน โดยเธอเสียชีวิต เมื่อวันที่ 28 เมษายน ที่ผ่านมา ทั้งนี้ใน แคนาดา พบ ผู้ติดเชื้อไวรัส สายพันธุ์ใหม่ นี้แล้ว 224 ราย แต่เธอเป็น ผู้ป่วยรายแรก ที่เสียชีวิต

กัปตันเครื่องบิน ณ สนามบินใน บราซิล สวมหน้ากากป้องกัน เชื้อหวัด ซึ่งล่าสุดได้แพร่ไปถึง ปานามา แล้ว

กัปตันเครื่องบิน ณ สนามบินใน บราซิล สวมหน้ากากป้องกัน เชื้อหวัด ซึ่งล่าสุดได้แพร่ไปถึง ปานามา แล้ว


ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ สาธารณสุข ปานามา เมื่อวันศุกร์(8) ยืนยันพบ ผู้ติดเชื้อ ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ เป็น รายแรก ของ ประเทศแล้ว โดยเป็น หนุ่มวัยรุ่น ที่เพิ่ง เดินทางกลับ จาก สหรัฐอเมริกา

โรซาริโอ เทอร์เนอร์ รัฐมนตรีสาธารณสุข เรียกร้อง ประชาชน ให้อยู่ในความสงบ โดยเวลานี้ ได้กักตัววัยรุ่น คนดังกล่าวไว้แล้ว แต่ปฏิเสธที่จะ เปิดเผยว่า เขาเดินทาง มาถึงเมื่อไหร่ หรือ ชื่ออะไร

“เขากำลังได้รับการรักษา อาการของเขา ทรงตัว และยังไม่จำเป็น ต้องนำเขา เข้ารักษาตัว ที่โรงพยาบาล” รัฐมนตรีสาธารณสุขบอก พร้อมกันนั้น ยังระบุต่อว่า ครอบครัว ของวัยรุ่นรายนี้ รวมถึง เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ที่ไปสัมผัสตัวเขา ก็จะได้รับการตรวจร่างกาย และ ดูแลเช่นกัน

ด้าน อิตาลี ในวันศุกร์(8) ก็ออกมายืนยัน เช่นกันว่าพบ ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัส เอช1เอ็น1 ที่ติดจาก คนสู่คนเป็น รายแรกของประเทศ หลังชายสูงวัย อายุ 70 ปี ถูกพบว่า ติดเชื้อ ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ จาก หลานชายวัย 11 ขวบ ที่เพิ่งเดินทาง กลับมาจากไปพักผ่อนใน เม็กซิโก

ในอิตาลี พบผู้ติดเชื้อไวรัส เอช1เอ็น1 จำนวน 8 ราย แต่กรณี ก่อนหน้านี้ ล้วนแต่ ติดเชื้อ มาจากต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข แดนมะกะโรนี กล่าวใน แถลงการณ์ ทั้งนี้ผู้เฒ่า คนดังกล่าว อาการ เริ่มดีขึ้น หลังเข้ารับการรักษาตัว ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง

Related links – เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง :
sig-eng
Influenza A(H1N1) in Canada web site
Daily updates will be posted on this site. มีการปรับปรุงข้อมูลทุกวัน จาก สาธารณสุขแคนาดา

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 9 พฤษภาคม 2552 04:05 น.
http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9520000051698


พิมพ์ ข่าวนี้ แคนาดา พบ ผู้ติดเชื้อH1N1 เสียชีวิตรายแรก – ลามถึง ปานามา แล้ว


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 6, 2009

กองทัพเรือสหรัฐฯ ให้ ลูกเรือ ที่ประจำการ ณ ฐานทัพเรือ พอยท์ โลมา ในเมืองซานดิเอโก รายงานตัว เพื่อตรวจเชื้อไวรัส Influenza A(H1N1)


เชื้อมรณะ คร่าชีวิต มะกัน รายแรก พบติดเชื้ออีก 403 รายใน 38 มลรัฐ

เอเจนซี / เอเอฟพี – พบชาวอเมริกัน เสียชีวิต จากเชื้อไวรัส ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ เป็นรายแรกแล้ว ขณะที่ เชื้อมรณะ ยังลุกลามไม่เลิก ล่าสุดพบ ผู้ติดเชื้อ 403 ราย ในพื้นที่ 38 มลรัฐ ของ สหรัฐฯ

ขณะที่ ยอดผู้ติดเชื้อ ทั่วโลก เพิ่มเป็น 1,491 ราย ใน 22 ประเทศ

*** พบชาวอเมริกัน รายแรก ที่เสียชีวิต จาก ไข้หวัดพันธุ์ใหม่ ***


เจ้าหน้าที่ สาธารณสุข ของสหรัฐฯ ยืนยัน เมื่อ วันอังคาร (5) ว่า พบ ชาวอเมริกัน รายแรก ที่เสียชีวิตจาก เชื้อไวรัส ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ แล้ว โดย ผู้เสียชีวิต เป็น หญิง วัย 30 กว่าปี ที่อาศัยอยู่ใน มลรัฐเทกซัส และ ถือเป็น ผู้เสียชีวิต นอกประเทศเม็กซิโก เป็นรายที่ 2 ต่อจาก เด็กวัย 23 เดือน ชาวเม็กซิกัน ที่มาเสียชีวิต ในมลรัฐเทกซัส ของ สหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ก่อน

ดัก แม็คไบรด์ โฆษกหน่วยงาน ด้านสาธารณสุข ประจำ มลรัฐเทกซัส เปิดเผย กับ สำนักข่าว เอเอฟพี ว่า หญิงชาวอเมริกัน รายนี้ เสียชีวิต เมื่อวันจันทร์ (4) หลังเข้ารักษาตัว ที่โรงพยาบาล นานถึง 3 สัปดาห์ และในเบื้องต้น พบว่า ผู้เสียชีวิต ไม่น่าจะเดินทางไป เม็กซิโก ในช่วงท ี่ผ่านมา แต่เธออาศัย อยู่ใน เขต คาเมรอน เคาน์ตี ซึ่งเป็นเขต ที่อยู่ใต้สุด ของ เทกซัส และ อยู่ติดกับ พรมแดน ของ เม็กซิโก

ด้าน ริชาร์ด อี. เบสเซอร์ รักษาการ ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุม และป้องกันโรคของ สหรัฐฯ เปิดเผยว่า จำนวนผู้ติดเชื้อ ไวรัสไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ใน สหรัฐฯ ได้เพิ่มเป็น 403 รายแล้ว ในขณะนี้ และ พบผู้ติดเชื้อ ใน 38 มลรัฐ โดย มลรัฐจอร์เจีย และ มลรัฐเมน ถือเป็น 2 มลรัฐ ล่าสุด ที่มี การยืนยันว่า พบ ผู้ติดเชื้อไวรัส ชนิดนี้

U.S. Human Cases of H1N1 Flu Infection (As of May 6, 2009, 11:00 AM ET)

Cases of H1N1 Flu Virus (Human Swine Flu) in Canada
Summary of laboratory-confirmed cases of H1N1 flu virus (Human Swine Flu) reported to the Public Health Agency of Canada, by the provinces and territories as of May 5, 2009.

