Accom Thailand

March 8, 2008

Serbia call for new elections – เซอร์เบีย ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ พฤษภาคม

เซอร์เบีย ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ พฤษภาคม


หลังจากที่ นายกฯ โคซตูนิก่า (Vojislav Kostunica) ลาออกจากตำแหน่งด้วยเหตุผลว่า มีคิดเห็นที่ขัดแย้งอย่าง รุนแรง จนไม่สามารถร่วมทำงานต่อไปได้ กับ ประธานาธิบดี บอริส ทาดิช (Boris Tadic)


ในนโยบายโคโซโว ที่สำหรับเขา ยังคงเป็นดินแดนของ เซอร์เบีย และต้องการจะนำปัญหานี้ ควบรวม และ ต่อรอง กับ ชาติสมาชิก อียู ที่รับรองเอกราชของ โคโซโว ให้ถอนการรับรอง ก่อนการเสนอตัว เข้าร่วมเป็นสมาชิกของสหภาพของอียู ซึ่ง


ประธานาธิบดี
บอริส ทาดิช ไม่เห็นด้วย และ ต้องการที่ จะเอาปัญหาเรื่องเอกราชของโคโซโวทิ้งไว้ข้างนอกก่อน แล้วหลังจากที่ได้ สมาชิกภาพของอียู ค่อยยกปัญหา เรื่องเอกราชของ โคโซโว ไปต่อรองเรียกร้อง


Serbia ruling coalition collapses


Serbia’s Prime Minister Vojislav Kostunica has said his coalition has collapsed and is calling for elections.


The move follows his failure to get his cabinet to reject closer ties with the European Union in the wake of Kosovo’s declaration of independence.

Mr Kostunica, a nationalist, has described the decision by EU states to recognise Kosovo as illegal.

Serbian President Boris Tadic has said he will call elections, but did not set a date for the poll.

“I respect the prime minister’s decision that he is no longer able to lead the government of Serbia and when I get the government’s decision, I will call an election,” he said in a statement.

“Elections are the democratic way to overcome political crises and the people are the only ones who have right to decide which is the way forward for Serbia.”

Read full article from BBC

Serbia Background Information :


President: Boris Tadic


Boris Tadic, leader of the Democratic Party (DS), first took up office in 2004. He was re-elected in 2008, once again defeating his nationalist rival Tomislav Nikolic of the Serbian Radical Party in a run-off.
Mr Tadic, who took over as DS leader after the assassination of former premier Zoran Djindjic in 2003, backs free market, pro-European reforms and Nato membership.
President of SerbiaHe has called on Serbs to turn their backs on the nationalism of the past and to understand that only the European route will bring lasting improvements to their lives. He has pledged full cooperation with The Hague tribunal.He was born in 1958 and trained as a psychologist.

There is a rift between the DS and the centre-right Democratic Party of Serbia (DSS) of Prime Minister Vojislav Kostunica. Mr Kostunica formed the DS in 1989 with Zoran Djindjic.


However, the party split and Mr Kostunica set up the DSS. Feuding between the DS and DSS has bedevilled Serbian politics ever since.


Prime minister: Vojislav Kostunica (resigned)


Serbia’s main pro-reform parties agreed to form a government, to be led by the incumbent premier Vojislav Kostunica, in May 2007 after nearly four months of talks. Parliament approved the coalition just ahead of a constitutional deadline.

Vojislav Kostunica - Prime Minister resigned
The wrangling followed parliamentary elections in January, the first since the break-up of the union with Montenegro. The hardline nationalist Radical Party won the largest share of the vote but failed to gain enough seats to form a government.


The new administration includes the president’s pro-European DS, Mr Kostunica’s DSS and the G17 Plus party.


The prime minister says the coalition will seek EU entry and cooperate with The Hague war crimes tribunal. He says his government will oppose independence for Kosovo.


Vojislav Kostunica first took office in spring 2004. His coalition combined the DSS with smaller centre-right parties but excluded the DS. It relied on support from the Socialist Party of the late Slobodan Milosevic.


His government faced criticism for failing to hand over key war crimes suspects to The Hague tribunal.


Mr Kostunica succeeded Slobodan Milosevic as Yugoslav president. He was born in 1944 and is a former law lecturer.


The end of the Milosevic era brought new freedoms for the Serbian media and former pro-Milosevic outlets rushed to denounce the past.


RTS, the national, government-funded TV and radio service, aims to become a public broadcaster and state-funded local and regional media outlets are set to be privatised.


Hundreds of private TV and radio stations throng the airwaves, competing for a share of a small advertising market.