ขณะที่ แคธลีน เซเบเลียส รัฐมนตรีสาธารณสุข ของ สหรัฐฯ ออกมาเตือนว่า มีแนวโน้ม จะพบผู้ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ เพิ่มมากขึ้นใน สหรัฐฯ แม้ว่า สถานการณ์การ แพร่ระบาดใน สหรัฐฯ จะไม่ร้ายแรง เท่ากับ ใน เม็กซิโก ก็ตาม

*** กัวเตมาลาพบผู้ติดเชื้อรายแรก ***


กัวเตมาลา กลายเป็น ประเทศที่ 22 ของโลกแล้ว ที่ยืนยันว่า ตรวจพบ ผู้ติดเชื้อไวรัส ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ ในประเทศ เมื่อวันพุธ (6)

ประธานาธิบดี อัลบาโร โกลอม กาบาเยโรส ออกมาแถลงที่ กรุงกัวเตมาลา ซิตี ซึ่งเป็น เมืองหลวงของ ประเทศ โดยระบุว่า พบผู้ติดเชื้อ จำนวน 1 ราย ใน กัวเตมาลา แต่ปฏิเสธ ที่จะให้ รายละเอียด ใดๆ เกี่ยวกับ ผู้ติดเชื้อรายนี้ รวมทั้ง ยังไม่ได้ระบุว่า ผู้ติดเชื้อ คนดังกล่าว เคยเดินทางไปยัง เม็กซิโก ซึ่งเป็น ประเทศ เพื่อนบ้าน ทางทิศเหนือ ของ กัวเตมาลา ด้วยหรือไม่

ขณะที่ ราฟาเอล เอสปาดา รองประธานาธิบดี กัวเตมาลา ยืนยันว่า ทางการ จะดำเนินมาตรการป้องกัน การแพร่ระบาดขั้นสูงสุด ในประเทศ และ พร้อมให้ ความร่วมมือ อย่างเต็มที่ กับ องค์การอนามัยโลก และ คณะเจ้าหน้าที่ สาธารณสุข นานาชาติ

*** เม็กซิโก ระบุยอดตาย พุ่งเป็น 29 ศพ แล้ว ***

 A worker prepares a restaurant in Mexico City for its reopening on May 6, 2009. Mexico emerged Wednesday from a five-day lockdown, reopening businesses and restaurants shuttered by influenza A(H1N1) (swine flu), as a second death from the virus was recorded over the border in the United States. Today Mexico raised its swine flu death toll to 42 from 29, and said there were now more than 1,000 infections, according to Health Minister Jose Angel Cordova. - Getty Images

A worker prepares a restaurant in Mexico City for its reopening on May 6, 2009. Mexico emerged Wednesday from a five-day lockdown, reopening businesses and restaurants shuttered by influenza A(H1N1) (swine flu), as a second death from the virus was recorded over the border in the United States. Today Mexico raised its swine flu death toll to 42 from 29, and said there were now more than 1,000 infections, according to Health Minister Jose Angel Cordova. - Getty Images



โฮเซ อังเฆล กอร์โดบา รัฐมนตรีสาธารณสุข ของ เม็กซิโก แถลง เพิ่มจำนวน ผู้เสียชีวิตจาก การติดเชื้อ ไวรัสไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ เป็น 29 รายแล้ว ส่วน จำนวน ผู้ติดเชื้อ ก็เพิ่มเป็น 913 ราย

นอกจากนั้น กอร์โดบา ยังเปิดเผยว่า ทางการ พบผู้เสียชีวิต อีก 39 คน ซึ่งยังไม่ได้รับ การยืนยันว่า เสียชีวิต เพราะติดเชื้อ ไวรัสไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ หรือไม่ โดยคนเหล่านี้ เป็นผู้ที่เสียชีวิต ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ ที่ผ่านมา จากปัญหา เกี่ยวกับ ระบบทางเดินหายใจ ทั้งสิ้น

ผู้เสียชีวิต จากการติดเชื้อ ไวรัสไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ใน เม็กซิโก ส่วนใหญ่ จะเป็นผู้ที่มีอายุ ระหว่าง 20 – 39 ปี โดยผู้เสียชีวิต รายล่าสุด ที่ได้รับการยืนยันว่า ติดเชื้อชนิดนี้ ได้เสียชีวิต ตั้งแต่เมื่อ วันที่ 29 เมษายน ที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า ท้องถนนใน กรุงเม็กซิโก ซิตี กลับมา มีชีวิตชีวา อีกครั้ง ตั้งแต่เมื่อวันพุธ (6) หลังจากที่ ประธานาธิบดีเฟลิเป กัลเดรอน อิโนโฮซา ประกาศ ยกเลิก คำสั่ง (click to see video) ห้ามดำเนินกิจกรรม ต่าง ๆ ของ ภาครัฐ และ เอกชน ทำให้ธุรกิจต่าง ๆ รวมทั้ง โรงเรียน ระดับมัธยมปลาย และ มหาวิทยาลัย จะเปิด ทำการเรียนการสอน อีกครั้ง ขณะที่ ร้านค้า และ ร้านอาหาร ต่าง ๆ เริ่มทำความสะอาด เพื่อเตรียมต้อนรับลูกค้า อีกครั้ง เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม อกุสติน การ์สเตนส์ รัฐมนตรีคลังของ เม็กซิโก ยอมรับว่า การแพร่ระบาดของ เชื้อไวรัส ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ อาจส่งผลกระทบ ต่อ ตัวเลข ผลิตภัณฑ์มวลรวม ภายในประเทศ หรือ จีดีพี ของ เม็กซิโก ที่คาดว่า น่าจะชะลอตัวลง ร้อยละ 0.3-0.5 ในปีนี้

Situación actual de la epidemia (05 de mayo del 2009)

Situación actual de la epidemia (05 de mayo del 2009)


นอกจากนั้น นาย การ์สเตนส์ ยังเปิดเผยว่า รัฐบาลเม็กซิโก อาจต้องสูญเสีย รายได้จาก การจัดเก็บภาษีอีก กว่า 752 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากการที่ ภาคธุรกิจ และ อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว ของ ประเทศ ต้องหยุดชะงัก ในช่วงที่ผ่านมา แต่รัฐบาล พร้อมดำเนินมาตรการ ด้านภาษี และ เงินทุนฉุกเฉิน เพื่อช่วยเหลือ ธุรกิจภาคต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบ จาก การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ชนิดนี้


*** จีนงดออกวีซ่าด่วนสำหรับชาวอเมริกัน ***


เว็บไซต์สถานทูตจีนใน กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ แถลง เมื่อวันพุธ (6) ว่า ทางการจีน จะขอระงับ การให้บริการวีซ่าด่วน และ วีซ่าด่วนพิเศษ สำหรับ ชาวอเมริกัน แต่ไม่ได้ระบุเหตุผลว่า มีความเกี่ยวข้องกับ มาตรการป้องกัน การแพร่ระบาดของ เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ สายพันธุ์ใหม่ หรือไม่

ในแถลงการณ์ ดังกล่าว ระบุว่า จีน จะขอเปลี่ยนแปลง กระบวนการ ขอวีซ่า เป็น 6 วันทำการ รวมทั้ง จะขอระงับ การให้บริการวีซ่าแบบด่วน และ ด่วนพิเศษ โดยไม่ได้ระบุว่า เป็น มาตรการ เพื่อสกัดกั้น เชื้อไวรัส เอช1เอ็น1 ไม่ให้เข้าระบาดใน จีน หรือไม่ ขณะเดียวกัน ก็ไม่มีการระบุว่า มาตรการนี้ของจีน จะครอบคลุม ไปถึง ประเทศอื่นๆ นอกเหนือจาก สหรัฐฯ ด้วยหรือไม่ เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม เจมส์ สไตน์เบิร์ก รัฐมนตรีช่วย กระทรวงต่างประเทศ ของ สหรัฐฯ ระบุว่า การที่ ทางการจีน ออกมาตรการดังกล่าว น่าจะเป็น การเพิ่มความเข้มงวด เพื่อป้องกัน การแพร่ระบาด ของ เชื้อไวรัส ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ เช่นเดียวกับ มาตรการ กักตัวนักท่องเที่ยว ชาวเม็กซิกัน และ ชาวแคนาดา ในช่วงก่อนหน้านี้ ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯ มีความเข้าใจดี ถึงจุดมุ่งหมาย ของ ทางการจีน ที่ไม่ต้องการให้ เชื้อไวรัส ชนิดนี้ แพร่ระบาดเข้าไป ในประเทศ แต่ก็เรียกร้องให้ จีน ยกเลิกมาตรการดังกล่าว โดยเร็ว หากสถานการณ์การ แพร่ระบาด กลับเข้าสู่ภาวะปกติ

*** พบลูกเรือมะกัน ราว 50 นาย ต้องสงสัย ติดเชื้อ ไข้หวัดพันธุ์ใหม่ ***


กองทัพเรือสหรัฐฯ มีคำสั่งยกเลิก การส่งเรือ ที่ประจำการ ณ ฐานทัพเรือ พอยท์ โลมา ในเมืองซานดิเอโก มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ออกปฏิบัติภารกิจ ด้าน มนุษยธรรม เป็นการชั่วคราว พร้อมมีคำสั่ง สั่งให้ เจ้าหน้าที่กองทัพเรือ และ พลเรือน จำนวน 22,000 คน ที่ประจำการ ในฐานทัพเรือแห่งนี้ มารายงานตัว เพื่อรับการตรวจเชื้อไวรัส ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ เป็นการด่วน หลังจาก มีการยืนยันว่า พบ ลูกเรือ ที่มีอาการต้องสงสัยว่า อาจติดเชื้อไวรัส ชนิดนี้

โฆษก กองทัพเรือสหรัฐฯ ระบุว่า พบ ลูกเรือบนเรือรบ “ยูเอเอส ดูบูเก” ราว 50 นาย ที่ต้องสงสัยว่า อาจติดเชื้อไวรัส ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ โดยในขณะนี้ ลูกเรือ ที่คาดว่า จะติดเชื้อ ต่างได้รับการรักษา ด้วย ยาต้านไวรัสทามิฟลู แล้ว และ กำลังฟื้นตัว จากอาการป่วย ส่งผลให้ ต้องมีการยกเลิก การส่งเรือรบลำดังกล่าว และ เรือรบลำอื่นๆ อีกหลายลำ ในฐานทัพ แห่งนี้ ออกไปปฏิบัติภารกิจ ให้ความช่วยเหลือ ด้านมนุษยธรรม ในพื้นที่ มหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ แบบไม่มีกำหนด ซึ่งรวมทั้ง การให้ความช่วยเหลือ ด้านการแพทย์ และ การก่อสร้าง สาธารณูปโภค ต่างๆ ด้วย เช่นกัน

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า ลูกเรือ อีก 370 นาย ของเรือรบ ลำดังกล่าว ซึ่งไม่แสดงอาการป่วย ได้เริ่มเข้ารับการรักษา เพื่อป้องกัน การติดเชื้อแล้ว ขณะที่ ตัวเรือ ก็ถูกทำความสะอาด และ ฆ่าเชื้อ แล้วเช่นกัน

*** บรูไน สั่งกักตัวทหารอังกฤษ 200 นาย ***


สำนักข่าวรอยเตอร์ ระบุว่า ทหารของ กองทัพอังกฤษ ราว 200 นาย ซึ่งเพิ่งเดินทาง มาถึงยัง บรูไนดารุสซาลาม เพื่อปฏิบัติภารกิจ ซ้อมรบ ถูกทางการบรูไน สั่งกักบริเวณ หลังพบว่า มี ทหาร ที่มีอาการ ต้องสงสัยว่า อาจติดเชื้อไวรัส ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่

รายงานข่าว ระบุว่า ทหารอังกฤษ ประมาณ 200 นาย ถูกสั่งให้อยู่แต่ภายใน อพาร์ทเมนต์ แห่งหนึ่ง ใกล้กับ สนามบินนานาชาติของ บรูไน หลังจาก พบว่า มีทหาร อย่างน้อย 3 นาย ที่มีอาการ ต้องสงสัย

อย่างไรก็ตาม นายซูโวย อุซมัน รัฐมนตรีสาธารณสุข ของ บรูไน ออกมาเปิดเผย เมื่อวันพุธ (6) ว่า ทางการบรูไน ได้สั่งปล่อยตัว ทหารอังกฤษ ทั้งหมด แล้ว เนื่องจาก ผลการตรวจร่างกาย ของ ทหาร ที่ต้องสงสัย ออกมาเป็นลบ โดยในขณะนี้ ทหารอังกฤษ ทั้งหมด ได้ถูกย้ายไปยัง สถานที่ปลอดภัย แห่งหนึ่ง ซึ่งไม่เปิดเผย

ทั้งนี้ รายงานข่าว ระบุว่า ทหารเหล่านี้ เดินทางมาจาก อังกฤษโดยแวะที่ ฮ่องกง ซึ่งเป็นสถานที่ ที่เพิ่งพบผู้ติดเชื้อเป็น รายแรก ของ ทวีปเอเชีย เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก่อนที่จะ เดินทางต่อ มายัง บรูไน เพื่อร่วมการซ้อมรบ

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 6 พฤษภาคม 2552 21:26 น.
http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9520000050877


พิมพ์ ข่าวนี้ เชื้อมรณะ คร่าชีวิต มะกัน รายแรก พบติดเชื้อ อีก 403 รายใน 38 มลรัฐ


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

December 1, 2008

“ทักษิณ” ตอแหล ฉบับเต็ม ถล่ม อังกฤษ จาบจ้วงไม่เลิก – “Catch me if you can” said Thaksin Shinawatra


Catch me if you can


Last week Thailand descended into chaos as tens of thousands of protesters surrounded parliament in a bid to drive out the government it accuses of being puppets of former Prime Minister Thaksin Shinawatra.

Since he was ousted in a bloodless coup in 2006, his UK visa has been revoked, his wife has divorced him and a controversial two-year jail sentence for corruption awaits him in his home country. In his first interview in 18 months, he speaks to Arabian Business.