However, Serbia’s media regulator aims to bring some order to the scene. In April 2006 it awarded national TV licences to the private operators B92, TV Pink, News Corp’s Fox TV, TV Avala and a licence share to Kosava-Happy TV.


It also granted five national radio licences – to B92, Radio Index, Radio S, Roadstar and Radio Focus.
Abstract from BBC’s Country profile: Serbia
http://news.bbc.co.uk/2/hi/europe/country_profiles/5050584.stm
Advertisements

คิดเพื่ออนาคต ถอดโจทย์ประเทศไทย

นักวิชาการชี้หาก 3 ปี แก้ปัญหาการเมืองไม่ได้ อาจเกิดเหตุนองเลือด


การสัมมนา “คิดเพื่ออนาคต ถอดโจทย์ประเทศไทย” ที่จัดโดย สถานีวิทยุ อสมทฯ เอฟเอ็ม 96.5 มีการเสนอ มุมมองในการแก้ปัญหาประเทศไทย โดยนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล นักวิชาการด้านนิติศาสตร์ เห็นว่า ถ้ารัฐบาลยังไม่สามารถแก้ปัญหาทางการเมืองภายใน 3 ปีนี้ จะเกิดวิกฤตและมีเหตุปะทะกันอย่างรุนแรง อาจต้องเสียเลือดเนื้อของประชาชน นอกจากนั้นยังเรียกร้องให้มีระบบตรวจสอบที่ดีมากกว่ามีองค์กรเพื่อตรวจสอบ แต่ไม่มีประสิทธิภาพ
ด้านนายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม มองว่าปัญหาแรกที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการคือเรื่องเศรษฐกิจ เพราะเกี่ยวกับปากท้องของประชาชน อย่าห่วงกังวล หรือคิดบัญชีล้างแค้นกลุ่มอำนาจเก่า รวมถึงอย่าเหลิงอำนาจ เชื่อว่าถ้ารัฐบาลสามารถแก้ปัญหาเรื่องของเศรษฐกิจให้กับประชาชนได้ ก็จะทำให้เสถียรภาพของรัฐบาล มีความมั่นคง มากขึ้น

จาก ผู้จัดการออนไลน์
http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9510000028728

อดีตนายกรัฐมนตรีมาร์กาเร็ต แท็ตเชอร์ ของอังกฤษเข้าโรงพยาบาล

อดีตนายกรัฐมนตรีมาร์กาเร็ต แท็ตเชอร์ ของอังกฤษเข้าโรงพยาบาลเมื่อวานนี้เพื่อตรวจเช็คสุขภาพ โดยผู้ใกล้ชิดได้นำตัวส่งโรงพยาบาลเซนต์ โธมัส ทางตอนใต้ของกรุงลอนดอนในช่วงเช้าหลังมีอาการป่วย แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียดอื่น ๆ ทั้งนี้ นางแท็ตเชอร์ วัย 82 ปี ซึ่งเป็นผู้นำพรรคอนุรักษ์นิยมมานานกว่า 15 ปี ไม่ได้ปรากฏตัวต่อสาธารณชน มากนักในช่วงหลายปีที่ผ่านมาหลังจากป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในสมองหลายครั้งในปี 2545 ทำให้เธอต้องยกเลิกงานบรรยายตามเวทีต่าง ๆ นางแท็ตเชอร์เป็นนายกรัฐมนตรีหญิง คนแรกและคนเดียวของอังกฤษที่ได้รับฉายาว่า สตรีเหล็ก โดยปกครองอังกฤษนานกว่า 10 ปี ตั้งแต่ปี 2522 ก่อนที่เธอจะถูกขับออกจากการเป็นสมาชิกพรรคของตัวเองและเกษียณอายุจากรัฐสภาเมื่อปี 2535.

ข่าวจาก สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

สหรัฐ ปฏิเสธที่ จะผ่อนคลาย มาตรการคว่ำบาตร ต่อ คิวบา


ประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช ผู้นำสหรัฐกล่าวเมื่อวานนี้ว่า คิวบาได้แต่งตั้ง ผู้นำเผด็จการคนใหม่แทนคนเก่า และยืนยันที่จะคงนโยบายแข็งกร้าว ต่อคิวบาที่ปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ต่อไป จนกว่าคิวบาจะเริ่มเปลี่ยนแปลง การปกครองไปสู่ระบอบประชาธิปไตย ประธานาธิบดีบุช ยืนยันด้วยว่า นายฟิเดล คาสโตร อดีตผู้นำคิวบา ยังคงมี อิทธิพลทางการเมืองในคิวบา แม้ว่าเขาลงจากตำแหน่ง เมื่อเดือนที่แล้วโดยที่ นาย ราอูล คาสโตร น้องชายของเขา เป็นผู้สืบทอดอำนาจต่อ นอกจากนี้บุชยังกล่าวอย่างชัดเจนว่า นักวิเคราะห์ได้มองการณ์ผิดพลาด ที่เชื่อว่าการลงจาก อำนาจ ของนาย ฟิเดล คาสโตร เป็นโอกาสที่จะทำให้สหรัฐทบทวน มาตรการคว่ำบาตรด้านการค้า ที่ใช้มานาน หลายสิบปี ต่อ คิวบา.