If Thaksin Shinawatra is feeling the heat, then he’s not showing it. Thailand has an arrest warrant out for its former prime minister. The UK has just revoked his visa, and some Western countries are distancing themselves from the man they once championed as their greatest ally in Asia. And yet all Shinawatra can do is shrug.

“Do you know how many countries there are in the world? There are 197. And only 17 have an extradition treaty with Thailand,” he notes with a thin smile. “Better still, only 10 of those treaties are active. So, don’t you worry about me, I still have many places to stay.”

One such place is Dubai, where Shinawatra is resting comfortably in one of the emirate’s top five-star hotels. He might feel entitled to a break, too, as it has been a busy 2008 for the man first nominated to Thailand’s top office in a landslide election victory in 2001.

Two years ago he was overthrown in a bloodless coup while visiting the UN in New York. Exiled after months of massive anti-government protests, he ended up in the UK, where he bought Premier League football club Manchester City.

After the 2007 election, in which his new People Power Party won a healthy majority, and the forming of a new democratic government by his allies, Shinawatra returned in early 2008 to face his corruption charges in legal courts. However, he and his wife skipped bail – they were convicted in absentia, and a lengthy stay in a Bangkok jail awaits them if they return.

The UK froze his reputed $4bn of assets, forcing him to sell Manchester City to Abu Dhabi’s Sheikh Mansour. To add to his troubles, his UK visa was revoked – oh, and his wife divorced him last week.

“It’s been a busy few months,” he says, laughing at his own predicament. And it’s about to get even busier, as Shinawatra reveals he intends to make a comeback in politics, tackle global poverty, reorganise the Middle East’s healthcare system – and while he’s at it, establish a sizeable foundation to look after Asians hit by the financial crisis.

The really tricky one on the above ‘Shinawatra to-do list’ is return to politics. On October 21, 2008, five members of a nine-member special bench of the Supreme Court found him guilty of a conflict of interest and sentenced him to two years in jail.

The judges found that Shinawatra had ultimate oversight over the Financial Institutions Development Fund, a government-run agency that bought up bank collateral and mortgages. Shinawatra’s wife won a competitive auction for a piece of land owned by the FIDF in 2003, and the judges found that his wife’s purchase of the land was done on his behalf, thus constituting a conflict of interest.

Given the two-year jail term that awaits him upon his his return – not to mention a long list of political enemies who would like to see the back of him for good – a return to his homeland doesn’t sound like the wisest move.

“I have no choice,” he insists. “In the beginning after I was ousted, my wife asked me not to go back to politics. She didn’t like politics, and the whole family went through a lot of hardship so I didn’t go back.

“But now I have been cornered because the country is going down deeply,” he continues. “The confidence is not there; the trust among the foreign community is not there; the poor people in rural areas are in difficulty.

With me at the helm I can bring confidence quickly back to Thailand, and that is why we have to find a mechanism under which I can go back into politics.”

What does his wife think about this? “She has divorced me,” he responds, bluntly – end of subject.

He admits that going back now would be too risky, but insists that “time is on my side”. Last week tens of thousands of anti-government protesters marched on Thailand’s parliament.

The protesters, from the People’s Alliance for Democracy (PAD) blocked all streets leading to parliament and besieged other state buildings, forcing MPs to cancel their business, in response to a grenade attack on the protester’s camp that killed one of their supporters earlier this month.

Violence flared and as Arabian Business went to press, the head of Thailand’s army had asked the government to dissolve parliament and call new elections – circumstances hardly conducive to a return for the former prime minister.

“I can stay here and do some business, enjoy life a bit. But I have to go back for my people and my supporters, most of whom are poor or middle class,” he says.

“In the past the poor didn’t see the future – they only saw the bitter past and short present,” he continues. “After I became PM I gave them hope, I brought them freshness. They saw a future for their children to go to school and for their crops. They were happy – even taxi drivers were happy – and I brought the economy back to normal.”

But could he really be PM again? Shinawatra is adamant that it could happen.

“The coup is still there – it has been transformed from a military coup to a judicial coup,” he explains. “I think a lot depends on the power of the people – if they feel they are in hardship and they need me to help them, I will go back.

The poor have no choice but to live in a capitalist economy, but they have no capital. They have no access to it. If you give them that access, it changes everything.


“If the King feels I can be beneficial I will go back and he may grant me a royal pardon,” he continues. “If they don’t need me and the King feels I can make no difference then I will stay here and do business. I will live my life with friends.”


Today Shinawatra is in the Gulf rekindling close friendships with business and political leaders in the region. He said he has been made to feel very welcome, unlike in the UK, where many were surprised by the British government’s decision to revoke his visa. Now, he chooses his words carefully, but remains singularly unimpressed at the circumstances of his departure.

“I think the UK is a mature democratic country, and they should understand that I am the victim of the coup d’etat,” he maintains. “I am the victim of dictatorship, even though there was a court verdict.

“But that is like the fruit on the poisoned tree – the whole tree has been poisoned and I am the fruit. The tree was planted by the military coup,” he says, adding: “England must understand better but unfortunately they are now busy with their own problems so they forgot about democratic values.

“I don’t care, though – I thank them because I went there, I bought a football club then sold it and made some money in the process,” he says. “They gave me a place to stay, even though it was short-term. My children went to school there.

One day, they will understand better, and they will feel sorrow for what they have done because they have not respected their own democratic values.”

So what next for Shinawatra? Putting his political problems aside, Shinawatra is focused on tackling poverty in Asia. He speaks passionately about the plight of the poor, and details the measures he took during his reign in Thailand – and how they worked. Top of his agenda is healthcare. During his premiership, Shinawatra wasted no time in introducing a new system of blanket healthcare insurance for the equivalent of just 3 dirhams a month.

“At least 18 million poor people can now enjoy full healthcare,” he says proudly. “If they are having a baby they pay just 3 dirhams. For heart surgery, 3 dirhams. I re-managed the whole public health budget and allocated set amounts to every hospital.

“We added more equipment and built centres of excellence. Now they can get the same service as anyone else, regardless of how poor they are,” he adds.

Does he plan to do the same here? “I think if I can re-manage for the UAE government, I will do exactly the same. I will bring in the same experts who used to work with me. I will not just give treatment but also preventive measures – for example, there is a lot that can be done with nutrition and other advice on healthy living.”

Shinawatra insists that he would increase the number of family doctors available, and also establish clinics nearer to housing districts, in order to free up hospital resources and make life easier for the 80 percent of patients who do not actually require hospital treatment.

As well as improving healthcare services in the emirates, Shinawatra is also putting together his own detailed proposals for tackling poverty on a wider scale.

In particular, he wants governments to use their surpluses to create micro-loans for the poor, in the same way that they were pioneered by Nobel Prize winner Muhammad Yunus, in Bangladesh.

Thailand’s People Bank, giving the poor small loans at just 2.5 percent, has been a huge success and Shinawatra wants to extend the principle across Asia.

In order to achieve this dream, he has launched a new foundation, named ‘Building a Better Future’.

“What does the capitalist economy mean? It means you need capital to create wealth,” he explains. “The poor have no choice but to live in a capitalist economy, but they have no capital. They have no access to it. If you give them that access, it changes everything.”