ข่าวจาก สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

อิรักยืนยันจะช่วยตุรกีปราบปรามกลุ่มกบฏชาวเคิร์ด

ประธานาธิบดีจาลัล ทาลาบานี แห่งอิรัก ให้คำมั่นเมื่อวานนี้ว่า
อิรัก สนับสนุน ตุรกี ในการต่อสู้กับ กลุ่มกบฏชาวเคิร์ด

เพียง 1 สัปดาห์ หลังจากตุรกี ยุติปฏิบัติการทางทหารภาคพื้นดินเพื่อปราบปราม กลุ่มกบฏชาวเคิร์ด ในภาคเหนือ ของอิรัก ถ้อยแถลงของ ประธานาธิบดีอิรัก มีขึ้นในระหว่าง การเยือนตุรกี ซึ่งเป็น การเยือนครั้งแรก ในฐานะผู้นำรัฐ โดยมีจุดประสงค์ เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ทางด้านการเมือง การค้า และความมั่นคง ซึ่งไม่ราบรื่น ในช่วงหลายปี ที่ผ่านมา โดยมีสาเหตุมาจาก เรื่องกลุ่มกบฏชาวเคิร์ด ก่อนหน้านี้ ตุรกี วิพากษ์วิจารณ์ อิรัก อย่างรุนแรงว่า ล้มเหลว ในการปราบปราม กลุ่มกบฏชาวเคิร์ด ที่ใช้พื้นที่ห่างไกลบริเวณ เทือกเขาทางตอนเหนือ ของ อิรัก เป็นฐานที่มั่นในการ โจมตีเป้าหมายภายใน ดินแดนตุรกี.

ข่าวจาก สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

กลุ่มฮามาสอ้างว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีอิสราเอล

กลุ่มฮามาสอ้างว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีอิสราเอลครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบ 2 ปี
กลุ่มฮามาสกล่าวอ้างเมื่อวานนี้ว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีโรงเรียนสอนศาสนาในนครเยรูซาเล็มของอิสราเอลทำให้ เด็กนักเรียนเสียชีวิต 8 คน ซึ่งถือเป็นการโจมตีอิสราเอลครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบ 2 ปี และส่งผลกระทบต่อความพยายาม ของนานาประเทศที่จะฟื้นฟูการเจรจาสันติภาพ
กลุ่มหัวรุนแรงฮามาสที่อ้างว่า อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดแบบฆ่าตัวตาย เมื่อเดือนก่อนด้วย ยังยืนยันจะตอบโต้กลับ หลังจาก อิสราเอลรุกรานฉนวนกาซา ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มฮามาส เมื่อเร็ว ๆ นี้ ทำให้ชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตกว่า 120 คน อย่างไรก็ตาม ถึงแม้อิสราเอลกำลังทำสงครามกับกลุ่มฮามาส แต่รัฐบาลอิสราเอลก็ยืนยันว่า จะเปิดการเจรจา กับ ประธานาธิบดีมาห์มุด อับบาส แห่งปาเลสไตน์ ซึ่งเป็นศัตรูสำคัญของกลุ่มฮามาสต่อไป ขณะที่รัฐมนตรีด้านความมั่นคงของอิสราเอลกล่าวว่า ชาวอาหรับที่ทำตัวเป็นศัตรู กับอิสราเอล เหมือนกับมือปืนที่กราดยิง โรงเรียนสอนศาสนา ควรถูกขับออกจากนครเยรูซาเล็ม และส่งตัวไปอยู่ในเขต เวสต์แบงก์.