Shinawatra insists that the poverty issue is one that has been “misunderstood” in the past. “Most countries are run by veteran politicians who only have experience of politics,” he points out. “What is missing is management. Politics is about power and law – politicians don’t understand how to run an organisation.

“As an experienced businessman I think I bring some modern management to the government,” he continues. “It proved to work well in Thailand but they didn’t let me stay that long. If I had stayed the full eight years I think I could have made a big difference.”

With so much on his agenda, it is hard to say what the future holds for Thaksin Shinawatra. He expresses deep gratitude to Abu Dhabi’s HH Sheikh Mansour for engineering the takeover of Manchester City, saying he sold a club but gained “a great friend”. Above all, though, he is looking to go home. He makes no apologies, and has no regrets, about the past.

“I cannot live in my own country. There were many assassination attempts, and my family has been broken up because we all have to live in different countries. I regret the result, but not what I have done. You see, I love the Thai people.”


Story by Anil Bhoyrul on Sunday, 30 November 2008


logo_arabianbusiness URL of this Article http://www.arabianbusiness.com/539714-catch-me-if-you-can



Related Story : Click ที่นี่ – “แม้ว” อัดยับ ผู้ดีไม่เคารพ ปชต.ต้นแบบตัวเอง ฝันกลับไทยสู้การเมือง! – Ex-Thai PM hits out at UK from 24 Nov 08


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

November 26, 2008

ถ้าฝรั่งประท้วง ก็เป็นเรื่องธรรมดาหรืออย่างไร – Thai protesters shut down airport it’s normal act

logo_home


Thai protesters shut down airport


By Thomas Fuller Wednesday, November 26, 2008


Anti-government protesters talk to a driver at the main road to Bangkok's Suvarnabhumi Airport. (Sukree Sukplang/Reuters)

Anti-government protesters talk to a driver at the main road to Bangkok's Suvarnabhumi Airport. (Sukree Sukplang/Reuters)

bangkok: Thailand’s main international airport remained shut Wednesday after protesters besieged the facility, startling tourists, halting flights and escalating months of simmering political tensions into a full-blown national crisis.

The airport raid, carried out Tuesday by men wielding metal rods who pushed past riot police officers, was the climax of three years of intermittent protests that have tarnished thailand’s long-standing image as a freewheeling but stable nation.

A series of extreme measures by protesters, including a violent clash with government supporters on Tuesday in Bangkok that left 11 people injured, has brought the government near collapse and left Thailand’s democracy teetering.

The government has struggled to carry on its business while trying to quell the most recent demonstrations, but has found itself consumed by the stalemate. A sit-in at government offices forced Prime Minister Somchai Wongsawat to conduct business elsewhere.

This week, protesters began what they called a final push against the country’s leaders. They prevented one important parliamentary session, and have said they plan to prevent any future sessions or Cabinet meetings, effectively paralyzing the government.

The protesters, a loose coalition of royalists, academics and members of the urban elite, say they are frustrated with years of vote-buying and corruption.

Many are also skeptical of Thai democracy in its current form and propose a voting system that would lessen the representation of lower-income Thais, whom they say are particularly susceptible to vote-buying.

The latest protests come amid anxiety over the health of the ailing 80-year-old King Bhumibol Adulyadej and worries about royal succession. There is also frustration about an underperforming national economy that has not been able to move beyond low-cost manufacturing.

The recent protests, like most of those over the past three years, have centered on Thaksin Shinawatra, the former prime minister, who was removed from power two years ago in a military coup.

Protesters accuse the current government, and the one before it, of being Thaksin’s proxies.


Thaksin was recently convicted in absentia of abuse of power and remains in exile. The current prime minister is Thaksin’s brother-in-law.


At the cavernous Suvarnabhumi airport early Wednesday, protesters said they would remain in the facility until the government stepped down.


During the face-off with riot police officers on Tuesday, one protester said she was willing to die if necessary. “If they shoot, let them shoot,” said Pranee Rattanatakerngporn, a 55-year-old protester who traveled to Bangkok from the northern city of Chiang Mai. “I will stay here until we win.”


Officials decided to close the airport around 9 p.m. Tuesday “for the safety of all passengers.”


“I’m very worried about the situation now,” said Sereerat Prasutanon, director of the airport. “I think it’s time that the army comes out and helps to take care of the situation.”

Several explosions were reported early Wednesday outside the airport, injuring at least three people, police said, according to the Associated Press.

By shutting down the airport, protesters are ultimately holding the country hostage, analysts say.

“The gateway to the country is now blocked,” said Panitan Wattanayagorn, a professor of political science at Chulalongkorn University in Bangkok. “This is an acute problem for the government.”

Suvarnabhumi is the world’s 18th largest airport in terms of passenger traffic. It is the main conduit for tourists and businesspeople arriving in Thailand and is a major transit hub for Southeast Asia.


Among the passengers stranded at the airport was Anna Plahn, a 34-year-old from Sweden wrapping up a vacation with her two young children. “My two kids are sick and they want to go home,” she said.


“This is the worst thing that has ever happened to us.”


On Tuesday, thousands of protesters were camped out on the main entrance ramp to the airport, blocking traffic to the departure terminal. They spread razor wire on the road to limit traffic, which was allowed to trickle through. A truck parked in front of the terminal served as a makeshift stage where a well-known actor, Saranyu Wongkrachang, led the crowd of protesters in song throughout the night.

The protesters, who had mainly confined their demonstrations to their sit-in at the government compound, took to the streets Monday, when they forced the cancellation of parliament and temporarily cut electricity supply to the police headquarters.

On Tuesday, thousands of protesters kept the government on the run, blocking the entrance to its temporary offices north of the city and massing in front of army headquarters.

In the late afternoon a clash erupted between protesters and government supporters. Television showed two protesters shooting handguns in the direction of the government supporters and beating them with metal rods and sticks. There were no reports of deaths on Tuesday.

The video also showed protesters surrounding a motorcycle taxi driver and holding a knife to his throat as he clasped his hands together, begging for mercy. Thaksin has many supporters among taxi drivers. It was unclear what happened to the man.

With nearly daily protests taking place in Bangkok for the past six months, many Thais have grown frustrated.

The print news media, which has been generally critical of the government and supportive of the protests, has recently run articles skeptical of the daily street demonstrations.

One columnist in the Nation newspaper on Tuesday called the protests a “never-ending saga that is futile and a drain on society.”

But the People’s Alliance for Democracy, the group leading the movement to unseat the government, still has a loyal following. The latest spate of protests began in April, but became more serious in August, when the alliance took over the prime minister’s office compound, forcing the previous prime minister to operate out of the VIP terminal of Don Muang Airport, the capital’s older airfield, which is now used exclusively for domestic flights.

On Monday, protesters blocked access to the offices at Don Muang.

“You don’t have to doubt what we will do next,” Somsak Kosaisuk, a protest leader, said Tuesday from a temporary stage set up at Don Muang airport. “First, we will not let the Cabinet use this place for their meetings anymore. Second, wherever they go for their meetings, we have our special troops that will follow them.”

A Cabinet meeting had been planned for Wednesday, but government officials said it might be pushed back.