ข่าวจาก สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

ผู้ว่าฯยะลา เรียกร้องให้ประชาชนอย่าตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มก่อความไม่สงบ

ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา รู้สึกดีใจที่มีโอกาสแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนอย่าตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มก่อความไม่สงบ เพราะกลุ่มคนเหล่านั้นขาดความจริงใจและไร้มนุษยธรรม

นายธีระ มินทราศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวว่า ตนเองรู้สึกดีใจและภูมิใจ ที่เป็นมุสลิมคนแรกที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด และมีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสเข้ามาแก้ไขปัญหาความไม่สงบ เนื่องจากตลอดระยะเวลา 4 ปี ที่ผ่านมาหลังเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้นมากมายในพื้นที่ ทำให้พี่น้องประชาชนข้าราชการทุกสาขาอาชีพ ทั้งไทยพุทธ มุสลิม ต้องได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว นอกจากนี้ ยังทำให้เกิดความแตกแยกและความหวาดระแวงระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่และชาวไทยพุทธกับมุสลิม อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้เข้าไปแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนเหล่านี้สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติเหมือนในอดีต
ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวอีกว่า หลังจากทุกฝ่ายได้ใช้ความพยายามแก้ไขปัญหามาอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันนี้มีความเชื่อมั่นว่า เหตุการณ์ความไม่สงบ จะต้องลดลง เนื่องจากพี่น้องมุสลิมในพื้นที่ซึ่งเริ่มจะเห็นแล้วว่า ที่ผ่านมากลุ่มก่อความไม่สงบ ไม่ได้มีความจริงใจต่อพี่น้องประชาชนที่หลงผิดและเข้าไปเป็นแนวร่วม และที่น่ายินดีมาก ก็คือพี่น้องที่หลงผิดและเข้าไปเป็นแนวร่วมได้ออกมาแสดงตน เพื่อร่วมกันต่อต้านกลุ่มก่อความไม่สงบมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งมั่นใจว่าจากนี้ไปสถานการณ์ในพื้นที่จะดีขึ้นอย่างแน่นอน

ข่าวจาก สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

จับกุมผู้ต้องหาคดีเด็ก เยาวชน และสตรี ในวันสตรีสากล

ตำรวจภูธรภาค 9 ระดมกำลังจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีความผิดเกี่ยวกับเด็ก เยาวชน และสตรี เนื่องในโอกาสวันสตรีสากล จำนวน 58 คดี
พลตำรวจตรีก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก เยาวชน สตรี และการค้ามนุษย์ ตำรวจภูธรภาค 9 เปิดเผยว่า ตำรวจภูธรภาค 9 ได้สั่งการให้ตำรวจภูธรจังหวัดในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ระดมกำลังจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีความผิดเกี่ยวกับเด็ก เยาวชน และสตรี เนื่องในโอกาสวันสตรีสากล ระหว่างวันที่ 1-8 มีนาคมนี้ โดยผลการกวาดล้างจับกุม ปรากฎว่า ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา จับกุมในคดีข่มขืนกระทำชำเรา 6 คดี พรากผู้เยาว์ 3 คดี และคดีอื่นๆ 39 คดี ตำรวจภูธรจังหวัดสตูล จับกุมในคดีพรากผู้เยาว์ 1 คดี และคดีอื่นๆ 2 คดี ตำรวจภูธรจังหวัดตรัง จับกุมในคดีข่มขืนกระทำชำเรา 1 คดี และคดีอื่นๆ 5 คดี ตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส จับกุมในคดีข่มขืนกระทำชำเรา 1 คดี รวมผลการจับกุมทั้งสิ้น จำนวน 58 คดี

ข่าวจาก สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

ตร.ฝากขังนักค้าอาวุธข้ามชาติชาวรัสเซีย

ตำรวจนำตัวนักค้าอาวุธสงครามข้ามชาติชาวรัสเซีย ขออำนาจศาลฝากขัง พร้อมคัดค้านการประกันตัว
ตำรวจกองปราบปรามผนึกกำลังคอมมานโด พร้อมอาวุธครบมือ ควบคุมตัวนายวิคเตอร์ อนาโตลเจวิช บูท นักค้าอาวุธข้ามชาติระดับโลก ซึ่งถูกจับกุมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ไปขออำนาจศาลอาญา ฝากขังผลัดแรก 12 วัน โดยได้คัดค้านการขอประกันตัว เนื่องจากเป็นอาชญากรข้ามชาติที่สำคัญ และเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ หากให้ประกันตัวเกรงจะหลบหนี
พันตำรวจเอกกิตติศักดิ์ สุขวัฒนกุล ผู้กำกับการฝ่ายปฏิบัติการ 10 กองปราบปราม เปิดเผยหลังสอบปากคำผู้ต้องหาร่วมกับเจ้าหน้าที่กงสุลรัสเซียว่า นายวิคเตอร์ ยังคงให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า ได้เดินทางเข้าประเทศไทย 2 ครั้งแล้ว โดยเป็นการเข้ามาท่องเที่ยว ส่วนการดำเนินดคี ขณะได้ขอให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองยกเลิกหนังสือเดินทางและวีซ่าผู้ต้องหาแล้ว เพื่อป้องกันการหลบหนีหากศาลให้ประกันตัว ขณะที่สถานทูตรัสเซียประจำประเทศไทย ได้ประสานขออายัดตัวผู้ต้องหา เพื่อส่งเป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับไปดำเนินคดีต่อที่ประเทศรัสเซียแล้ว

ข่าวจาก สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยัน การจับกุมอดีต KGB ไม่กระทบความสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย คาดทางการรัสเซียอาจขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน
นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ได้หารือกับนายเยฟกินี อะฟานาเซียฟ ทูตสหพันธรัฐรัสเซีย ว่า ทางการรัสเซียได้ขอข้อมูลการการจับกุมนายวิกเตอร์ อนาโตลเลวิช บูท อดีตนายทหารยศพันตรี ประจำหน่วยสืบราชการลับ หรือ KGB เพื่อดูรายละเอียดว่าจับกุมในข้อหาอะไรและแนวทางการดำเนินคดีว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป ซึ่งตนเองได้ให้ความมั่นใจกับทูตรัสเซียว่าไทยจะปฏิบัติกับผู้ต้องหาอย่างเป็นธรรมตามหลักกฏหมาย โดยคาดว่าการข้อข้อมูลดังกล่าวจะนำไปสู่การขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนต่อไปแต่ขณะนี้ก็ยังไม่การร้องขอแต่อย่างใด
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันว่า เรื่องดังกล่าวไม่กระทบความสัมพันธ์ทั้ง 2 ประเทศ ขณะที่ทางการสหรัฐฯซึ่งต้องการตัวผู้ต้องหาคนดังกล่าวก็มิได้แสดงท่าทีใดใดต่อเรื่องนี้


ข่าวจาก สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

คนร้ายต่างชาติก่ออาชญากรรมทางการเงินในอินเทอร์เน็ต

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จับกุมขบวนการก่อเหตุอาชญากรรมทางการเงินในอินเทอร์เน็ต พร้อมเตือนคนไทยให้ระวังเพราะอาจตกเป็นเหยื่อ
พลตำรวจตรีปัญญา มาเม่น รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง แถลงข่าวการจับกุมนางสาวนุจรีย์ อ่ำนิยม อายุ 20 ปี ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และนายสุทิน ศรีขุมทรัพย์ อายุ 30 ปี ชาวจังหวัดชลบุรี พร้อมตั้งข้อหาร่วมกันเข้าถึงข้อมูลโดยมิชอบซึ่งระบบและข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตนและลักทรัพย์ โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้รับการติดต่อจากชาวโซวาเนียให้เปิดบัญชีธนาคาร 3 บัญชี ได้ค่าจ้างบัญชีละ 1,000 บาท และเมื่อมีการถอนเงินจะได้รับส่วนแบ่งครั้งละ 10,000 บาท แต่ไม่ทราบว่าการเปิดบัญชีดังกล่าวเป็นการก่อเหตุอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งขณะนี้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางได้ออกหมายจับแล้ว 5 หมายจับ โดยเชื่อว่ามีชาวโซวาเนียเป็นหัวหน้าขบวนการและน่าจะมีผู้ร่วมขบวนการนับสิบคน
ด้านนายพงษ์สิทธิ์ ชัยฉัตรพรสุข ผู้จัดการสายบริหารป้องกันการทุจริต ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยวิธีการลักลอบขโมยเงินว่า คนร้ายชาวต่างชาติจะว่าจ้างให้คนไทยเปิดบัญชีธนาคาร จากนั้นจะส่งข้อมูลเอกสารผ่านทางอีเมลล์โดยอ้างว่ามาจากธนาคารไปให้ลูกค้าธนาคารกรอกข้อมูล รหัสเอทีเอ็ม หรือให้โอนเงินผ่านบัญชี จากนั้น จะเจาะข้อมูลจากธนาคารซึ่งปัจจุบันมีการให้บริการทำธุรกรรมผ่านอินเทอร์เน็ต หรือ E-Banking โอนเงินเข้าบัญชีของชาวไทยที่เปิดไว้ก่อนจะโอนต่อไปยังเครือข่ายในต่างประเทศ เช่น รัสเซีย ฮอนแลนด์ และเนเธอร์แลนด์ ประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้น 20-30 ล้านบาท

ข่าวจาก สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

Next Page »

Create a free website or blog at WordPress.com.