The prime minister was scheduled to return late Wednesday from a trip to Peru, where he attended a summit meeting of Asian and Pacific leaders.

As the Thai economy slows down as the global financial crisis causes ripples here, and as the stalemate between the government and the protesters deepens, many Thais are hoping for a resolution.

“How is it going to end?” said Bharavee Boonsongsap, a 34-year-old producer for MTV Thailand. “I keep asking people but they have no answer.”

“Thais are fighting Thais,” Bharavee said. “People have become aggressive, and even children have been taught to hate the opposite side.”

Janesara Fugal contributed reporting.

logo_home2
Published: November 26, 2008 Thai protesters shut down airport
http://www.iht.com/articles/2008/11/26/asia/27THAI.php


Printer-Friendly Thai protesters shut down airport



Airport strike is normal in England why not in Thailand


11 months ago: Crowds of passengers are pictured in the Check In area of the South terminal at Gatwick Airport, in Sussex, in southern England, 10 August 2006. Workers at seven British airports including London’s Heathrow voted Friday 21 December 2007, to stage a series of strikes in January 2008 over pensions in a move which could cause severe disruption. The staff including firefighters will stage 24-hour stoppages on January 7 and January 14 and will strike for 48 hours from January 17.

airportstike_london


Airport strike is normal in France why not in Thailand


11 months ago: Travellers wait at Orly Airport as a strike by Air France ground crew over pay issues grounded passengers for the third day, near Paris December 22, 2007.

11 months ago- Travellers wait at Orly Airport

11 months ago- Travellers wait at Orly Airport

11 months ago: Passengers wait for informations in Terminal 2 at Orly airport, outside Paris, 21 December 2007 as some 44 percent of Air France flights were cancelled due to a strike by AF ground staff upon calll of two unions CGT and Sud Aerien. Dozens of flights were delayed and others cancelled, which brought serious inconvenience for Xmas holiday makers.

Passengers wait for informations in Terminal 2 at Orly airport, outside Paris, 21 December 2007

Passengers wait for informations in Terminal 2 at Orly airport, outside Paris, 21 December 2007

11 months ago: People line up at check-in counters at Orly Airport as a strike by Air France ground crew over pay issues grounded passengers for the third day, near Paris December 22, 2007

Orly Airport as a strike by Air France ground crew over pay issues grounded passengers for the third day

Orly Airport as a strike by Air France ground crew over pay issues grounded passengers for the third day


Airport strike is normal in Italy why not in Thailand

1 week ago: Alitalia jets are seen in the background at Milan’s Linate airport, Italy, Wednesday, Nov. 12, 2008. Alitalia canceled dozens of flights for a third straight day Wednesday because of labor unrest leaving customers in Italy scrambling for alternative flights or facing long delays. The ailing airline predicted some 50 flights would be canceled as it continued to feel the effect of a wildcat strike on Monday and a work-to-rule protest by pilots over the last few days.

Alitalia jets are seen in the background at Milan's Linate airport, Italy, Wednesday, Nov. 12, 2008.

1 week ago: Alitalia jets are seen in the background at Milan's Linate airport, Italy, Wednesday, Nov. 12, 2008.

2 months ago: Alitalia’s air hostesses and employees demonstrate during a strike at Fiumicino airport near Rome on September 17, 2008. Alitalia cancelled 40 flights — half of them international — because of a four-hour strike by a minority union opposed to a rescue deal and Italy’s government summoned all nine unions from Alitalia, as the labour minister said negotiations on a deal to save the flag carrier had reached an end.

Alitalia's air hostesses and employees demonstrate during a strike at Fiumicino airport near Rome on September 17, 2008

2 months ago: Alitalia's air hostesses and employees demonstrate during a strike at Fiumicino airport near Rome on September 17, 2008

2 months ago: Alitalia’s employees demonstrate during a strike at Fiumicino airport near Rome on September 17, 2008. Alitalia cancelled 40 flights — half of them international — because of a four-hour strike by a minority union opposed to a rescue deal and Italy’s government summoned all nine unions from Alitalia, as the labour minister said negotiations on a deal to save the flag carrier had reached an end.

September 17, 2008. Alitalia cancelled 40 flights -- half of them international

September 17, 2008. Alitalia cancelled 40 flights -- half of them international

7 months ago: Employees of Atitech, a company responsible for the maintenance of Alitalia planes, demonstrate against planned layoffs in the Air France-KLM proposal to takeover the ailing Italian airline, at Naples’ Capodichino airport, southern Italy, Wednesday, April 2, 2008. Alitalia’s strike-prone unions were meeting Wednesday with the Air France-KLM chairman who is seeking their agreement to keep alive a deal to buy the struggling national carrier.

Air France-KLM proposal to takeover the ailing Italian airline, at Naples' Capodichino airport, southern Italy, Wednesday, April 2, 2008.

Air France-KLM proposal to takeover the ailing Italian airline, at Naples' Capodichino airport, southern Italy, Wednesday, April 2, 2008.

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ http://www.daylife.com
airport strike england
http://www.daylife.com/photo/07CT08v1k9eNw


พิมพ์ ข่าวนี้ airport strike england


พิมพ์ ข่าวนี้ airport strike france


พิมพ์ ข่าวนี้ airport strike italy

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

November 24, 2008

“ทักษิณ” ตอแหล ถล่ม อังกฤษ จาบจ้วงไม่เลิก – Ex-Thai PM hits out at UK


“แม้ว” อัดยับ ผู้ดีไม่เคารพ ปชต.ต้นแบบตัวเอง
ฝันกลับไทยสู้การเมือง!


Ex-Thai PM hits out at UK


“ทักษิณ” พลิกลิ้น เคยยกย่องอังกฤษ เป็นพื้นฐาน ปชต. แท้จริง แต่วันนี้ หลังจากถูกถอนวีซ่า เลยหน้ามืด สับเละ ผู้ดีไม่เคารพ และลืม ปชต. พื้นฐาน ประเทศตัวเอง หมดสิ้น ยันกลับไทย คืนสนามการเมืองแน่นอน อ้างรากหญ้า ยังอยู่อย่างลำบาก


วันนี้ (24 พ.ย.) พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์พิเศษ Arabian Businesss ฉบับที่จะ ตีพิมพ์ใน วันอาทิตย์หน้า โดยกล่าวหา การที่รัฐบาลอังกฤษยกเลิกวีซ่า ว่า เป็นการกระทำที่ไม่เคารพต่อ ค่านิยมเรื่องประชาธิปไตย (democratic values) ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐาน ของประเทศอังกฤษ เอง


พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุในช่วงหนึ่งของ การสัมภาษณ์ ที่เมืองดูไบว่า “อังกฤษมัวแต่สนใจแต่ปัญหาของตัวเอง จนลืมแม้กระทั่งค่านิยม แห่งความเป็น ประชาธิปไตย” พร้อมกับยืนยันว่า จะกลับมาประเทศไทยอย่างแน่นอน และมั่นใจว่า ตัวเขา สามารถนำความเชื่อมั่น กลับมา สู่ประเทศได้ และยังระบุว่า คนยากจนในชนบท กำลังมีชีวิตอยู่ อย่างยากลำบาก ซึ่งถือเป็นเหตุผล ที่ว่า ทำไมเขาจึงต้องกลับเข้าสู่เวทีการเมือง


ทั้งนี้ บทสัมภาษณ์แบบเต็มนั้นจะมีการตีพิมพ์ ใน Arabian Business ฉบับวันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายนนี้

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 24 พฤศจิกายน 2551 07:13 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000139004


พิมพ์ ข่าวนี้ “แม้ว” อัดยับ ผู้ดีไม่เคารพ ปชต.ต้นแบบตัวเอง-ฝันกลับไทยสู้การเมือง!



Ex-Thai PM hits out at UK


LASHING OUT: Shinawatra (pictured) said the British government was not respecting its own democratic values. (Getty Images) Former Thai prime minister Thaksin Shinawatra has lashed out at the UK for revoking his visa – and vowed to return to Thailand as prime minister.


In an exclusive interview with Arabian Business, to be published next Sunday, Shinawatra said the UK would “feel sorrow” for revoking his visa and accused the British government of not respecting its own democratic values.

Shinawatra’s UK visa was cancelled earlier this month following his conviction for corruption in Thailand. He had fled to the UK in 2006 following a military coup that removed him from power.

“England must understand better, but unfortunately they are now busy with their own problems – so they forgot about democratic values,” Shinawatra said during an interview in Dubai.

Shinawatra vowed to return to Thailand at some stage, stating that he could bring confidence back to the country.

“The country is going down deeply. The confidence is not there. The trust amongst foreign community is not there. The poor people in rural areas are in difficulty,” he said.

“With me at the helm I can bring confidence quickly back to Thailand. We have to find a mechanism under which I can go back, that is why I must tell you that I will go back into politics.”

However, Shinawatra said he would only return if the people and the king of Thailand wanted him to go back.

“I think a lot depends on the power of the people. If they feel they are in hardship and they need me to help them, I will go back,” he said.

“If the king feels I can be beneficial I will go back and he may grant me a royal pardon. If they don’t need me and the king feels I can make no difference then I will stay here and do business.”

The full, exclusive interview with Shinawatra will be published in Arabian Business on Sunday Nov. 30, and
from 10am on Thursday Nov. 27 online at ArabianBusiness.com.


Email by Dylan Bowman on Sunday, 23 November 2008


logo_arabianbusiness Read this Article


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

November 10, 2008

Exiled Thaksin vows fightback against Thai enemies – รอยเตอร์สายตรง “แม้ว” ลั่นเอาคืนศัตรู-เคลื่อนไหวการเมืองเต็มตัว


Exiled Thaksin vows fightback against Thai enemies


Former Thai Prime Minister Thaksin Shinawatra gives a live address to pro-government supporters during a rally at Rajamangala Stadium in Bangkok on November 1, 2008.

Former Thai Prime Minister Thaksin Shinawatra gives a live address to pro-government supporters during a rally at Rajamangala Stadium in Bangkok on November 1, 2008.


Exiled Thaksin vows fightback against Thai enemies


BANGKOK (Reuters) – Former Thai Prime Minister Thaksin Shinawatra, whose British visa was revoked last week, said on Monday he would leave Beijing for an undisclosed location and vowed to fight back against his political enemies.

“I will keep traveling. I’m leaving Beijing at the moment,” Thaksin told Reuters by telephone from the Chinese capital.

He refused to say where he was going next but denied the destination was Manila, as rumored.

He also denied Thai media reports he was building a 60 million yuan ($8.89 million) mansion at a golf resort near Beijing.

Thaksin, who had been living in London after he and his wife, Potjaman, skipped bail in August to avoid corruption charges, said he scrapped his British asylum application to be free to carry on his political activities.

“I dropped the asylum bid because I don’t think it is necessary. I don’t like the term asylum. I want freedom because I am a champion of democracy. I don’t like anything that restricts freedom,” Thaksin said.

He was sentenced to two years in jail last month for breaking a conflict of interest law during his five years in office before he was ousted in a bloodless 2006 coup.

In Britain he generated headlines with the purchase of the Manchester City soccer club, which he recently sold to a group of investors from Abu Dhabi.

The billionaire telecoms tycoon said he would address supporters at future rallies in northeast Thailand, a region that helped give him two landslide election victories.

“I will phone in and talk to the people who love and have faith in me. I will make a longer speech and start naming names because they have pushed me into a corner,” he said.

Earlier this month, Thaksin called into a rally in Bangkok and urged his supporters to bring him home, a move that angered his opponents.

The campaign against Thaksin is largely driven by the People’s Alliance for Democracy (PAD) — an unelected group led by royalists, academics and businessmen — while he continues to enjoy support in the countryside.

The PAD has occupied the official compound of the prime minister’s offices since August, demanding the current government stacked with Thaksin loyalists step aside.

The crisis has meandered through a coup to elections and back to protests and shows no signs of resolution, to the dismay of investors worried about the lack of a functioning government with a global recession looming.

($1=6.825 Yuan)
Mon Nov 10, 2008 4:05am EST
By Nopporn Wong-Anan
(Editing by Alan Raybould)

logo_reuters_media_us From http://www.reuters.com/article/worldNews/idUSTRE4A91D020081110?sp=true Mon Nov 10, 2008 4:05am EST

Print this News Exiled Thaksin vows fightback against Thai enemies



Cases against thaksin family

Case one: Corruption charges related to purchase of state land by his wife. Who: Thaksin and his wife. Status: Thaksin guilty, wife acquitted

Case two: Abuse of power linked to government lottery scheme. Who: Thaksin and several former cabinet ministers. Status: Case accepted by Supreme Court

Case three: Abuse of power related to state loan to Burma alleged to have benefited family business. Who: Thaksin. Status: Case accepted by Supreme Court

Case four: Concealing assets. Who: Thaksin, wife and two others. Status: Awaiting court decision on proceeding to trial

Case five: Tax evasion. Who: Members of Thaksin’s family. Status: Wife Pojaman and her brother jailed for three years, her secretary for two years

Several other claims also lodged



รอยเตอร์สายตรง “แม้ว” ลั่นเอาคืนศัตรู-เคลื่อนไหวการเมืองเต็มตัว

เดินทางภ?กจากประเทศจีน แต่ไม่บภ??จุดหมายปลายทาง ลั่นขภ??ภ??โต้ศัตรู พร้ภ??ระบุยกเลิกคำขภ??ี้ภัยในภ??งกฤษ เพื่ภ??คลื่ภ??ไหวทางการเมืภ??ภ??่างเป็นภ??สระ

เดินทางออกจากประเทศจีน แต่ไม่บอกจุดหมายปลายทาง ลั่นขอตอบโต้ศัตรู พร้อมระบุยกเลิกคำขอลี้ภัยในอังกฤษ เพื่อเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างเป็นอิสระ


เอเจนซี – รอยเตอร์ต่อสายตรงถึง “ทักษิณ” ที่กบดานอยู่ในปักกิ่งวันนี้ (10) เจ้าตัวเผยกำลังเดินทางออกจากประเทศจีน แต่ไม่บอกจุดหมายปลายทาง ลั่นขอตอบโต้ศัตรู พร้อมระบุยกเลิกคำขอลี้ภัยในอังกฤษ เพื่อเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างเป็นอิสระ


สำนักข่าวรอยเตอร์ ได้ต่อโทรศัพท์ถึง ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เขา และภรรยา ถูกทางการอังกฤษถอนวีซ่า โดยอดีตนายกรัฐมนตรีรายนี้ เปิดเผยว่า เขากำลังเดินทางออกจากกรุงปักกิ่ง เพื่อเดินทางไปยังประเทศที่ไม่เปิดเผยปลายทาง และประกาศเอาคืนศัตรูทางการเมืองของเขา

“ผมเดินทางของผมไปเรื่อยๆ ขณะนี้ผมกำลังเดินทางออกจากปักกิ่ง” ทักษิณ บอกกับรอยเตอร์ผ่านโทรศัพท์จากเมืองหลวงของจีน พร้อมปฏิเสธรายงานข่าวสื่อมวลชนไทย ที่ระบุว่า จุดหมายปลายทางของเขา คือ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์

นอกจากนี้ เขายังได้ปฏิเสธรายงานข่าวจากสื่อมวลชนไทย ที่บอกว่า เขากำลังกำลังสร้างบ้านมูลค่า 60 ล้านหยวน (ประมาณ 300 ล้านบาท) ท่ามกลางสนามกอล์ฟใกล้กรุงปักกิ่ง

ทักษิณ ซึ่งอาศัยอยู่ในลอนดอนหลังจากเขาและพจมาน ภรรยา หลบหนีประกันในเดือนสิงหาคม เพื่อหลีกเลี่ยงข้อกล่าวหาคอร์รัปชัน กล่าวว่า เขาได้ยกเลิกคำขอลี้ภัยเพื่อจะได้เคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างเป็นอิสระ

“ผมยกเลิกคำขอลี้ภัย เพราะว่าผมคิดว่ามันไม่จำเป็น ผมไม่ชอบคำว่าลี้ภัย ผมต้องการเสรีภาพเพราะว่าผมเป็นนักประชาธิปไตย ผมไม่ชอบอะไรก็ตามที่จำกัดเสรีภาพ” ทักษิณ กล่าว

มหาเศรษฐีโทรคมนาคม ยังบอกอีกว่า เขาจะกล่าวปราศรัยกับผู้สนับสนุนอีก ณ การชุมนุมครั้งหน้าที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย พื้นที่ที่ช่วยให้เขาคว้าชัยชนะเลือกตั้ง 2 สมัยอย่างถล่มทลาย

“ผมจะโทรศัพท์พูดกับประชาชนผู้ที่รัก และเชื่อมั่นในตัวผม ผมจะพูดยาวกว่าเดิม และคงต้องเปิดเผยชื่อผู้ที่เกี่ยวข้อง เพราะพวกเขาต้อนผมเข้ามุม” เขากล่าว


ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 10 พฤศจิกายน 2551 15:48 น.
http://manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9510000133197


พิมพ์ ข่าวนี้ รอยเตอร์สายตรง “แม้ว” ลั่นเอาคืนศัตรู-เคลื่อนไหวการเมืองเต็มตัว


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

April 27, 2008

UK Pumps No Fuel after Strike in Scotland – คนงานโรงกลั่นน้ำมันสกอตแลนด์ หยุดงานประท้วงเรื่องสวัสดิการ

Read in English [Video Reports from Reuters]


เกิดการประท้วงของพนักงาน 1,200 คน ของโรงกลั่นน้ำมันเมืองเกรนจ์มัธ ในสกอตแลนด์ ตามที่เคยขู่จะก่อเหตุประท้วงขึ้นในวันนี้ เนื่องจากไม่พอใจระบบเบี้ยบำนาญ ขณะที่โรงกลั่นน้ำมันดังกล่าว ได้ระงับการผลิตน้ำมันก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งเป็นผลให้บริษัทบีพี ต้องปิดท่อส่งน้ำมันไปด้วยเหตุ


ประท้วงดัง กล่าวส่งผลให้ปั๊มน้ำมันหลายแห่งจำกัดปริมาณการเติมน้ำมัน และบางแห่งคิดราคาน้ำมันแพงกว่าปกติ อย่างไรก็ตามทางการสกอตแลนด์ ยืนยันว่า ปริมาณเชื้อเพลิงยังมีเพียงพอต่อการใช้งาน ขณะที่รัฐมนตรีด้านธุรกิจ เรียกร้องให้ประชาชนช่วยกันประหยัดน้ำมัน โดยหันมาใช้ระบบขนส่งมวลชน ด้านกลุ่มกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซในอังกฤษ คาดว่า การประท้วงครั้งนี้ จะสร้างความเสียหายให้อังกฤษ วันละ 50 ล้านปอนด์ หรือกว่า 3,000 ล้านบาท


รัฐบาลอังกฤษวอนประชาชนอย่ากักตุน น้ำมันโดยยืนยันว่า จะไม่มีการขาดแคลนอย่างแน่นอน แม้ว่าคนงานโรงกลั่นน้ำมันในสก็อตแลนด์นัดหยุดงานในวันนี้


ทั้งนี้ การประท้วงของคนงานโรงกลั่นน้ำมัน เกร็นจ์เมาธ์ ในสก็อตแลนด์จะเริ่มขึ้นในช่วงเช้าตรู่วันนี้ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งตรงกับเวลาเที่ยงของไทย โดยคนงานซึ่งมีอยู่ราว 1,200 คน จะผละงานประท้วงเป็นเวลา 48 ชั่วโมง เพื่อเรียกร้องให้เจ้าของบริษัท ปรับปรุงสวัสดิการเบี้ยบำนาญ ให้ดีกว่าที่เป็นอยู่


ซึ่งการประท้วงดังกล่าว จะส่งผลกระทบถึง ธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิง ของอังกฤษ ทั้งระบบ ทั้งการจำหน่ายภายในประเทศและการส่งออก โดยคาดว่า จะสร้างความเสียหายให้กับบริษัทไม่ต่ำกว่าวันละ 3 พันล้านบาท เนื่องจากโรงกลั่น แห่งนี้ผลิตน้ำมันมากกว่า ร้อยละ 30 ของ ตลาดน้ำมันในทะเลเหนือ ของเกาะอังกฤษ


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


Scotland Strike No Fuel

Fuel queues after UK refinery strike


Apr 28 – A two-day shutdown at a Scottish oil refinery causes a major pipeline to close, leading to fuel supply fears


The refinery operator Ineos said that assuming it got power back as soon as the strike ended and Forties fields resumed production rapidly, the pipeline could be back in operation within 24 hours but might take a few more days to get back to full flow.



See Reuter’s Video (00:55) Report
[Benet Allen reports]Scotland_Refinery

Oil pipeline hit by strike threat


Apr 26 – Fuel shortages hit parts of Scotland as motorists ignore official advice against panic buying.


Management at the Grangemouth refinery, owned by international chemical company Ineos, met officials of the UNITE union on Saturday but failed to get a deal that would allow the pipeline to continue operating.


See Reuter’s Video (01:05) Report [Benet Allen reports]

Read inThai —– English


External Links Below Use Browser “Back Button” Back to Here..

Create a free website or blog at WordPress.com.